<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาดาวเด่นปี 64 จาก“วิกฤตโควิด”สู่“โอกาสทางธุรกิจ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าที่ผ่านมา &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; จะพยายามออกมาตรการตั้งแต่เบาไปจนหนัก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในหลายระลอก ก็เหมือนว่ายังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็นมากนัก โดยเฉพาะการระบาดระลอกปัจจุบัน เนื่องจากไวรัสมีการกลายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ในขณะนี้เรียกว่ายังอยู่ใน &amp;ldquo;ขั้นวิกฤต&amp;rdquo; จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยังอยู่ในระดับ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;หมื่นคนต่อวัน สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบและกดดันทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ สร้างความวิตกกังวลและบั่นทอนความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เองก็ยอมรับว่า การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลตา ทำให้ภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยพลิกกลับมาเป็นภาพโทนอ่อนตัวลงมากขึ้น หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลตามีแนวโน้มการติดเชื้อที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;และเร่งตัวขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.2564&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และนั่นเองเป็นเหตุผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลงไปค่อนข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความหวัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย ยังขึ้นอยู่กับ&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ และลดอัตราการเสียชีวิต ทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ ประชาชนสามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่ภาคธุรกิจก็สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ อีกทั้งยังสามารถเตรียมตัวเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีการประเมินว่าหากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายลงได้ภายในสิ้นปีนี้ ก็อาจจะมีโอกาสที่ได้เห็นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;(จีดีพี)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ&amp;nbsp;4-5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;(BAY) ระบุว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;อย่างมาก ภาคธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน เพราะมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จากภาครัฐ เริ่มจากการปิดการท่องเที่ยว ตามด้วยมาตรการล็อกดาวน์ และปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทชั่วคราว ทำให้ต้องปิดโรงงาน และส่งผลกระทบต่อซัพลายเชนการผลิต และกิจกรรมการค้าต่างๆ ผลกระทบเป็นลูกโซ่ได้ถูกส่งต่อไปยังภาคการบริโภคของประชาชนในท้ายที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูงสุด มีรายได้ลดลงค่อนข้างมากถึง&amp;nbsp;30-50%&amp;nbsp;นั่นคือ ภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมสันทนาการที่ต้องแบกรับผลกระทบมายาวนานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ขณะเดียวกันก็ยังมีอุตสาหกรรมบางส่วนที่มีความแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบน้อย เช่น อาหาร และโทรคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นภาพของหลากหลายผู้ประกอบการ ในหลากหลายภาคธุรกิจต่างก็เร่งปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังคงยืดเยื้อ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อรักษาและประคองสถานะของธุรกิจให้ยังคงไปจนผ่านพ้นช่วงของการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเพราะวิธีการ วิธีคิด และแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ที่มีปัจจัยเรื่องโควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดมากดดัน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ ท้ายที่สุดจะส่งผลให้การใช้ชีวิตของประชาชนตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาด ไปจนถึงช่วงหลังที่การแพร่ระบาดคลี่คลายไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปแทบจะสิ้นเชิง จากการก้าวสู่การใช้ชีวิตแบบวิถีปกติใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;สู่การใช้ชีวิตแบบวิถีปกติถัดไป&amp;nbsp;(Next Normal)&amp;nbsp;ผู้คนจะเคยชิน หรือถูกทำให้ชินกับการใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้จึงกลายมาเป็น &amp;ldquo;โจทย์สำคัญ&amp;rdquo; สำหรับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ให้ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว ประยุกต์วิธีการในการทำธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ต่างปรับตัวเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่หันมาขายสินค้าแบบออนไลน์ มีการบริการในรูปแบบออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ต้องยอมรับว่า อาจจะมีผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจจะยังไม่พร้อม หรือมีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดและมาตรการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรในช่วงนี้ได้มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในภาวะวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ระบาดก็มีให้เห็นเป็นดาวเด่นอยู่พอสมควร&amp;nbsp;โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;ldquo;วรสินี เศรษฐบุตร&amp;rdquo; ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้&amp;nbsp;ได้เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;ldquo;3 ธุรกิจดาวรุ่ง&amp;rdquo; ในยุคโควิด-19&amp;nbsp;ที่น่าจับตามอง ได้แก่&amp;nbsp;ธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์ด้านการถอดรหัสพันธุกรรม&amp;nbsp;(จีโนมิกส์)&amp;nbsp;เป็นการรักษาเจาะลึกถึงระดับยีน ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนและหลากหลายของมนุษย์ โดยเฉพาะการยกระดับใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้านสำคัญ คือ การรักษาแบบเฉพาะบุคคล การคาดการณ์ การวินิจฉัย และการออกแบบการรักษา ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่าทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะธุรกิจนี้ได้กลายมาเป็นความหวังใหม่ในด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชากรกว่าพันล้านคนให้มีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจที่เรียกว่ารุ่งเรืองไม่แพ้กัน คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เกมออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;เรียกว่าเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังจากเกิดการพัฒนาของสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความนิยมของการเล่นเกมผ่านมือถือเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนสามารถจัดแข่งขันเป็นกีฬาสากล&amp;nbsp;(E-Sport)&amp;nbsp;ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนเทียบเท่า&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของจีดีพีไทยเลยทีเดียว โดยปัจจุบันกลุ่ม&amp;nbsp;E-Sport&amp;nbsp;สามารถเล่นได้ผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อุปกรณ์หลัก คือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เครื่องคอนโซล และโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ คือ ตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีรูปแบบรายได้ที่น่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจดาวรุ่งคือ &amp;ldquo;หุ้นวัฏจักร&amp;rdquo; ที่ราคาเคลื่อนไหวตามทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน เป็นต้น&amp;nbsp;โดยประเทศที่เศรษฐกิจมีความผันผวนต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมาก เช่น กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก็มักจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ากลุ่มที่พัฒนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงพาณิชย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ได้ออกมาฉายภาพ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจสุดโดดเด่นน่าจับตามองในปีนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตในยุค&amp;nbsp;New Normal&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Next Normal&amp;nbsp;นั่นคือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขอนามัย และธุรกิจเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกว่า&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล&amp;rdquo; รมช.พาณิชย์&amp;nbsp;ระบุว่า ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การดำเนินชีวิตของผู้คนและการประกอบธุรกิจได้ก้าวไปอีกขั้นจากวิถีปกติใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;เป็นวิถีปกติถัดไป&amp;nbsp;(Next Normal)&amp;nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ และถือว่าเป็นธุรกิจดาวเด่นที่น่าจับตามองในปีนี้ โดยได้ทำการวิเคราะห์จากข้อมูลทางธุรกิจของกรม ตั้งแต่สถิติจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จำนวนธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ สถานที่ตั้ง งบการเงิน ผลประกอบธุรกิจ และข้อมูลทางธุรกิจและเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกกรม ร่วมกับความสอดคล้องจากข้อมูลและผลการศึกษาจากหน่วยงานวิจัยด้านธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจดาวเด่นที่น่าสนใจในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ธุรกิจการค้าออนไลน์&amp;nbsp;(อีคอมเมิร์ซ) 2.ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์&amp;nbsp;3.ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์&amp;nbsp;4.ธุรกิจรับ-ส่งเอกสารและสิ่งของ&amp;nbsp;5.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;7.ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม&amp;nbsp;8.ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์&amp;nbsp;9.ธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์&amp;nbsp;10.ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม&amp;nbsp;Software&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Application 11.ธุรกิจการเงิน&amp;nbsp;Fintech&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;e-Payment&amp;nbsp;สุดท้าย&amp;nbsp;12.คือธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ร้านสะดวกซัก เครื่องเติมเงิน และเครื่องเติมน้ำ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากจำแนกกลุ่มธุรกิจ จะพบว่า กลุ่มธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ได้แก่ ธุรกิจการค้าออนไลน์ ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ และธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์นั้น มีการเติบโตที่สอดคล้องและเกื้อหนุนกับพฤติกรรมของผู้ริโภคในปัจจุบันที่มีการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่อยู่ที่&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ราย เพิ่มเป็น&amp;nbsp;798&amp;nbsp;รายในปี&amp;nbsp;2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ เช่น ธุรกิจรับ-ส่งเอกสารและสิ่งของ ธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมการบริโภคในการซื้อและขายสินค้าทางออนไลน์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ สุขอนามัยและการแพทย์ เช่น ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมของคนในสังคมที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและการแพทย์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกกลุ่มธุรกิจอย่าง ธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม&amp;nbsp;Software&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;Fintech&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;e-Payment&amp;nbsp;ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า เครื่องเติมเงินและเครื่องเติมน้ำ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ตอบสนองต่อการบริโภคในสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกและพัฒนาการให้บริการต่างๆ ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สังเกตจากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การประกอบธุรกิจของภาคธุรกิจจะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นและเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น โดยต้องพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ประกอบการที่กำลังจะลงทุนประกอบธุรกิจ และกำลังมองหาธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจดังกล่าวข้างต้นนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่นอกจากกระแสธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมแล้ว ความชื่นชอบและความถนัดก็เป็นอีกคุณสมบัติที่ต้องคำนึง เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นจึงต้องมีความรอบคอบให้มากที่สุด&amp;rdquo; วีรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนคำถามที่ว่า หลังสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จะทำธุรกิจอะไรดี เพราะคงมีหลายคนที่ว่างงาน หลายคนที่กำลังหางานทำ และหลายคนที่กำลังคิดว่าจะปรับตัวในการทำธุรกิจอะไรเพื่อความมั่นคงในอนาคต เรื่องนี้ &amp;ldquo;ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;(BAY)&amp;rdquo;&amp;nbsp;มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก โดยธุรกิจที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจเพื่อสุขภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp;เทรนด์ธุรกิจหลังโควิด-19&amp;nbsp;ที่จะมาแน่ๆ คือ เทรนด์สุขภาพ ซึ่งหลายคนคงนึกถึงธุรกิจอาหารเสริมเป็นส่วนใหญ่ และมองว่าต้องใช้เงินลงทุนเยอะ แต่อีกธุรกิจเพื่อสุขภาพ อย่าง &amp;ldquo;ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ&amp;rdquo; ที่สามารถทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องมีเงินตั้งต้นเพื่อลงทุนมากมายนัก โดยอาจจะเริ่มจากการขายในกลุ่มเพื่อน หรือคนใกล้ตัวก่อน เพื่อทำการปรับสูตรให้เหมาะสมและลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกธุรกิจที่น่าสนใจ คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจการศึกษาออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;เพราะยุคนี้ทุกคนต้องการพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน เพื่อให้มีความสามารถเพิ่มเติมไปต่อยอดในการทำงานต่างๆ ได้ อีกทั้งผู้คนยังคงมีแนวโน้มที่จะอยู่บ้านกันมากกว่าการออกไปเรียนที่สถาบัน ดังนั้นหากมีแค่คอมพิวเตอร์และไมโครโฟนก็อาจจะสามารถเริ่มทำการสอนได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจที่เรียกว่ามาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้น&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือค้าปลีกออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และมีสัญญาณว่าจะเติบโตเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเริ่มหันมาค้าขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยอาจจะเลือกสินค้าที่เรามีความรู้และสนใจในตัวสินค้านั้นๆ ส่วนช่องทางการขายที่แนะนำคือ&amp;nbsp;Instagram, Facebook, Amazon, Shopee&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Lazada&amp;nbsp;เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าปลีกออนไลน์, ทิสโก้, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, วรสินี เศรษฐบุตร, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, สมประวิณ มันประเสริฐ, อุตสาหกรรม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c8cb5b9b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ยังข้องใจ&#039;วีรศักดิ์-ภรรยา&#039;ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่ ร้องป.ป.ช. สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เปิดเผยว่า ติดตามข่าวหนี้หมื่นล้านบาทที่หายไปแล้วเห็นว่า เป็นประเด็นที่เกาไม่ถูกที่คัน บัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส. มีความไม่สอดคล้องตามรูปบัญชี แต่ไม่ทราบว่า ป.ป.ช.มองเห็นหรือไม่ เมื่อนางยลดา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ มายื่นบัญชีกรณีรับตำแหน่งนายกฯอบจ.โคราช ยิ่งเห็นความไม่สอดคล้องของตัวเลขทางบัฐชีดังกล่าว แต่แปลกใจที่คนอื่นไปดูแต่เรื่องหนี้หมื่นล้านบาท ทั้งที่เป็นหนี้ค้ำประกัน ซึ่งไม่ติดใจเรื่องหนี้ก้อนนี้เท่าไรนักเพราะถ้านำตัวเลขทรัพย์สินรวมทั้งสองครั้งมาเปรียบเทียบกัน ในทางบัญชีจะถือว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 11,464 ล้านบาท แต่เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบในเชิงลึก จะสรุปได้ว่า การยื่นบัญชีทั้งสองครั้งไม่สอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การยื่นบัญชีของนางยลดา จึงเป็นหลักฐานที่น่าจะยืนยันได้ว่า บัญชีของนายวีรศักดิ์ และนางยลดา ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน และมีประเด็นที่ ป.ป.ช. ควรตรวจสอบทั้งสองครั้ง ด้วยเหตุผลที่กล่าวข้างต้น&amp;nbsp; จึงได้ยื่นหนังสือทาง EMS ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์และนางยลดา ว่าเป็นไปตาม พรป.ปปช.มาตรา 114 หรือไม่ โดยได้แนบตารางตัวเลขเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินของทั้งสองคนไปให้ ป.ป.ช. ประกอบการพิจารณาด้วย&amp;quot;นายเรืองไกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101257</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ยลดา หวังศุภกิจโกศล, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b7a03605ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; ยื่น ปปช. ไต่สวน &#039;วีรศักดิ์-เมีย&#039;  2 ปีรวยขึ้น 361 ล้าน หนี้หมื่นล้านหายวับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา หลังพบความผิดปกติในส่วนหนี้สินของนายวีรศักดิ์และคู่สมรส ที่นายวีรศักดิ์เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เอาไว้เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 ว่ามีหนี้สินร่วมกัน 11,138,404,713 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมาของนายยลดา เมื่อวันที่ 25 ม.ค.64 หนี้สินจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาทกลับหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่าทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์และนางยลดาเพิ่มขึ้นรวมกัน 361 ล้านบาทในช่วง 2 ปี ซึ่งยังไม่พบว่ามีที่มาจากอะไร โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เงินเดือนจากการเป็นรัฐมนตรีของนายวีรศักดิ์ มีแค่ 2 แสนบาทต่อเดือน รวม 2 ปี ไม่น่าจะมีมากมายถึงขนาดไหน ดังนั้น การมีเงินเพิ่ม 316 ล้านบาทจึงน่าสนใจเรื่องที่มาของเงิน หากชี้แจงไม่ได้อาจเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ ป.ป.ช.ย้อนไปดูปีภาษี 2562-2563 ว่าเงินที่เพิ่มขึ้น 361 ล้านบาทนำไปแสดงเป็นรายได้ในการเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งจะพิสูจน์ได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนายวีรศักดิ์ชี้แจงว่าหนี้สินที่หายไป 1.1 หมื่นล้านบาทเป็นหนี้จากการค้ำประกันนั้น ถ้ามีหลักฐานครบถ้วน ขอให้แสดงต่อ ป.ป.ช. ตนไม่ติดใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100298</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, ยลดา หวังศุภกิจโกศล, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080f600682f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.คมนาคม รอแจงรายละเอียดปลดหนี้หมื่นล้าน หลังพ้นกักตัว 21 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19​ เม.ย.64 - นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของภริยากรณีเข้ารับตำแหน่งนายกอบจ.นครราช สีมา เมื่อเดือนม.ค.25624 ที่ไม่พบหนี้สิน 10,000ล้านบาท ของนายวีรศักดิ์และภริยาที่ยื่นต่อป.ป.ช.ไว้เมื่อเดือน ส.ค.2562 ขณะเข้ารับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ จนถูกตั้งข้อสงสัยถึงหนี้หมื่นล้านที่หมดไปในช่วงเวลา 2 ปีว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการกักตัว 14วัน ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว ต้องขอกลับไปดูเอกสารรายละเอียดหนี้สินดังกล่าวก่อน ไว้พ้นกำหนดกักตัวในวันที่ 21 เม.ย.นี้แล้ว จะชี้แจงเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., ยลดา หวังศุภกิจโกศล, รมช.คมนาคม, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606465edbcabb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เปิดกรุ &#039;นายก อบจ.โคราช&#039; เมีย &#039;รมช.คมนาคม&#039; หนี้หมื่นล้านหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 -&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 โดยนางยลดาแจ้งว่า ตนเองและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 461,279,446 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนางยลดา 212,744,957 บาท เป็นของนายวีรศักดิ์ 248,534,489 บาท ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืมของทั้งสองคน รวมทั้งสิ้น 401,387,633 บาท พบว่าส่วนใหญ่เป็นการให้บุตรคือ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และน.ส.วีรียา หวังศุภกิจโกศล กู้ยืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีที่ดินทั้งหมด 16 รายการ มูลค่ารวมกัน 27,725,445 บาท ยานพาหนะ 9 คัน มูลค่ารวมกัน 4,000,000 บาท เงินสด มูลค่ารวมกัน 670,000 บาท เงินฝาก มูลค่ารวมกัน 2,600,181 บาท สิทธิและสัมปทานของนางยลดา 1,752,186 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของนางยลดา มูลค่า 12,160,000 บาท ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และอาคารชุดย่านราชเทวี กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไปของทั้งผู้ยื่นและคู่สมรส มีมูลค่ารวมกัน 10,984,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ ประกอบด้วย อาวุธปืน จำนวน 28 กระบอก อาทิ ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ปืนยาวลูกซอง ปืนยาวเดี่ยวลูกซอง นอกจากนี้ ยังสร้อยคอทองคำ สร้อยเพชร กระเป๋ายี่ห้อหรู นาฬิกายี่ห้อหรู อย่างไรก็ตาม นางยลดาแจ้งว่า มีหนี้สินเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 35,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายวีรศักดิ์ คู่สมรสของนางยลดา เคยแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เมื่อปีเดือน ส.ค. 2562 โดยแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 37,065,128 บาท มีหนี้สิน 9,636,125,937 บาท ส่วนนางยลดา มีทรัพย์สิน 62,597,681 บาท มีหนี้สิน 1,502,278,776 บาท รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 99,662,809 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 11,138,404,713 บาท เท่ากับว่า หนี้สินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทได้หายไปเกือบทั้งหมดเพียงเวลาไม่นาน เหลือเพียงหนี้สินของนางยลดา ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 35,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้ สำนักงาน ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายวีรศักดิ์ กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และกรณีเข้ารับตำแหน่ง รมช.คมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99964</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกอบจ.นครราชสีมา, ยลดา หวังศุภกิจโกศล, รมช.คมนาคม, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d302b0c2ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีรศักดิ์-อธิรัฐ&#039;2 รมช.คมนาคมแจ้งกักตัว14 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เมษายน 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่าในงานพิธีเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วง อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว ระยะทาง 36 กิโลเมตร(กม.)โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเป็นประธานเปิด ในวันที่ 7 เม.ย.นี้กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ไปร่วมงานนั้น

ล่าสุดแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่าขณะนี้ รมช.ทั้งสองท่านไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานได้ต้องทำการกักตัว 14 วัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่หน้าห้องของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. ได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ขณะนายศักดิ์สยาม ได้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-19 เม.ย.64 เช่นเดียวกับ รมช.คมนาคม ที่เริ่มกักตัวตั้งแต่วันที่ 7-20 เม.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98599</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอเตอร์เวย์ M6, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d17c10fd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;เซ็นแบ่งงาน&#039;วีรศักดิ์&#039;รมช.ป้ายแดง ดูแล 4 หน่วยงาน ขบ.-ทย.-สบพ.-โรงแรมสุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2546 ได้ลงนามออกคำสั่งกระทรวงคมนาคม ที่ 183/2564 เรื่อง มอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทุ้งนี้ ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงคมนาคม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ.2550 จึงให้ยกเลิกคำสั่งที่ 429/2563 ที่ได้สั่ง ณวันที่ 9 มิ.ย. 2563 เรื่อง มอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และให้ใช้ดำสั่งนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มอบอำนาจให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มีอำนาจในกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทนโดยทั่วไป ยกเว้นการบริหารงานบุคคล การอนุมัติงบประมาณ การอนุมัติ การอนุญาต การออกใบอนุญาตใดๆ ที่เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตามกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของ ครม. สำหรับงานของส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย1.กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 2.กรมท่าอากาศยาน (ทย.) 3.สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) 4.บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และ 5.งานตอบกระทู้ถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและที่ประชุมวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในการกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทน ที่ได้รับมอบอำนาจนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาจมอบอำนาจการอนุมัติ อนุญาต การออกใบอนุญาตใดๆ หรือการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่น ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของ ครม. อันอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้แก่รัฐมนตรีช่วยการการกระทรวงคมนาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือ ขณะที่บรรดาเอกสารใดๆ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งหรือลงนามในฐานะผู้ปฏิบัติราชการแทน ให้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อทราบในโอกาสแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นว่า เรื่องใดเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลหรือมีผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาล หรือผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความไม่ยุติธรรมแก่ประชาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสามารถสั่งการในเรื่องนั้นได้โดยตรง อีกทั้งในกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ อำนาจในการกำกับดูแลและปฏิบัติราชการแทนให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรวมถึงในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบอำนาจนี้ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยึดมั่นในระเบียบกฎหมาย และหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2556 นอกจากนี้ ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 รวมทั้งหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97851</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอบหมายงาน, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063ee88dc2bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
