<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เต้นผีตาโขน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มแล้ว งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ของจังหวัดเลย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงต้นเดือน ก.ค. โดยจะมีผีตาโขน จาก 10 ตำบล 97 หมู่บ้าน รวมแล้วกว่าพันคน ออกมาร่วมเดินในขบวนอย่างสนุกสนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะเริ่มเปิดงานอย่างเป็นทางการ ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้ากระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ได้นำคณะนักแสดงการละเล่นผีตาโขนจากเมืองเลยมาพบ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนักแสดงผีตาโขนบางส่วนได้ยกทีมมาแสดงให้ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; รับชม เรียกว่าออกลีลาการเต้นกันสนุกสนาน ทำผู้ร่วมงานรวมถึงนักข่าวที่รับชมอยู่ด้วยถึงกับขยับตามจังหวะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งเพลงจบลง &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ถูกใจ ขอให้แสดงอีกรอบ แต่รอบนี้เป็นรอบพิเศษ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ชวนนักข่าวให้ออกไปร่วมแสดงด้วย ซึ่งนักข่าวก็ไม่ปฏิเสธ ส่งตัวแทนไปร่วมแสดงด้วยหนึ่งคน ทำ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; หัวเราะชอบใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้นมีโอกาส นักแสดงผีตาโขนออกมาโค้งเชิญ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ไปร่วมแสดงด้วย แต่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ดูเขินๆ รีบปฏิเสธ ซึ่งผีตาโขนก็ไม่ถอดใจ อ้อนวอนอยู่พักหนึ่ง กระทั่งเพลงจบพอดี เลยเข้าทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; รีบบอกทันที &amp;quot;เพลงจบแล้วๆ&amp;quot; ก่อนเดินไปถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่าๆๆ ดีนะที่เพลงจบเสียก่อน ไม่อย่างนั้น &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; อาจใจอ่อนไปเต้นด้วยก็ได้ อิอิ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;แสงทราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40383</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระ โรจน์พจนรัตน์, แสงทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเสนอต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วธ.เตรียมเสนอ &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติให้ทันภายในเดือน มี.ค.63 ชี้เป็นอาหารที่แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมเสนอต้มยำกุ้ง เพื่อขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ทันภายในเดือนมีนาคม 2563 ล่าสุดได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้เตรียมพร้อมจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารไทย เพื่อกำหนดสาระสำคัญของต้มยำกุ้ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ใน 3 สาขา คือ สาขาภาษา และมุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล และสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำว่า ต้มยำกุ้ง เป็นคำโดดในภาษาไทย มาจากคำว่า ต้ม และ ยำ หมายถึงกระบวนการทำอาหาร แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ เช่น กุ้งในแม่น้ำ ต้มลงในน้ำเดือด ปรุงรสด้วยสมุนไพร รับประทานกับข้าวสวยร้อน ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวว่า เพื่อให้ตรงกับเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก จะต้องจัดเตรียมข้อมูลให้รอบด้านโดยกำหนดชุมชนที่เกี่ยวข้องกับต้มยำกุ้งให้ชัดเจน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดทำมาตรการเพื่อการสงวนรักษา ซึ่งพบว่าในส่วนชุมชนมีการสืบทอดและพัฒนาสร้างสรรค์การทำต้มยำกุ้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ร้านอาหาร และสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มีการเรียนการสอน สามารถอ้างอิงข้อมูลได้ เมื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำเอกสาร ภาพถ่าย และวีดิทัศน์ เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณา และขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกฯ นำเสนอคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ก่อนยื่นเอกสารต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.63 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับรายงานการดำเนินงาน โครงการรุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ประจำปี 2562 รวบรวมข้อมูลต้นไม้ที่ทรงคุณค่าทั่วประเทศ ประกอบด้วย ต้นไม้จำนวน 88 ต้น อาทิ ต้นมะเดื่อยักษ์ หมู่บ้านวุ้งกะสัง โป่งน้ำร้อน คลองลาน จ.กำแพงเพชร ต้นยมหิน วัดพระธาตุดอยกูแก้ว บ้านป่าสักหลวง แม่จัน จ.เชียงราย ต้นสมอพิเภก อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ ต้นเต่าร้างยักษ์ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน ต้นสะตือ วัดสิงห์ สามโคก จ.ปทุมธานี กลุ่มระบบนิเวศป่าโกงกาง วนอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มระบบนิเวศป่าไม้เสม็ดขาว สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จ.ระยอง &amp;nbsp;ต้นค้างคาว อนุสาวรีย์พระศรีสุวรรณวงศา พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม กลุ่มต้นสนยักษ์ วนอุทยานป่าสนหนองคู จ.สุรินทร์ ต้นกระทิง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ คุระบุรี จ.พังงา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการเจริญรอยตามพระราชปณิธาน ที่ทรงให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced36d011388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับสั่งดูแลปชช.เสมือนแขกพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดซ้อมเสมือนจริงขบวนราบใหญ่เสด็จฯ ไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก &amp;nbsp;กำลังพล 343 นายเดินริ้วงดงาม &amp;quot;ปลัดสำนักนายกฯ&amp;quot; เผยในหลวง ร.10 ทรงห่วงใย ปชช.ร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีพระราโชบายให้ดูแลอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระองค์ &amp;quot;จนท.แผนกเรือราชพิธี&amp;quot; ประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสร็จสมบูรณ์แล้ว &amp;quot;วธ.&amp;quot; พร้อมบันทึกจดหมายเหตุงานพระราชพิธีฯ ส่ง 83 ช่างภาพเก็บเหตุการณ์สำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลา 16.23 น. คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จัดการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนราบใหญ่ อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดรและถวายบังคมพระบรมอัฐิ-พระอัฐิที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 4 &amp;nbsp;พ.ค. เวลา 16.00 น. โดยพระราชยานพุดตานทอง ใช้เส้นทางเสด็จฯ จากเกยหน้าพระทวารเทเวศรักษาพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปยังเกยประตูเกยวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และจากเกยประตูเกยวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ระยะทางประมาณ 245 เมตร ซึ่งเป็นรูปขบวนที่ย่อจากขบวนพยุหยาตราสถลมารคและให้สัญญาณการเดินด้วยจังหวะกลอง โดยมีกำลังพลทั้งสิ้น 343 นาย จาก 9 ส่วนราชการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบริ้วขบวนประกอบด้วย ส่วนนำริ้วขบวน ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เป็นผู้นำริ้ว, ตำแหน่งประตูหน้าซ้ายขวาเป็นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง, ธงสามชาย 1 คู่, สารวัตรกลองมโหระทึกเป็นทหารจากกรมพลาธิการทหารบก, สารวัตรกลองและกลองชนะเงินกลองชนะทองขนาบซ้ายขวาด้านละ 20 นาย จ่าปี่แตรฝรั่งแตรงอนสังข์ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้าข้างซ้ายและขวาประกอบด้วยฉัตรหักทองขวา 5 ชั้น บังแทรกฉัตรหักทองขวาง 7 ชั้น ตอนกลางเป็นกำกับพระแสงหว่างเครื่องหน้า เชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า 6 นาย ปิดท้ายส่วนนำด้วยพระเกาวพ่าห์ ด้านขวาเป็นพระเสมาธิปัต ด้านซ้ายเป็นพระฉัตรชัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระราชยานประกอบด้วย ผู้บอกสัญญาณ พราหมณ์เป่าสังข์ 1 คู่และกรับสัญญาณ, ตำรวจหลวงนำเสด็จ 8 นาย นายเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธและนายเชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ กำกับพระที่นั่งทรงผู้ควบคุมคนแบกหามพระที่นั่งทรงพระแสงรายตีนตอง พระที่นั่งพุดตานทองที่ประทับพระมหากษัตริย์มี &amp;nbsp;16 คนแบกหาม พระกลดบังพระสูรย์พัดโบกพระทวยพระแสงรายตีนตอง อินทร์เชิญพุ่มเงินพรหมเชิญพุ่มทอง แถวแซงเสด็จขนาบซ้ายขวารวม 24 นายหลังที่ประทับถือม้ารองพระที่นั่งฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลังมหาดเล็กเชิญเครื่องตามประตูหลัง อันเป็นรูปขบวนที่ย่อจากขบวนพยุหยาตราสถลมารค ให้สัญญาณการเดินด้วยจังหวะกลอง โดยการซ้อมริ้วขบวนเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงและงดงามสมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ในวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศและทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพัชราภรณ์กล่าวว่า ในเวลา 15.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มารอเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลมาพร้อมกันบริเวณถนนสนามไชย ซักซ้อมขั้นตอนและพิธีการต่างๆ เพื่อให้การถวายพระพรชัยมงคลครั้งนี้เป็นไปด้วยความงดงาม ประทับใจ และร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของชาติไทยในครั้งนี้ หลังจากจบการถวายพระพรชัยมงคลแล้ว ในเวลาประมาณ 17.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมส่งเสด็จให้เนืองแน่นตลอดสองข้างทางที่เสด็จฯ ผ่าน เริ่มตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ทั้งฝั่งพระบรมมหาราชวัง ฝั่งสนามหลวง และฝั่งศาลฎีกา
ปชช.เสมือนแขกพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชน มีพระราโชบายให้ดูแลประชาชนอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระองค์ท่าน ทรงให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.จนถึงวันที่ 6 พ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวงและจุดต่างๆ โดยรอบ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้จัดอาหารพระราชทาน จำนวน 80,000 ชุด แจกจ่ายประชาชนในบริเวณสวนสราญรมย์ในวันที่ 6 พ.ค.62&amp;quot; นางพัชราภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ยังได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ข้อความ &amp;quot;เสด็จออกสีหบัญชร 6 พฤษภาคม 2562&amp;quot; จำนวน 100,000 &amp;nbsp;เข็ม การประปานครหลวงจัดทำกระบอกน้ำพลาสติกชนิดพกพาประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 300,000 ใบ เพื่อมอบแก่ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ จุดคัดกรองที่ตั้งไว้ 6 จุดในบริเวณต่างๆ คือ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า แม่พระธรณีบีบมวยผม ท่าช้าง สะพานช้างโรงสี สะพานมอญ และสะพานเจริญรัช ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดเตรียมกล้าไม้มงคลและไม้มีค่าของแผ่นดินนานาพันธุ์ รวมทั้งต้นรวงผึ้งมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน เพื่อร่วมกันทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศไทยตามแนวพระราชดำริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทยโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;quot; ปลัดสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณกรมอู่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังและเจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธี ดำเนินการประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งจะนำไปเทียบท่าราชวรดิฐในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.62 เพื่อเป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเครื่องสูงที่นำมาประกอบที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ได้แก่ ฉัตร 7 ชั้น จำนวน 2 คัน ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบุษบกฉัตร 5 ชั้น ติดตั้งลดหลั่นกันมาที่บริเวณด้านหน้าจำนวน 3 คัน &amp;nbsp;และด้านหลังจำนวน 2 คัน และธงสามชาย 1 ผืนติดตั้งที่บริเวณท้ายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกอบพระวิสูตรภายในบุษบกทั้ง 4 มุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธีดำเนินการติดตั้งอุบะและมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นพวงมาลัยสีขาวเหลืองทองคล้องลำคอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ให้มีความสง่างาม โดยกองทัพเรือมอบหมายให้ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆังเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ ประกอบด้วยส่วนที่ 1 ใช้ตาข่ายคลุมแกนพวงมาลัยดอกรักเทียมทำลายสี่ก้านสี่ดอก ส่วนแกนในใช้ผ้าตาดสีเหลืองทอง ส่วนที่ 2 พวงกลางเป็นเครื่องแขวนไทยรูปโครงดาวที่มุมทั้งหกมุม มีพวงดอกไม้รูปทรงกลมพวงเล็กหกพวงและทัดหูเป็นดอกสีแดงและสีเหลืองความสูง 28 นิ้ว รวมถึงติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือสุพรรณหงส์ทำด้วยขนจามรีสีขาวปลายพู่เป็นแก้วผลึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก ในฐานะครูฝึกขบวนพยุหยาตราชลมารค &amp;nbsp;กล่าวว่า วันนี้เป็นการเตรียมอุปกรณ์สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการซ้อมใหญ่วันที่ 30 เม.ย. โดยมีการประกอบเครื่องสูงเข้ากับเรือพระที่นั่งได้แก่พวงมาลัยอุบะตลอดจนติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือ ซึ่งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีแม่ย่านางเรือ สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องประดับให้สวยงามคล้ายเครื่องประดับของสตรี สำหรับพู่ทำด้วยขนจามรีจากประเทศเนปาล ถือว่าเครื่องประกอบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทำ จ.ม.เหตุงานพระราชพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 3/2562 ได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุฯ จำนวน 13 รายการ แบ่งเป็นจดหมายเหตุฉบับหลักจำนวน 1 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp;จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 (ฉบับหลัก) จดหมายเหตุฉบับรอง 3 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp;1.สมุดภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562, 2.จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ฉบับสื่อมวลชน 3.จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ฉบับวีดิทัศน์ ล่าสุด การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก ได้ทำการบันทึกเหตุการณ์ตามลำดับพระราชพิธี อาทิ จัดทำน้ำอภิเษก &amp;nbsp;การจารึกพระสุพรรณบัฎ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวว่า ในส่วนหนังสือที่ระลึกเดิมมี 7 รายการ ได้แก่ 1.พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2.ชุมชนต่างชาติ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ฉบับภาษาไทย 3.ชุมชนดั้งเดิม &amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ 4.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รอเฉลิมพระปรมาภิไธย) 5.ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 6.พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในเอกสารต่างประเทศ 7.ประมวลเอกสารพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มอีก 2 รายการ &amp;nbsp;ได้แก่ หนังสือที่ระลึกขบวนพยุหยาตราสถลมารค และหนังสือที่ระลึกขบวนพยุหยาตราชลมารค รวมมีหนังสือที่ระลึกทั้งสิ้น 9 รายการ อีกทั้งมีมติแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายต่างๆ จำนวน 11 คณะ เพื่อให้การจัดทำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณไปยังคณะกรรมการฝ่ายพิธีการ เพื่อจัดทำหนังสือที่ระลึกที่เพิ่มทั้ง 2 รายการด้วย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สำคัญสืบทอดโบราณราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยทุกรายการจะจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเตรียมความพร้อมการบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ขณะนี้กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้จัดเจ้าหน้าที่และได้รับความร่วมมือจากศิลปินแห่งชาติ ช่างภาพจิตอาสา ช่างภาพสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย จำนวน &amp;nbsp;83 คน เตรียมเข้าบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว 3 โซน ได้แก่ 1.สำนักพระราชวัง 2.พื้นที่ควบคุมพิเศษ เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์ วัดต่างๆ และอัฒจันทร์ตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้ โดยขณะนี้จัดวางจุดที่ช่างภาพทั้งหมดจะปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; นายวีระกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวว่า เนื่องจากพระราชพิธีนี้มีความสำคัญ มีผู้สนใจจะเข้าร่วมชมงานและบันทึกภาพจำนวนมาก ดังนั้น วธ.จึงจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมส่งภาพถ่ายเนื่องในโอกาสมหามงคลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ส.ค.62 ภาพที่ได้รับการคัดเลือกจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำหนังสือสมุดภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 ตามโครงการ &amp;quot;1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ&amp;quot; หนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชทานพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน จิตอาสา และทุกภาคส่วนพร้อมใจกันปลูก &amp;quot;ต้นรวงผึ้ง&amp;quot; ต้นไม้มงคลพระราชทาน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกันนี้ทุกจังหวัดได้จัดทำป้ายชื่อต้นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดบริเวณสถานที่ปลูก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต้นไม้มงคล อันเป็นต้นไม้ประจำรัชกาล ด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พัชราภรณ์ อินทรียงค์, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70b0fa47f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นต้องเคารพเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินตอบเรื่องจัดตั้งรัฐบาล โยนให้ฝ่ายการเมือง พร้อมย้ำ 3-4 ครั้งเรื่องปล่อยว่าว &amp;nbsp;อย่าให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ต้องทำด้วยมือตัวเอง ลั่นให้เคารพเสียงประชาชน ก่อนแนะให้ไปอ่านหนังสือสู่จุดจบ! ของ ดร.ไสว ที่ทักษิณสั่งเก็บเรียบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม คสช. และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งระหว่างที่นายกฯ เดินมาพร้อมกับผู้ติดตามจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกบัญชาการ 1 ปรากฏว่ามีแมวดำเพศผู้ มีเท้าสีขาว วิ่งตัดหน้าตรงจุดต้นอโศกน้ำ ก่อนวิ่งหายไปด้านหลังศาลพระภูมิและศาลตาศาลยาย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ตกใจอะไร ขณะที่ข้าราชการพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นลางไม่ดี การเดินหน้าในเรื่องต่างๆ อาจไม่ราบรื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเยาวชนเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เม.ย. โดยนายกฯ ได้ลองเป่าขลุ่ย และได้กล่าวกับกลุ่มเยาวชนว่า เมื่อเช้าได้อ่านหนังสือ มีคนบอกว่าถ้าหากเราโยนความหวังไปบนอากาศ ความหวังความฝันที่อยู่บนอากาศก็เหมือนการปล่อยว่าวไปตัวหนึ่ง ไม่รู้มันจะนำอะไรกลับมาเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นเราต้องทำเอง อยากได้อะไรเราต้องทำเองก่อน ทำด้วยตัวเราเอง ความภาคภูมิใจก็จะเกิดขึ้น คนก็จะเข้ามาช่วยเหลือได้ ดีกว่าจะปล่อยความฝัน ความหวังว่ามันจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็จะเป็นเหมือนว่าวที่ลอยไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ บางทีมันก็ไม่ขึ้น แล้วก็ตกลงตรงนี้ หรือไม่ก็ไปพันเสาไฟฟ้า เข้าใจที่พูดหรือไม่ ไปแปลความหมายให้ดี เด็กทุกคนคือความหวังและอนาคตของประเทศ ถ้าลุงไม่ทำให้แล้วจะทำกันอย่างไร ก็ต้องทำเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯ พูดถึงความหวังเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่เกี่ยว นายกฯ จะไปเกี่ยวกับรัฐบาลอะไร จากนั้นได้เดินเป่าขลุ่ยขึ้นไปบนตึกบัญชาการ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน นำคณะผู้บริหารและกลุ่มผู้สูงอายุเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการรวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุปี 2562 โดยนายกฯ ได้กล่าวย้ำเรื่องว่าวอีกครั้ง และเมื่อถามว่าจากผลการเลือกตั้งกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบ พร้อมเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้มาถึงโพเดียมแถลงข่าว โดยได้กล่าวทักทายสวัสดีกับช่างภาพ สื่อมวลชน ก่อนนำกระดาษคำถามต่างๆ คืนให้นักข่าวอาวุโส พร้อมระบุว่า คำถามทั้งหมดจากผู้สื่อข่าวต่างๆ ที่ถามมาขออนุญาตส่งคืน ไม่ขอตอบคำถามนี้ และขอเรียนชี้แจงกับสื่อว่า ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ในฐานะนายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอขอบคุณคนไทยทุกคน ที่ร่วมกันแสดงพลังในการมาออกเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งก็จะตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นนายกฯ หัวหน้า คสช. และรัฐบาลไปจนมีรัฐบาลใหม่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้เมื่อเราได้ให้กำลังใจในเรื่องประชาธิปไตย และเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ สันติ จึงอยากให้ทุกคนกลับมามุ่งสู่พิธีสำคัญของเรา คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะมีในหลายกิจกรรมด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งพิธีเหล่านั้นพวกเราทุกคนต้องทำให้สมพระเกียรติ บ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย มีความรักความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากให้ใช้โอกาสนี้นำพาประเทศไทยไปสู่ความสงบสันติอย่างยั่งยืนตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อประเทศไทยของเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่ยังมีปัญหามาก แต่ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีความหวังทุกอย่าง การเมืองก็ต้องศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มองปัญหาแต่ในประเทศเราอย่างเดียว ต้องมองทั่วโลกเผื่อไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามหลีกเลี่ยงพูดถึงการเมือง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังมีปัญหา โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 32 นาที และกล่าวในช่วงท้ายว่า &amp;quot;นี่คือการบ้านการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การเมือง ตราบใดที่เป็นรัฐบาลอยู่ก็จะทำแบบนี้ ทำให้เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา และทำให้ดีขึ้น เพียงแต่ขอความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนโดยรวม วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็สุดแท้แต่ประชาชน แล้วแต่จะพิจารณา วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนในเรื่องของการเลือกตั้ง ขอบคุณข้าราชการทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องตำรวจทหารที่ทำงานในพื้นที่ชายแดน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า คนไม่ดีก็ต้องถูกดำเนินการตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 10 อะไรที่เป็นอัตลักษณ์ไม่ดี ทุจริต โกงกิน การทำผิดกฎหมายเป็นบ่อเกิดของสังคมที่ไม่ปกติสุข เพราะฉะนั้นก็ต้องแลก ถ้าอยากให้เป็นบ้านเมืองที่สงบก็ต้องกลับมาเคารพกฎหมาย ก็ต้องมาปรับแก้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ถ้ามองแต่ประโยชน์ส่วนตัวก็คงเป็นไปไม่ได้ เราต้องได้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและส่วนรวม ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายขนาดนั้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ ปัญหาที่ทับซ้อนก็คงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมมีความสบายใจมากขึ้น ผมเคยบอกแล้วว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าไปแบบนี้ ไม่ได้ไปรักษาอำนาจ สืบทอดอำนาจ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงไม่ต้องให้มีการเลือกตั้งหรอก แต่กลไกอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ตามผลประชามติก็ว่ากันไปตามนั้น เคารพเสียงประชาชนเขาบ้าง แค่นั้นเอง อย่าให้ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย อย่าไปสนใจกันมากนัก เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองเขาไปดำเนินการอย่ามาถามผมอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่บอกว่าสบายใจขึ้นเพราะจะได้เป็นนายกฯ ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า &amp;quot;คำถามแบบนี้นี่แหละที่ไม่สบายใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่าจะเลิกพูด จะพูดอีกครั้งเดียวเพื่อเป็นการขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 29 มี.ค. จากนั้นเปลี่ยนเป็นรายการแถลงความก้าวหน้าเกี่ยวกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ ดร.ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำธนาคารโลก เขียนไว้ ชื่อ &amp;ldquo;สู่จุดจบ! The coming collapse of Thailand&amp;rdquo; ซึ่งได้อ่านแล้ว โดยจำเป็นจะต้องนำหลักการเหล่านี้มาใช้ด้วย ทำอย่างไรเราจะลดความเสี่ยง ลดปัญหาการแทรกแซงจากภายนอกมาจากประเทศของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำอีกครั้งถึงเรื่องว่าว พร้อมระบุว่า เคารพในเสียงการตัดสินใจของประชาชนทุกคนในประเทศไทย เพราะถือว่าทุกคนคือคนไทย นั่นแหละคือการแสดงออกของคนในประเทศนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้ได้ ยืนยันจะนำพาประเทศชาติไปสู่เส้นทางที่มีความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ในการเดินหน้าประเทศไทยต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาต้องแก้ไปด้วยกัน แยกแยะฐานรากให้ออก จะพูดกันลอยๆ ไม่ได้ ปล่อยว่าวไปในอากาศบางทีไม่ได้ มันต้องหาสายป่านที่แข็งแรง ไปเล่นว่าวที่ไม่มีสายไฟ ไม่มีต้นไม้ ไม่เช่นนั้นว่าวก็จะหลุดลอยไปเรื่อย ความฝันก็ลอยหายไปเฉยๆ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ย้ำทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหนังสือชื่อ สู่จุดจบของ ดร.ไสว เป็นหนังสือที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยสั่งเก็บออกจากแผงหนังสือทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32332</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a40dd3f14e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์แอนิเมชันรามเกียรติ์ ฉายช่วง&#039;บรมราชาภิเษก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดตัว &amp;quot;แอนิเมชันรามเกียรติ์&amp;quot; ตอน &amp;quot;รามาวตาร&amp;quot; นำจิตรกรรมฝาผนังมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ขอบคุณทีมสร้างทำฝันคนโบราณให้เป็นจริง เผยเตรียมออกฉายช่วง เม.ย.-พ.ค.นี้ เหมาะสมที่สุด กำลังจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน วันที่ 14 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรม, นายนนทรี นิมิบุตร (อุ๋ยนนทรี) ผู้อำนวยการบริหาร และนายอธิปัตย์ กมลเพ็ชร ผู้กำกับภาพยนตร์, นายคมภิญญ์ เข็มกำเนิด ผู้เชี่ยวชาญด้านแอนิเมชัน, นายเดวิส อัศวนนท์ ผู้พากย์เสียง &amp;quot;ทศกัณฐ์&amp;quot;, วรรษพร วัฒนากุล ผู้พากย์เสียง &amp;quot;นางสีดา&amp;quot; ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวและฉายภาพยนตร์แอนิเมชัน รามเกียรติ์ ตอน รามาวตาร รอบปฐมทัศน์ โดยมีกำหนดฉายให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2562 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ตามนโยบาย Thailand 4.0 จึงได้สนับสนุนการกระทรวงวัฒนธรรมนำคุณค่าของศิลปกรรมไทยเรื่องรามเกียรติ์ ตอน &amp;quot;รามาวตาร&amp;quot; อันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากจิตกรรมฝาผนังรอบพระระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาผลิตด้วยนวัตกรรมสื่อสมัยใหม่ และฉายภาพยนตร์ในรูปแบบแอนิเมชันให้ได้รับชมกัน สื่อแอนิเมชันยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งการนำเสนอรูปแบบโขนที่หาโอกาสรับชมได้ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงถือว่าแอนิเมชันรามาวตารเป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้ประชาชนยุคดิจิทัลได้เข้าถึงวรรณกรรมเรื่องสำคัญของชาติ ที่สะท้อนมาจากความงามของจิตรกรรมอันทรงคุณค่าที่ปรากฏบนฝาผนังวัดคู่บ้านคู่เมืองของไทย และยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมฉลองในโอกาสที่ยูเนสโกประกาศขึ้นบัญชีโขนในประเทศไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน พ.ย.2561 ที่ผ่านมา และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงภูมิปัญญาอันล้ำค่าที่มีความงดงามและทรงคุณค่าทางศิลปกรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวขอบคุณที่ทำให้ฝันคนโบราณกลายเป็นจริง เตรียมการฉายในช่วงนี้ เป็นช่วงที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เรากำลังจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบกับปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ซึ่งอาเซียนทั้ง 10 ประเทศรู้จักรามเกียรติ์เป็นอย่างดี อย่างจีนเองก็ได้บอกว่าไซอิ๋วได้แรงบันดาลใจจากรามเกียรติ์ เช่นเดียวกัน จึงถือว่ามรดกล้ำค่าของประเทศไทยเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกล่าวว่า การสร้างภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นงานแอนิเมชัน สร้างสรรค์ภาพตัวแสดงให้มีการเคลื่อนไหวที่พัฒนามาจากท่าทางการแสดงโขน ประกอบกับเทคนิคพิเศษของแอนิเมชันมาถ่ายทอดเรื่องราวให้น่าติดตาม ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังถือว่าเป็นการจุดประกายให้ผู้สร้างสรรค์งานในปัจจุบันเห็นถึงคุณค่าของงานศิลปะในรูปแบบต่างๆมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีการสาธิตวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยอาจารย์สาคร โสภา นายช่างใหญ่ในการบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังรอบพระระเบียงฯ และเวทีเสวนาเผยถึงเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันชิ้นประวัติศาสตร์ ที่ได้ชื่อว่านำภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลกจากพระระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่สืบสานภูมิปัญญาไทยในรูปแบบนวัตกรรมสื่อร่วมสมัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31369</URL_LINK>
                <HASHTAG>รามเกียรติ์, วิษณุ เครืองาม, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a630c4f37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 02:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 02:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เวียร์-ญาญ่า’คว้านำ&#039;ชาย-หญิง’สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้จัดงานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ &amp;ldquo;สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28&amp;rdquo; ภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;ปรากฏการณ์หนังไทย (THE PHENOMENON OF THAI FILMS)&amp;rdquo; ประจำปี 2561 รวม 17 ประเภทรางวัล ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 21.15 น. &amp;ndash; 23.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการภาพยนตร์ และ วิดีทัศน์แห่งชาติ พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ&amp;nbsp; ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ มาร่วมงาน และเป็นประธานในการมอบรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรางวัล &amp;quot;สุพรรณหงส์เกียรติยศ&amp;quot; รางวัลที่เชิดชูผู้มีผลงานทางด้านภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน ในปีนี้ได้มอบให้กับ นายคเณศ เค้ามูลคดี หรือ รอง เค้ามูลคดี&amp;nbsp; ศิลปินนักแสดงมากฝีมือของวงการ ในวัย 71 ปี และรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่เรื่อง &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo; ที่กวาดไปอีก 6 รางวัล รวม 7 รางวัล ด้านรางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ จากภาพยนตร์เรื่องมะลิลา และรางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ จากเรื่อง น้อง พี่ ที่รัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์จาก โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ และ ไอซ์- ศรัณยู วินัยพานิช&amp;nbsp; พร้อมด้วยทีมศิลปิน นักแสดง และ ทีมผู้สร้างภาพยนตร์ไทย อาทิ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, อารักษ์ อมรศุภศิริ, ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, มนสภรณ์ ชาญเฉลิม, สู่ขวัญ บูลกุล, ชานน สันตินธรกุล, ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ,กากัน มาลิค พระเอกคนดังจากบอลลีวูด และอีกมากมาย มาร่วมเดินพรมแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการตัดสิน รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ &amp;ldquo;สุพรรณหงส์ 28&amp;rdquo; มีดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)&amp;nbsp; ได้แก่ &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo; &amp;nbsp;บริษัท จีวิลเลจ โค ครีเอชั่น ฮับ จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary) ได้แก่ &amp;ldquo;2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว&amp;rdquo; &amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp; จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Director) ได้แก่ อนุชา บุญยวรรธนะ จาก &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) ได้แก่ ศุกลวัฒน์ คณารศ &amp;nbsp;จาก &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) ได้แก่ อุรัสยา เสปอร์บันด์ จาก &amp;ldquo;น้อง พี่ ที่รัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) ได้แก่ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ จาก &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) ได้แก่ สู่ขวัญ บูลกุล จาก &amp;ldquo;โฮมสเตย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay) ได้แก่ อนุชา บุญยวรรธนะ และ วาสุเทพ เกตุเพ็ชร์ &amp;nbsp;จาก &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) ได้แก่ ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช จาก &amp;ldquo;มะลิลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม (Best Film Editing) ได้แก่ ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต จาก &amp;ldquo;โฮมสเตย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลบันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม (Best Recording and Sound Mixing) ได้แก่&amp;nbsp; ริชารฮ๊อคส์ จาก บริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ จำกัด / นคร โฆษิตไพศาล จาก บริษัท วานิลลา สกาย สตูดิโอ จำกัด / จักรกฤช บัวเอี่ยม จาก บริษัท เกคโค สตูดิโอ คอมเพล็กซ์ จำกัด จาก &amp;ldquo;9 ศาสตรา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) : &amp;ldquo;2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพลงแสงสวรรค์ ศิลปิน บอดี้สแลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Best Original Score) ได้แก่ ไรอัน ชอว์ และ สุธี แสงเสรีชล จาก &amp;ldquo;9 ศาสตรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (Best Art Direction) ได้แก่ พัชร เลิศไกร จาก &amp;ldquo;มะลิลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design) ได้แก่ นิรชรา วรรณาลัย จาก&amp;ldquo;ขุนพันธ์ 2&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม (Best Make Up Effects) ได้แก่ ศิวกร สุขลังการ และ อาภรณ์ มีบางยาง จาก&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขุนพันธ์ 2&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลเทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects) ได้แก่ บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด จาก&amp;ldquo;โฮมสเตย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30339</URL_LINK>
                <HASHTAG>THE PHENOMENON OF THAI FILMS, ญาญ่า อุรัสยา, ดร.วิษณุ เครืองาม, น้องพี่ที่่รัก, ปรากฏการณ์หนังไทย, มะลิลา, วีระ โรจน์พจนรัตน์, สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ, สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28, เวียร์ ศุกลวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7ad03a9865e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศล ชวนปชช.ฟังธรรมมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา 19 ก.พ. กรมศาสนาจัดตักบาตร เวียนเทียน เชิญทูต 7 ประเทศพุทธร่วม ชวนประชาชนฟังพระธรรมเทศนาตลอดรุ่ง 3 พระอารามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า วันมาฆบูชา &amp;nbsp;พุทธศักราช 2562 ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ดังรายการต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงพระดำเนินเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม &amp;nbsp;พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระราชาคณะถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียนเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี พ.ศ.2562 ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ เชิญทูตานุทูตจากประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา 7 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.โดยกรมการศาสนา (ศน.) ร่วมกับคณะสงฆ์ &amp;nbsp;องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 13-19 ก.พ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยวันที่ 19 ก.พ.ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ศน.ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียน โดยเชิญทูตานุทูตจากประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา 7 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ อินเดีย, &amp;nbsp;กัมพูชา, ศรีลังกา, เวียดนาม, ภูฏาน, เมียนมา และมองโกเลีย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศที่มีประชาชนนับถือพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้คณะทูตานุทูตและพุทธศาสนิกชนจะมีโอกาสได้ชมนิทรรศการพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่บรรดาพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูปที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งวันนั้นในครั้งพุทธกาลตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 หรือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 กระทรวงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญความดี ร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข หลักคำสอนสำคัญและเป็นหัวใจพระพุทธศาสนาคือ &amp;nbsp;ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยวันที่ 19 ก.พ.นี้ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมฟังพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาตลอดรุ่ง ณ พระอารามหลวง 3 พระอาราม ได้แก่ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามฯ&amp;quot; นายวีระกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29439</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วีระ โรจน์พจนรัตน์, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac2b93e91e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
