<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกย่อง“นางฟ้าจิตอาสาในสถานสงเคราะห์” ผู้เติมเต็มมหัศจรรย์พันวันแรกของชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.หนุนงานจิตอาสาในสถานสงเคราะห์ ยกย่องจิตอาสาทำงานอาสาสมัคร 14 ปีต่อเนื่อง แบกภาระอันหนักอึ้ง สร้างมหัศจรรย์พันวันแรกแทนครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่ไม่พร้อมเลี้ยงดูลูกนำมาฝากไว้ที่สถานสงเคราะห์ เพราะความเหลื่อมล้ำความยากจนในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลนิธิสุขภาพไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม &amp;ldquo;วันคนอาสาสร้างสุข&amp;rdquo; เปิดบ้านเยี่ยมชมแหล่ง (ศูนย์) เรียนรู้เพื่อส่งเสริมจิตอาสาให้เด็กในสถานสงเคราะห์เพื่อเผยแพร่และกระตุ้นให้คนทั่วไปได้มาเป็นอาสาเพิ่มขึ้น ให้กำลังใจอาสาสมัครที่มอบสิ่งดีๆ ให้กับเด็ก ในวันที่ 18 ส.ค. ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด นนทบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วีรพงษ์ เกรียงสินยศ เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า เมื่อ 14 ปีก่อนช่วงเทศกาลเข้าพรรษา มูลนิธิสุขภาพไทย เครือข่ายพุทธิกา สหทัยมูลนิธิ ซึ่งทำงานที่บ้านปากเกร็ด ชวนอาสาสมัครเข้ามาทำงานที่บ้านปากเกร็ดได้ถึง 200 คน บ้านปากเกร็ดเกือบแตก จึงจัดระบบจิตอาสา 1 คน ดูแลเด็ก 1 คน เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ ติดตามดูพัฒนาการความเปลี่ยนแปลง ทำงานครบ 3 เดือน 4 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น 1 ปี มีจิตอาสาบางคนทำงานด้วยความสมัครใจ 14 ปีต่อเนื่อง อาสาสมัครเป็นได้มากกว่าการเป็นพี่เลี้ยงน้อง สอนหนังสือ สอนทำการบ้าน เพื่อนเล่น ฝึกทักษะทางร่างกาย ที่ปรึกษา อบรมงานฝีมือต่างๆ ฝึกจิตใจเด็กให้อ่อนโยน เป็นการทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ อดทนกับภาระอันหนักอึ้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศิรทิพย์ ภาศรีสมบัติ ผอ.กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว (ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน) กล่าวเปิดงานคำว่า อาสามาจากใจ งานอาสาสมัครเริ่มต้นปี 2548 สมัยนั้นงานอาสาสมัครยังน้อยมากกว่าจะมาถึงวันนี้ มีพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามกรมประชาสงเคราะห์เป็นกรมใหม่ ต่อมาพัฒนางานเป็นกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ &amp;ldquo;พวกเราเป็นนางฟ้า ทำสิ่งดีๆ พลังดีๆ ส่งผลให้ประเทศชาติ เราทำงานกับทรัพยากรมนุษย์ เด็กเล็กวัยทองคำ พวกเราเป็นพวกวัยทอง เราดูแลเด็กๆ มหัศจรรย์พันวันแรกมีคุณค่ามาก ดูแลทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่นานมานี้มีกิจกรรมนำเด็กไทยที่เดินทางไปอยู่กับครอบครัวบุญธรรมในต่างประเทศกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ที่นี่เป็น Native Land แต่น้องพูดภาษาไทยไม่ได้ เป็นความมหัศจรรย์ของเด็กไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติที่จะรับเด็กไทยไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม ความเป็นคนไทยฝังแน่นอยู่ในสายเลือด คือความอ่อนน้อมถ่อมตนที่เขาสัมผัสได้ ในความเก่ง เด็กก็มีเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นการปลูกฝังกันมาแต่เด็ก ด้วยเหตุนี้เด็กไทยที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมจึงกระจายไปอยู่ในกลุ่มยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐ เราช่วยให้เขามีโอกาสที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสวนา &amp;ldquo;ความท้าทายงานอาสาสร้างสุขเพื่อเด็กในสถานสงเคราะห์&amp;rdquo; โดยพัชรา กลางสาทร ผู้อำนวยการกลุ่มสวัสดิการเด็กและครอบครัว (ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน) บุรี ลาดสลุง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการสถานคุ้มครองและพัฒนาบ้านนนทภูมิ นนทบุรี, พัทธิอร กาฬสุวรรณ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ (ผอ.กคพ.) (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ), ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนัก 4 (สสส.), สุวินันท์ ตั้งสุวรรณวงศ์ (กอล์ฟ) อาสาสมัครสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต, ณัฐนันท์ คงคาหลวง (จูน) อาสาสมัครจากสถานคุ้มครองฯ บ้านนนทภูมิ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยถึงการสนับสนุนกิจกรรมอาสาสร้างสุข เพื่อผู้ที่เป็นอาสาได้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยง เติมเต็มความสุขแก่เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ เด็กทุกคนต้องการความรักความอบอุ่นจากคนรอบข้างและครอบครัว แต่เด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์จะขาดโอกาสมากกว่าเด็กที่อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้า ดังนั้นการมีอาสาสมัครเข้ามาเป็นพลังเสริม เป็นการช่วยเติมเต็มให้น้องๆ ได้รู้สึกอบอุ่น และยังเป็นเหมือนพี่เลี้ยงใกล้ชิดช่วงส่งเสริมทักษะและพัฒนาการของน้องๆ ได้อย่างดีอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมองภาพใหญ่ สิ่งที่เราทำคือสร้างคนเพื่อส่งมอบคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพ เราเลือกได้ด้วยการขอความรู้จากผู้ปกครอง บุกเบิกอาสาเพื่อช่วยงานสถานสงเคราะห์ แม้วันนี้เด็กเกิดน้อยลง แต่เด็กในสถานสงเคราะห์มีจำนวน 6,000 คน ครอบครัวที่ยากจนไม่พร้อมในการเลี้ยงดูลูกก็จะนำมาฝากไว้ที่สถานสงเคราะห์ เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้กำพร้าพ่อแม่ แต่เพราะความเหลื่อมล้ำความยากจนในสังคม ตราบใดที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เด็กกลุ่มนี้จะทวีจำนวนขึ้น การเลี้ยงดูบ่มเพาะให้เด็กเติบโตมีศักยภาพด้วยการทำงานเป็นทีม เป้าหมายที่เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมหัศจรรย์พันวัน เป็นมหากาพย์ถ้าเราทำถูกทำได้ดีเท่ากับการลงเสาเข็มเป็นฐานของชีวิต ต่อยอดได้อย่างดีในอนาคต สสส.พร้อมให้การสนับสนุน เราจะทำอย่างไรเพื่อเป็นเป้าหมายถึงตัวเด็กด้วย การต่อจิกซอว์ให้ครบถ้วน เป็นบทบาทแต่ละฝ่ายหนุนช่วยได้ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พูดว่า 1,000 วันแรกเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ จะต้องรับรู้ว่าแม่มีอยู่จริง ใช้ชุดความรู้พัฒนาเด็ก เด็กขอมีผู้ใหญ่เพียง 1 คนที่ให้ความมั่นใจกับเขา ได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ได้รับความอบอุ่น ประคับประคองจิตใจ เมื่อก้าวพลาดแล้วชีวิตเด็กจะไปต่อได้ ถ้าเด็กไม่มั่นใจว่ามีใครอยู่จริงจะเป็นหลุมดำ เป็นแผลที่อยู่ใต้จิตสำนึกเหมือนต้นไม้ไร้ราก บ้านที่ไม่ได้ลงเสาเข็ม ลม ฝน พายุมาก็ทำให้พังทลายได้ การดูแลเด็กต้องทำด้วยความมุ่งมั่นเพื่อให้เด็กเข้มแข็ง เติบโตอย่างมีศักยภาพ ก้าวสู่โลกภายนอกพร้อมที่จะอยู่กับชุมชน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นอาสาเพื่อสร้างสุขให้กับเด็กในสถานสงเคราะห์จำนวนหนึ่ง แต่เด็กในสถานสงเคราะห์เป็นจำนวนมาก อาสาที่เข้ามาทำหน้าที่สร้างสุข 1 คนจะดูแลเด็ก 1 คน จึงเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเติมเต็มให้กับน้องๆ สามารถสมัครได้ตามสถานสงเคราะห์แต่ละแห่งเพื่อจะได้ร่วมช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มีประโยชน์ให้กับสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมลักษณ์ สุบินนภารัตน์ ผู้ปกครองบ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่มูลนิธิสุขภาพไทยภายใต้การสนับสนุนของ สสส.เข้ามาจัดระบบอาสาสมัครสร้างสุขให้เต็มรูปแบบ เพิ่มองค์ความรู้ เพิ่มทักษะต่างๆ เป็นการเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมอาสาที่เข้ามาทำงานร่วมกัน เด็กที่มีอาสาสมัครดูแลได้รับการพัฒนาและได้รับความอบอุ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย การที่มีอาสาสมัครเข้ามาช่วยทำงานเป็นเรื่องดีมาก ทั้งงานซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ช่วยทำความสะอาด หรือช่วยงานในด้านอื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กและสถานสงเคราะห์อย่างมาก ทุกวันนี้จำนวนเด็กและบุคลากรที่ทำงานประจำไม่เพียงพอที่จะดูแลอย่างใกล้ชิดได้อย่างทั่วถึง การมีอาสาสมัครเข้ามาช่วยงานดูแลแบบตัวต่อตัว เป็นการเติมเต็มให้กับเด็กได้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันมีพี่เลี้ยงอาสาสมัครกว่า 100 คน มีเด็ก 270 คน ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีอาสาสมัครเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงซึ่งจำเป็นมากต่อพัฒนาการของเด็ก ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสร้างสุขให้แก่เด็กๆ เพื่อช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับพวกเขาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุรี ลาดสลุง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการสถานคุ้มครองและพัฒนาบ้านนนทภูมิ นนทบุรี กล่าวว่า พี่ๆ อาสาเสมือนหนึ่งเป็นนางฟ้าของเด็กๆ ช่วยเติมเต็มพัฒนาการทักษะทุกด้าน เป็นความท้าทายสำหรับคนที่เสียสละความสุขส่วนตัวเข้ามาทำงาน เสียเงิน เสียเวลาในการเดินทาง เหนื่อยยากลำบาก ทำงานต่อเนื่องหลายปี เด็กๆ จะรอคอยวันเสาร์-อาทิตย์ว่าพี่อาสาจะเข้ามาทำงานไหม เป็นความปลื้มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัชรา กลางสาทร ผู้อำนวยการกลุ่มสวัสดิการเด็กและครอบครัว (ผู้แทนอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน) กล่าวว่า การทำงานอาสาเป็นการจุดประกายที่จะทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ การออกแบบกิจกรรมด้วยระบบกลั่นกรองให้ความรู้ ทุกคนที่เข้ามาเป็นการทำงานด้วยใจและศรัทธา ให้คุณค่าเพื่อประสบความสำเร็จ การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ Mind Set เป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รัฐบาลทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องมีภาคเอกชน อาสาเข้ามาทำงานต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันด้วย. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), มูลนิธิสุขภาพไทย, วีรพงษ์ เกรียงสินยศ, สถานสงเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d76065e7072f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้&quot;สธ.&quot;เคลียร์&quot;ยาหมอแสง&quot;ให้ชัดกว่านี้/อย่าปล่อยให้คลุมเครือ/ ปชช.ต้องเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27เม.ย.61- NGO ขอความชัดเจนทางวิชาการเรื่องสมุนไพรหมอแสง หากไม่สามารถรักษามะเร็งได้ มีส่วนผสมอะไรบ้าง และหากมีผลทางสุขภาพมีด้านใด &amp;nbsp;ต้องมีการศึกษาชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความคลุมเครือในสังคม &amp;nbsp;พร้อมจี้ประเด็นหมอแสงบอกมีการทดลองในมนุษย์เสียชีวิต 3-5 ร้อยคน &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ควรดำเนินการให้ชัด เพื่อไม่ให้ ปชช.ได้รับความเสี่ยง &amp;nbsp;ด้านอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ ชี้ยังไม่มีสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ กำลังศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด เตือนประชาชนหากใช้สมุนไพรควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันที่ดูแล และใช้ควบคู่กับแพพทย์แผนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวกรณีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เผยผลการวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งของนางแสงชัย แหเลิศตระกูลว่าสมุนไพรดังกล่าวไม่ได้มีผลในการการรักษาโรคมะเร็ง แต่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ ว่า จากการที่ สธ. ได้ออกมาเปิดเผยผลวิจัยเช่นนั้น ตนคิดว่ายังมีความคลุมเครืออยู่ เพราะเป็นการเปิดเผยด้วยปากเท่านั้น แต่กลับไม่มีการเปิดเผยผลการศึกษาทางวิชาการที่เป็นระบบชัดชัดเจนออกมา ซึ่งหากบอกว่าไม่มีส่วนผสมที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ก็ต้องเปิดเผยว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไหร่ หรือหากมีส่วนผสมที่เป็นสารที่จะออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ต้องมีปริมาณเท่าไหร่ &amp;nbsp; เพราะถ้าไม่บอกเช่นนี้ก็จะเกิดประเด็นดังที่กำลังเกิดขึ้นอยู่คือกลุ่มคนรักหมอแสงก็งัดผลวิจัยว่ามีผลรักษามะเร็งได้ออกมาตอบโต้ สธ. ได้ ว่าในตัวสมุนไพรมีส่วนผสมของกระถินพิมานที่เป็นส่วนผสมสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ชัดเจน &amp;nbsp;ซึ่งทำให้เกิดความคลุมเครือต่อไป และทำให้ประชาชนเกิดความสับสน &amp;nbsp; และหากบอกว่ามีผลทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็ต้องมีการศึกษาว่ามีผลอย่างไรให้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างเช่น เหมือนน้ำผลไม้หรือไม่ที่ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ &amp;nbsp;เป็นต้น และก็ต้องย้อนกลับไปให้ชัดเจนว่าแคปซูลสมุนไพรดังกล่าวนั้นเรียกว่าอะไร อาหาร อาหารเสริมหรือยารักษาโรค เพราะที่ผ่านมาเมื่อดูที่เจตนาของหมอแสงในการแจกนั้น &amp;nbsp;ออกไปทางยารักษาโรค ดังนั้น เมื่อส่อไปทางยาเรักษาโรคเพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนอยู่หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ อย.ก็ต้องออกมาพูดด้วย เพราะมี พ.ร.บ.ยา ที่ใช้ควบคุมอยู่ &amp;quot;เลขามูลนิธิสุขภาพไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า และที่ตนตกใจมาก ก็คือ เมื่อวันที่ผลออกมา ตนได้เห็นตัวหมอแสงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ได้มีการทดลองตัวยาในมนุษย์ และมีผู้เสียชีวิต 3-5 ร้อยคน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเป็นการวิจัยในมนุษย์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องมีกติกาควบคุมเพราะประชาชนได้รับความเสี่ยง แต่กลับไม่มีกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบรองรับเลย ซี่งจริงๆ สธ.ก็น่าจะมีคณะกรรมการจริยธรรมคุ้มครองการทดลองในมนุษย์อยู่แล้ว หากหมอแสง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน จากรมการแพทย์แผนไทยฯ ก็ควรอยู่ในกฎจริยธรรม จรรยาบรรณในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะอ้างว่าได้รับการอนุญาตจากญาติ และตัวผู้ป่วยก็พร้อมจะรับความเสี่ยงแล้ว ซึ่งก็ทราบว่ามีการไปลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันตัวเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเป็นเช่นนี้ มีการวิจัยทดลองในมนุษย์ ในส่วนของเจ้ากระทรวงซึ่งรับผิดชอบคุ้มครองสุขภาพประชาชนทั้ง รัฐมนตรีว่าการ สธ. &amp;nbsp;ปลัดสธ. รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าจะเอายังไงตามพื้นฐานของงานวิจัยที่ถูกต้อง โดยเฉพาะตัวสมุนไพรดังกล่าวที่เป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ ต้องมีการควบคุมอย่างเป็นระบบไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนได้รับความเสี่ยง&amp;rdquo;นายวีรพงษ์ กล่าว..
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ถึงสมุนไพรหมอแสงว่า กรมฯมีนโยบายในการสนับสนุนสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรคมาตลอด โดยได้อนุรักษ์ตำรับตำราภูมิปัญญาทางการแพทย์และพัฒนาต่อยอดจนเป็นตำรับยา มีการให้ทุนวิจัย และขึ้นทะเบียนตำรายาทั้งหมดทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นตำรับ ซึ่งแพทย์แผนไทยไม่มียาเดี่ยว แต่ได้มาทำในภายหลัง อย่างฟ้าทะลายโจร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สมุนไพรจะเน้นในเรื่องการกินเพื่อบำรุง และรักษาโรคบางชนิด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีตำรับยาสมุนไพรใดที่ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็งโดยเฉพาะเลย ซึ่งในงานวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งนั้นเรามีการศึกษาวิจัยทั้งการวิจัยของกรมฯเอง กับการวิจัยร่วมกับเครือข่าย &amp;nbsp;ซึ่งมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด คือ 1.สูตร N040 ตำรายาจากภาคเหนือยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก 2.เบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับ และ3.สูตรวัดคำประมง โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการทดลองทั้งสิ้น แต่เบื้องต้นพบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ จึงมีการศึกษาต่อในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีมกรมแพทย์แผนไทยฯ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนสูตร N040 เป็นตำรับยามาจากภาคเหนือ อยู่ในระดับการทดลองทางคลินิก ซึ่งเป็นการทดลองระยะที่ 4 โดยระยะแรกเป็นการหาสารสำคัญในสมุนไพร อาทิ เถามวกขาว หญ้าขัด ตับเต่าใหญ่ ถั่วพู ราชพฤกษ์ เป็นต้น โดยทีมวิจัยได้หาสารสำคัญในระดับหลอดทดลอง ซึ่งพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ จากนั้นจึงนำไปทดลองในสัตว์พบว่าได้ผลดีและมีความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ เพื่อศึกษาระดับที่เหมาะสม ส่วนสูตรยาเบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับจะประกอบด้วย มหาหิงค์ ยาดำบริสุทธิ์ รงทอง มะกรูด ขิงแห้ง ดีปลี พริกไทย รากทนดี และดีเกลือ ขณะนี้อยู่ระหว่งทดลองในมนุษย์ ซึ่งดูระดับความเป็นพิษระยะสั้นและระยะยาว และสูตรมะเร็งของวัดคำประมง อยู่ในขั้นการทดลองระดับเซลล์ว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้ดีแค่ไหน ซึ่งทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้าสู่ขั้นทดลองในสัตว์และในคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอย้ำว่า ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสมุนไพรรักษามะเร็ง จึงอยากให้รักษาแพทย์แผนปัจจุบัน หรือใช้แพทย์แผนไทยร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญต้องได้รับความยินยอมจากแพทย์แผนปัจจุบันก่อนดีกว่า เพราะคนไข้มีภูมิต้านทานต่ำ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน การได้สมุนไพรก็ต้องพิจารณาดีๆ บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับคนแต่ละคนได้ จึงอยากให้มีการปรึกษาแพทย์ และขอคำแนะนำก่อนจะตัดสินใจอะไร เพราะไม่อยากให้เสียโอกาสการรักษาโรคมะเร็ง เพราะมะเร็งหลายชนิดรักษาได้เมื่อพบตั้งแต่แรกๆ&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข, การทดลองวิจัยในคน, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, วีรพงษ์ เกรียงสินยศ, สมุนไพรรักษามะเร็ง, สมุนไพรหมอแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae3063ad9220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
