<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งไหล่ทางซ้ายบน‘ทางด่วน’ มีสิทธิ์ถูกจับปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3เม.ย.54-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า กทพ.ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการบูรณาการร่วมกันถึงมาตรการความปลอดภัยบนทางพิเศษด้วยกล้องตรวจจับความเร็ว และกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้ทางพิเศษ จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุในทางพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563-2565
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ประกอบด้วย 2 มาตรการ ประกอบด้วย 1.การติดตั้งป้ายแจ้งเตือนความเร็ว (Your Speed Sign) ที่ทำงานควบคู่กับกล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้ทางพิเศษใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด โดย กทพ. จะติดตั้งให้ครอบคลุม 4 สายทางพิเศษ (ทางด่วน) จำนวน 17 จุด ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 2 เส้นทาง ตั้งแต่ ก.พ. 2564 ได้แก่ ทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 4 จุด และทางด่วนเฉลิมมหานครจำนวน 5 จุด สำหรับอีก 2 เส้นทางที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ คือ ทางด่วนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จ ก.ย. 2564 และทางด่วนฉลองรัฐ จำนวน 4 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จ ก.ย. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การติดตั้งกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในไหล่ทาง โดย กทพ.จะดำเนินการติดตั้ง จำนวน 32 จุด บนทางด่วน 4 สายทาง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 1 สายทาง คือ ทางด้วนกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)จำนวน 10 จุด ส่วนอีก 3 เส้นทางอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2564 คือทางด่วนเฉลิมมหานคร จำนวน 6 จุด ทางด่วนฉลองรัช จำนวน 8 จุด และทางด่วนบูรพาวิถี จำนวน 8 จุด อย่างไรก็ตาม หลังจากติดกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้ายไปแล้ว 1 สายทาง ยอมรับว่า ​มีสถิติรถวิ่งบนไหล่ทางมาก​ เพราะไหล่ทางมีขนาดกว้าง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า ขั้นตอนการดำเนินงานนั้น กทพ.​ จะรวบรวมข้อมูลผู้กระทำผิดพร้อมไฟล์ภาพจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย​ โดยจะเริ่มส่งข้อมูลให้ สตช. ในวันที่ 5 เม.ย. 2564 ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการติดตั้งกล้องนั้น จะพิจารณาจากบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา พบว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนในปีงบประมาณ 2563 มีมากกว่า 800 ครั้งทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 440 ราย และเสียชีวิตจำนวน 7 ราย ซึ่งเกือบ 50% ของอุบัติเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูง รวมถึงการวิ่งบนไหล่ทาง ส่งผลให้มีการเปลี่ยนช่องทางกระทันหันขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ชูตระกูล​ ยศมาดี​ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร​ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า​ ตามกฎหมายตำรวจใช้ พ.ร.บ.จราจรทางบก ในปัจจุบันยังใช้กฎหมายเดิมปี 2522 แต่ในภาคปฏิบัติจับความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนความผิดจะผิดในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ปรับไม่เกิน​ 1,000 บาท ขณะที่การระงับการต่อทะเบียนรถ​ อยู่ระหว่างหาข้อสรุปกับกรมการขนส่​งทางบก​ (ขบ.) โดยทางตำรวจจะมีการสรุปสถิติ​ว่า รถคันใดมีความผิดจำนวนครั้งมาก ก็จะคัดกรองรถส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98193</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), วิ่งไหล่ทางซ้าย, สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aa2b9d0186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
