<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์อ๊อด&#039;ยันหน้ากากไร้คุณภาพเสี่ยงก่อโรคมะเร็ง แขวะนักการเมืองชื่อดังถ้าคิดว่าดีก็เอาไปให้สมาชิกพรรคใช้กันให้ถ้วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63&amp;nbsp;- รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong &amp;nbsp;โดยข้อดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ตรวจหน้ากากเจ้าปัญหา ที่อาจารย์อ๊อดมอบให้ตำรวจเมื่อวาน มีเยอะครับ ยกตัวอย่างภาพนี้เป็นการส่องด้วย Scanning Electron Microscope(SEM) หรือกล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ของพลาสติกชั้นกรองของหน้ากากดัง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะเห็นว่า รูกรองมีขนาด 100 ไมครอน ในขณะที่แบคทีเรียมีขนาดเพียง 3 ไมครอน และไวรัสก็เล็กกว่านั้น พูดง่ายๆมันกรองเชื้อโรคไม่ได้ดี ผลการทดสอบ ต่างๆก็อธิบายในฐานะพยานและมอบให้ตำรวจ รวมถึงผลการตรวจสอบสารระเหยที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิค GC-MS พบสารทั้งหมด 88 ตัว และอาจารย์อ๊อดก็ระบุในคำให้การว่าอย่างน้อย 3 ตัวใน 88 ตัว เป็นสารที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง และต้องบอกว่าเฉพาะกับตัวอย่างหน้ากากที่ตรวจนี้เท่านั้นนะครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้รวมถึงหน้ากากอื่น ต้องแยกเป็นเคสๆ ในประเด็นไมโครพลาสติกที่ได้จากหน้ากากนี้ ก็จะมีสารระเหย 88 ตัวนี้ติดไปด้วย หากสูดดมเข้าไป ก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ที่สำคัญหน้ากากนี้ดมดูก็กลิ่นฉุนตั้งแต่แรกแล้วครับ อาจารย์อ๊อดเป็นห่วงก็เลยแนะนำให้ส่งคืน เพื่อจะได้ไปเอาเงินคืนกับคนที่มาหลอกขาย หากคิดว่าหน้ากากนี้ดีมากอยากให้นักการเมืองชื่อดังเอาไปให้สมาชิกพรรคใช้กันให้ถ้วนหน้าครับ #แชร์ได้ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ &amp;nbsp;หรืออาจารย์อ๊อด ถูก นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ บุกไปต่อว่าถึงโรงพักทุ่งสองห้องว่าผิดจรรยาบรรณนักวิชาการที่ออกมาแฉข้อมูลเรื่องคุณภาพหน้ากากอนามัย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59731</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีรชัย พุทธวงศ์, สิระ เจนจาคะ, หน้ากากอนามัย, อาจารย์อ๊อด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c67ec5a185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุเดือด &#039;สิระ&#039; แจ้งจับหาหน้ากากก่อมะเร็ง &#039;อาจารย์อ๊อด&#039; ไม่กลัวท้าลั่นเจอกันที่ศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.63 - ที่ สน.ทุ่งสองห้อง รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด นักวิชาการภาควิชาเคมี คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;กรณีโพสต์ผลการตรวจสอบหน้ากากอนามัยที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ แจกจ่ายให้กับประชาชนในท้องที่กว่าหลักหมื่นชิ้นแล้วแล้วพบว่ามีสารก่อมะเร็ง ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;nbsp;นายสิระ &amp;nbsp;ได้แจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเอาผิดผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายหน้ากากล็อตดังกล่าว และได้เจอกับรศ.วีรชัย พุทธวงศ์ &amp;nbsp;เมื่อทั้งคู่เจอกันได้โต้เถียงถึงปมกล่าวหาหน้ากากที่แจกประชาชนพบสารก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสิระ &amp;nbsp;ได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.สหรัตน์ หลวงสิริธนสิน รองสว.(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดีกับอ.อ๊อด โดยนายสิระ กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เกิดความแตกตื่นในหมู่ประชาชน ซึ่งในความเป็นจริงสารก่อมะเร็งมีอยู่ทั่วไปมีได้เกิดขึ้น โดยตรงกับหน้ากากอนามัย ดังนั้นการออกมาพูดของอาจารย์อ๊อดเป็นการจงใจทำลายเชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รศ. ดร.วีรชัย ได้ใช้ความน่าเชื่อถือในตำแหน่งอาจารย์ในการให้ข้อมูล ถือเป็นการจงใจทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของผม&amp;rdquo; นายสิระกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่างรายงานว่า ขณะเดียวกัน รศ. ดร.วีรชัย โพสต์ข้อความที่เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong ว่า ตัวเองมีธุระยุ่งมาก แต่ทางผู้กำกับก็พยายามถ่วงเวลาเอาไว้ ซึ่งตนก็พยายามเตือนแล้ว สุดท้ายนายสิระก็มาถึงโรงพักจนกลายเป็นประเด็น ดังนั้น จึงขอฟ้องนายสิระและตำรวจที่เกี่ยวข้อง ขอเจอกันที่ชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;ทราบว่าในวันนี้ได้เชิญ อ.อ๊อด มาสอบถามถึงกรรมมาวิธีการตรวจสอบคุณภาพหน้ากากอนามัย ที่ใช้ตรวจหน้ากากของนายสิระ ซึ่งพบว่าเป็นไปตามมาตรฐานอย่างถูกต้อง ส่วนกรณีที่ว่ามีนายตำรวจกักตัว อ.อ๊อด ไว้นั้น ทราบว่าเป็นการยั้งขอให้รอพบ นายสิระ เพื่อพูดคุยกันให้จบปัญหา ไม่ได้เป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59672</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีรชัย พุทธวงศ์, สน.ทุ่งสองห้อง, สิระ เจนจาคะ, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b4a98c61ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039; ด่าลั่นโรงพัก &#039;อาจารย์อ๊อด&#039; เซ่นหน้ากากก่อโรคมะเร็ง(ชมคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;13 มี.ค.63 - จากกรณี รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ว่าไม่เคยบอกว่าหน้ากากอนามัยที่นายสิระ ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนไปนั้น เสี่ยงก่อโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังทราบข่าว นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;เดินทางไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง แล้วได้ต่อว่า รศ.ดร.วีรชัย ว่าทำให้ตนเสียชื่อเสียง เป็นนักวิชาการประเภทไหน หวังผลทางการเมืองหรือไม่ ใครใช้คุณมาทำลายตนหรือไม่ คุณไปให้ข่าวแบบนี้ผมเสื่อมเสีย ดังนั้นคุณต้องไปแก้ข่าวว่าใครใช้คุณมา และประชาชนด่าผมทั้งประเทศ ฝ่ายการเมืองก็ด่าผมทั้งประเทศ แล้วคุณเป็นนักวิชาการยังไง สงสัยต้องไปถอดการเป็นนักวิชาการของคุณแล้ว ทำแบบนี้ไม่ได้ คุณรู้หรือไม่เขาตกใจกันทั้งเมือง และในเขตเลือกตั้งของผม คนที่รับของไป รู้หรือไม่ผมเอาเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน คืนให้ประชาชนในตอนที่เขาวิกฤติด้วยน้ำตา แต่อาจารย์อ๊อดมาทำลายผม แต่ไม่นึกถึงประชาชน คุณทำเกินไปไหมอาจารย์อ๊อด คุณบอกรู้จักผม แต่คุณทำกับผมแบบนี้ คุณทำเกินไปไหม ใครใช้คุณมาคุณต้องชี้แจง ทำแบบนี้ไม่ถูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันดีคืนดีบอกหน้ากากที่ผมเสียสละเงินเดือนไปซื้อให้ประชาชน บอกใส่แล้วจะทำให้ก่อมะเร็ง ถ้าไม่เรียกว่าการทำลาย หวังผลทางการเมือง จะเรียกว่าอะไร แสนกว่าบาท และคนที่รับไป เขาคาดหวังว่า ส.ส. เป็นตัวแทนของเขาเสียสละเงินเดือน คุณต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ จะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยคุณต้องรับผิดชอบด้วย เพราะใช้เลปของมหาวิทยาลัย คุณทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่เสียสละ ไม่ยุติธรรมสำหรับนายสิระ คุณไม่มีเครดิตแล้ว ต้นทุนทางสังคมคุณหมดปล้ว คุณทำแบบนี้ แยกแยะให้เป็น การเมือง กับความเดือดร้อนของประชาชน และการเสียสละของคนคนหนึ่ง &amp;nbsp;ดังนั้นผมจะดำเนินคดีกับอาจารย์อ๊อด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59649</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีรชัย พุทธวงศ์, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b1927b7a94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เต้น!สางปมแจ้งทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวกันใหญ่! กรรมการ สปสช. 4 คนไขก๊อกพ้นบอร์ดแล้ว หลังประกาศ ป.ป.ช.ให้ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน &amp;quot;วัชรพล&amp;quot; ยันมีทางออกไม่ใช่ปิดบ้านหนี เตรียมรายงานรัฐบาล คสช. ย้ำเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญต้องทำเพื่อความโปร่งใส ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการจี้ ป.ป.ช.ทบทวน หวั่นกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่ออกหนีเปิดขุมทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีบรรดาประธานสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทยอยลาออกจากตำแหน่ง หลังประกาศ ป.ป.ช.เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 &amp;nbsp;พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้ว่า ขณะนี้เรากำลังรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ และรอรับหนังสือแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัยต่างๆ หลังจากที่ได้ทราบอย่างไม่เป็นทางการจากสภามหาวิทยาลัย ทราบว่ามหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งจะส่งหนังสือทักท้วงมาถึง &amp;nbsp;ป.ป.ช. จากนั้น ป.ป.ช.จะรับไว้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นได้ชี้แจงไปว่าจะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่หากพบว่ามีเหตุผลที่สามารถรับไว้พิจารณาได้ก็จะต้องพิจารณา ซึ่งยังมีเวลาเนื่องจากประกาศฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ แต่ตอนนี้กฎหมายเขียนไว้อย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้นไม่มีทางเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายใหม่บัญญัติให้ข้าราชการทุกคนต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ข้าราชการระดับสูงต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. ส่วนที่เหลือยื่นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐกว่าล้านคน ในอนาคตจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินทุกคนเพื่อความโปร่งใส แต่อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.พร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สภามหาวิทยาลัยขอให้ทบทวนและยกเลิกให้ผู้บริหารในสภามหาวิทยาลัยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้เราทำเช่นนั้น เพราะถ้าทำได้คงไม่ออกประกาศดังกล่าวตั้งแต่ต้น เนื่องจากกฎหมายบัญญัติว่าผู้บริหารระดับสูงจะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาเช่นในกรณีนี้ ที่จะให้ส่งผลมีการลาออกจากตำแหน่ง ทำให้หน้าที่การงานต้องสะดุดหยุดลง ดังนั้นจึงต้องหาหนทางอย่างอื่นว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง หากไม่สามารถแก้ไขได้ก็อาจต้องเลื่อนระยะเวลาการยื่นในช่วงเริ่มต้นนี้เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น เราเข้าใจถึงปัญหาดี แต่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
รายงานรัฐบาล คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ป.ป.ช.จะรายงานปัญหาดังกล่าวให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;รับทราบต่อไป พร้อมกับประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก ไม่ใช่ว่าเราไม่รับฟัง โดยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 6 พ.ย.นี้ จะมีการหยิบยกปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมเป็นเรื่องเร่งด่วนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ต้องมีทางออกอยู่แล้ว เรารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าประกาศออกมาแล้วก็ปิดบ้านทันที ส่วนจะขอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 หรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนว่าควรจะมีทางออกอย่างไร เพราะเจตนารมณ์ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เขียนกฎหมาย ป.ป.ช.นี้เกี่ยวกับการแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ &amp;nbsp;ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรจะชี้แจงให้สาธารณชนได้ทราบต่อไป&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) เผยว่า CHES ได้ทำหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช.เพื่อสนับสนุนประกาศของ ป.ป.ช.เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 ในราชกิจจานุเบกษา เพราะกระบวนการดังกล่าวจะช่วยสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานในสถาบันอุดมศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ของกลุ่มอธิการบดีบางคน เพื่อเอาใจกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่หลายคนคิดจะลาออก เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นฐานเสียงอำนาจให้กับอธิการบดีเหล่านั้นขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโต หรือเรียกง่ายๆ ว่าสภาเกาหลัง แล้วประชาชนจะมองสังคมอุดมศึกษาอย่างไร กับคนที่ไม่ตรงไปตรงมา คนมีจริยธรรม เสียสละ ทำงานจริง เพื่อประโยชน์สังคม ย่อมไม่กลัวการตรวจสอบ หากโปร่งใส ต้องตรวจสอบได้ นอกจากนี้ผมว่า ป.ป.ช.ควรจะตรวจสอบไปถึงคณบดีของมหาวิทยาลัยด้วย เพราะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมาก บางคณะมีเงินรายได้ต่อปีถึง 300 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่งอีก อย่างไรก็ตามกฎหมายของไทย เมื่อประกาศใช้แล้วจะมาล้อเล่นให้ทบทวนคงไม่ใช่ &amp;nbsp;และที่ว่าเป็นกลุ่มวิชาการไม่ต้องถูกตวจสอบเป็นข้ออ้าง หากได้ยกเว้นแล้วหน่วยงานอื่นๆ ก็จะเอาเป็นตัวอย่างได้&amp;quot; เลขาฯ CHES กล่าว
จี้ ป.ป.ช.ทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือถึง ป.ป.ช.เพื่อทบทวนเรื่องดังกล่าว ไม่ทราบว่าสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภาคเอกชนในสภาของระดับมหาวิทยาลัยและระดับอาชีวศึกษา ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่จะต้องเปิดเผยทรัพย์สิน และได้แสดงเจตจำนงเพื่อขอลาออก ดังนั้นตนจึงมองว่าการกำกับอย่างหนึ่ง เช่นเรื่องความโปร่งใส ก็อาจจะทำให้มีผลเสียอีกด้านหนึ่ง คงต้องมีการหารือร่วมกันในเรื่องนี้ &amp;nbsp;โดยตนและ นพ.อุดมจะไปร่วมหารือกับ ป.ป.ช.ในเร็วๆ นี้เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่สามารถทบทวนได้คงต้องตั้งสติดูว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะการที่กรรมการสภาขอลาออกก็ถือเป็นสิทธิ์ เราบังคับเขาไม่ได้ และเราก็คงต้องเดินต่อไปข้างหน้า เพราะขณะนี้ทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาของเราค่อนข้างที่จะชัดเจนอยู่แล้ว แต่หากมีภาคเอกชนอยู่ด้วยผมคิดว่าเราจะเดินได้ดีกว่าเขาไม่อยู่แน่นอน ดังนั้นจึงขอให้มีการหารือร่วมกับ ป.ป.ช.ก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเห็นด้วยกับหลักการเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินเพื่อสร้างความโปร่งใสหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติตอบว่า เรื่องความโปร่งใสจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้น แต่ความโปร่งใสนั้นสามารถแสดงได้หลายรูปแบบ อีกทั้งยังคงต้องไปดูด้วยว่าภาคเอกชนที่มาเป็นกรรมการสภามีอำนาจหน้าที่อะไร อนุมัติเรื่องใดได้หรือไม่ เข้ามาในฐานะอะไร และตนเข้าใจว่า ป.ป.ช.มีเจตนาที่ดี แต่หากจะใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดกับเรื่องโปร่งใสก็อาจจะส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆ
4 บอร์ด สปสช.ไขก๊อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดถึงอย่างมากในสภาอุตสาหกรรม เพราะกรรมการในสภามหาวิทยาลัยหลายแห่งก็มาจากตัวแทนภาคเอกชน ดังนั้นการที่จะต้องมาแสดงบัญชีทรัพย์สินทั้งของตัวเอง คู่สมรส และหากผิดพลาดจะต้องโทษคดีอาญานั้น อาจจะทำให้ไม่มีกำลังใจในการทำงานร่วมกัน ซึ่งตนมองว่าเป็นปัญหาอีกประเด็นหนึ่งและเป็นปัญหาใหญ่ด้วย เพราะว่าทุกวันนี้ภาคการศึกษาต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วย ส่วนภาคเอกชนเองก็ต้องการที่จะเข้ามาช่วยให้สามารถขับเคลื่อนไปด้วยกัน อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้พบกับอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นท่านหนึ่ง ซึ่งพบว่ากรรมการสภาลาออกแล้วจำนวน 5 รายหลังจากที่มีการเผยแพร่ประกาศดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้มีกรรมการ 4 ท่านที่ยื่นลาออกไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทั้ง 4 ท่านถือเป็นกำลังสำคัญในการทำงานมาตลอด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้กระทบกับการทำงาน ยังครบองค์ประชุม แต่ทั้ง 4 ท่านทำงานดีมาตลอด จึงอยากขอให้ช่วยกันทำงานต่อ ตนจึงได้ติดต่อเพื่อหารือทางโทรศัพท์กับทั้ง 4 ท่าน แต่รับเพียง 3 ท่าน โดยขอให้ทั้งหมดทบทวนเรื่องการยื่นลาออก ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาให้พวกท่านได้พิจารณาสักระยะ โดยเหตุผลของการลาออก ตนคงบอกไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร หรือเรื่องจากประกาศของ ป.ป.ช.หรือไม่ หรืออาจเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ยืนยันว่าทั้งหมดทำงานดีมาตลอดและอยากขอให้ทำงานด้วยกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรรมการ สปสช. 4 คนที่ยื่นลาออกจากบอร์ด สปสช.แล้ว ประกอบด้วย 1.นพ.พินิจ หิรัญโชติ &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ทางเลือก 2.นางชุมศรี พจนปรีชา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการคลัง 3.นายสมใจ โตศุกลวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย และ 4.นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยในการประชุมบอร์ด สปสช.มีมติให้หารือเรื่องนี้อีกครั้งว่าทั้ง 4 ท่านจะทบทวนการลาออกหรือไม่ แต่ในการประชุมบอร์ดครั้งนี้ ปรากฏว่ากรรมการทั้ง 4 ท่านไม่ได้มาเข้าร่วมในการประชุมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า ประกาศของ ป.ป.ช.นั้นจะมีผลภายใน 90 วัน และการยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้นหลายอย่างเป็นความลับทางกฎหมาย ไม่ได้มีการนำข้อมูลไปเปิดเผย ต่างกับการยื่นบัญชีตรวจสอบทรัพย์สินของฝ่ายการเมือง โดยกรรมการบอร์ดต่างๆ จะมีการเปิดเผยข้อมูลก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นๆ มีปัญหาหรือมีเรื่องเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21412</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, นพ.อุดม คชินทร, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, วีรชัย พุทธวงศ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05ad814265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
