<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เชือดอาญา ธนาธรเซ่นหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.มีมติแจ้งความดำเนินคดีอาญา &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ปมถือหุ้นสื่อวี-ลัค มีลักษณะต้องห้ามสมัคร ส.ส. แต่ยังใช้สิทธิสมัคร มีความผิดตาม พ.ร.ป.เลือกตั้งมาตรา 151 โทษหนักทั้งคุก 10 ปี เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่ประธานสภาฯ ชงศาล รธน. วินิจฉัยปม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยู่บ้านหลวง ต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2563 ให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่ยังใช้สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ผิดมาตรา 151 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 โดยโทษตามมาตรา 151 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2562 ให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากกรณีถือหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อยู่ในวันที่ 6 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อต่อ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวของ กกต. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลง สำนักงาน กกต. ได้มีการเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แต่ที่ประชุม กกต.ได้ให้ทางสำนักงานนำเรื่องดังกล่าวไปปรับปรุง เนื่องจากเห็นว่าการจะดำเนินคดีอาญากับนายธนาธรแตกต่างจากคดีตัดสิทธิทางการเมืองที่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยคดีอาญานั้นต้องมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาว่าขณะที่นายธนาธรยื่นลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่นั้น นายธนาธรรู้ว่าตนมีลักษณะต้องห้ามใช้สิทธิสมัครตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) แต่ยังคงสมัคร พยานหลักฐานประกอบจึงต้องมีน้ำหนัก เพราะการสู้คดีก็ต้องสู้กันถึง 3 ศาล&amp;quot; รายงานระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จากเหตุนี้ไม่ใช่นายธนาธรเป็นคนแรกที่ กกต.ดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้ผู้สมัคร ส.ส. ที่ กกต.มีคำวินิจฉัยว่ารู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพราะมีลักษณะต้องห้าม เช่น สังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองเดียวไม่ถึง 90 วันจนถึงวันเลือกตั้ง กกต.ก็จะมอบให้สำนักงาน กกต.ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีที่ยังอาศัยบ้านพักของข้าราชการทหาร ที่อาจเป็นการกระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามที่ฝ่ายค้านได้ส่งเข้ามาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์, นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมประชุมหารือวาระพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์แถลงภายหลังการประชุมช่วงหนึ่งว่า การดำเนินการตามกฎหมายภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้มีผู้อภิปราย 3 คน ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วินิจฉัย 1.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังพักบ้านหลวงนั้น ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าขัดรัฐธรรมนูญ จะทำให้สถานะรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือไปยังประธานสภาฯ เพื่อให้พิจารณาส่งไป ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบกรณีจัดซื้อจัดจ้างเครื่องยืนยันอัตลักษณ์บุคคลหรือเครื่องไบโอเมทริกซ์ ขอให้มีการตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์และผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ นายชัยเกษมกำลังดำเนินการส่งรายละเอียดไปให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินช่วยตรวจสอบอีกทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ แบ่งเป็น 3 กรณีด้วยกันคือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เสียภาษีให้รัฐจากการขายที่ดินย่านบางบอน, เรื่องที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ไม่บังคับให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส กรณีสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ที่มีพฤติการณ์อาจเกี่ยวข้องจัดซื้อรถหุ้มเกราะจากประเทศยูเครน โดยเรื่องทั้งหมดได้ยื่นให้ประธานสภาฯ เพื่อให้ยื่นไปยัง ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการติดตามตรวจสอบอีกหลายกรณี ที่คณะทำงานด้านกฎหมายดำเนินการอยู่ หากมีความคืบหน้าจะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคินกล่าวว่า หัวใจใหญ่คือรัฐธรรมนูญที่เขียนมาเพื่อให้ประยุทธ์เป็นนายกฯ สืบทอดอำนาจ ตราบใดที่เป็นอย่างนี้ จะแก้ไขปัญหาไม่ได้เลย สิ่งที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์ต้องพิจารณาตัวเองจะเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ และประชาชนต้องร่วมผลักดันร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง การที่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บ้านเมืองไม่มีอนาคตแน่นอน หลังการอภิปราย พรรคเพื่อไทยได้ติดตามต่อ อะไรที่ไม่ถูกต้อง และถ้านายกฯ ยังเดินต่อไปแบบนี้ บ้านเมืองยิ่งไม่มีอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59404</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, พ.ร.ป.เลือกตั้ง, วี-ลัค มีเดีย, ศาล รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยู่บ้านหลวง, แจ้งความดำเนินคดีอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67a65f94bc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำวินิจฉัยส่วนตน‘คดีหุ้น’ ศาลรธน.ตอกฝาโลง‘ทอน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เปิดคำวินิจฉัยส่วนตนศาลรัฐธรรมนูญ ให้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พ้น ส.ส. เพราะสร้างเอกสารย้อนหลังกันเอง พยานวงในคนไทยซัมมิท ลบล้างพยานหลักฐานไม่ได้ พิรุธอื้อ เช็คเข้าปัญหามีแต่เรื่องมุสา อ้างนั่งรถกลับจากบุรีรัมย์ทั้งๆ ที่มีหลายเที่ยวบินให้ขึ้นแถมมีที่ว่างเพียบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากกรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไปเมื่อวันที่้ 20 พฤศจิกายน 2562 นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำวินิจฉันส่วนตนของตุลาการทั้ง 9 คนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย นายจรัญ ภักดีธนากุล วินิจฉัยว่าจากเอกสารหลักฐานที่มีได้อยู่ในความครอบครองควบคุมของคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยยังไม่ได้โอนหุ้นออกไป เนื่องจากเป็นบริษัทที่ผู้ถูกร้องไม่ได้เป็นผู้บริหารและไม่ได้เข้าเกี่ยวข้อง ตามที่ได้เบิกความไว้ต่อศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อผู้ถูกร้องทราบว่า นายภูเบศร์ เห็นหลอด ซึ่งเป็นสมาชิกพรคอนาคตใหม่ที่ผู้ถูกร้องเป็นหัวหน้าพรรค ถูกศาสฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน ผู้ถูกร้องกลับจัดทำเอกสารการโอนหุ้นย้อนหลังเพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติ จึงทำให้เกิดพิรุธหลายประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้แม้ไม่มีพยานหลักฐานโดยตรงที่ชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องโอนหุ้นให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 จริงหรือไม่ และแม้ผู้ถูกร้องจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 &amp;nbsp;วรรคสาม และมาตรา 1041 ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากข้อพิรุธหลายจุดหลายประการประกอบกับพยานหลักฐานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีที่สอดรับกันอย่างแน่นหนาแล้ว ย่อมมีความน่าเชื่อมากกว่าพยานเอกสารและคำเบิกความของพยานผู้ถูกร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงที่ได้จากพฤติการณ์แวดล้อมที่เป็นพิรุธนำสงสัยหลายประการประกอบกัน มีน้ำหนักหักล้าง ข้อสันนิษฐานของกฎหมายและพยานหลักฐานของผู้ถูกร้องได้ ด้วยเหตุผลดังกล่วข้างต้น จึงเห็นว่าผู้ถูกร้องเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนในวันที่ผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภผู้แทนราษฎร จึงเป็นผู้มีสักษณะต้องห้ามตามรัฐธรมนูญ มาตรา 8 (3) เป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103( 2) ประกอบมาตรา 98 (3) โดยต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ คือวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 และถือว่าตำแหน่งว่างลงนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ วินิจฉัยว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานอันเป็นเรื่องภายในที่อยู่ในความรู้เห็นของผู้ถูกร้องและครอบครัว ตลอดจนผู้ใกล้ชิดนั้นยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารราชการ หรือของบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนได้เสียรู้เห็นในคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด นำส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ที่มีการระบุวันลงทะเบียนผู้ถือหุ้นว่าหุ้นหมายเลขที่ผู้ถูกร้องถือ มีการโอนในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นวันหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อผู้ร้องในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันสอดคล้องกับที่พยานเบิกความว่า ในวันที่ 8มกราคม 2562 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ถูกร้องโอนหุ้นบริษัท ที่อยู่ในเครือหลายบริษัท เพื่อเตรียมให้ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;
ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าในวันดังกล่าวมีการโอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด รวมอยู่ด้วย เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตราสารโอนหุ้นนั้นเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน การอ้างว่ามีการโอนหุ้นในวันดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้เจือสมกับที่ผู้ถูกร้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่า วันที่ 21 มีนาคม 2562 เป็นวันที่ผู้ถูกร้องได้โอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด รวม 675,000 หุ้น ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ดังนั้น จึงฟังได้ว่าผู้ถูกร้องเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อผู้ร้อง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 &amp;nbsp;(6) ประกอบมาตรา 98 (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า กรณีที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าได้เดินทางกลับจากการปราศรัยที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 8 มกราคม 2562 ด้วยรถยนต์กลับมายังบ้านพักของผู้ถูกร้อง เพื่อโอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นใดที่ผู้ถูกร้องจะต้องรีบร้อนลำบากเดินทางด้วยรถยนต์ ทั้งที่มีเครื่องบินจากจังหวัดอุบลราชธานีในวันดังกล่าวไปกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีสายการบินหลายสายและมีที่นั่งว่างที่จะกลับได้ในวันนั้น ประกอบกับการโอนหุ้นของผู้ถูกร้องมีแต่บุคคลภายในครอบครัวและผู้ที่ปฏิบัติงานกับผู้ถูกร้องซึ่งจะทำเวลาใด ล่าช้าค่ำคืนก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานหลักฐานของผู้ถูกร้อง มีข้อพิรุธหลายประการยังไม่มีน้ำหนัก เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องโอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 8 มกราคม 2562 เชื่อว่าเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.) ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้จัดส่งให้กับนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร ซึ่งปราฏชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด หมายเลขหุ้น ๓๕๐๐๐๑-๒๐๒๕๐๐๐ จำนวน 6,000 หุ้น ซึ่งเป็นหมายเลขหุ้นเติมของผู้ถูกร้องในวันที่ 21 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ผู้ถูกร้องจึงเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อผู้ร้อง โดยมีรายชื่อของผู้ถูกร้องในลำดับที่ 1 อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;98 (3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
&amp;quot;รวิพรรณ&amp;quot;มีพิรุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญส่ง กุลบุปผา วินิจฉัยว่า จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้เมื่อนำกระบวนการโอนหุ้นดังกล่าวเชื่อมโยงกับเช็คที่นางสมพรสั่งจ่ายค่าหุ้นให้กับผู้ถูกร้องในวันที่ 8 มกราคม 2562 ว่าเหตุใดจึงมีการนำเช็คฉบับดังกล่าวนี้เข้าบัญชีเรียกเก็บเมื่อวันที่ 16 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นระยะเวลานานมากถึง 4 เดือน อันเป็นการเรียกเก็บเงินตามเช็คที่นานผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่ประเด็นให้เกิดความสงสัย ก็ได้ความว่า เมื่อกำหนดการเลือกตั้งทั่วไป ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่กำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 24 &amp;nbsp;มีนาคม 2562 นั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 22 มีนาคม 2562 สำนักข่าวอิศราได้นำเสนอข่าวทำนองปรากฏในข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องนั้นยังถือหุ้นสื่ออยู่ในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด และปรากฏหลักฐานข้อมูลทางทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าผู้ถูกร้องเพิ่งได้โอนหุ้นสื่อในบริษัทในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ย่อมแสดงว่าก่อนหน้านี้ผู้ถูกร้องยังเป็นผู้ถือหุ้นสื่อในบริษัทดังกล่าวอันจะมีผลต่อการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของผู้ถูกร้องที่ยื่นสมัครในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ในวันที่ 23 มีนาคม 2562 ผู้ถูกร้องได้ออกมาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนว่าหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ดังกล่าวนั้น ผู้ถูกร้องได้โอนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการโอนหุ้นต่อหน้าสื่อ เพื่อเป็นการแก้ข่าวไม่ให้สังคมเข้าใจผิด ดังนั้น เช็คค่าหุ้นที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าได้รับเป็นค่าโอนหุ้นจากนางสมพร จึงปรากฏเป็นหลักฐานขึ้นมาเป็นครั้งแรกในจังหวะช่วงเวลานั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงน่าเชื่อว่าเช็คค่าหุ้นที่ผู้ถูกร้องนำมาแสดงซึ่งได้ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เช็คของธนาคารดังกล่าวนี้ไม่มีทางที่จะเรียกเก็บเงินได้ก่อนวันที่ 23 มีนาคม 2562 ทั้งที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าได้รับเช็คมาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 แล้ว แต่เพราะเหตุใดจึงไม่มีการเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น จึงเป็นการผิดปกติของวิญญูชนโดยทั่วไป ที่นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภริยาผู้ถูกร้องอ้างว่า เก็บเช็คค่าโอนหุ้นดังกล่าวนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 8 &amp;nbsp;มกราคม 2562 และอ้างว่าติดธุระไม่สะดวกที่จะนำเช็คดังกล่าวนี้ไปเข้าบัญชีธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่กลับเห็นว่าการนำเช็คไปเข้าบัญชีที่ธนาคารเป็นเรื่องที่กระทำได้โดยง่ายและสะดวก แม้ตนเองไปไม่ได้เพราะติดธุระก็สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทนได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวิญญูชนที่เป็นนักธุรกิจโดยทั่วไปก็ดำเนินการเช่นนี้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ข้ออ้างของพยานจึงไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อว่าไม่สามารถนำเช็คค่าหุ้นไปเรียกเก็บเงิน เพราะเหตุดังกล่าวคำเบิกความจึงส่อไปในทางพิรุธไม่น่าเชื่อว่าจะมีการจ่ายเช็คค่าโอนหุ้นกันในวันที่ 8 มกราคม 2562 จริงการโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการโอนหุ้นของผู้ถูกร้องและตัวผู้ถูกร้องได้รับค่าตอบแทนอันเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้ถูกร้องเองทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับพยานที่เกี่ยวข้องในการโอนหุ้นครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐนนท์ อภินันทน์ ทนายความผู้จัดทำตราสารการโอนหุ้น ซึ่งได้เบิกความยอมรับว่าตนเองทำงานเป็นทนายความของพรรคอนาคตใหม่ซึ่งมีผู้ถูกร้องเป็นหัวหน้าพรรค และนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม กับนางสาวกานต์ฐิตา อ่วมงามขำ ซึ่งเบิกความว่าเป็นพยานลงลายมือชื่อรับรองในตราสารการโอนหุ้น ก็ทำงานเป็นพนักงานของบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัทของมารดาผู้ถูกร้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า พยานที่กล่าวมานั้นเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ถูกร้องทั้งหมด&amp;nbsp;
ตอก&amp;quot;ทอน&amp;quot;ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่ผู้ถูกร้องได้เบิกความตอบศาลว่าตนเองไม่ทราบในรายละเอียดของการโอนหุ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 เป็นเรื่องที่มารดาของผู้ถูกร้องเป็นคนจัดหาและเตรียมการเองทั้งหมดนั้น จึงเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักน้อย เพราะบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นกลุ่มคนทำงานร่วมกันกับผู้ถูกร้องและผู้ถูกร้องยังเคยรู้จักมาก่อนสามารถติดต่อหาบุคคลดังกล่าวได้โดยไม่ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ผู้ถูกร้องในฐานะพยานตอบศาลหลายครั้ง ทำนองว่า &amp;quot;ไม่ทราบ&amp;quot; จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสนับสนุนให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโอนหุ้นของผู้ถูกร้องกับนางสมพร มารดาผู้ถูกร้องในวันที่ 8 &amp;nbsp;มกราคม 2562 &amp;nbsp;เป็นข้อเท็จจริงที่รับฟังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปัญญา อุดชาชน วินิจฉัยว่า จากการให้ถ้อยคำของนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พยาน ว่าสาเหตุที่นำเช็คฝากเข้าบัญชีล่าช้าไปถึงเดือนพฤษภาคม คือหลังจากเดือนมกราคม เราจะยุ่งเรื่องลูก แต่พอประมาณช่วงเดือนมีนาคมก็เริ่มมีกระแสข่าวว่าเราไม่ได้ทำการซื้อขายหุ้นจริง สร้างเรื่องขึ้น ดังนั้นทนายความก็เลยต้องมารวบรวมหลักฐานเพื่อจะนำไปให้ปากคำกับทาง กกต. ซึ่งทาง กกต.ได้เรียกทั้งคุณธนาธรและทีมงานคนอื่นๆ เข้าไปให้ปากคำในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเราก็ได้มอบเช็คสองฉบับนี้ให้กับทางทนายความ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการให้ปากคำ และการให้ปากคำกับทาง กกต. ก็แล้วเสร็จในเดือนเมษายน ก็เลยได้เช็คกลับคืนมาแล้วก็ไปขึ้นเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจากการให้ถ้อยคำของนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พยานดังกล่าว มีความขัดแย้งกับหนังสือที่พรรคอนาคตใหม่ ลงวันที่ 30 &amp;nbsp;เมษายน 2562 ลงชื่อโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เรียนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องขอชี้แจงแก้ข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐาน ตามเอกสารหมาย ถ 15/9 ว่ารายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเช็ค เอกสารที่ส่งมาด้วย (14) และมีหนังสือพรรคอนาคตใหม่ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เรียนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและแสดงหลักฐาน (พิมเดิม) โดยมีหนังสือรับรองจากทนายความรับรองสำเนาเช็คดังกล่าวด้วย ตามเอกสารหมาย ศ 9/106 จึงเป็นที่ยุติว่าได้ส่งสำเนาเช็คให้ กกต. วันที่ 30 &amp;nbsp;เมษายน 2562 เมื่อเป็นการส่งสำเนาเช็คให้ กกต.ดังกล่าวแล้วย่อมแสดงให้เห็นว่า นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ สามารถนำเช็คฝากเข้าบัญชีตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม &amp;nbsp;2562 เป็นต้นไปตลอดเวลา ข้ออ้างของนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงฟังไม่ขึ้น แต่เพิ่งนำเช็คฉบับดังกล่าวเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องในคดีนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง คือวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 และเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติตามกฎหมาย ให้ถือว่าตำแหน่งว่างลง ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย
เป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ กังศศิเทียม วินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ในวันที่ 8 มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;ผู้ถูกร้องโอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่นางสมพร แต่ข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องปรากฏว่า บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ที่มีการระบุว่าหุ้นหมายเลขที่ผู้ถูกร้องถือมีการโอนหุ้นในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นวันที่หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อผู้ร้องในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;จึงสอดคล้องกับที่พยานเบิกความ ว่าในวันที่ 8 มกราคม นางสมพรและผู้ถูกร้องโอนหุ้นบริษัทที่อยู่ในเครือหลายบริษัทเพื่อเตรียมให้ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ผู้ถูกร้องจึงต้องอ้างว่าในวันดังกล่าวมีการโอนหันบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด รวมอยู่ด้วย เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตราสารการโอนหุ้นเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับการโอนหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่กล่าวอ้างถึงพยานหลักฐานซึ่งได้แก่สำเนาเอกสารหนังสือรับรองการโอนหุ้นของทนายความผู้ทำคำรับรอง ตราสาร การโอนหุ้น เช็คสั่งจ่ายค่าหุ้น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ต้นขั้วเช็ค และต้นขั้วใบหุ้น ล้วนแต่เป็นเอกสารที่บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จัดทำและเก็บรักษาไว้ที่บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอ้างว่ามีการโอนหุ้นในวันดังกล่าวไปเพื่อเจือสมกับที่ผู้ถูกร้องชี้แจงข้อกล่าวหา ดังนั้นจึงฟังได้ว่าผู้ถูกร้องยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อผู้ร้อง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี วินิจฉัยว่า การโอนหุ้นให้แก่กันโดยอ้างว่ามีการชำระค่าตอบแทนด้วยเช็คในวันที่ 8 มกราคมนั้นมีพิรุธให้สงสัยว่ามีการโอนหุ้นและชำระด้วยเช็คในวันดังกล่าวอ้างหรือไม่ เป็นกรณีไม่สามารถยื่นยันได้ว่ามีการโอนหุ้นกันจริง คงมีเพียงพยานเอกสารที่ใช้อ้างคือตราสารการโอนหุ้นและสมุดทะเบียนและใบหุ้น ซึ่งต่างก็เป็นเอกสารที่บริษัทสามารถจัดทำขึ้นเองได้ในภายหลัง การที่มีการนำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีขึ้นเงิน ในวันที่ 16 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2562 ที่เป็นวันเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดนั้น จากข้อเท็จจริงและหลักฐานดังกล่าวจึงน่าเชื่อได้ว่า เมื่อได้ยินข่าวว่าไม่ได้มีการซื้อขายหุ้นกันจริงตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคม 2562 แล้วจึงมีการรวบรวมให้มีพยานหลักฐานขึ้น ซึ่งเป็นเวลาภายหลังวันที่ &amp;nbsp;6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันที่ผู้ถูกร้องลงสมัครรับเลือกตั้ง
ยังถือหุ้นวี-ลัคมีเดียอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโอนหุ้นและชำระด้วยเช็คในวันดังกล่าวอ้างจึงฟังไม่ขึ้น ถูกร้องยังคงเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ และเป็นกรณีที่รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องโอนหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 21 &amp;nbsp;มีนาคม 2562 ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามที่ปรากฏจากหลักฐานทางทะเบียนตามสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบ (บอจ.5) ที่มีอยู่ที่นายทะเบียน หุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผู้ถูกร้องซึ่งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากวันที่ 21 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;เป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ถูกร้องจึงเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อยคือ นายชัช ชลวร วินิจฉัยว่า ศาลไม่ปรากฏข้อสงสัยว่าเอกสารที่จัดทำขึ้นไม่ถูกต้องตามเจตนาของผู้โอนและผู้รับโอน และไม่มีข้อเท็จจริงอื่นที่แสดงให้เห็นว่าการโอนหุ้นเป็นนิติกรรมที่ไม่ชอบตัวยกฎหมายอย่างไร ส่วนการชำระราคาหุ้นไม่มีข้อให้สงสัย เนื่องจากการโอนหุ้นแม้จะทำนิติกรรมให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนก็ถือว่าเป็นการโอนโดยชอบ จึงฟังได้ว่าการโอนหุ้นของผู้ถูกร้องในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด และมีผลผูกพันผู้โอนและผู้รับโอน และในกรณีนี้ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มีฐานะเป็นกรรมการของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ลงชื่อเป็นผู้รับโอน การโอนดังกล่าวจึงมีผลผูกพันบริษัทด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการจดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนลงในใบทะเบียน ผู้ถือหุ้น หรือการแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทตามกฎหมายกำหนด เป็นการกระทำของบุคคลอื่นนอกเหนือจากการกระทำของผู้โอน เมื่อการโอนหุ้นของผู้ถูกร้องกระทำขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 และกระทำขึ้นก่อนวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกร้องสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผู้ถูกร้องจึงไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)
เสียงข้างน้อยให้&amp;quot;ทอน&amp;quot;ไปต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 วรรคสอง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 &amp;nbsp;เมื่อผู้ถูกร้องไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามคำร้อง จึงให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสียด้วย อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นว่าสมาชิกภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แผนราษฎร ผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (2) ประกอบมาตรา 98 (2) และ ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลรัฐธรมนูญที่ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้ที่ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 8 วรรคสอง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ การดำเนินการแจ้งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 นั้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;จึงอยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับในช่วงระยะเวลาที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1159 &amp;nbsp;อยู่แล้ว จึงได้ดำเนินการแจ้งไปในคราวเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 เป็นกรณีที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนในทันที ประกอบกับไม่มีหลักฐานอื่นของฝ่ายผู้ร้องที่มีเหตุผลกว่ามาหักล้าง จึงต้องรับฟังการแจ้งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ฟังได้ว่าผู้ถูกร้องได้โอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 8 มกราคม 2562 แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ผู้ถูกร้องจึงไม่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ในขณะที่ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงมีความเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้อง ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) &amp;nbsp;และให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แหนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉันส่วนตนของตุลาการ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พยานวงใน, ลบล้างพยานหลักฐานไม่ได้, วี-ลัค มีเดีย, ศาลรัฐธรรมนูญ, สร้างเอกสารย้อนหลังกันเอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดคำวินิจฉัยส่วนตนศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4beca4190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติ7:2‘ทอน’พ้นส.ส. ศาลรธน.ชี้วันสมัครเลือกตั้งยังถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ให้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พ้นจาก ส.ส.นับแต่วันที่ 23 พ.ค.62 วันที่ศาลได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เปิดคำวินิจฉัย พบหลักฐานมีข้อพิรุธหลายจุด สอดรับแน่นหนาจากพฤติการณ์แวดล้อม ในวันสมัคร ส.ส.ยังมีชื่อถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย ด้าน &amp;quot;ทอน&amp;quot; เถียงคำไม่ตกฟาก! ตอบเรื่องเช็ค &amp;quot;มันเป็นเรื่องของผม&amp;quot; ย้อนศาลให้ข้อสันนิษฐานไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้าง ส่วน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ขอให้เสรีภาพโจมตีศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากกรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในห้องพิจารณาคดีฝ่าย กกต. (ผู้ร้อง) มีผู้อำนวยการสำนักและวินิจฉัยเข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัย ขณะที่ฝ่าย (ผู้ถูกร้อง) นายธนาธรเดินทางมาฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยมีนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ติดตามมาให้กำลังใจด้วย พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนที่พากันมาเชียร์เสียงดังลั่นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่ศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัย เจ้าหน้าที่ศาลได้แนะนำผู้ร่วมรับฟังคำวินิจฉัยภายในห้องพิจารณาอยู่ในความสงบ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร อย่าแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มอบให้นายปัญญา อุดชาชน และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นตุลาการร่วมอ่านคำวินิจฉัย ความว่า คดีนี้ศาลกำหนดประเด็นต้องวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงหรือไม่ และสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยพยานหลักฐานเห็นว่า กกต.ได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 และกำหนดให้พรรคการเมืองยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครประจำเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 4-8 ก.พ.62 ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 6 ก.พ.62 และมีชื่อนายธนาธรเป็นผู้สมัครในลำดับที่ 1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้ง นายธนาธรถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติเป็น ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ ตั้งแต่ 12 ม.ค.58 โดยรับหุ้นจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดา) ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกภาพสิ้นสุด เมื่อมีลักษณะต้องห้าม เพื่อไม่ให้ผู้เป็นเจ้าของสื่ออาศัยความเป็นได้เปรียบ หรือความเป็นเจ้าของกิจการ เผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์หรือโทษ หรือครอบงำสื่อมวลชนทำให้สื่อไม่สามารภปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อโต้แย้งของนายธนาธรที่ระบุว่า กระบวนการไต่สวนของ กกต.ไม่ชอบ ศาลเห็นว่า มาตรา 82 วรรค 4 กำหนดให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง โดยกกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 พ.ค. และวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนข้อโต้แย้งที่ 2 ซึ่งนายธนาธรระบุว่า บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ไม่ได้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ และได้ปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.61 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์แล้วเห็นว่า กิจการสื่อสิ่งพิมพ์หมายความรวมถึงวารสารและนิตยสารด้วย และเมื่อเจ้าของกิจการประสงค์จะเลิกกิจการต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อภายใน 30 วัน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ไปจดแจ้งยกเลิกการพิมพ์ก่อนวันที่ 16 ก.พ. 62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
วันสมัคร ส.ส.ยังถือหุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริษัม วี-ลัค มีเดียฯ ยังจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ แผ่นป้าย กระจายเสียงทางวิทยุ โทรทัศน์ และเคเบิลทีวี งบการเงินที่ยื่นต่อกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รอบปี 59, 60 และ 61 ก็ระบุว่ามีรายได้จากการโฆษณา ดังนั้นแม้ว่าบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จะอ้างว่าหยุดกิจการ เลิกจ้างพนักงานตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.61 เป็นต้นมา และแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมแล้ว แต่บริษัทยังสามารถประกอบกิจการอีกเมื่อไรก็ได้ จนกว่าจะจดทะเบียนแจ้งยกเลิกกิจการ บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จึงถือเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อโต้แย้งที่ 3 นายธนาธรอ้างว่า ในวันสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายธนาธรไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ แล้วเพราะได้โอนหุ้นให้นางสมพรตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;8 ม.ค.62 แต่จากการไต่สวนพบว่า แบบสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่ยื่นต่อกรมธุรกิจการค้า ในวันที่ 12 ม.ค.58 และ 21 มี.ค.62 ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าวจำนวน 670,000 หุ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.62 จึงมีการส่งสำเนา บอจ.5 ระบุว่านางสมพรเป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อชี้แจงว่า มีโอนหุ้นที่ปรากฏตามตราสารการโอนหุ้น มีลายมือชื่อ น.ส.ลาวัลย์ จันทร์เกษม น.ส.กานต์ฐิตา อ่วมขำ เป็นพยาน และมีการจ่ายค่าตอบแทนในการโอนหุ้นจำนวน &amp;nbsp;6.7 ล้านบาท เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีฯ ลงวันที่ 8 ม.ค.62 สั่งจ่ายนายธนาธร ต่อมามีการโอนหุ้นให้นายทวี จรุงสถิตพงศ์ และโอนกลับคืนให้นางสมพร โดยไม่มีค่าตอบแทน ทำให้ต้องวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่านายธนาธรโอนหุ้นจริงหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบว่า ในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดียฯ จะมีการส่งรายชื่อตาม บอจ.5 ให้กรมธุรกิจการค้าโดยเร็ว เป็นปกติทุกครั้ง เช่นในปี 52 จัดส่งบัญชีภายในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือในการประชุมปี 58 ก็จัดส่งบัญชีภายในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นการโอนหุ้นของนางสมพรให้นายธนาธร แต่การโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. กลับไม่ปรากฏการส่งสำเนา บอจ.5 ทั้งที่เป็นหลักฐานสำคัญในการเข้าสู่การเมืองของนายธนาธร ซึ่งผิดปกติไปจากที่ผ่านมา ทั้งที่มีความสำคัญต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะจะทำให้มีลักษณะต้องห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ฝ่ายของนายธนาธรจะแก้ข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ส่งสำเนา บอจ.5 ในทันที เพราะมีการเลิกจ้างพนักงาน จึงไม่มีนักบัญชีมาติดตามจัดการหลักฐานทางทะเบียน ดังเช่นตลอด &amp;nbsp;10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของ น.ส.ลาวัลย์ ที่ระบุว่า สามารถทำได้ถ้ามีคำสั่งให้ทำ เพราะ น.ส.ลาวัลย์มีหน้าที่แจ้งแบบสำเนา บอจ.5 อยู่แล้ว ประกอบกับการยื่นเอกสารดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยไม่มีความยุ่งยาก โดยบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จัดส่งสำเนา บอจ.5 งบดุลทางอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 59-61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่นางสมพรสั่งจ่ายเช็คค่าหุ้นวงเงิน 6,750,000 บาท แต่กลับนำเช็คไปขึ้นเงินตรงกับวันที่ กกต. ส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัย ซึ่งเป็นเวลานานถึง 128 วัน ทั้งที่ประมวลกฎหมายแพ่ง กำหนดให้ผู้ทรงเช็คมีหน้าที่นำเช็คไปยื่นต่อธนาคารเพื่อให้ขึ้นเงินภายใน 1 เดือน กรณีเช็คต่างเมืองให้เวลา 3 เดือน โดยคดีนี้เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าของเช็คจึงมีหน้าที่นำไปขึ้นเงินภายในวันที่ &amp;nbsp;8 ก.พ.62 และเมื่อตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี พบว่าเช็ควงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จะเรียกเก็บเงินภายใน &amp;nbsp;42-45 วัน แต่ในการเรียกเก็บเช็ค ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค.62 &amp;nbsp;กลับใช้เวลาถึง 128 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเช็คบางฉบับที่ใช้เวลา 98 วันในการขึ้นเงิน ก็มียอดเงินเพียง 27,000 บาทเท่านั้น ข้ออ้างที่นางรวิพรรณเบิกความว่าไม่สะดวกจะนำเช็คไปขึ้นเงินเพราะต้องดูแลบุตรซึ่งเป็นเด็กทารก รวมถึงยังอ้างว่าทนายความนำเช็คต้นฉบับไปใช้ต่อสู้คดี ก็ขัดแย้งกับหนังสือของ กกต. ที่ชี้แจงต่อเลขาฯ กกต. ว่านายธนาธรส่งสำเนาเช็คมาชี้แจงเท่านั้น ไม่ได้ส่งเช็คต้นฉบับมาแต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่านางรวิพรรณสามารถนำเช็คเข้าบัญชีได้ตั้งแต่ 9 ม.ค.62 ข้อโต้แย้งจึงไม่มีน้ำหนัก เชื่อถือไม่ได้ เพราะเป็นเช็คขีดคร่อม โอนไปยังบุคคลอื่นไม่ได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ เพราะนางรวิพรรณก็ไม่มีชื่อเป็นผู้รับเงินตามเช็ค จึงไม่ต้องรอเวลาถึง 4 เดือนเศษ
มีข้อพิรุธหลายจุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่นางสมพรโอนหุ้นให้แก่นายทวี หลานชาย แล้วต่อมาได้โอนกลับคืนนางสมพรนั้น ศาลเห็นว่า การโอนหุ้นให้และการโอนหุ้นคืน โดยไม่มีค่าตอบแทนตามที่อ้างความสัมพันธ์เครือญาติ ย้อนแย้งกับการโอนหุ้นให้กับนายธนาธรซึ่งบุตร แม้นางสมพรจะอ้างว่าต้องการให้นายทวีเข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการ แต่การโอนหุ้นโดยไม่มีค่าตอบแทนทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะเอกสารต่างๆ บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ สามารถจัดการได้เองในภายหลัง อีกทั้งการโอนหุ้นคืนภายในเวลา 2 เดือนเศษ โดยอ้างว่าศึกษาแล้วต้องใช้เงินลงทุนอีกหลายล้านบาท ข้อเท็จจริงส่วนนี้ขัดกับปกติวิสัยของนักลงทุนทั่วไป ที่ต้องศึกษาแผนและทดลองปฏิบัติตามแผนเสียก่อน และเมื่อเทียบกับสถานะทางเศรษฐกิจของนางสมพรแล้ว การอ้างว่ากิจการวี-ลัค มีเดีย มีหนี้สิน 10 ล้านบาท ก็ต่างจากการงบดุลที่นำส่ง โดยแจ้งว่ามีลูกหนี้เพียง 2 ล้านบาทเศษ จำนวนเงินดังกล่าวไม่ตรงกัน หนี้สินจำนวนไม่มาก การทวงถามและวิเคราะห์โครงสร้าง สามารถให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการแทนได้ โดยไม่จำเป็นต้องโอนหุ้นให้หลานก็ได้ เพราะการเป็นผู้ถือหุ้นไม่มีอำนาจบริหาร ติดตามหนี้สิน หรือบริหารเงินสด การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าโอนหุ้นกันในวันที่ 8 ม.ค.62 โดยมีพยานบุคคลกลุ่มเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว เห็นว่าล้วนเป็นการกล่าวอ้างเพียงให้เจือสมกับหลักฐานที่ปรากฏตาม บอจ.5 ที่โอนหุ้นกลับคืนจากนายทวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องการเดินทางกลับจากการปราศรัยใน จ.บุรีรัมย์ มายังบ้านพักในกรุงเทพฯ ในวันที่ 8 ม.ค.62 เพื่อโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ให้กับนางสมพรนั้น แม้จะฟังได้ว่าเดินทางกลับมาจริง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่านายธนาธรอยู่ใน กทม.เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีการโอนหุ้นในวันดังกล่าวจริง &amp;nbsp;เพราะการโอนหุ้นต้องพิจารณาจากหลักฐานทั้งปวง แม้ผู้ถูกร้องจะมีพยานหลักฐานมาแสดง แต่การโอนหุ้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อต้องจดแจ้งต่อนายทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจึงมีข้อพิรุธหลายจุด หลายประการ สอดรับแน่นหนาจากพฤติการณ์แวดล้อมมากกว่าพยานของผู้ถูกร้อง และมีน้ำหนักหักล้างพยานของผู้ถูกร้อง &amp;ldquo;ฟังได้ว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ซึ่งประกอบกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ ในวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้สมาชิกภาพของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 62 ซึ่งเป็นวันที่ศาลได้สั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้ถือว่าวันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัย หรือวันนี้ (20 พ.ย.) เป็นวันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเลื่อนรายชื่อ ส.ส.ในลำดับถัดไปแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นลง นายธนาธรมีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งก้มหน้า คอตกอยู่ตลอดเวลา ขณะที่มวลชนที่มาปักหลักรอให้กำลังใจยังตะโกนข้อความให้กำลังใจนายธนาธร &amp;ldquo;สู้ สู้&amp;rdquo; และยืนชู 3 นิ้วแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะเลื่อนลำดับขึ้นมาแทนนายธนาธร คือนายมานพ คีรีภูวดล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 51 พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธนาธรออกมากล่าวกับมวลชนว่า ศาลได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของตน 3 ข้อ โดยตนมีความเห็นดังนี้ 1.ประเด็นใบอนุญาตการพิมพ์ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้อ้างถึง พ.ร.บ.การพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ ว่าบริษัทของตนยังไม่ได้แจ้งยกเลิก ดังนั้น บริษัท วี-ลัคฯ จะทำสื่ออีกครั้งเมื่อไรก็ได้ โดยศาลยอมรับไปแล้วว่าบริษัท วี-ลัคฯ ไม่มีรายได้แล้ว ในความเห็นของตน ถ้าบริษัท วี-ลัคฯ ยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ก็ควรไปตัดสินตอนนั้น ทำไมมาตัดสินตอนนี้ ทั้งที่ศาลยอมรับว่าบริษัทนี้ไม่มีรายได้ ไม่มีพนักงาน และปิดตัวลงตั้งแต่ 26 พ.ย.61
มันเรื่องของผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ศาลพูดถึงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ว่าไม่ให้นักการเมืองให้คุณกับตัวเอง ให้โทษกับผู้อื่น แต่ศาลไม่ได้พูดเลยว่าตนหรือบริษัท วี-ลัคฯ กระทำผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เรื่องการจดแจ้ง บอจ.5 กับกระทรวงพาณิชย์ ตามกฎหมายจะแจ้งเมื่อไรก็ได้ภายใน 1 ปี การแจ้งช้าหรือเร็วไม่ใช่การกระทำผิด โดยบริษัท วี-ลัคฯ ในวันนี้ไม่มีพนักงานแล้ว เอางานไปฝากกับบริษัทอื่น การยื่น บอจ.5 ช้า ไม่ได้มีครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ที่ผ่านมาก็เคยมี ที่สำคัญคือหลังการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง มักจะยื่น บอจ. 5 ในวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งเป็นเรื่องปกติและเป็นหลักปฏิบัติในทุกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า กรณีการนำเช็คค่าหุ้นไปขึ้นเงินของนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาตนเองนั้น นางรวิพรรณชี้แจงชัดเจนแล้วว่า จะเป็นคนโอนเช็คให้กับตน วันนั้นลูกยังอ่อน ศาลบอกว่าสามารถให้คนอื่นไปแทนได้ แต่นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะให้ใครเป็นก็เป็นเรื่องของผม ที่ผ่านมาแนวทางปฏิบัติของผม ให้ภรรยาเป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง ไม่เคยให้คนอื่นไป เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัวผม เราเอาเช็คตัวจริงไปให้ กกต.ดูด้วย เพราะเมื่อภรรยารู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น จึงไม่กล้าเอาเช็คไปขึ้นเงิน เก็บเช็คไว้กับตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวอีกว่า เรื่องต่อไป ไม่มีตุลาการคนใดเป็นนักธุรกิจเลย ซึ่งเรื่องการลงทุนในธุรกิจเป็นเรื่องของรสนิยม ซึ่งนักธุรกิจจะมีรสนิยมในการลงทุนต่างกัน โครงการไหนน่าลงทุนหรือไม่น่าลงทุน มีความรักชอบในความเสี่ยงต่างกัน แบกรับการขาดทุนของตลาดต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน 100 คน มาตัดสินใจเรื่องการลงทุนก็จะตัดสินใจต่างกัน จะใช้มาตรฐานศาลมาตัดสินนางสมพร ควรจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่ ในเรื่องใดคงไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องรสนิยมความชอบในความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุผลที่ศาลยกขึ้นมาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของตนสิ้นสุดลง ล้วนเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้างเอกสารหลักฐานที่เรานำเสนอ ศาลให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริง ทั้งที่มีข้อเท็จจริงปรากฏเป็นเอกสารหลายข้อ แต่ศาลกลับให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตข้อสุดท้ายว่า การอ่านคำวินิจฉัยวันนี้ ไม่มีการออกมติขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากการวินิจฉัยคดีอื่นๆ ของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีโอกาสกลับมาเป็น ส.ส.ได้อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตอบว่า มีโอกาสได้กลับมา การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ไม่ได้เป็นสมรภูมิเดียว พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง เรายังต้องผ่านการเลือกตั้งอีกมากมาย และที่สำคัญ ตนยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ ไม่กังวลเรื่องการยุบพรรค และอย่าไปกังวลกับเรื่องต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางระวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร เผยว่า เผื่อใจไว้แล้ว โดยหลังจากนี้จะพยายามทำหน้าที่คอยสนับสนุนให้นายธนาธรได้เดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปโดยไม่กังวล ห่วงหน้าพะวงหลัง และคงจะเป็นเรื่องยากที่จะไปห้ามนายธนาธรให้เลิกเล่นการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าขอใช้สิทธิเสรีภาพไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีคำวินิจฉัยของศาลฉบับเต็มออกมา มีคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมา ตนจำเป็นต้องใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กกต.จะยื่นเรื่องดำเนินคดีทางอาญา นายปิยบุตร กล่าวว่า เราพร้อมสู้คดี จะมาอีกกี่มรสุม อีกกี่ระลอกก็ว่ามา ขอร้องว่าอย่าฉายหนังม้วนนี้ซ้ำ อยากฝากทิ้งท้ายว่า เวลาจะทำอะไรให้นึกถึงประชาชนบ้างว่าเขาโอดร้องกันด้วยเรื่องอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;อนาคตใหม่ ยังเดินหน้าต่อ ธนาธรยังเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้สิ้นสภาพ ส.ส. แต่ธนาธรยังคงเป็นหัวหอกทีมอนาคตใหม่ เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง และยากที่จะยอมรับ เห็นด้วยกับสิ่งที่นายธนาธรได้เคยพูดเอาไว้ว่า &amp;ldquo;ถ้าถามผมว่าผมผิดอะไร คำตอบคือ ไม่ใช่เรื่องหุ้นสื่อ แต่ความผิดของผม คือการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.&amp;rdquo; หดหู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนมือไม้สั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนจะดำเนินการสอบสวนกรณีคำร้องที่มีผู้กล่าวหาว่านายธนาธรฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง กรณีผู้ใดรู้อยู่ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อไป คงนำผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ไปพิจารณาประกอบในสำนวนด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ้นสภาพ ส.ส., มติ7:2, มันเป็นเรื่องของผม, วันสมัครเลือกตั้งยังถือหุ้นสื่อ, วี-ลัค มีเดีย, ศาลรธน., ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd54ec535a9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’ดิ้นเฮือกสุดท้าย ส่งทนายฟ้อง7กกต.-สื่อ‘ช่อ’ปลุกมวลชน20พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดิ้นเฮือกสุดท้าย &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ส่งทนายร้องศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เอาผิด กกต.ทั้ง 7 คน โทษฐานทำคดีหุ้น วี-ลัค มีเดีย เร็วเกินไป เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าแพ้ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ปลุกม็อบ! เผย 20 พ.ย.นี้จะมีมวลชนไปให้กำลังใจ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ถึงขั้นลงถนนแต่คงมีอารมณ์กันนิดหน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดี บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งในวันนี้นายธนาธรได้มอบหมายให้ทีมทนายความไปยื่นต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฟ้องร้อง กกต.ทั้ง 7 คน โดยพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ฟ้องร้อง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ตามที่สื่อฉบับหนึ่งได้นำเสนอไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า ข้อหาที่ฟ้องร้อง กกต.คือข้อหาประพฤติมิชอบ ในการที่ไม่ได้ใช้อำนาจในการไต่สวนพยานหลักฐานสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ ในคดีการกล่าวหาว่านายธนาธรถือครองหุ้นสื่อ บ.วีลัค-มีเดีย จำกัด นายธนาธรได้กล่าวแล้วว่ามีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง ก่อนที่จะส่งเรื่องให้ กกต.เพื่อดำเนินการต่อไป แต่ กกต.กลับไม่รอให้การไต่สวนเรียกพยานเข้ามาให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการ กลับรวบรัดและส่งคดีไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่การไต่สวนของคณะอนุกรรมการจะเสร็จสิ้น เป็นเหตุให้ชวนสงสัยได้ว่ามีการเร่งรัดคดีโดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงตัดสินใจฟ้อง กกต.ในข้อหาประพฤติมิชอบเร่งรัดไต่สวนคดี ทำให้เกิดความเสียหายต่อนายธนาธรใน 2 ประการ คือ 1.การถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. 2.ความเสียหายต่อชื่อเสียงของนายธนาธรเอง เนื่องจากทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจไปแล้วว่านายธนาธรได้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งกรอบระยะเวลาการดำเนินคดีก็คงจะยาวนานหลายเดือน แต่เราถือว่าได้ทำดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเกิดการดำเนินคดีด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมในคดีความของนายธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะเป็นการฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ &amp;nbsp;อท.168/2562 นัดวันที่ 3 ธ.ค.62 เวลา 09.00 น.ว่าจะรับหรือแก้ฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังแถลงกรณีนักการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือ กรณีเครือเนชั่นและการขยายผลกรณีเฟกนิวส์ว่า หลายเดือนที่ผ่านมาสภาพการณ์การเมืองไทย ในประเด็นการเป็นเจ้าของสื่อของนักการเมือง ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นสื่อ โดยเจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้นักการเมืองครอบครองสื่อ เพื่อใช้ให้เป็นคุณแก่ตัวเองและใช้เป็นโทษแก่คนอื่น แต่ในประเทศไทยมีกรณีที่นักการเมืองมีความเกี่ยวพัน เป็นเจ้าของสื่อชัดเจน แต่ไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ คือกรณีของนางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ได้ลาออกจากผู้บริหารเครือเนชั่น ก่อนให้สามีคือ นายฉาย บุนนาค ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของเนชั่นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดคำถามว่า ในขณะเรื่องการถือหุ้นสื่อของ ส.ส.หลายสิบคนเป็นเรื่องจนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ปัญหาเกิดจากใบบริคณห์สนธิ บางกรณีนักการเมืองแสดงหลักฐานทุกอย่างแล้วว่าโอนหุ้นก่อนแต่ก็ยังมีคดี แต่กรณีของนางสาววทันยากลับชัดเจน แต่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่เพียงเท่านั้นเนชั่นได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทำการอันเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคและเป็นโทษแก่พรรคการเมืองบางพรรคอย่างเป็นระบบ
ซัดเครือเนชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า เครือข่ายของเนชั่นประกอบด้วยเครือเนชั่นกรุ๊ป และนิวส์ เน็ตเวิร์ค มีทั้งสำนักข่าวเนชั่น หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ทีนิวส์ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ช่องสปริงนิวส์ NBC &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการตั้งสถาบันทิศทางไทย ที่พยายามยกระดับเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในเครือของเนชั่น ซึ่งกรรมการผู้ก่อตั้งสถาบันทิศทางไทยประกอบด้วย นายฉาย, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเวทิน ชาติกุล, นายฉัตรชัย ภู่โคกหวาย ซึ่งคนเหล่านี้เป็นผู้บริหารเครือเนชั่น มีการแลกเปลี่ยน และอ้างอิงข่าวสารกันไปมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนชั่นเสนอข่าวพรรคอนาคตใหม่เฉลี่ยวันละ 9 ข่าว 36 นาที เฉลี่ยเป็นเบรกเช้า เที่ยงเย็น ช่วงละประมาณ 12 นาที หมายความว่าจะมีข่าวอนาคตใหม่ 1 เบรกเต็มๆ ในทุกช่องข่าวหลักของเนชั่น คนในวงการโทรทัศน์ทราบดีว่าทุกนาทีเป็นเงินเป็นทอง เวลา 36 นาทีย่อมเป็นเงินมหาศาล เราได้เก็บข้อมูลช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตั้งแต่วันที่ 1-10 พ.ย. รายการคมชัดลึกของเนชั่นนำเสนอข่าวพรรคอนาคตใหม่ 44.44% ในเวลาทั้งหมดโดยเฉลี่ย โดยเป็นการเชิญบุคคลมาสัมภาษณ์เพื่อชี้นำความเห็นเชิงลบ อาทิ นายทรงกลด ชื่นชูผล, คุณอุ๊-หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพวกเขามีทัศนคติอย่างไร แต่กลับไม่มีการนำคนที่มีทัศนคติต่างมาออกรายการตามจรรยาบรรณของสื่อมวลชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า รายการคมชัดลึกสุดสัปดาห์นำเสนอข่าวพรรคอนาคตใหม่ถึง &amp;nbsp;48.40% ในรูปแบบที่เป็น บ.ก.สามคนร่วมกันวิเคราะห์ข่าว ขณะที่รายการเนชั่นสุดสัปดาห์นำเสนอข่าว &amp;nbsp;54.28% ในส่วนของรายการขยี้คดีโกงมีการนำเสนอข่าวพรรคอนาคตใหม่ถึง 34% ทั้งที่เราเพิ่งจะตั้งพรรคมาหนึ่งปีกว่าๆ ยังไม่มีอำนาจรัฐ ขณะที่เราพบรูปแบบการนำเสนอข่าวที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยการที่พวกเขาหยิบยกเอาข้อมูลในเพจข่าวปลอมมาเผยแพร่ อาทิ ตบดิ้น, ห่วยตูน, ปราชญ์สามสี, เดรัจฉานแฉ เป็นต้น ก่อนจะนำไปเผยแพร่ในรายการทีวี รวมทั้งเพจปอกเปลือกซึ่งเป็นเพจที่สถาบันทิศทางไทยมักจะแชร์ในช่วงก่อตั้ง หมายความว่าข่าวปลอมเหล่านี้เริ่มต้นจากเพจข่าวปลอมที่ไม่มีตัวตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่าข่าวปลอมมีอยู่เยอะและเป็นอันตรายต่อสังคม แต่อย่างน้อยมันไม่เคยถูกยกมาเป็นข่าวในโทรทัศน์ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ตัวอย่างเช่น &amp;nbsp;&amp;quot;ชำแหละแถลงการณ์ ธนาธรโอนหุ้น ส่อนิติกรรมอำพราง&amp;quot;, &amp;quot;ธนาธรอันตรายคล้ายฮิตเลอร์&amp;quot; หรือ &amp;quot;ธนาธรสารภาพคิดการใหญ่&amp;quot; หรือวิจารณ์ยับกินอาหารหรู ซึ่งกรณีกินอาหารหรูได้มีการยืนยันแล้วว่ามื้อนั้นเฉลี่ยกินคนละ 600 บาท ก่อนจะถูกขยายความต่อไป เช่นเดียวกับข่าวธนาธรคล้ายฮิตเลอร์ ซึ่งในเนื้อหาไม่ได้มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใด มีเพียงความเห็นของพิธีกรรายการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนแสดงความเป็นห่วงหลายคน อย่าง 4 สมาคมสื่อที่ออกแถลงการณ์กรณีเนชั่นปล่อยคลิปเสียง &amp;nbsp;หากสื่อมวลชนอ้างเสรีภาพในการเสนอข้อมูลข่าวสารโดยไร้ขอบเขต สร้างความเกลียดชัง คุณจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้อย่างไร หรือคุณสุทธิชัย หยุ่น อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัทเนชั่นเอง หรือนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย ซึ่งเราต้องการเรียกร้องเรื่องนี้ไปยังสังคมว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้จะได้รับความเชื่อถือจากสังคมได้อย่างไรหากมีการดำเนินการลักษณะนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่ารัฐบาลตั้งศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ แต่ที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเห็นว่าศูนย์นี้ต่อต้านเฟกนิวส์ จริง หรือเพียงแค่ทำลายข่าวที่เป็นโทษของรัฐบาลกันแน่ หลังจากวันนี้พรรคอนาคตใหม่จะนำข้อมูลจากเพจข่าวปลอมทั้งหมดกว่า 100 หน้าไปมอบให้ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ โดยจะมอบให้ถึงมือนายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รมว.ดิจิตอล และจะรอดูว่าศูนย์นี้จะทำอะไรกับข่าวปลอมเหล่านี้หรือไม่ หรือท่านจะต่อต้านข่าวที่เป็นโทษของรัฐบาลเท่านั้น
ปลุกม็อบหน้าศาล รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์เผยว่า นายธนาธรเตรียมไปฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีถือครองหุ้นสื่อในวันที่ 20 พ.ย. โดยจะเดินทางถึงศาลในเวลา 13.30 น. ซึ่งผลจะออกมาทางไหนก็ได้เราคาดการณ์ไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะออกมาทางไหนก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่านายธนาธรจะต้องหยุดการทำงาน เพียงแต่จะเป็นการทำงานในรูปแบบไหน ถ้าได้สถานะ ส.ส.ก็ทำงานในรูปแบบ ส.ส. แต่ถ้าไม่มีตำแหน่ง ส.ส.ก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 งานก็ดำเนินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการโพสต์เฟซบุ๊กของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ในเรื่อง Lawfare นิติสงคราม จะถือเป็นการกดดันศาลหรือไม่ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ตอบว่าไม่มีใครกดดันศาลได้ ทุกอย่างอยู่ในดุลยพินิจของศาลว่าจะต้องทำอย่างไร เพียงแต่เราอยากจะให้ข้อมูลกับประชาชนเกี่ยวกับคดีนี้ว่ามีอะไรบ้าง เนื่องจากคดีความค่อนข้างซับซ้อน มีข้อมูลหลายด้าน ที่เราทำได้คือทำให้เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวด้วยว่า คาดว่าในวันที่ 20 พ.ย.จะมีมวลชนมาให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง เพราะมีการถามไถ่กันเข้ามา ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรคงไม่ถึงขั้นลงท้องถนนกัน แต่ก็คงจะมีอารมณ์กันนิดหน่อย แต่คงไม่ถึงขั้นลุกลามบานปลายอะไร ตนคิดว่าทุกคนคงเข้าใจ และไม่ได้แตกหักขนาดว่านายธนาธรจะต้องหายไปจากวงการการเมือง ก็ยังเข้าสภาทำงานในกรรมาธิการได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการตัดสินคดีนี้จะเป็นโดมิโนนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ เธอตอบว่าไม่เกี่ยวกันเลย คดีนี้ไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะเป็นสถานะส่วนตัวของนายธนาธรว่าจะพ้นหรือไม่พ้นสภาพการเป็น ส.ส. เนื่องมาจากลงสมัครโดยมีคุณสมบัติต้องห้ามกรณีถือหุ้นสื่อ นี่คือคุณสมบัติของนายธนาธร ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรค และที่มีการตีความกันว่าหัวหน้าพรรคไม่มีคุณสมบัติ ส.ส.แล้วไปเซ็นรับรองผู้สมัครคนอื่น คนอื่นจะเป็นโมฆะไปด้วยหรือไม่นั้น มันเกินตัวบทไปมาก การเซ็นรับรองเซ็นในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้เซ็นในฐานะ ส.ส. ฉะนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เรื่องนี้ไม่ว่าจะตีความยังไงก็ไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีนายธนาธรว่าอย่าพูดกันก่อน หากพูดไปจะกลายเป็นอย่างอื่น เพราะเรื่องนี้ยังมีเวลาอีก 1-2 วัน หากตัดสินเป็นลบก็ลบ หากตัดสินเป็นบวกก็บวก อย่าไปเดาคำตัดสินเลย ซึ่งรัฐบาลไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ หากมีผลเป็นลบก็ไม่รู้ว่าจะลบมากน้อยอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหากคำตัดสินเป็นลบจะทำให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.และจะต้องเลื่อน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาแทนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่าถ้าเป็นการพ้นเฉพาะตัวก็เลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมา เรื่องนี้มีคำตอบในตัวอยู่แล้ว แต่หากตัดสินออกมาในทางบวกก็มาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ ให้รอฟังคำวินิจฉัยจากศาล ไม่วิเคราะห์ไม่คาดเดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการจัดกิจกรรม &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; ของพรรคอนาคตใหม่ว่า &amp;quot;แล้วทำไม ไม่ต้องประเมิน ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ไม่เป็นไร จะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร เราคนไทยด้วยกัน และเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ เข้าใจสถานการณ์การเมืองดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้บ้านเมืองต้องต่อสู้และเดินหน้าต่อไปกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจไม่ค่อยดีนัก เชื่อว่าหลายฝ่ายก็ช่วยกัน และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้นทั่วโลก วันนี้รัฐบาลทำงานเต็มที่ เอกชนก็เดินเครื่องเต็มที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุที่ไม่เหมาะสม &amp;nbsp;การประท้วงหรือทำให้เป็นปัญหาประชาชนเดือดร้อน เมื่อเราต้องต่อสู้กับเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยก็ต้องช่วยกัน ไม่ควรทำให้เป็นเงื่อนไขให้ประเทศติดขัดในการเดินหน้า&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50586</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปลุกมวลชน, ปลุกม็อบ, วี-ลัค มีเดีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หุ้นสื่อ, เอาผิดกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a5368a4f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>21สว.รวมตัวสู้ปมหุ้นสื่อ แม่ธนาธรแจ้งเลิกวี-ลัคฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 ส.ว.รวมตัวสู้คดีถือหุ้นสื่อ &amp;quot;วันชัย&amp;quot; ยันฟ้องกลับ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; แน่ ทีมกฎหมาย ปชป.เตรียมสู้ 8 ประเด็น มั่นใจ 7 ส.ส.ไม่ได้ดำเนินกิจการสื่อสารมวลชน &amp;quot;แม่ธนาธร&amp;quot; จดทะเบียนเลิกกิจการ วี-ลัค มีเดียแล้ว อ้างขาดทุนต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หนึ่งใน 21 ส.ว.ที่ถูกนายเรืองไกร &amp;nbsp;ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบสมาชิกภาพเนื่องจากเข้าข่ายต้องสิ้นสุดลงกรณีถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ส.ว.ทั้ง 21 คนอยู่ระหว่างหารือถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยเบื้องต้นให้ ส.ว.ที่มีชื่อเตรียมเอกสารรวมถึงพยานเพื่อเข้าชี้แจงต่อ กกต.เมื่อถูกเรียกไปชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายเรืองไกรแน่นอน เพราะตนไม่ใช่ผู้ถือหุ้นในกิจการของบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ทำสื่อ และคุณสมบัติตนไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ไม่ต้องเป็นหมอดูคนที่รู้ข้อกฎหมายเห็นข้อเท็จจริง ย่อมทราบดีว่าคดีถือหุ้นสื่อของคนที่ตรงไปตรงมา ไม่น่ากังวล ส่วนใครที่ใช้เทคนิคฉ้อฉลย่อมไม่รอดพ้นวิบากกรรม เพราะเหตุที่จี้โดนใจดำกระมัง ทั้งกองทัพอวตารและทะแนะรับใช้ทุนอุบาทว์ทางการเมืองอนาคตเทียม จึงออกมาตีโพยตีพาย ด่ากราดคนรู้ทันที่เห็นลิ้นไก่ ว่าถ้าเลยเถิดไปคดีอาญามีหวังหลายคนจะเสียอนาคตใหม่กัน? แต่ผมจำคำอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ได้ดีครับ ว่าบางพวกก็เป็นได้แค่หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง อย่าไปให้ราคามากนัก 555&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทนายความผู้รับผิดชอบคดี เปิดเผยความคืบหน้าถึงการเตรียมต่อสู้คดี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นสื่ออาจเข้าข่ายขัดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.หรือไม่ว่า ได้ขอให้ ส.ส.เข้ามาให้ข้อมูลเพื่อเตรียมคดีวันละ 2 คน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงเช้าของวันที่ 2 ก.ค.นี้จะเรียกประชุมทีมทนายความที่ดูแลคดีนี้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเตรียมข้อต่อสู้ในคดีมี 7-8 ประเด็น อาทิ เรื่องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) &amp;nbsp;เกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ หรือข้อความเรื่องวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ว่า กิจการทำสื่อสารมวลชนจริงหรือไม่ &amp;nbsp;และบริษัทที่เปิดทำกิจการสื่อมวลชนจริงหรือไม่ รวมถึงประเด็นการเตรียมหลักฐานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคที่ถูกร้องทั้ง 7 คนไม่ได้ดำเนินกิจการสื่อสารมวลชน รวมทั้งกรณีที่มาของรายได้และการเสียภาษี การแสดงบัญชีงบดุลต่างๆ ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบการ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำกิจการเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายกิจการหลักฐานต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งพรรคจะต่อสู้ตามหลักฐาน โดยใช้รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บรรทัดฐานของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่เคยวินิจฉัยตัดสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บางคนไปแล้ว จากกรณีระบุวัตถุประสงค์ให้บริษัทประกอบกิจการสื่อได้ นายราเมศกล่าวว่า ในการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาไม่อาจทราบได้ถึงวิธีการต่อสู้คดีและรายละเอียดการพิจารณาคดี แต่การสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการตั้งต้นใหม่ทั้งหมด โดยใช้ระบบไต่สวนซึ่งวางหลักการไว้ว่าผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนจะต้องไม่ได้ทำกิจการสื่อสารมวลชนจริง โดยย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ระบุการถือหุ้นสื่อเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. เพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง แต่สุดท้ายเชื่อว่า ประเด็นทั้งหมดที่ตั้งเตรียมไว้จะเป็นข้อต่อสู้ในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีพฤติกรรมเข้าองค์ประกอบคุณสมบัติต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) &amp;nbsp;กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.62 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ได้มอบอำนาจให้นายฉัตรชัย เตชะมนตรีกุล ไปยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัท &amp;nbsp;วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร โดยแนบเอกสารรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 ณ ที่บ้านเลขที่ 43/10 หมู่ที่ 6 ต.บางโฉลง &amp;nbsp;อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ยื่นแสดงเป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นฉบับดังกล่าวระบุว่า มีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมจำนวน 5 คน นับจำนวนหุ้นได้ 4,500,000 หุ้น นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานที่ประชุม &amp;nbsp;วาระพิจารณาให้เลิกบริษัท นางสมพรแถลงว่าเนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะเลิกบริษัทหรือไม่ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกบริษัทตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2562 (ดูเอกสาร)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.62 นายพงศกร ช่วยละแม นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 3 ระบุว่า สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 ได้ทำการตรวจสอบภาษีอากรและเร่งรัดภาษีอากรค้าง รายบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด และมีความประสงค์ขอให้ระงับการการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร เป็นประเด็นถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากเป็นกิจการสื่อมวลชน ซึ่ง กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและอยู่ระหว่างการพิพากษาในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรต้องนำส่งเอกสารชี้แจงคดีดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 8 &amp;nbsp;ก.ค.นี้ เนื่องจากครบกำหนด 30 วันตามที่นายธนาธรได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในครั้งแรก และศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาเป็นครั้งที่ 2 ตามที่ร้องขออีก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39939</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, วี-ลัค มีเดีย, สมาชิกวุฒิสภา, หนังสือพิมพ์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d1a162b4d1a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืดแจงหุ้น!รอบ2 ศรีเย้ยพ่อฟ้าขี้โม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ส่งทีม กม.ยื่นขอขยายเวลาแจงถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย ครั้งที่สอง ออกไปอีก 30 วัน อ้างขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ยก 4 คดีหุ้นสื่อเปรียบเทียบ ชี้คดี 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล วัดใจมาตรฐานศาล รธน. &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ซัด &amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot; ไม่แน่จริงขยายเวลาแจงคดี &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เอาคืนเตรียมสอย 30 ส.ส.ฝ่ายแค้นถือหุ้นสื่อบ้าง เผย &amp;quot;บิ๊ก พท.&amp;quot; เข้าข่ายอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 21 มิ.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ส่งทีมกฎหมายมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอขยายเวลาในการส่งเอกสารคำชี้แจงกรณีถือหุ้นสื่อในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จากวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 30 วัน โดยศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงครั้งที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมกฎหมายให้เหตุผลถึงการขอขยายเวลาครั้งนี้ว่า เป็นไปเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ไม่ได้มีปัญหาอะไร รวมถึงมาตรวจสำนวนด้วยว่ามีความคืบหน้าอย่างไรหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อยื่นคำร้องแล้วต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 ตามที่ได้ร้องขอหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นขอขยายเวลาครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยอนุญาตให้ขยายเวลาออกไป 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 8 ก.ค. หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาต จะเท่ากับว่านายธนาธรยืดเวลายื่นคำชี้แจงออกไป 45 วัน รวมกับ 15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ยื่นคำชี้แจงตามขั้นตอน ก็จะทำให้นายธนาธรมีเวลาทำคำชี้แจงนานถึง 60 วัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีหุ้นวี-ลัค มีเดีย ของนายธนาธรนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของ กกต.ไว้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. และสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. แถลงข่าวหัวข้อ &amp;quot;มาตรฐานการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลถือหุ้นสื่อ&amp;quot; ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2562 แนวทางการตัดสินของศาลมี 2 กรณี ได้แก่ 1.เกณฑ์การพิจารณาว่ามีการถือหุ้นสื่อจริงหรือไม่ 2.กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยกรณีแรก มีคำพิพากษา 2 คดีหลักๆ ได้แก่ กรณีของนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ และ 2.นายคมสันต์ ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคประชาชาติ ซึ่งวางแนวทางไว้แล้วว่า พิจารณาจากหนังสือบริคณห์สนธิ หากมีวัตถุประสงค์ข้อใดข้อหนึ่งที่ระบุว่าเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ถือว่าคนนั้นทำบริษัทสื่อจริง โดยไม่ได้ดูว่าเขาประกอบกิจการจริงหรือไม่ แต่ดูจากวัตถุประสงค์เท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 คนก็ถูกพิพากษาว่ามีลักษณะต้องห้ามจนถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งนี่เป็นแนวบรรทัดฐานกรณีแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณีการร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามช่องทางมาตรา 82 ตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรนูญ สามารถสั่งพิจารณาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งเกิดกับนายธนาธร หลังจากที่ กกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งคำสั่งของศาลระบุว่ามีเหตุอันควรสงสัย และ 2.หากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะเกิดปัญหาทางกฎหมายจนเป็นอุปสรรคในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสองกรณีทำให้เราต้องมาไล่กันว่ากรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น จะยึดบรรทัดฐานแบบไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรค อนค.กล่าวว่า มี 4 กรณีที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ 1.กรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ 2.กรณี 4 รัฐมนตรี 3.กรณีของนายธนาธร 4.กรณี 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งกรณีนายดอน กกต.มีการยื่นคำร้องในวันที่ 1 พ.ค.2560 ใช้เวลาพิจารณา 386 วัน ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณาว่าจะสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดอีก 70 วัน สุดท้ายศาลมีคำวินิจฉัยว่านายดอนไม่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีรัฐมนตรี กกต.มีการยื่นคำร้องต่อ กกต.ในวันที่ 23 ม.ค.2561 ใช้เวลา 355 วัน ถึงส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาพิจารณาอีก 75 วัน ก่อนวินิจฉัยว่าไม่ต้องหยุด และจนถึงตอนนี้ก็ยังรอคำวินิจฉัยอยู่ว่าผิดหรือไม่ ส่วนกรณีนายธนาธร มีการยื่นคำร้องต่อ กกต.ในวันที่ 25 มี.ค.2562 กกต. ใช้เวลา 51 วัน ส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเพียง 7 วันพิจารณารับคำร้อง ก่อนมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุบังเอิญเป็นอย่างยิ่ง สั่งให้หยุดในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งในวันที่ 24 เป็นวันเปิดสภา และวันที่ 25 พ.ค. เป็นวันประชุมสภาครั้งแรก&amp;quot; เลขาฯพรรค อนค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณี 41 ส.ส. ได้มีการยื่นเรื่องในวันที่ 4 มิ.ย 2562 ให้ประธานสภาฯ ซึ่งประธานสภาฯ ใช้เวลา 8 วัน ก่อนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง ตอนนี้ก็ยังรอคำตอบอยู่ว่า ศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่ ถึงวันนี้ก็ผ่านไป 9 วันแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะใช้บรรทัดฐานแบบใดกันแน่ ในเมื่อข้อเท็จจริงคล้ายกันทั้ง 4 กรณี เหตุใดกรณีของนายธนาธรจึงเร็วผิดปกติ
จี้มาตรฐาน&amp;#39;ศาลรธน.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การถือหุ้นสื่อของนายธนาธร เมื่อเทียบกับกรณี 41 ส.ส.นั้นไม่เหมือนกันจริงๆ เพราะนายธนาธรโอนหุ้นหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.2562 ทำให้ไม่มีหุ้นสื่ออยู่ในมือ แต่กรณี 41 ส.ส.นั้น ยังคงมีหุ้นอยู่หลังวันที่ 8 มี.ค.ไปแล้วอย่างชัดเจน โดยไม่ได้มีการถกเถียงกันด้วยซ้ำว่าถือหุ้นอยู่จริงหรือไม่ แต่ที่พยายามบอกว่า บริษัทของพวกเขาไม่ได้ทำสื่อ ซึ่งผมอยากถามว่าแล้วกรณีนายภูเบศวร์และนายคมสันต์ ตกลงประเทศนี้จะเอามาตรฐานแบบไหนกันแน่ หากยึดเอาตามมาตรฐานของศาลฎีกา อย่างไรเสียก็ต้องวินิจฉัยว่า อยู่ในลักษณะต้องห้าม&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรค อนค.กล่าวว่า กรณีของนายธนาธรไปเอามาจากคำร้องของนายคนหนึ่ง ที่ก๊อบปี้มาจากข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง โดยพิจารณาดูเพียงเอกสารแบบรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 และหนังสือบริคณห์สนธิ โดยไม่ได้ไต่สวนให้ละเอียด ซึ่งคณะกรรมการไต่สวนของ กกต. ยังไต่สวนไม่จบ แต่ กกต.ทั้ง 7 ท่านกลับมีมติส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากจะบอกว่า กกต.ตรวจสอบละเอียดนั้น ไม่น่าใช่ ขณะที่กรณี 41 ส.ส. เราค้นไปถึงว่ามีการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่จริง มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งหมด หรืออย่างกรณีนายคมสันต์และนายภูเบศวร์นั้น กกต.ไม่ได้เรียก ทั้ง 2 ไปให้ข้อมูลใดๆ แต่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตัดสินเลย เมื่อนำมาเทียบเคียงกันดูกับกรณีของนายดอน และ 4 รัฐมนตรี ใช้เวลาเกือบปี ในการตรวจสอบ พอไปถึงศาลยังใช้เวลาอีก 2 เดือนเศษ ก่อนจะบอกว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวว่าผู้ร้องเป็น ส.ส. เข้าชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานสภาฯ หรือเป็นประชาชนที่ร้องไปยัง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอก 27 ส.ส.พปชร.สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะกำลังปฏิบัติเรื่องสำคัญอยู่ ผมต้องชี้แจงว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ระบุว่า หากให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่ต่อ จะก่อให้เกิดปัญหาในสภา เนื่องจากเป็นการปฏิบัติภารกิจสำคัญ แต่ 27 ส.ส.กลับบอกว่า พวกเขากำลังทำหน้าที่สำคัญ เพราะฉะนั้นปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่เถอะ แล้วสุดท้ายมาตรฐานนั้นอยู่ตรงไหน หากเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน ก็ต้องหยุด ไม่อย่างนั้นก็ยิ่งเสียหาย เพราะทั้ง 27 ท่านอยู่ในรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีได้เลย หากใช้มาตรฐานเดียวกัน กรณี 41 ส.ส. ต้องได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน&amp;quot; เลขาฯพรรค อนค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า พรรค อนค.ยืนยันถ้าเลยเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นกรณีเดียวกัน เราไม่ได้มีอำนาจไปแทรกแซงการทำงานของศาล ศาลมีอำนาจพิจารณา แต่เราก็มีเสรีภาพในการแสคงความเห็น ที่อย่างน้อยต้องกระทุ้งเตือนให้สังคมเห็นว่าทำไมเรื่องที่คล้ายกันถึงปฏิบัติไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเรียนว่าเราไม่ได้ตั้งคำถามต่อองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม พรรค อนค.ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย เพียงแต่ขอให้มีมาตรฐานต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็ต้องได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องตั้งอยู่บนศรัทธาของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเขียนกฎหมาย ต่อให้คุณเขียนกฎหมายว่าทุกองค์กรต้องใช้อำนาจด้วยความยุติธรรม ก็ไม่สามารถสร้างกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า คำร้องของพรรค พปชร. เป็นการใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อชี้ช่องทางออกให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ตนเคารพวิธีการสู้คดีของแต่ละฝ่าย จะสู้เรื่องหยุมหยิมระหว่างเรื่องหนังสือกับคำร้องก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ส่งผลถึงขั้นยกฟ้อง เรายืนยันทำเป็นคำร้องอย่างครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนจะขอใช้วิธีการสู้คดีในการไต่สวน ทางเราดูกฎหมายแล้วพบว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าท่านทำได้ และศาลให้ทำ ผมก็ขอทำบ้างกับกรณีของนายธนาธร&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงเรื่องที่นายธนาธรขอขยายเวลาเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 15 วัน เลขาฯ พรรค อนค.กล่าวว่า ในชั้นการพิจารณาของศาล ถือเป็นชั้นสุดท้ายแล้ว ต้องรอบคอบและใช้สิทธิของเราตรวจสอบเอกสารให้แม่นชัดเจนครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีกรณีไหนหรือไม่ที่ศาลฎีกามีคำตัดสินไปแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินโดยสร้างบรรทัดฐานใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังไม่เคยมี คดีนี้ต้องลองจับตาดูว่าจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ พรรค อนค.ยังปฏิเสธข่าวการปรับบทบาทของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง น.ส.พรรณิการ์ยังเป็น ส.ส.และเป็นโฆษกพรรค ยังคงมีบทบาทในการทำงานหลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ต้องตั้งรองโฆษกเพิ่ม ต้องเรียนว่าทุกพรรคก็มีรองโฆษก งานของพรรคมีมากขึ้น จึงต้องตั้งรองโฆษกมาแบ่งงาน ผมตั้งใจไว้ว่าต้องการให้ ส.ส.แบ่งเขตมาเป็นรองโฆษกด้วย เพราะเขามีผลงานในการทำพื้นที่ หาเสียงจนชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่จะมาจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ดังนั้น น.ส.พรรณิการ์ยังมีบทบาทสำคัญในด้านการต่างประเทศและสิทธิมนุษยชน&amp;quot; เลขาฯพรรค อนค.กล่าว
ยื่นสอบฝ่ายแค้นคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ผู้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธรถือครองหุ้นในกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด และอีกหลายบริษัท ที่อาจจะเข้าข่ายขัดคุณสมบัติตามมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ถึงอนาคตหมด เวลายื่นคำชี้แจง กกต.ทำเป็นผยอง หอบเอกสารมาเป็นลัง แถมคุยโม้ว่าชี้แจงได้หมด แต่กับศาล รธน. ขอขยายอีกรอบ 2 แล้ว ไม่แน่จริงนี่หว่า...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีรายงานว่า ในสัปดาห์หน้า พรรค พปชร.เตรียมนำรายชื่อ ส.ส.ในฝั่งของ 7 พรรคการเมือง กรณีถือครองหุ้นหรือเป็นเจ้าของกิจการสื่อ ประมาณ 30 คน ไปยื่นถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาต่อไป เนื่องจากพบมีแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยอยู่ในจำนวนดังกล่าวด้วย ได้แก่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ที่มีชื่อปรากฏในข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าเป็น 1 ในกรรมการของบริษัท ชินดิเคท แอ็ดเวอร์ไทชิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นกรรมการที่ลงชื่อผูกพันบริษัทได้ โดยวัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการคือ รับจัดทำโฆษณาทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ รวมถึงหนังสือ นิตยสาร วิทยุ ในการออกแบบโฆษณา การทำป้ายโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย มีชื่อเป็นกรรมการในบริษัท สยามเทเลโฟน ไดเรคทอรี่ จำกัด ซึ่งวัตถุประสงค์ในประกอบกิจการมีทั้งสิ้น 44 ข้อ โดยในข้อ 41 ระบุว่า ประกอบธุรกิจทางด้านการให้บริการข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ผ่านข่ายงานบริการขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและการสื่อสารแห่งประเทศไทย เช่น การให้บริการของโฟโนเทเลกซ์ และในข้อ 42 ประกอบกิจการรับจ้างทำโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ และทางสื่ออื่นทุกชนิด กิจการรับส่งข่าวภายในประเทศและจากทั่วโลก โดยใช้โทรศัพท์แบบระบบธรรมดาและระบบคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อเป็น 1 ในกรรมการบริษัท มติไท จำกัด ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนกิจการข้อหนึ่งระบุว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ และออกหนังสือพิมพ์.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, ยืดแจงหุ้น, วี-ลัค มีเดีย, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cef4bec3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พ่อฟ้า’ส่อชะตาขาด กกต.ฟันไพร่หมื่นล้านปมถือหุ้นสื่อชงศาลรธน.เพิกถอนส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กกต.&amp;quot; ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ปมถือหุ้นสื่อ หลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุยังมีชื่อถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 58 จนถึง 21 มี.ค.62 เลยวันเปิดรับสมัคร ส.ส.ไปแล้ว &amp;quot;หัวหน้า อนค.&amp;quot; มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด เชื่อคสช.จ้องสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ บอกวันนี้เชื่อมั่นศาล รธน. &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; เตรียมร้อง กกต.สอบคุณสมบัติ &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; 17 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวเรื่อง &amp;quot;กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง&amp;quot; ระบุว่า วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2560 มาตรา 101 (6) ประกอบรัฐธรรมนูญ 98 (3)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มติ กกต.ในการส่งให้ศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร เป็นมติเอกฉันท์ โดยเห็นว่าจากพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัท พบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณา ซึ่งถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน และยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชีแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 ดังนั้นเมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธรยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้ง นายธนาธรยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดอยู่ จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ยังกำหนดว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ ส.ส. ซึ่งถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมีรายงานว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงข่าวตอนหนึ่งถึงกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของตนเองสิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ทำให้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้เข้าสภาหรือไม่ ว่าไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยง เพราะ กกต.ยังไม่กล้าตัดสินใจเลย เรามั่นใจในเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าไม่มีผลอะไรต่อคุณสมบัติการสมัครเป็น ส.ส. &amp;nbsp;ดังนั้นเราไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่านี่คือความพยายามเฮือกสุดท้ายของคสช.ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ โดยคาดหวังว่า ถ้าจัดการกับแกนนำพรรคได้แล้วจะจัดการกับพรรคได้ อย่างไรก็ตาม เรามั่นใจในพยานหลักฐานเอกสารของพวกเรา ว่าไม่มีอะไรมาเอาผิดได้&amp;quot; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรมได้หรือไม่ หัวหน้าพรรค อนค.กล่าวว่า วันนี้ก็เชื่อมั่น และไม่รู้สึกกังวล และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับการประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายืนยันไม่มีใครหาข้อโต้แย้งที่เป็นวิทยาศาสตร์ หรือหาหลักฐานมาล้มล้างหลักฐานที่เรามีได้ เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และจะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง&amp;quot; พรรค อนค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ค. เวลา 10.30 น. จะเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย ว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นกรรมการกฤษฎีกา ลำดับที่ 21 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ 24 พ.ย.58 แต่ต่อมาตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ 19 เม.ย.62 กลับไม่มีชื่อ ม.ร.ว. จัตุมงคลเป็นกรรมการกฤษฎีกาอีก จึงน่าสงสัยว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลเป็นกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอดจนถึงวันที่สมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก ม.ร.ว.จัตุมงคลมีชื่อเป็นกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ 24 พ.ย.58 จนถึงก่อนที่จะมีประกาศสำนักนายกฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาชุดใหม่ในวันที่ 19 เม.ย.62 ก็เท่ากับว่าในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ม.ร.ว.จัตุมงคลอาจเข้าข่ายเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครโดยเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) ได้&amp;quot; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติรายนี้ระบุว่า นอกจากนี้ยื่นคำร้องดังกล่าวแล้ว ในช่วงบ่ายยังจะได้เข้าให้ถ้อยคำต่อ ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวน ตามหนังสือเชิญที่นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้ส่งมาขอให้ไปให้ถ้อยคำ กรณีที่ได้ยื่นร้องของ กกต.ให้ กกต.ตรวจสอบผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวม 25 ราย ว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในธุรกิจสื่อด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ กกต. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 17 หนองจอก กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ายื่นทวงถามจาก กกต. และนำพยานมาสอบเพิ่มถึงกรณียื่นคัดค้านการเลือกตั้งในเขต 17 ที่พบการกระทำผู้สมัครของพรรคการเมืองหนึ่งที่ได้มีการนำเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมเสื้อพรรคการเมืองนั้น จำนวน 2 ตัว มามอบให้นางวราภรณ์ ขันทิพย์ ประธานชุมชนก้าวใหม่พัฒนาบึงปรง ซึ่งน่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อกฎหมายอย่างร้ายแรง แต่นางวราภรณ์ไม่ได้รับและก็ได้ไปแจ้งความที่ สน.หนองจอกไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพโรจน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 และได้รับหนังสือตอบกลับจาก กกต.เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา และขอเชิญให้ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ตนสังเกตถึงการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนของ กกต.นั้น คือกรณีนี้มีทั้งพยาน และบันทึกประจำวันของ สน.หนองจอก และมีคลิปเสียงการพูดจาข่มขู่นางวราภรณ์ กกต.น่าจะสอบสวนโดยเร่งด่วน แต่กลับไม่ดำเนินการโดยฉับพลัน แต่ไปรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งต่างจากกรณีผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ ที่นำเงินไปทำบุญถวายพระสงฆ์ 2,000 บาท แต่กลับได้รับใบส้มอย่างรวดเร็ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, พ่อฟ้า, วี-ลัค มีเดีย, ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd712338f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
