<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แมทธิว’ปลื้มทำลายสถิติตัวเองได้หลังซ้อมนานกว่า 5 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถทำลายสถิติของตัวเองได้สำเร็จ สำหรับนักแสดงหนุ่มและเจ้าของค่ายมวยคงสิทธา อย่าง &amp;nbsp;แมทธิว ดีน ที่ล่าสุดวิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอนบางแสน21-2020 เมื่อสิ้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยการทำลายสถิติของตัวเอง 1:49:30 ชั่วโมง จากปีที่แล้ว 2.10 ชั่วโมงกว่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย แมทธิว เผยว่า &amp;ldquo;ไม่ผิดหวัง หลังจากใช้เวลาซ้อมวิ่งมานานกว่า 5 เดือน หลังจากออกจากโรงพยาบาล ซึ่งการออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นคุณกับร่างกายมาก เพราะเริ่มวิ่งมาก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี พอมาป่วยโควิด-19 ก็ทำให้ร่างกายไม่แย่มากนัก พอมาฟื้นวิ่งหลังอาการป่วยก็ทำให้ร่างกายฟื้นฟูมากขึ้น ยิ่งมาวิ่งรับอากาศบริสุทธิ์รับลมทะเล ขณะที่เส้นทางวิ่งก็เป็น Race ที่ใครก็ยอมรับว่าได้มาตรฐานระดับโลก และปีนี้ยังได้รับรางวัล World Athletics Gold Label Road Race ก็ยิ่งรู้สึกว่าการจัดการทุกอย่างราบรื่นเป็นไปด้วยดี และประทับใจ ส่วนจะไปถึงระยะมาราธอนหรือไม่ตอนนี้ยังสนุกกับระยะฮาล์ฟมากกว่าครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจาก THAI&amp;nbsp;RUN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87919</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิ่ง, แมทธิว  ดีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe4935cb3477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 23:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวน “แฟนหงส์แดง” วิ่งเวอร์ชวลรัน กับ &quot;กรุงไทย-แอกซ่า&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กรุงไทย-แอกซ่า&amp;rdquo; ชวนนักวิ่งแฟนหงส์แดง &amp;ldquo;ลิเวอร์พูล&amp;rdquo; ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp; The Kop Run presented by AXA&amp;nbsp; &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) ในรูปแบบเวอร์ชวลรัน สามารถวิ่งหรือเดิน ระยะ 5 ก.ม. 10 ก.ม. 100&amp;nbsp; ก.ม. ในวันที่ 22 พ.ย.2563-17 ม.ค.2564 เพื่อลุ้นรางวัลสุดพิเศษจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สโมสรลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ร่วมกับ&amp;nbsp; บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรมวิ่ง The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) สำหรับฤดูกาล 2563-2564 โดยเปิดโอกาสให้แฟนๆ หงส์แดง ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเวอร์ชวลรัน (Virtual Run) ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย ซึ่งแฟนๆ ลิเวอร์พูลสามารถเลือกได้ว่า จะเดิน จ๊อกกิ้ง หรือ วิ่ง ในระยะทาง 5 ก.ม. 10 ก.ม. หรือ 100 ก.ม. ในช่วงระหว่างวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ไปจนถึง วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละสัปดาห์ นักวิ่งสามารถบันทึกระยะทางผ่านแอปพลิเคชัน LFC Official และจะได้รับคะแนนจากการพิชิตระยะทางให้สำเร็จ พร้อมปลดล็อคถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัลดิจิทัล เพื่อลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และเมื่อจบกิจกรรม นักวิ่งจะได้รับเหรียญและเสื้อที่ระลึกจากงาน The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เข้าร่วมกิจกรรมการวิ่งในครั้งนี้ แฟนๆ หงส์แดงยังสามารถช่วยระดมทุนในโครงการระหว่าง มูลนิธิสโมสรลิเวอร์พูล และ Right to Play &amp;ldquo;Side by Side&amp;rdquo; (ไรท์ ทู เพลย์ &amp;ldquo;ไซด์ บาย ไซด์&amp;rdquo;) ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยโครงการดังกล่าว เป็นการใช้พลังของการเล่นกีฬา เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กด้อยโอกาสให้พวกเขาก้าวพ้นความทุกข์ยาก และบรรลุศักยภาพสูงสุดของพวกเขา รวมถึงจะช่วยเหลือเด็กและครอบครัวให้มีเครื่องมือและทักษะที่จำเป็น ในการเอาชนะความยากจน ความขัดแย้ง การได้รับการศึกษาน้อยหรือไม่ได้รับการศึกษา โดยเงินช่วยเหลือของท่าน เพียง 200 บาท ก็สามารถช่วยเปิดโอกาสให้เด็ก 1 คน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม &amp;ldquo;Play Day&amp;rdquo; (เพลย์ เดย์) ที่สร้างความสนุกสนาน ปลอดภัย และยังให้ความรู้แก่ชุมชนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มร. โฆเซ่ เอนริเก้ นักเตะระดับตำนานของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล กล่าวว่า &amp;ldquo;น่าเสียดายที่ในช่วงเวลานี้เราไม่สามารถออกไปวิ่งด้วยกันได้ อย่างไรก็ตาม The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) จะช่วยให้แฟนๆ ลิเวอร์พูล สามารถมีส่วนร่วมไปด้วยกัน ถึงแม้เราจะอยู่ไกลกัน โดยได้แข่งขัน เดิน จ๊อกกิ้ง&amp;nbsp; วิ่ง&amp;nbsp; ในพื้นที่ของตัวเอง เวอร์ชวลรันต้องใช้แรงจูงใจ และความเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอย่างมาก ดังนั้น เราจึงอยากสนับสนุนนักวิ่งทุกคน วิ่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ และยังเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนในการระดมทุนสำหรับโครงการเพื่อชุมชนเช่นกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต กล่าวว่า &amp;ldquo;กลุ่มแอกซ่า และ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดงาน The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) ในปีนี้อีกครั้ง และจากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตื่นเต้นกับกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะสนับสนุนทุกคนให้มีสุขภาพที่ดีผ่านการออกกำลังกายไปด้วยกันเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้มีแนวทางและข้อจำกัดในปัจจุบัน&amp;nbsp; ทางคณะกรรมการการจัดงานจึงตัดสินใจจัดงานเวอร์ชวลรันขึ้นในปีนี้ โดยนักวิ่งสามารถเลือกเวลา และสถานที่วิ่ง ได้ตามความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสนับสนุนสุขภาพกายและใจ ความเป็นอยู่ ความมั่นใจ รวมถึงความเชื่อมั่นในตนเอง ของแฟนบอลลิเวอร์พูล ลูกค้า ตัวแทน และพนักงาน มีความสำคัญต่อเรา หวังว่านักวิ่งทุกคนจะนำพลัง &amp;ldquo;Know You Can&amp;rdquo; (โนว์ ยู แคน) ในตัวเอง มาสู่การแข่งขันเวอร์ชวลรันในครั้งนี้ และในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล&amp;nbsp; เราจะอยู่เคียงข้างเดอะค็อป ในทุกย่างก้าวในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับพันธสัญญาของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่เราอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) เปิดให้ลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 โดยมีจำนวนบัตรทั้งสิ้น 8,000 ใบ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) ได้ที่ https://www.runlah.com/events/kopvr20 การลงทะเบียนสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เริ่มในเวลา 12.45 น. กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ The Kop Run presented by AXA &amp;ldquo;เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ&amp;rdquo; (กรุงไทย-แอกซ่า) ที่จะเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีผ่านการออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่สนใจโครงการที่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ร่วมกับ Right to Play &amp;ldquo;Side by Side&amp;rdquo;&amp;nbsp; (ไรท์ ทู เพลย์ &amp;ldquo;ไซด์ บาย ไซด์&amp;rdquo;) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://righttoplay.com/en/landing/axa-kop-run&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, วิ่ง, เดอะ ค็อป รัน พรีเซ็นเต็ด บาย เอเอ็กซ์เอ, เวอร์ชวลรัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb40260df643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองกาญจน์ ปั้น “ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020” วิ่งระยะเดียวเป้าไกลระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดกาญจบุรี จับมือกับ 7 องค์กร ได้แก่ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย, กระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กทท.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) จัดวิ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ปั้น &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยน ชิพ 2020&amp;rdquo;&amp;nbsp; สู่ระดับโลก พร้อมเปิดเมืองกาญจน์แบบ New Normal (นิว นอร์มอล) ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ รับนักวิ่งปอดเหล็กทั่วไทยกว่า 6 พันคน ในระยะเดียว ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) สร้างประวัติศาสตร์บนสะพานข้ามแม่น้ำแคว ชิงเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนประวัติศาสตร์บนเส้นทาง World ICONIC เพื่อยกระดับงานวิ่งไทยสู่มาตรฐานโลก &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยนชิพ 2020&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 63 ที่ ห้องบุหงา ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ ร่วมด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกาญจนบุรี เขต 1 และประธานคณะกรรมมาธิการ กมธ.การทหาร, พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp; โดย ปล่อยตัว บริเวณสุสานบรรพชนสงครามโลก ครั้งที่ 2 จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; ในการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กม.&amp;nbsp; ระยะเดียว เวลา 04.30 น.เป็นต้นไป แบบเว้นระยะห่าง นิว นอร์มอล (New Normal) โดยจับเวลาแบบ กัน ไทม์ (Gun time) และจํากัดเวลาการแข&amp;lsaquo;งขัน ที่ 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยยึด จากเวลา Chip time (ชิพ ไทม์) นับจากจุดปล่อยตัว และใช้เส้นทางวิ่งบน สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานแห่งประวัติศาสตร์ โลก ซึ่งการแข่งขันจะปิดถนน 100% ตามมาตรฐานการจัดงานวิ่งระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระดับนานาชาติรายการนี้ ผนวกแนวทางการแข่งขันกีฬาเชิงท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือยึดโยงสู่การบรรจุแผนยุทธศาสตร์กีฬา เพื่อสร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น&amp;nbsp; และนำมาสู่การรวมความเป็นกีฬาเป็นเลิศ และกีฬาเชิงท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ในเชิงสปอร์ต ทัวริซึ่ม และการจัดการงานครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบของการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติและระดับโลกในอนาคต และเป็นการยกระดับมาตรฐานรูปแบบใหม่ของการจัดงานวิ่งบนถนน ที่สมาคมกีฬากรีฑาฯ และสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย ริเริ่มขึ้นเป็นเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย ในชื่อของ เอเชีย โร้ด เลเบิล (Asia Road Label) เพื่อเตรียมรองรับการกลับมาของการจัดงานวิ่งแบบนานาชาติ หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ยังจัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงประวัติศาสตร์และวีรบุรุษจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการจัดการแข่งขันในรูปแบบ นิวนอร์มอล เรช ซึ่งจะอยู่ภายใต้มาตรการจัดงานแบบควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยจัดให้มีระบบการแข่งขันกีฬารูปแบบแชมเปี้ยนชิพ มีการรับรองโดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และ สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย&amp;nbsp; สำหรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้จะเป็นนักวิ่งชาวไทยในท้องถิ่นและทั่วประเทศ รวมถึงนักวิ่งชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โดยตั้งเป้านักวิ่งไว้ที่จำนวน 6,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเส้นทางการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นเส้นทางการวิ่งที่เชื่อมโยงของประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เข้ากับวิถีชุมชน รวมทั้งบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม และสุสานบรรพชนของเหล่าทหารสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรีที่จะนำเสนอให้บรรจุอยู่ในเส้นทางวิ่งที่จะเป็นสัญลักษณ์ของโลก และเป็นจุดเชื่อมโยงการระลึกถึงทางประวัติศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบันและอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า &amp;ldquo;สำหรับการจัดการแข่งขัน &amp;ldquo;ริเวอร์แควฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; ครั้งนี้ ทางสมาคมกีฬากรีฑาฯ ได้มอบหมายให้สมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) ซึ่งเป็นสมาคมที่รวมตัวผู้จัดระดับประเทศ อาทิ ผู้จัดบางแสน 42/21/10, อเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน, บางกอกมิดไนท์ มาราธอน, เชียงใหม่ มาราธอน และรายการวิ่งอื่น ๆ ให้จัดการแข่งขันรายการนี้ การันตีการจัดงานวิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะเป็นการวิ่งบนเส้นทางสายประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่สวยงาม นอกจากนี้ การจัดแข่งขัน &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; จะเป็นการสร้างรูปแบบ Sports Tourism (สปอร์ต ทัวริซึ่ม) เพื่อสร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจแบบครบวงจร โดยจะจัดให้มีแพ็คเกจ &amp;ldquo;โบกี้ รันนิ่ง ทัวร์&amp;rdquo; สมัครวิ่งพร้อมแพ็คเกจทัวร์ตั๋วรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยและที่พัก ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะเป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับนักวิ่งครั้งแรกในเมืองไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมยศ ศิลปีโยดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า &amp;ldquo;การแข่งขันรายการนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ 7 องค์กรระดับประเทศ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย, กระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) เตรียมเปิดเมืองกาญจนบุรี ประเดิมเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานวิ่งระดับนานาชาติ &amp;ldquo;ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน 2020&amp;rdquo; ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โดยวางแผนร่วมกับสมาคมกีฬากรีฑา และสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย สร้างต้นแบบสู่ Asia Road Label (เอเชีย โรด เลเบิล) ครั้งแรกให้แก่วงการวิ่งบนถนนของทวีปเอเชีย โดยตั้งเป้ารับนักวิ่งทั่วประเทศประลองสนามบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ระยะทาง 21.1 กม. เพียงระยะเดียวเท่านั้น ซึ่งในครั้งนี้จะได้จัดให้มีการแข่งขันแบบ Thailand Road Racing Championship (ไทยแลนด์ โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ) โดยจะเปิดโอกาสให้นักวิ่งขาแรงของไทย และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมชิงชัยแบบเปิดอิสระ ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท โดยไฮไลท์ครั้งนี้ จะเป็นรูปแบบการจัดแบบปิดถนน 100% และเปิดเส้นทางวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, จ.กาญจนบุรี, ริเวอร์แคว ฮาล์ฟ มาราธอน-ไทยแลนด์ โร้ด เรซซิ่ง แชมป์เปี้ยน ชิพ 2020, วิ่ง, ฮาล์ฟมาราธอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f689bb3b9e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์เฟกนิวส์เกาะกระแสวิ่ง&#039;ไล่-เชียร์&#039;ลุงช่วงPM 2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.2563 &amp;ndash; เฟซบุ๊กศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center ได้โพสต์ในหัวข้อ &amp;ldquo;รับมือยังไงเมื่อต้องวิ่งในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5&amp;rdquo; ระบุว่า สำหรับนักวิ่งคงจะมีความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อเจ้าฝุ่น PM 2.5 กลับมาอีกครั้งซึ่งจะก่อให้เกิดผลอะไรกับร่างกายหรือไม่หากเราออกไปวิ่งตามสวน หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง จะรับมือกับเจ้าฝุ่นยังไงได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าฝุ่น PM 2.5 นั้น เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หากเทียบกับเส้นผมมนุษย์จะมีขนาดประมาณ 1/25 ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ดังนั้นขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรายังอยากออกกำลังกายกลางแจ้งหรืออยากไปลงวิ่งในงานต่างๆ อาทิเช่น วิ่งมาราธอน วิ่งการกุศลหรือแม้กะทั้งที่ได้สมัครไว้ ในสถานการณ์ที่ฝุ่น PM 2.5 กลับมาแบบนี้ ซึ่งยังคงพอทำได้ด้วยการพิจารณาถึงระดับมลพิษของพื้นที่ ความหนักของการออกกำลังกาย เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม และนำมาประเมินสุขภาพของตนเองถึงความพร้อมในการทำกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็คว่าร่างกายอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนด้วย เช่น คนที่มีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับฝุ่น &amp;nbsp;โดยจะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนงานวิ่ง ด้วย 4 ข้อดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ฟิตซ้อมร่างกายให้พร้อมสำหรับทำ กิจกรรม ด้วยการลองซ้อมวิ่งระยะจริงหรือใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เตรียมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดีมีความคล่องตัว และรวมไปถึงการเลือกรองเท้าที่ใส่สบายและเหมาะสมในการออกกำลังกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การพักผ่อน ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างการของเราฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หน้ากากอนามัย ควรเลือกที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ แต่ก็ต้องระวังสำหรับการสวมใส่ด้วยเพราะว่าอาจทำให้เป็นลม หรือช็อกเพราะขาดออกซิเจนก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 มาจากการเผาไหม้และการใช้พลังงานต่างๆ เช่น จากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และการเผาไหม้ที่เกิดควัน นอกจากเราจะป้องกันตัวเองจากฝุ่นแล้ว เรายังช่วยกันลดฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วยการรักษาเครื่องยนต์ของรถให้อยู่ในสภาพดีและลดการเผาไหม้ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษเพิ่มเติมได้ที่ http://air4thai.pcd.go.th/webV2/ และ แอปพลิเคชั่น Air4Thai
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54347</URL_LINK>
                <HASHTAG>Anti-Fake News Center, ฝุ่น PM 2.5, วิ่ง, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1a8ad571b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานวิ่งฉลองสะพานมโนรมย์ แบบอย่างบูรณาการส่งเสริมสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;Happy Run, Happy Health&amp;rdquo; เดิน-วิ่งฉลองสะพานมโนรมย์ เส้นทางวิ่งจากสะพานมโนรมย์ จ.ชัยนาท ไป จ.อุทัยธานี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมาเป็นงานวิ่งที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีโดยไม่หวังผลแพ้ชนะ แม้จะไม่ใช่รายการวิ่งใหญ่ได้มาตรฐานงานวิ่งแต่มีการบูรณาการจัดงานวิ่งอย่างมีส่วนร่วมโดยไม่ละทิ้งเรื่องความปลอดภัย สำหรับนักวิ่งทุกคนไม่ว่าจะเดิน-วิ่ง 5 กิโลเมตรและวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ส่วนเงินรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ติดเตียงในพื้นที่อำเภอมโนรมย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;งานวิ่งฉลองสะพานมโนรมย์ครั้งนี้เจ้าภาพคือสาธารณสุขอำเภอมโนรมย์ สนับสนุนการจัดงานโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งชูงานวิ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งเสริมประชาชนให้มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จุดเด่นของงานวิ่งฉลองสะพานมโนรมย์ไม่ได้จ้างออร์แกไนเซอร์แพงๆ จัดงาน แต่มีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ผนึกกำลังกับคนในพื้นที่ขับเคลื่อนจนงานวิ่งประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนให้คนออกกำลังเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะการวิ่งซึ่งงานเดินวิ่ง-ฉลองสะพานมโนรมย์ ณ เรือสำเภาทอง อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท สอดคล้องกับทิศทางส่งเสริมสุขภาวะของ สสส. โดยงานวิ่งมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ นำโดย เจิดศักดิ์ นิลอุบล นายอำเภอมโนรมย์ และมาลีรัตน์ ยอดแตง สาธารณสุขอำเภอมโนรมย์ รวมถึง พชอ. และชุนชนอย่างเป็นองค์รวม มุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่งานนี้มีนักวิ่งสมัครร่วมกิจกรรมถึง 2,500 คน ชุมนุมคนรักสุขภาพและนักวิ่งชาวชัยนาท ตนได้ร่วมเดิน-วิ่งฉลองสะพานมโนรมย์ครั้งนี้ ประทับใจบรรยากาศ มีทั้งเด็กหนุ่มสาว ผู้สูงวัย ผู้ใช้วีลแชร์ร่วมกิจกรรมคึกคัก โดยเฉพาะเด็กๆ เปิดโอกาสให้ได้ลองออกกำลังกาย เป็นการปลูกฝังการเล่น พวกเขาจะเห็นว่ามีทางเลือกที่สนุก ไม่ต้องหมดเวลาไปกับหน้าจอมือถือ คอมพิวเตอร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;งานวิ่งครั้งนี้มีสะพานเป็นกิมมิกสร้างความสนุกสนานของกิจกรรม และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองจังหวัดที่การเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกยิ่งขึ้น เดิมใช้แพขนานยนต์หรือโป๊ะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาชัยนาท-อุทัยธานี งานวิ่งไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน แต่ยังสร้างเครือข่ายลุกขึ้นมาทำโครงการดีๆ ให้สังคมโดยไม่หวังผลประโยชน์ มีภาครัฐหนุนเสริม ทั้งยังสะท้อนกลไกการพัฒนาในพื้นที่อย่าง พชอ. ซึ่งสาธารณสุขอำเภอเป็นกรรมการและเลขานุการขยับมาทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีมากกว่าเพียงจ่ายยารักษาคนไข้ งานวิ่งยังดึงพลังอาสาสมัครสาธารณสุขร่วมสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพอีกด้วย&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว และว่า อีกโจทย์ที่ท้าทายเป็นการสนับสนุนกีฬาเชิงท่องเที่ยวหรือสปอร์ตทัวริซึ่มให้เกิดขึ้นในพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสุขภาวะที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอมโนรมย์นั้น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะกล่าวว่า จากการร่วมงานวิ่งและพบปะแลกเปลี่ยนกับภาคีเครือข่ายรวมถึงภาคประชาชน พื้นที่นี้มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนเรื่องการออกกำลังกาย มีการนำเต้นแอโรบิกเพื่อสุขภาพทุกเย็น ตลอดจนปรับปรุงสถานที่ออกกำลังกายใหม่ให้มีประสิทธิภาพ นำมาสู่การจัดตั้งชมรมเต้นแอโรบิกรวมคนรักสุขภาพ ชักชวนกันมาอย่างสนุกสนาน อีกทั้งพื้นที่มีศักยภาพส่งเสริมเส้นทางจักรยาน เป็นงานที่ต้องร่วมกับขับเคลื่อนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กระแสคนออกกำลังกายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5 ปีที่แล้วมีนักวิ่ง 5 ล้านคน แต่ปัจจุบันมีมากกว่า 15 ล้านคน หรือคิดเป็น 3 เท่า สอดคล้องกับการสำรวจพบกิจกรรมทางกายสูงขึ้น สสส.จะสนับสนุนกิจกรรมกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับชุมชน โรงเรียน และบ้าน เพื่อสร้างเสริมให้บุคคล ครอบครัว และชุมชนมีสุขภาวะทางกาย จิต และสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเกิดความยั่งยืน&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว ผลสำเร็จของการเดินหน้ายุทธศาสตร์ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในไทยรวมทั้งด้านสุขภาวะทางกายและปัญญาที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษยของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, วิ่ง, สะพานมโนรมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a661910628.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้อย’เตรียมควง’ตูน’พร้อม’ทีมก้าวฯ’ออกวิ่งอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำลังเตรียมตัววิ่งอีกครั้ง สำหรับคู่รักสายบุญ ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ และ ตูน- อาทิวราห์ คงมาลัย &amp;nbsp;พร้อมสมาชิกโครงการก้าวคนละก้าว ซื่งครั้งนี้ทางก้อย รัชวิน เผยว่า จะเป็นการวิ่งทางภาคอีสาน เพื่อหารายได้นำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ยังขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ระยะทางในการวิ่งเราจะเริ่มจากหนองคาย ผ่านอุดรธานี ลงมาขอนแก่น รวม 187 กิโลเมตร ไม่ใช่การวิ่งระยะยาวหลายพันกิโลเมตรเหมือนที่ผ่านมา เพราะเราอยากจะปลูกจิตสำนึกในแต่ละภาคส่วน เริ่มจากระดับชุมชนเล็กๆ เริ่มจากภาคอีสาน และค่อยกระจายไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ค่อยๆ ทำเป็นพื้นที่ไป ไม่ใช่พร้อมกันทีเดียว ซึ่งการวิ่งในภาคอีสานครั้งนี้เราจะใช้เวลาในการวิ่ง 2 วัน คือวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ เป็นกิจกรรมเล็กๆ ภายในจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ก้าวได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ พี่ตูนเองก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือในระดับภาคชุมชม คือ 2 ปีที่ผ่านมาเราได้ช่วยโรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงพยาบาลศูนย์มาแล้ว ครั้งนี้อยากจะช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก เราเชื่อว่าการช่วยเหลือในจุดเล็กๆ จะเป็นรากฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การช่วยเหลือในระดับสังคม ระดับประเทศได้ สุดท้ายคนไทยจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น เริ่มต้นด้วยการชวนทุกคนมาดูแลสุขภาพของตัวเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างที่เราทำโครงการก้าวก็จะมีโรงพยาบาลหลายๆ ที่ที่ขอความช่วยเหลือมา ทั้งกับทางตัวของพี่ตูนและทางเพจก้าว ซึ่งทางเราก็รับรู้และลงไปดูตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาลชุมชนว่ามีโรงพยาบาลไหนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พี่ตูนกับทีมงานเขาก็จะลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเองค่ะ ส่วนตัวก้อยเองอยากจะทำโครงการของตัวเองบ้างไหม &amp;nbsp;ก้อยคิดว่าอยากจะจัดงานวิ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการจัดงานวิ่งให้ผู้หญิง เน้นในเรื่องการส่งต่อแรงบันดาลใจ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำสิ่งนี้ ชวนผู้หญิงออกมาแสดงพลังของผู้หญิง แล้วส่งต่อให้ทุกคนออกมาดูแลสุขภาพตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @rachwinwong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้อย รัชวิน, ก้าวคนละก้าว, ซื้อเครื่องมือแพทย์, ตูน อาทิวราห์, ภาคอีสาน, วิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce56c919fe13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฉ.แนะ วิ่งอย่างไร? ไม่เสี่ยงชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61- นพ.ไพโรจน์ บุญศิริชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาแนะนำในการออกกำลังกายด้วยการวิ่งอย่างปลอดภัยว่า การวิ่งให้ปลอดภัยแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีที่หนึ่งคือการวิ่งออกกำลังกายบนท้องถนนทั่วไป ที่ไม่ใช่งานวิ่งตามเทศกาลที่เขาจัดขึ้นตามงานต่างๆ โดยทางด้านสภาพแวดล้อมในการวิ่งผู้วิ่งควรจะต้องประเมินความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมเป็นอันดับแรกโดยไม่ควรใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงในขณะวิ่ง เพราะจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเราที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นเสียแตรรถยนต์ เสียงรถที่อาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุ และหากวิ่งตอนกลางคืนผู้วิ่งควรใส่เสื้อสะท้อนแสงหรือเสื้อสีสว่างที่จะทำให้รถยนต์หรือคนอื่นๆเห็นผู้วิ่งได้ชัดเจน และที่สำคัญคือควรพกบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรผู้ป่วยที่บอกโรคประจำตัวของเราอย่างชัดเจนพร้อมทั้งพกโทรศัพท์และเบอร์คนที่ผู้พบเห็นสามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่สอง คือการวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งระยะยาวในสนามต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งการวิ่งมาราธอนนั้นเป็นการวิ่งที่ผู้วิ่งต้องใช้ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด เพราะการวิ่งในลักษณะนี้จะต้องใช้พลังงานในการวิ่งอย่างมากและต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้ที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาราธอนนั้นจะต้องมีการเตรียมตัวให้ดีโดยต้องประเมินสุขภาพของตนเองก่อนวิ่งเป็นอันดับแรก และหากเรายังไม่แน่ใจว่าร่างกายของเราพร้อมกับการวิ่งหรือไม่เราควรพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจสุขภาพว่าเราไม่ได้เป็นโรคที่เสี่ยงต่อการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เช่นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานของหัวใจอาทิโรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจโต หรือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด เบาหวาน &amp;nbsp; และโรคที่เกี่ยวกับกระดูกหรือข้อ ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งในสนามระยะยาว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มโรคหัวใจอาจะทำเกิดภาวะหัวใจวายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไพโรจน์ กล่าวถึงข้อแนะนำในการปฏิบัติก่อนทำการวิ่งด้วยว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอแล้วว่าตนเองไม่ได้อยู่ในโรคกลุ่มเสี่ยงต่อการออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น การปฏิบัติตัวคือ ผู้วิ่งต้องควรจะต้องมีการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการวิ่ง รับประทานอาหารก่อนการวิ่งล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง &amp;nbsp;ควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนออกกำลังกาย 30 นาที เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ &amp;nbsp;แต่ที่สำคัญคือไม่ควรดื่มมากจนเกินไปเพราะอาจทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติและเกิดอาการสมองบวมตามมาได้ นอกจากนี้ในระหว่างวิ่งผู้วิ่งควรสังเกตปริมาณและสีของปัสสาวะ หากปัสสาวะน้อยและสีเข้มขึ้นแสดงว่าร่างกายยังขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเพิ่ม แต่ถ้าปัสสาวะมาก สีจางใส และบ่อยกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะ มึนงง อาจเป็นการแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำมากจนเกินพอแล้ว &amp;nbsp;และที่สำคัญที่สุดหากผู้วิ่งมีอาการหน้ามืดหรือมีอาการเจ็บหน้าอกให้หยุดวิ่งและควรรีบพบแพทย์สนามที่ผู้จัดงานวิ่งได้จัดเตรียมไว้ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19948</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเตรียมตัว, นพ.ไพโรจน์ บุญศิริชัย, ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน, วิ่ง, สพฉ., หูฟัง, ออกกำลังกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc43ca49cc58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
