<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูวีระ&#039; โต้ &#039;ศิลปินแห่งชาติ&#039; ปม &#039;มนุษย์ คือ เสรีภาพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 -&amp;nbsp;นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มนุษย์ คือ เสรีภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้อ่านถ้อยคำนี้จากศิลปินแห่งชาติที่ผมเคารพนับถือ นั่นคือ &amp;quot;สุชาติ สวัสดิ์ศรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้อยคำสั้นๆนี้ทำให้ผมยืนคิด เดินคิด นั่งคิด กระทั่งนอนคิดอยู่หลายวันหลายคืน ก่อนจะสรุปตามความคิดของผมว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มนุษย์หามีเสรีภาพไม่ ถือกำเนิดเติบโตขึ้นมา จิตใจก็ถูกคุมขังอยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง เกือบทุกคนไม่เคยหนีพ้น ไม่เคยมีเสรี อิสระหลุดพ้นไปจากความโลภ ความโกรธ ความหลงและทุกคนก็ตายไปพร้อมๆกับสิ่งชั่วร้ายนี้ ส่วนด้านร่างกาย เมื่อวัยเด็กก็ตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพ่อแม่ เข้าโรงเรียนก็เป็นการศึกษาภาคบังคับ นอกจากเรียนวิชาบังคับก็ยังมีวิชาบังคับเลือก นอกจากนี้ยังมีกฎ ระเบียบต่างๆคอยบังคับ ควบคุม ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา พอเรียนจบไปทำงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชน แต่ละองค์กรต่างมี &amp;quot;ผู้บังคับบัญชา&amp;quot; แต่ละระดับชั้นตั้งแต่ชั้นต่ำสุดจนถึงชั้นสูงสุด หน้าที่การงานก็บังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เวลาก็ร่วมบังคับให้ไปทำงานเวลาเท่านั้นเท่านี้ เลิกงานเวลาเท่านั้นเท่านี้ ผลงานต้องเสร็จเวลานั้นเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลุดจากครอบครัวเก่าเริ่มมีครอบครัวใหม่ หลุดจากหน่วยงานสู่โลกภายนอก, โลกภายนอก โลกของสังคมก็มีกฎ ระเบียบ กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีคอยกำกับและบังคับอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ มีเจ้าโคตร มีโคตร มีปู่ย่าตายาย มีพ่อแม่ มีลูกพี่มีลูกน้อง มีหัวหน้ามีลูกน้อง ใครอยู่ในฐานะสูงกว่าต้องคอยอุปถัมภ์และบังคับคนที่อยู่ต่ำกว่า, คนที่อยู่ต่ำกว่าก็คอยอุปถัมภ์และรับใช้คนที่อยู่สูงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาที่เรื่องการเมืองเรื่องความคิด &amp;quot;มันจะสามารถคิดและทำอะไรตามใจตนได้&amp;quot; นายกรัฐมนตรีก็มีบุคคลสำคัญอยู่เบื้องหลัง, หัวหน้าพรรคการเมืองก็มีนายทุนในชาติและต่างชาติอยู่เบื้องหลัง, บรรดาสมาชิกพรรคการเมืองก็มีหัวหน้าพรรคการเมืองคอยกำกับดูแล เป็นแค่ ส.ส. จะไปกล้าเอะอะอะไรกับหัวหน้าพรรคได้ พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดก็ยังทำไม่ได้ มีแต่คอยคำสั่งให้แสดงบทบาทและคอยยกมือสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ม็อบ&amp;quot; ก็มีคนอยู่เบื้องหลังม็อบ จะชุมนุม จะพูด จะประท้วง จะใช้ถ้อยคำว่าอย่างไร? ผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้กำกับและคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามนุษย์ คือ เสรีภาพจริง มนุษย์ต้องหลุดพ้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง มนุษย์สามารถพูดความจริง &amp;quot;จริง คือ จริง&amp;quot; และ &amp;quot;ไม่จริง คือ ไม่จริง&amp;quot; แต่ความจริงแล้ว โดยเฉพาะปัจจุบัน เราเห็นว่า &amp;quot;มนุษย์ไม่กล้าพูดความจริงตามอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิดของตน เราจึงเห็นมนุษย์บิดเบือนกันมาก&amp;quot; เพราะมนุษย์ไม่เคยมีเสรีภาพอย่างแท้จริงแม้เพียงเสี้ยวเมล็ดงา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91914</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีระ สุดสังข์, สุชาติ สวัสดิ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a99d4df256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูวีระ&#039;เหน็บ&#039;รมว.ศธ.&#039;ช่างฉลาดในวลีอันขลาดเขลาแต่ไม่ต้องลาออกเพราะทำตามเงื่อนไขนักเรียนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย.63 - นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมเป็นนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมจะกล่าวถึงกรณีนักเรียนชุมนุมระท้วง เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 อย่างเต็มภาคภูมิว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักเรียนขาสั้นคอซองในยุคที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นนักเรียนที่มีความคิดความอ่านทางด้านสังคมและการเมืองอย่างที่ไม่เคยมีในรัฐบาลชุดใดมาก่อน นี่คือ พืชผลแห่งคุณภาพที่เจริญงอกงามขึ้นในสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งการสื่อสาร สังคมแห่งความสับสน สังคมที่ยังไม่มีจุดหมายปลายทางอันเด่นชัด พวกเขาเหล่านี้เป็นเยาวชนที่เปี่ยมด้วยจิตสำนึกและมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งพวกเขาและเราทุกคนเป็นเจ้าของประเทศนี้ หลักสูตรการศึกษาได้หล่อหลอมบ่มเพาะความเป็นมนุษย์ ผมในฐานะรัฐมนตรีก็เปิดโอกาสให้เยาวชนเหล่านี้ โดยเปิดประตูเสรีภาพการรวมพลังและแสดงออกทางความคิด ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ของเยาวชนรุ่นใหม่ ผมถือว่าเป็นความสำเร็จในฐานะเจ้ากระทรวงผู้บริหารการศึกษาและบริหารทรัพยากรมนุษย์...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ ! รัฐมนตรีกล่าวว่า &amp;quot;นักเรียนไล่ออก ถือว่าคุกคามรัฐมนตรี&amp;quot; มันช่างฉลาดและหลักแหลมในวลีอันขลาดเขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานมาแล้ว หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬและแม้แต่พฤษภาอำมหิต ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้คร่ำหวอดทางสังคม การเมืองการปกครอง นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเคยกล่าวด้วยอารมณ์อันผิดหวังว่า &amp;quot;คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษาสมัยนี้ (2535-2553) มันหมกมุ่น มัวเมาอยู่กับเกม แฟชั่น ละคร ภาพยนตร์และเซ็กบนจอโทรศัพท์มือถือ โดยไม่สนใจเหตุการณ์ทางสังคม การเมืองการปกครอง บางคนบางกลุ่มก็เอาแต่เรียน เรียน เพื่อจุดหมายของตนเองมากกว่าจุดหมายของสังคม บางคนบางกลุ่มเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับยาเสพติด...ฯลฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และบัดนี้ นักเรียน นักศึกษาได้เงยหน้าขึ้นมาจากจอมือถือกันแล้ว และนำความรู้ ความคิดจากจอมือถือมากดดันผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้นำทางสังคม &amp;quot;กรุณาอย่าด่า อย่าใส่ร้ายและอย่าทำร้ายเด็กก็แล้วกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องของเด็ก 1.หยุดคุกคามนักเรียน 2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง 3.ปฏิรูปการศึกษา เป็นข้อเรียกร้องที่บริสุทธิ์มาก มันไม่เสียหาย ไม่เสียหน้า ถ้าจะรับปากว่า &amp;quot;จะหยุดคุกคามเด็กด้วยถ้อยคำและด้วยการใช้กำลังหรือวิธีการอื่นๆ เรารักเด็กอยู่แล้ว เด็กก็เหมือนลูกของเรา เราจะไปคุกคามทำไม? เรื่องยกเลิกกฎระเบียบก็ต้องยกมาพิจารณากัน ถามกลับสิว่า นักเรียนอยากให้ยกเลิกกฎระเบียบอะไรบ้าง ระเบียบการแต่งกาย ไว้ทรงผม โอเคเลย ยกเลิกทันทีก็ได้ ระเบียบอื่นๆมีอะไรอีกไหม? ถ้าบอกว่า ยกเลิกระเบียบบังคับการเข้าเรียน อันนี้ไม่ได้มันต้องมาถกเถียงกัน มาอธิบายกัน มันส่งผลดีผลเสียต่อประเทศชาติอย่างไร? เรื่องปฏิรูปการศึกษา ให้นักเรียนคัดตัวแทนมาเลย จะมีนักเรียนกี่คนก็แล้วแต่จะตกลงกัน เอาตัวแทนครูมาด้วย มาร่วมประชุมกับคณะวิชาการ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา อยากให้ปฏิรูปอย่างไร? มีความเป็นไปได้แค่ไหน? เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปและวางแผน/โครงการต่างๆ(เหมือนนิยายเรื่อง นักเรียนปฏิวัติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า &amp;quot;การชุมนุมของนักเรียนครั้งนี้มีใครอยู่เบื้องหลังไหม?&amp;quot; ตอบทันทีว่า &amp;quot;มี อย่างน้อยก็พ่อแม่นักเรียนสนับสนุนให้เงินค่ารถ ค่าขนมไปร่วมชุมนุม&amp;quot; และถามว่า &amp;quot;มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังไหม?&amp;quot; ตอบทันทีว่า &amp;quot;มี มีแล้วไง? กลัวอะไร? ดีเสียอีกที่พวกเขาคอยสนับสนุนการแสดงออกของนักเรียน ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีวิธีการที่จะเอาชนะด้วยเหตุผล คนเรามันต้องแพ้ชนะกันด้วยเหตุผล เมื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนครบทุกข้อแล้ว จะต้องกลัวอะไรอีก มีแต่จะถามว่า นักเรียนต้องการอะไรอีกไหม?&amp;quot; และรัฐมนตรีไม่ต้องลาออกเพราะได้ทำตามเงื่อนไขของนักเรียนทุกข้อแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือวิธีคิดและการตอบสนอง หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนนั้น ชื่อ วีระ สุดสังข์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนักเรียนเลว, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ม็อบเยาวชนปลดแอก, วีระ สุดสังข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5626dbb15b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูวีระ&#039;ยกบทเรียน&#039;น้องกองบิน&#039;ฉะศธ.ฆ่าคนโดยประมาทแนะควรให้เด็กเข้าเรียนในภาวะที่สมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63- นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณี ครูพี่เลี้ยงศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีมาราม ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ลืม ด.ช.ธนกฤต ยอดมณี หรือน้องกองบิน อายุ 2 ขวบ นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีมาราม ในรถตู้รับ-ส่งนักเรียนนานกว่า 6 ชั่วโมง จนเสียชีวิตในที่สุด&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เรามัวแต่สนใจเรื่องการชุมนุมของนักศึกษาประชาชน &amp;quot;จะปลดแอก จะเอาประชาธิปไตย&amp;quot; จนใครๆแทบไม่ให้ความสนใจเรื่องน้องกองบินถูกทิ้งไว้ในรถจนเสียชีวิต วันนี้ผมขอเขียนถึงน้องกองบินเป็นประเด็นๆไป หากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็จงแลกเปลี่ยนตามประเด็น อย่าเฉไฉไขว้เขวพูดถึงนักบินคนนั้นคนนี้ ฝูงบินนั้น ฝูงบินนี้ และแม้แต่ท่านนักบินฑบาตปาระเบิดใส่บ้านญาติโยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.น้องกองบินอายุแค่ 2 ขวบทำไมต้องไปโรงเรียน?, เรียนอะไรกันนักกันหนา กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี ควรตระหนักเรื่องนี้กันหน่อย เด็กวัยนี้ (1-5 ขวบ) ควรจะอยู่ในอ้อมอกของพ่อแม่ ให้พ่อแม่เป็นครูสอนเป็นคนแรกและด้วยความเป็นจริงแล้วเด็กวัยนี้ไม่อยากพรากพ่อพรากแม่ไปไหนเลย ความอบอุ่นทางอารมณ์ ทางจิตใจและสติปัญญามันอยู่ตรงนี้ ด้านสังคมอย่าเพิ่งมีก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผมเข้าใจแบบไม่ชื่นชอบว่า รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก &amp;quot;ต้องการ&amp;quot;เอาใจผู้ปกครองและประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาทำงานหาเลี้ยงชีพโดยการพรากลูกจากพ่อแม่ ประกอบกับพ่อแม่ก็ต้องการทำมาหากินจริงๆ จึงเห็นดีเห็นงามและพาลูกวัยนี้เข้าโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง &amp;quot;ความรู้สึกของเด็ก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในฐานะครู เคยพร่ำสอนลูกศิษย์ว่า &amp;quot;ถ้ายังไม่พร้อม รักกันอย่าเพิ่งแต่ง, ถ้ายังไม่พร้อม แต่งแล้วอย่าเพิ่งมีลูก&amp;quot; แต่ส่วนใหญ่มันเสือกมีลูกก่อนแต่ง เมื่อกำเนิดลูกก็ทิ้งขว่างลูกไว้กับปู่ย่าตายายและโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง &amp;quot;ความรู้สึกของเด็ก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ลูกวัยนี้ต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่มากกว่าปู่ย่าตายและคุณครู เมื่อไม่ได้ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่สิ่งที่ได้รับคือ &amp;quot;ความว้าเหว่&amp;quot; และไม่รู้ว่า &amp;quot;ความรักอันแท้จริงคืออะไร?&amp;quot; พอโตเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวจึงแสดง &amp;quot;อาการก้าวร้าว&amp;quot; ออกมา เมื่อลูกเกเรไปทำร้ายคนอื่น(สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าความรักคืออะไร?) พ่อแม่ก็จะออกตัวแทนลูกว่า &amp;quot;ลูกฉันเป็นคนดี&amp;quot; ขณะเดียวกันเด็กไม่รู้ความหมายว่า &amp;quot;ความกตัญญูคืออะไร?&amp;quot; ดั่งที่ปรากฏในการชุมนุมของนักศึกษา สังคมจึงป่วยไข้ทางจิตเต็มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข่าวลืมเด็กในรถจนเสียชีวิต ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึง &amp;quot;ความเผอเรอ&amp;quot; ของครูและของคนขับรถรับส่งเด็ก มันเป็นความหย่อนยานของผู้บริหารสถานศึกษาและเป็นความบ้าของกระทรวง มันเป็นการ&amp;quot;ฆ่าคนโดยประมาท&amp;quot; แม้จะได้รับโทษอย่างไรก็ไม่คุ้มค่ากับชีวิตเด็กบริสุทธิ์ที่เสียชีวิตไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.รัฐบาลควรมีมาตรการให้เด็กอายุ 1-5 ขวบอยู่กับพ่อหรือแม่และยังไม่ต้องเข้าโรงเรียน โดยมีสวัสดิการให้พ่อหรือแม่ที่ไม่ได้ไปทำงานเพราะมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูกตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เหตุการณ์อย่างนี้สะเทือนใจมาก &amp;quot;ถ้าเป็นลูกผม ถ้าเป็นลูกคุณ เราจะรู้สึกอย่างไร?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.รัฐบาลควรกำหนดให้เด็กๆควรเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 5 ขวบหรือย่างเข้าปีที่ 6., อนุบาล 1 อายุ 6 ปี อนุบาล 2 อายุ 7 ปี พอย่างเข้าปีที่ 8 จึงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นี่คือภาวะที่สมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.เรื่องส่วนตัว ผมเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 8 ปีบริบูรณ์หรืออายุย่างเข้า 9 ปี จึงไปโรงเรียน ครูสอนอะไรจำได้หมด ก่อนหน้านี้อยู่กับพ่อและแม่ พ่อแม่ทำอะไรก็ทำไปกับพ่อแม่ เรียนรู้ไปกับพ่อแม่ อิ่ม หิว, ทุกข์ สุข, หนาว ร้อน ฯลฯ ได้รับรู้รสชาติชีวิตร่วมกับพ่อแม่ จึงรัก เข้าใจและกตัญญูพ่อแม่ พออายุครบ 15 ปี ผมออกจากบ้านจากพ่อแม่จนถึงวันนี้โดยไม่เคยก่อปัญหาแก่สังคมเล็กใหญ่ ทั้งนี้เพราะได้รับความรักจากพ่อแม่มาอย่างเต็มอิ่ม ลูกชายทั้งสองของผมออกจากอกพ่อแม่เมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ทุกคน และลูกสาวเฌอเอมจะอยู่กับพ่อแม่จนกว่าพ่อจะตายจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.ขอวิงวอนอย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74742</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), ฆ่าคนโดยประมาท, น้องกองบิน, วีระ สุดสังข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f363efba2e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูวีระ&#039;ยกบทเรียน&#039;น้องกองบิน&#039;ฉะศธ.ฆ่าคนโดยประมาทแนะควรให้เด็กเข้าเรียนในภาวะที่สมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณี ครูพี่เลี้ยงศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีมาราม ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ลืม ด.ช.ธนกฤต ยอดมณี หรือน้องกองบิน อายุ 2 ขวบ นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีมาราม ในรถตู้รับ-ส่งนักเรียนนานกว่า 6 ชั่วโมง จนเสียชีวิตในที่สุด&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เรามัวแต่สนใจเรื่องการชุมนุมของนักศึกษาประชาชน &amp;quot;จะปลดแอก จะเอาประชาธิปไตย&amp;quot; จนใครๆแทบไม่ให้ความสนใจเรื่องน้องกองบินถูกทิ้งไว้ในรถจนเสียชีวิต วันนี้ผมขอเขียนถึงน้องกองบินเป็นประเด็นๆไป หากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็จงแลกเปลี่ยนตามประเด็น อย่าเฉไฉไขว้เขวพูดถึงนักบินคนนั้นคนนี้ ฝูงบินนั้น ฝูงบินนี้ และแม้แต่ท่านนักบินฑบาตปาระเบิดใส่บ้านญาติโยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.น้องกองบินอายุแค่ 2 ขวบทำไมต้องไปโรงเรียน?, เรียนอะไรกันนักกันหนา กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี ควรตระหนักเรื่องนี้กันหน่อย เด็กวัยนี้ (1-5 ขวบ) ควรจะอยู่ในอ้อมอกของพ่อแม่ ให้พ่อแม่เป็นครูสอนเป็นคนแรกและด้วยความเป็นจริงแล้วเด็กวัยนี้ไม่อยากพรากพ่อพรากแม่ไปไหนเลย ความอบอุ่นทางอารมณ์ ทางจิตใจและสติปัญญามันอยู่ตรงนี้ ด้านสังคมอย่าเพิ่งมีก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผมเข้าใจแบบไม่ชื่นชอบว่า รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก &amp;quot;ต้องการ&amp;quot;เอาใจผู้ปกครองและประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาทำงานหาเลี้ยงชีพโดยการพรากลูกจากพ่อแม่ ประกอบกับพ่อแม่ก็ต้องการทำมาหากินจริงๆ จึงเห็นดีเห็นงามและพาลูกวัยนี้เข้าโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง &amp;quot;ความรู้สึกของเด็ก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในฐานะครู เคยพร่ำสอนลูกศิษย์ว่า &amp;quot;ถ้ายังไม่พร้อม รักกันอย่าเพิ่งแต่ง, ถ้ายังไม่พร้อม แต่งแล้วอย่าเพิ่งมีลูก&amp;quot; แต่ส่วนใหญ่มันเสือกมีลูกก่อนแต่ง เมื่อกำเนิดลูกก็ทิ้งขว่างลูกไว้กับปู่ย่าตายายและโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง &amp;quot;ความรู้สึกของเด็ก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ลูกวัยนี้ต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่มากกว่าปู่ย่าตายและคุณครู เมื่อไม่ได้ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่สิ่งที่ได้รับคือ &amp;quot;ความว้าเหว่&amp;quot; และไม่รู้ว่า &amp;quot;ความรักอันแท้จริงคืออะไร?&amp;quot; พอโตเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวจึงแสดง &amp;quot;อาการก้าวร้าว&amp;quot; ออกมา เมื่อลูกเกเรไปทำร้ายคนอื่น(สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าความรักคืออะไร?) พ่อแม่ก็จะออกตัวแทนลูกว่า &amp;quot;ลูกฉันเป็นคนดี&amp;quot; ขณะเดียวกันเด็กไม่รู้ความหมายว่า &amp;quot;ความกตัญญูคืออะไร?&amp;quot; ดั่งที่ปรากฏในการชุมนุมของนักศึกษา สังคมจึงป่วยไข้ทางจิตเต็มๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข่าวลืมเด็กในรถจนเสียชีวิต ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึง &amp;quot;ความเผอเรอ&amp;quot; ของครูและของคนขับรถรับส่งเด็ก มันเป็นความหย่อนยานของผู้บริหารสถานศึกษาและเป็นความบ้าของกระทรวง มันเป็นการ&amp;quot;ฆ่าคนโดยประมาท&amp;quot; แม้จะได้รับโทษอย่างไรก็ไม่คุ้มค่ากับชีวิตเด็กบริสุทธิ์ที่เสียชีวิตไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.รัฐบาลควรมีมาตรการให้เด็กอายุ 1-5 ขวบอยู่กับพ่อหรือแม่และยังไม่ต้องเข้าโรงเรียน โดยมีสวัสดิการให้พ่อหรือแม่ที่ไม่ได้ไปทำงานเพราะมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูกตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เหตุการณ์อย่างนี้สะเทือนใจมาก &amp;quot;ถ้าเป็นลูกผม ถ้าเป็นลูกคุณ เราจะรู้สึกอย่างไร?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.รัฐบาลควรกำหนดให้เด็กๆควรเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 5 ขวบหรือย่างเข้าปีที่ 6., อนุบาล 1 อายุ 6 ปี อนุบาล 2 อายุ 7 ปี พอย่างเข้าปีที่ 8 จึงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นี่คือภาวะที่สมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.เรื่องส่วนตัว ผมเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 8 ปีบริบูรณ์หรืออายุย่างเข้า 9 ปี จึงไปโรงเรียน ครูสอนอะไรจำได้หมด ก่อนหน้านี้อยู่กับพ่อและแม่ พ่อแม่ทำอะไรก็ทำไปกับพ่อแม่ เรียนรู้ไปกับพ่อแม่ อิ่ม หิว, ทุกข์ สุข, หนาว ร้อน ฯลฯ ได้รับรู้รสชาติชีวิตร่วมกับพ่อแม่ จึงรัก เข้าใจและกตัญญูพ่อแม่ พออายุครบ 15 ปี ผมออกจากบ้านจากพ่อแม่จนถึงวันนี้โดยไม่เคยก่อปัญหาแก่สังคมเล็กใหญ่ ทั้งนี้เพราะได้รับความรักจากพ่อแม่มาอย่างเต็มอิ่ม ลูกชายทั้งสองของผมออกจากอกพ่อแม่เมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ทุกคน และลูกสาวเฌอเอมจะอยู่กับพ่อแม่จนกว่าพ่อจะตายจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.ขอวิงวอนอย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), ฆ่าคนโดยประมาท, น้องกองบิน, วีระ สุดสังข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f363efba2e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูวีระ&#039;สอนลูกศิษย์ข้อเรียกร้อง10ข้ออาจไม่ผิดจากปชต.แต่ผิดความรู้สึกของปวงชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.63- นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบุว่า บทความนี้ท่านผู้รู้ไม่ต้องอ่านนะครับ ผมเขียนเพื่อสอนลูกหลานและลูกศิษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำว่า &amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; มันจะไม่มีศัตรู ไม่มีคู่อริ ไม่โกรธแค้น ไม่ชิงชัง ไม่ล้างแค้น ไม่ข่มขู่ ไม่คุกคาม ไม่เอาชนะด้วยกำลัง ไม่เอาชนะด้วยอาวุธ ไม่ด่าทอ ไม่เยาะเย้ย ไม่ถากถาง ไม่เหยียบย่ำ มีแต่ความเคารพ อ่อนน้อม สัมมาคาวะ ให้อภัย ให้โอกาส รับฟังความเห็นต่าง ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ทุกวันนี้เราเป็นอย่างนี้หรือเปล่า? ถ้าเป็นก็แสดงว่า ตัวเราเป็นประชาธิปไตย ถ้าไม่เป็นมันก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการประชาธิปไตย คือ เอาคน ตัวแทนกลุ่มคนที่เห็นต่างกันมาพูดมาคุย มาแลกเปลี่ยน มาโต้แย้งด้วยเหตุผลและมีการลงมติกัน เสียงใดมากกว่าก็ชนะไป ฝ่ายแพ้ก็ยอมรับผู้ชนะ ผู้ชนะก็ฟังเสียงฝ่ายแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าฝ่ายใดก็แล้วแต่ในประเทศนี้ที่มาตั้งเวทีด่าฝ่ายตรงข้ามโป้งๆปาวๆ แต่ฝ่ายเดียว โดยฝ่ายถูกด่าไม่มีโอกาสโต้ตอบ ไม่มีโอกาสแสดงความเห็น อย่างนี้ถือว่าเป็นกระบวนการประชาธิปไตยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่สามารถเอาคนทั้งประเทศมานั่งรวมกันได้ เราจึงต้องเลือกผู้แทน การที่ผู้แทนไม่พูดถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการ อยู่ในสภาไม่เสนอญัตติตามความต้องการของประชาชน แสดงว่ามันแย่ ทีหลังอย่าเลือกอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบันนี้ ผู้แทนของเรา คือ ส.ส. ส่วน ส.ว.หาใช่ผู้แทนไม่ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หน้าที่ของ ส.ส.มีหลายอย่าง, อย่างหนึ่งคือการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของประชาชนได้ แต่ ส.ส.ไม่ลงมือทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง แสดงว่า ส.ส.ลืมบทบาทหน้าที่ของตนเอง อาจเพราะเห็นประโยชน์ของตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียกร้องของนักศึกษา 10 ข้อ บางข้อควรเห็นด้วย แต่บางข้อหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้วงสถาบัน ถามว่า ผิดกฎหมายไหม? ผิดจากความเป็นประชาธิปไตยไหม? ตอบว่า อาจไม่ผิดก็ได้ &amp;quot;แต่ผิดความรู้สึกของปวงชน&amp;quot; บางครั้งบางคราว &amp;quot;ความรู้สึกของปวงชนอยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านแล้วจงนำไปคิดพิจารณาและไตร่ตรองให้ถ่องแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรู้สึกของปวงชนอยู่เหนือกฎหมาย, จาบจ้วงสถาบัน, วีระ สุดสังข์, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f363efba2e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อ๋อย-ปลื้ม&#039;หน้าหงาย&#039;ครูวีระ&#039;ฉะตรรกะเน่าๆจากจิตใจและสมองเน่าๆไม่ได้ไปโรงเรียนร้ายแรงกว่าติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63 - นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ตรรกะเน่าๆ จากจิตใจและสมองเน่าๆ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เข้าใจว่า &amp;ldquo;ทำไมคนระดับนี้ จึงคิดอะไรได้แค่นี้&amp;rdquo; หม่อมปลื้มก็คนหนึ่งแล้ว ดันมาถึงจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นทั้งคอมมิวนิสต์เก่าผู้มีอุดมการณ์ &amp;ldquo;ไม่ได้ไปโรงเรียน ร้ายแรงกว่าติดโควิด จี้รัฐบาลต้องเปิดเรียน 1 มิถุนายน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ถ้าหากชาตินี้ทั้งชาติ รัฐบาลไม่ให้นักเรียนไปโรงเรียนอีกแล้ว หยุดไปโรงเรียนตลอดชีวิต หรือแม้แต่หยุดเรียนสัก 1-2 ปี ผมจะเห็นด้วยว่า มันร้ายแรงกว่าติดโควิด เพราะคนมันต้องมีความรู้ มีการศึกษา คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ประยุกต์ใช้เป็น&amp;rdquo; ไม่ปล่อยให้คนในประเทศโง่เง่าเต่าตุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐบาลประกาศชัดเจนแล้วว่า &amp;ldquo;เปิดเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม&amp;rdquo; เสียเวลาไป 1 เดือนกับ 15 วัน ไม่ส่งผลเสียอะไร? พอเปิดเรียน ครูก็สอนไปตามหลักสูตรทุกกลุ่มสาระจนครบทุกมาตรฐานและตัวบ่งชี้ หากเวลาไม่พอ อาจมีการสอนชดเชยได้ ซึ่งกระบวนการเรียนการสอน ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์เขารู้ดีอยู่แล้วว่าจะจัดการอย่างไร? คุณเคยเป็นรัฐมนตรีก็จริง แต่คุณไม่เคยรู้บทบริบทของโรงเรียนอย่างแท้จริงเลย คุณจึงแสดงตรรกะเน่าๆออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในช่วงโรคระบาดนี้ อยากถามคุณจากใจและอยากได้คำตอบจากใจของคุณว่า &amp;ldquo;คุณจะเสี่ยงให้ลูกหลานของคุณไปโรงเรียนหรือไม่? ระหว่างลูกหลานของคุณนั่งแออัดในห้องเรียนหรือทำกิจกรรมกลุ่มภาคสนาม คุณมองเห็นภาพนั้น คุณสบายใจหรือไม่?&amp;rdquo; ถ้าคุณสบายใจคุณก็อำมหิตเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พูดถึงเรื่องโรคระบาดก็อยากพูดต่อไปอีกสักหน่อย &amp;ldquo;สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ติดเชื้อลดลงจนเหลือเลขตัวเดียว, ผู้ป่วยรักษาตัวหายกลับบ้านเกือบหมด สถิติคนตายยืนอยู่กับที่&amp;rdquo; ช่างน่าดีใจ น่ามีความหวังว่า เราจะปลอดโรค แต่ด้วยพวกคุณเกลียดชังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและรัฐบาล คุณปิดตาแล้วพากันพูดว่า &amp;ldquo;เพราะว่าประเทศไทยอยู่ในโซนอากาศร้อน คนจึงติดเชื้อกันน้อย&amp;rdquo; โดยมองข้ามมาตรการของรัฐบาล มองข้ามการทำงานหนักของแพทย์ พยาบาล อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อพปร.และคนไทยที่ร่วมมือกันสู้โรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมถามย้อนกลับว่า &amp;ldquo;ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเล็กๆเท่าฝ่ามือ ไม่อยู่ในเขตโซนร้อนหรืออย่างไร? ทำไมผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้ตาย จึงเพิ่มมากกว่าประเทศไทยหลายเท่า? ไหนว่า ผู้นำสิงคโปร์ คนสิงคโปร์ ชาญฉลาด ก้าวหน้าไปทุกเรื่อง?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหม่อมปลื้ม, คุณจาตุรนต์ ลองตามคำถามผมหน่อย? ตรรกะเน่าๆ จิตใจและสมองเน่าๆของคุณยังมีอยู่อีกไหม?ครู&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65977</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล, วีระ สุดสังข์, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebdeef8ce344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญญาน้อยไปหน่อย&#039;อ.วีระ&#039;ย้อนอนค.ถ้าส.ส.บ้านผมอภิปรายภาษาเขมร กวย กูย เยอ จะรับไหวไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 62 - นายวีระ สุดสังข์&amp;nbsp; นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;การแต่งกาย, ภาษาถิ่นและพิธีการ&amp;quot; มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสการแต่งกายและภาษาถิ่นในสภากำลังมาแรงโดยการจุดประกายของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ผมได้หยิบประเด็นไปโพสต์แล้ว ๒ สเตตัส โพสต์ด้วยข้อความสั้นๆ แต่มิได้ขยายความให้ละเอียด จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปนอกเจตนาของผมบ้าง แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การแต่งกาย
หากจะกล่าวถึงการแต่งกายของผม, ผมค่อนข้างมีเสรีภาพมาก ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการครู ซึ่งมีระเบียบการแต่งกาย มีแบบเครื่องแต่งกายกำหนดให้ข้าราชการไว้อย่างชัดเจน แต่ผมแต่งกายถูกระเบียบน้อยมาก โดยเฉพาะเครื่องแบบตรวจการสีกากี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่สวมใส่เลย ยิ่งอยู่บ้านนอกยิ่งไม่อยากสวมใส่ เพราะคิดไปว่า &amp;ldquo;เสมือนเครื่องแบบข่มขู่ประชาชน&amp;rdquo; วางตัวอยู่เหนือประชาชน ทั้งๆที่รับประทานภาษีของประชาชน ยุคแรกๆผมแต่งกายโดยการสวมกางเกงยีนส์ สวมเสื้อตราสามทหาร(สีดำ) สะพายย่าม ไว้ผมยาว แต่สวมรองเท้าบู๊ท ยุคสุดท้าย (๑๐ กว่าปีหลังในระบบราชการ) ผมยังสวมกางเกงยีนส์ เสื้อลาย สวมหมวกและสวมรองเท้าบู๊ทแถมด้วยหนวดเคราเต็มใบหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือความดื้อรั้นในการฝ่าฝืนระเบียบและถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของผม โดยคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ดูคนอย่าดูที่การแต่งตัว แต่ควรดูและประเมินความคิด, การกระทำและผลงานของเขาเป็นหลัก ผมไม่เคยทำให้ระบบราชการเสียหาย ไม่เคยถูกสอบสวนทางวินัยและไม่เคยถูกลงโทษใดๆ แต่ผลงานทำให้ผมเป็นครูดีเด่นตั้งแต่ระดับโรงเรียนถึงระดับประเทศ ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้า เป็นคนดีทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงผมจะชอบการแต่งกายอย่างนั้นก็ตาม หากเมื่องานเป็นงานพิธีการ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและงานวันสำคัญอื่นๆ เมื่อทางราชการกำหนดให้ทุกคนแต่งชุดปรกติขาวเข้าร่วมพิธี ผมก็เห็นชอบที่จะปฏิบัติตามระเบียบของพิธีการ แม้แต่งานแต่งงานซึ่งเป็นพิธีการมงคลสมรส ผมจำเป็นต้องสลัดหมวก ถอดเสื้อ กางเกงยีนส์ โกนหนวดเคราเข้าพิธีเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลที่มาร่วมงาน พิธีการต่างๆนั้นมันมีระเบียบ มีวิธีปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ซึ่งมาจากท้องถิ่นต่างๆภายในประเทศ มีอัตลักษณ์การแต่งกายในชีวิตประจำวันเป็นของตน ถ้าหาก ส.ส.จะเข้าประชุมสภาโดยการแต่งกายตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ ขอแต่เพียงให้สุภาพ ทุกคนคงเข้าใจความหมายของคำว่า &amp;ldquo;สุภาพ&amp;rdquo; ความสุภาพก็คือการไม่โชว์เนื้อหนังมังสาหรืออวัยวะอันควรแก่การปกปิด แต่ถ้าถึงขั้น &amp;ldquo;สวมเสื้อกีฬา กางเกงบอล&amp;rdquo; โชว์ขนขา ขนหน้าแข้ง ดูเหมือนจะคิดเลยเถิดไปสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.ภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นวัฒนธรรมอันงดงามของคนในถิ่นนั้น มีถ้อยคำสำเนียงเป็นของตนเอง ชาติพันธุ์ในประเทศไทยนั้น เฉพาะภาคอีสานมีไม่น้อยกว่า ๑๐ ชาติพันธุ์ หากรวมทุกภาคของประเทศก็น่าจะไม่น้อยกว่า ๓๐ ชาติพันธุ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่คนหนึ่งๆจะสามารถพูด เข้าใจภาษาถิ่นได้ถึง ๓๐ ภาษา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลาง เรื่องนี้ผมได้โพสต์ถึง อ.กุลธิดาไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้า ส.ส.บ้านผม อภิปรายด้วยภาษาเขมร ภาษากวย ภาษากูย ภาษาเยอ ท่านอาจารย์จะรับไหวไหมครับ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ปัญญาน้อยไปหน่อยนะครับ คิดอะไร/พูดอะไรอยากให้สมกับคำว่า &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; หน่อยนะครับท่านอาจารย์ ผมอยากเห็นท่านก้าวหน้าและเป็นผู้นำประเทศอยู่นะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคุณสังคม ศรีมหันต์ มาแสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;นึกถึงตอนที่นักเขียนหญ่าย ชื่อดังท่านนี้ป้อง!นายกตู่ในกรณีด้อยทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ (แต่กลับไม่ยอมให้มีล่าม) ว่าอย่าไปห่าอะไรมากกับภาษาอังกฤษเว้าภาษาของเจ้าของเถอะท่านว่า แล้วกะอ้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอะไรเยอะแยะมากมาย ผมเลยคิดว่า ไม่รู้จะอธิบายหรือวิเคราะห์กรณี การอธิบายอัตลักษณ์ในลักษณะลักลั่นกลับไปกลับมาอย่างไม่มีระบบคิดอะไรที่ชัดเจนในกรอบคิดเรื่อง&amp;rsquo;อัตลักษณ์&amp;rsquo;ของเขายังไงดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของ อ.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากต้องใช้ภาษาถิ่นอภิปรายในสภา ผมเห็นผลกระทบว่า ๑.จะมีส.ส.ในสภาจำนวนไม่น้อยที่ฟังภาษาถิ่นของ อ.กุลธิดาไม่ออก ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ๒.ถ้าหาก ส.ส.ทุกคนต้องมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย ในสภาแห่งนี้อาจจะมีล่ามอยู่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด ในสภาต้องเพิ่มที่นั่งให้ล่าม ต้องเพิ่มงบประมาณ เบี้ยประชุมให้ล่ามอีกด้วย และถามว่า &amp;ldquo;มันจำเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีคุณสังคม ศรีมหันต์ ซึ่งดูเหมือนจะมีน้ำเสียงกระแนะกระแหนผมว่า &amp;ldquo;นักเขียนหญ่าย&amp;rdquo; นั้น สาเหตุมาจากผมเคยเขียนและโพสต์เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในคราวประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียน ซึ่งนายกไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ(อาจจะพูดไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่) ผมว่า ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษก็ได้ขอแต่เพียงมีล่ามคนหนึ่งเป็นคนแปล ผมยกตัวอย่างนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาเขมรและมีล่ามแปล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือการพูดในระดับทวีปและระดับโลก ซึ่งเราจะเห็นว่า มีผู้นำหลายประเทศแม้จะพูดภาษาอังกฤษได้แต่เขาเลือกพูดภาษาของประเทศเพื่อธำรงค์อัตลักษณ์ของเขาไว้ กรณีนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณสังคม ศรีมหันต์ จะเข้าใจระบบการคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งกาย-ภาษาถิ่น, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ภาษาเขมร-กูย-เยอ, วีระ สุดสังข์, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2857fc61021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
