<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิสาร&#039;ซวยแล้ว!พปชร.มอบ&#039;เรืองไกร&#039;ร้องป.ป.ช.ฟัน กล่าวหาส.ส.รับเงินทำให้เสื่อมเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ​(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวในสภาฯว่า มีส.ส.รับเงิน เข้ารับเงินจากนายกรัฐมนตรี 5 ล้านบาท เพื่อลงมติโหวตสนับสนุน ว่า ตนและส.ส.เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และรมว.กลาโหม​ เพื่อให้กำลังใจและชมว่า อภิปรายว่าเดี๋ยวนี้ไม่ธรรมดา​ เพราะใจเย็นมาก นายกฯก็ดีใจและรู้สึกอบอุ่นพร้อมกับสอบถามเรื่องนั่นเรื่องนี้และพูดคุยกันในเรื่องที่ต้องการให้นายกฯช่วยผลักดัน ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ นายกฯได้สอบถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นภายในพรรคหรือไม่ นายวีระกร กล่าวว่า บางทีเราก็ไปฟังอะไรที่ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เช่น กรณีที่นายวิสาร พูดในสภาฯ​ เรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพปชร.ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเอาผิด นอกจากจะไม่มีมูลความจริงแล้วยังทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสภา​ เพราะประชาชนที่ฟังทางบ้านจะนึกว่า ส.ส.ในสภาเวลาจะยกมือต้องเอาเงินมาจ่ายกัน 5 ล้าน​ เป็นเรื่องที่เหลวไหลและรู้สึกว่าสิ่งที่นายวิสารพูดกำลังทำลายสภาฯที่เป็นสถาบันตัวแทนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115478</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, วีระกร คำประกอบ, แจกเงินสส.5ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61319bbd49c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พปชร. เผยผู้ใหญ่ไฟเขียวโครงการยักษ์ผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วีระกร&amp;rdquo; เผย &amp;ldquo;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ไฟเขียวให้จีนดำเนินการโครงการยักษ์ผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ดันอีไอเอผ่าน คชก.ฉลุยจ่อเข้าบอร์ดสิ่งแวดล้อม เอ็นจีโอข้องใจข้อมูลคลาดเคลื่อน-ไม่เชื่อเจาะอุโมงค์ยาวกว่า 60 กม.ใช้เวลาไม่กี่ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการสร้างเขื่อนและผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ซึ่งดำเนินการโดยกรมชลประทาน ว่าการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือส่งรายงานสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (บอร์ดสิ่งแวดล้อม) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กว่าที่อีไอเอจะผ่าน คชก.ได้ เขาต้องพิจารณากันหลายรอบ ผมติดตามเรื่องนี้นานเกือบ 2 ปี คชก. สั่งให้แก้ไขนานมาก แต่ผมคิดว่าทันรัฐบาลชุดนี้แน่นอน เพราะอธิบดีประพิศ (นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน) บอกว่าหากผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สิ้นปีเริ่มดำเนินการได้เลย แต่ผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงเริ่มอย่างไร เริ่มที่หัวงานเลย หรือเริ่มสำรวจพื้นที่&amp;rdquo; นายวีระกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธาน กมธ.ฯ กล่าวว่า ตนพยายามประสานงานผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายโดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร นายประพิศ จันทร์มา ทำให้เห็นชอบกับโครงการนี้ เพราะเป็นประโยชน์จริงๆ เพราะทำให้การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำลุล่วงในระดับหนึ่ง ภาคกลางทั้งหมด ลุ่มน้ำสาขาไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำน่าน หากมีน้ำมาเติมจากแม่น้ำปิง ลุ่มน้ำน่านก็จะใช้น้ำน้อยลง ตั้งแต่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ขึ้นไปอาจจะอัดน้ำให้ใช้ในลุ่มน้ำน่านให้มากขึ้นอีก ลุ่มน้ำยมก็เช่นเดียวกัน เราสามารถอัดน้ำไปช่วยแม่น้ำยมได้ พูดง่ายๆ ว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะมีน้ำเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระกร กล่าวว่า เมื่อ กมธ.ศึกษาโครงการนี้ได้ประสานไปทางบริษัทวิสาหกิจของรัฐบาลจีน ซึ่งทราบว่าเขาให้ความสนใจในเรื่องนี้อยู่ เพราะว่าประเทศจีนมีวิสาหกิจประมาณ 5 บริษัท ในการทำเขื่อนทั่วโลก โดยสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ทั้งในจีนและต่างประเทศ ดังนั้นงานนี้เหมือนเขารับงานโดยไม่เอากำไรมากเพราะเครื่องไม้เครื่องมือมีพร้อมสำหรับทำโครงการใหญ่ๆ และอยากช่วยประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมชลประทานได้ออกแบบคร่าวๆ ไว้เดิมใช้งบประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ใช้เวลา 7 ปี แต่ทางวิสาหกิจจีนตอบมาว่าเขาใช้งบเพียง 4 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาเพียง 4 ปี จะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งราคากลางก็ถูกกว่าที่เราคิดตั้งเยอะ เรื่องนี้ผมได้กราบเรียนท่านนายกฯ และท่านประวิตรที่นั่งอยู่ด้วยกัน ท่านบอกว่าเอาเลย ถ้าเขาทำให้เราก่อน เราไม่ต้องเสียอะไร เราไม่ต้องลงทุนเอง หากต้องลงทุนเองตอนนี้ รัฐบาลไม่พร้อม หากทางจีนจะทำ ท่านบอกเดินหน้าเต็มที่เลย ผมไฟเขียวให้เลย บอกให้บริษัททางจีนประสานงานกับคุณสมเกียรติ (นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือสทนช.) ได้เลย ทำให้โครงการได้รับการผลักดันจากระดับสูง ทางกรมชลประทานก็ตื่นเต้นกัน เดินเรื่องกันเต็มที่ แม้กระทั่ง อีไอเอ ก็ผ่านกันเต็มที่ ในขณะที่ทำอีไอเอ ทางกรมชลก็ออกแบบคู่ขนานกันไป แบบใกล้เสร็จแล้ว ที่ผมได้คุยกับท่านอธิบดีประพิศล่าสุด ท่านบอกว่าถ้าผ่าน คชก. ก็คงไม่เกินปลายปีเราคงเริ่มงานได้&amp;rdquo; นายวีระกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.นครสวรรค์ กล่าวว่า การนำน้ำจากแม่น้ำยวม ข้ามมาใช้ลุ่มน้ำปิง เป็นเพราะประเทศไทยขาดแคลนน้ำจริงๆ ภาคกลางเดือดร้อนกันมากเพราะไม่ได้ทำนาโดยสูบน้ำจากแม่น้ำมา 14 ปีแล้ว เขาไม่ให้สูบ หลายๆ จังหวัดน้ำไม่พอใช้ โดยเฉลี่ยเราขาดน้ำประมาณปีละ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อ กมธ.ได้ศึกษาเรื่องนี้และพยายามค้นหาว่ามีโครงการไหนบ้าง จึงเห็นว่าน่าจะเอาน้ำจากแม่น้ำยวมมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รัฐวิสาหกิจจีนที่มาลงทุนและดำเนินการจะได้อะไร นายวีระกร กล่าวว่า เขาขายน้ำให้เราในราคา 1คิว ไม่ถึง 1 บาท ซึ่งถูกมาก ต่อให้เราทำเองก็ทำไม่ได้ เขาคงมีกำไรบ้าง ถ้าไม่ดีเขาคงไม่ทำ แต่เขาไม่ได้เอากำไรมากเกินไป และเมื่อกรมชลประทานได้ยินว่าไม่ถึง 1 บาท ก็เลยดีใจ ทุกคนดีใจ เป็นราคาที่ดีมากๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขาขายให้รัฐบาลไทย เมื่อน้ำไหลลงอ่างเขื่อนถูมิพล เราปั่นไฟขาย ก็ได้อยู่แล้ว อาจมีส่วนเกินต้องจ่ายนิดหน่อย ก็อาจเป็น กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) รัฐบาลก็มอบหมาย กฟผ. ตัดเอางบกำไรไปคืนเขา ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร มันนิดเดียว ไม่ได้มากมาย คิวหนึ่งเมื่อหักค่าไฟแล้ว ผมว่าไม่ถึง 50 สตางค์ ปีหนึ่ง 2,000 ล้านคิว ก็ประมาณ 1,000 ล้านบาท รายได้กฟผ. เยอะกว่านี้เยอะ หลายหมื่นล้านบาท&amp;rdquo; รองประธาน กมธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่จีนเข้ามาลงทุนครั้งนี้น่าจะมีเหตุผลอื่นหรือไม่ นายวีระกรกล่าวว่า เท่าที่รู้คือ จีนกำลังจะลงทุนเมืองอุตสาหกรรมในพม่า บริเวณแถวนั้น ตรงข้ามแม่ฮ่องสอน หากลากเส้นจากสบเมยไปยังกรุงเนปิดอว์ (เมืองหลวงของพม่า) จะเห็นว่าแค่ 80 กิโลเมตร จุดที่เขาทำเมืองอุตสาหกรรมก็ใกล้ตรงนี้ ตอนนี้เขาประสานงานกับรัฐบาลพม่าแล้ว โดยจะทำเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวินเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไปใช้ในเมืองอุตสาหกรรมและส่วนหนึ่งขายให้รัฐบาลไทย ตนได้ประสานและเรียนท่านสุพัฒนพงษ์ (นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน) &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์บอกว่าให้แยกเป็นโครงการ อย่าเอามารวมกัน เรื่องเขื่อนสาละวินอย่าเพิ่งเอามารวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รองนายกฯบอกว่านั่นเป็นเรื่องอนาคต ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้มาว่าเรื่องผันน้ำยวมก่อนเป็นเรื่องแรก แต่ท่านเห็นด้วย ไม่มีข้อไม่ดีตรงไหน เพียงแต่เอ็นจีโอบางกลุ่มพยายามทำให้เป็นเรื่องโครงการดั้งเดิม บอกว่าน้ำจะท่วมถึงแม่สะเรียง ซึ่งมันไม่ใช่ ผมอยากให้สื่อมวลชนช่วยตีความให้ชัดเจน เราไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน คือผันน้ำในหน้าฝนเท่านั้นเอง ทำเป็นประตูยกระดับสูงความลึก 4 เมตรก็พอสูบแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการสร้างอุโมงค์ความยาวกว่า 60 กิโลเมตรทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าหรือไม่ นายวีระกรกล่าวว่า ไม่เสียพื้นที่ป่าเลย เพราะการทำอุโมงค์ใช้หัวเจาะเข้าไปในภูเขาใต้ระดับลงไป &amp;nbsp;20-30 เมตร ไม่ได้มีกระทบเลย เจาะลงไปโดยที่ข้างบนยังไม่รู้เรื่องเลย สัตว์ป่าต้นไม้ไม่ได้รู้เรื่อง โดยเป็นเทคโนโลยีใหม่ ไม่ใช่เป็นการใช้ระเบิดเปิดปากแล้วมาวางท่อกลบดิน แต่เป็นการเจาะแล้วเอาดินออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าดินปริมาณมหาศาลจากการขุดเจาะอุโมงค์จะเอาไปไว้ไหน นายวีระกรกล่าวว่า &amp;nbsp;ตนเสนอให้ชลประทานออกแบบให้เอาดินไปถมพื้นที่ลุ่มที่ใกล้เคียง คือในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำเงา ไม่ใช่เอาไปกองไว้พื้นที่เดียว ปัญหาทั้งหมดถ้าจะมีก็คือเรื่องของดินที่เอาออกมา ซึ่งก็จะบอกว่าเอาไปทิ้งที่ลุ่มๆ ที่ไม่เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจทำร่วมกับพวกเอ็นจีโอก็ได้ เรื่องนี้เนื่องจากว่าไม่ได้ทำความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมากจนเกินไป ถ้าบอกว่าไม่มีผลกระทบเลยก็คงไม่ได้ คงมีบ้าง แต่คุ้มแน่นอน เพราะว่าในอนาคตเราอาจจะทำท่อส่งน้ำจากแม่น้ำสาละวินซึ่งห่างไปไม่ไกล ประมาณ 10- 20 กิโลเมตรส่งต่อเข้ามาในอ่างหรือในประตูน้ำที่เราปิดน้ำยวมก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า ตนรู้สึกตกใจที่โครงการอยู่ที่ คชก. และจะส่งไปคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพราะเดิมเป็นโครงการของกระทรวงพลังงาน ต่อมาโอนไปยังกรมชลประทาน เราเห็นความพยายามในนามส่วนตัวและในนาม กมธ. ผลักดันโครงการ ในช่วงที่ทำการศึกษา และ กมธ. ลงพื้นที่ ตนเองก็ได้ไปลงพื้นที่เดียวกัน พบว่าชาวบ้านต่างยืนยันว่าเมื่อ กมธ. มา จะพบเฉพาะกลุ่มที่มีความเห็นสอดคล้องกับโครงการ แม้แต่ผู้นำท้องถิ่นจำนวนหนึ่งได้พยายามอธิบายข้อห่วงกังวลต่อ กมธ. และกรมชลประทาน แต่ก็ไม่มีการรับฟัง หน่วยงานบอกแค่ว่าไม่ต้องกังวล เป็นการขุดอุโมงค์ใต้ดิน แต่ในอีไอเอ พบว่าจุดทิ้งดิน อย่างน้อย 4 &amp;nbsp;แห่งตลอดแนวอุโมงค์เกือบ 70 กม. เป็นพื้นที่ป่าที่มีชุมชนชาวปกาเกอะญออาศัยอยู่ ข้อมูลที่พบในอีไอเอไม่ตรงกับข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำจดหมายถึงกรมกชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแดวล้อม และ คชก. 2-3 ครั้ง ซึ่งพบว่า คชก. ไม่ได้เชิญชาวบ้านที่ทักท้วงมาให้ข้อมูลใดๆ มีเพียงเจ้าของโครงการเท่านั้นที่ได้มาให้ข้อมูล แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด โครงการกลับได้รับอนุมัติให้ผ่านได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่าใช้ข้อมูลใดในการประชุมพิจารณาดังกล่าว มีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างไร หากบอกว่าเป็นโครงการระยะหนึ่ง ขุดอุโมงค์ยาวเกือบ 70 กม. และอ้างเทคโนโลยีจีน แต่เราไม่เคยเห็นผลงาน มีตัวอย่างกรณีโครงการผันน้ำแม่แตงแม่งัด จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่าการก่อสร้างล่าช้ามาก เกิดอันตรายและมีผู้เสียชีวิตโดยต้องใช้เวลาก่อสร้างนับ 10 ปี แต่โครงการนี้มีอุโมงค์ยาวกว่า ทำให้ตกใจว่าอีไอเอผ่านได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเฟส (ระยะ) 2 ที่จะมีการผันน้ำสาละวินซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ ที่ใช้ร่วมกับจีนและพม่า แม้อ้างว่าใช้น้ำไม่มาก แต่เราได้แจ้งประเทศในลุ่มน้ำหรือยัง ทราบมาว่าไม่นานมานี้พม่าได้ทำหนังสือถึงองค์กรระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง เพราะเขาเป็นห่วงผลกระทบ แต่กรมชลประทานและนักการเมืองได้คิดเรื่องนี้หรือไม่ หรือต้องรจนกว่าจะเกิดปัญหา&amp;rdquo;นายหาญณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่าหลังจากมีอีไอเอของโครงการนี้เผยแพร่ออกมา พบว่ากรมชลประทานทำการประชาสัมพันธ์โดยตัดตอนข้อมูล นำเสนอเฉพาะข้อดี ว่าจะได้พื้นที่ชลประทานหลายล้านไร่ แต่การเพิ่มน้ำ 1,800 ล้าน ลบ.ม. ในพื้นที่ชลประทานทับซ้อนในลุ่มเจ้าพระยาอยู่แล้ว เป็นการใช้ตัวเลขจำนวนมาก ไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ซึ่งต้องคำนวนการใช้น้ำต่อไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กมธ. ควรรู้ว่า หากกรมชลประทานจะเอาน้ำมา หรือจะร่วมทุนกับประเทศใดก็ตาม กรมชลประทานมีสิทธิในการเก็บค่าน้ำไม่เกิน 50 สตางค์ การโอ้อวดว่าจะร่วมทุนและเก็บค่าน้ำไปคืนผู้ก่อสร้าง ถือว่าไม่ทราบข้อกฎหมายของไทย การให้ภาครัฐลงทุนทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ว่ารัฐไทยจะมีเงิน เพราะโครงการซับซ้อนหลายขั้นตอนหลายสเต็บ บอกว่าใช้เวลาก่อสร้าง 4-7 ปี คิดว่าเป็นไปไม่ได้ การที่รีบเร่งผลักดันโครงการจนดูว่าผิดปกติ มีการคาดหวังอะไรมากกว่านี้หรือไม่ น่าสงสัย&amp;rdquo; นายหาญณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์กล่าวว่า การเจรจาหากร่วมทุน ต้องมีการเจรจาหลายครั้ง ประสบการณ์จากประเทศเพื่อนบ้านพบว่า จีนจะส่งออก know how &amp;nbsp;ในการลงทุน ไม่มีทางที่จีนจะสร้างให้ฟรีๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่นักการเมืองต้องมีข้อมูลมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114008</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอร์ดสิ่งแวดล้อม, ผันน้ำยวม, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วีระกร คำประกอบ, ส.ส.นครสวรรค์, อีไอเอ, เขื่อนภูมิพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611fa8e296f80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง &#039;ดิสทัต คำประกอบ&#039; อดีตส.ส.เพื่อไทย เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;เสนอการแต่งตั้งนายประทีป ทรงลำยอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นโฆษกกระทรวงแรงงาน แทนนางเธียรรัตน์ นะวะมะรัตน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;และยกเลิกการแต่งตั้งนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ออกจากการเป็นรองโฆษกกระทรวงแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายดิสทัต คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นน้องชายนายวีระกร&amp;nbsp;คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสทัต คำประกอบ, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, พรรคพลังประชารัฐ, วีระกร คำประกอบ, ส.ส.นครสวรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_601925f91226a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พูดนอกประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้บ้านเมืองวุ่นวายทุกเย็น เด็กๆ ทั้งระดับมัธยมและอุดมศึกษาออกมาชุมนุมแบบแฟลชม็อบ เรียกร้องให้ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ตอบสนองม็อบได้ในเวลานี้มากที่สุด คือ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเร็วๆ นี้จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเปิดให้ ส.ส. และ ส.ว. แสดงความคิดเห็นหาทางออกให้กับประเทศ งานนี้ก็ต้องจับตาว่า ส.ว.ยังจะเล่นเกมยื้อแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วนกลับมาที่ความเคลื่อนไหวในวงงานสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หารือเพื่อเตรียมความพร้อมในวันประชุมร่วมกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเริ่มประชุมก็ได้เปิดโอกาสให้กองทัพกระจอกข่าวได้เก็บรูป เก็บบรรยากาศ&amp;nbsp; ระหว่างนั้นเอง &amp;ldquo;วีระกร คำประกอบ&amp;rdquo; ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในวิปรัฐบาล ได้พูดขึ้นกลางห้องประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่ทราบว่าวันนี้รัฐมนตรีศึกษาธิการมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่ เพราะการชุมนุมนี้เป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาฯ ต้องเข้ามาดูแล เราควรเปิดพื้นที่ เปิดเวทีให้นักเรียกนักศึกษาได้มาแสดงความคิดเห็นไปเลย ให้พูดในสิ่งที่อยากพูด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;วิรัช รัตนเศรษฐ&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวโต๊ะวิปรัฐบาล เห็นท่าไม่ดี จึงได้ตัดบท ส.ส.วีระกร ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมบอกอย่าเพิ่งพูดนอกประเด็น แต่ยังไงก็ขอขอบคุณในคำแนะนำนะครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็ได้เชิญสื่อมวลชนออกนอกห้องประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม...ทั่นประธานวิรัชตัดบทน่าดู หุหุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81382</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พูดนอกประเด็น, มินนี่เมาธ์, วีระกร คำประกอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวก &#039;ส.ส.วีระกร&#039; ทำเกินบทบาท กมธ.น้ำ คุกคามชาวบ้านค้านโครงการผันน้ำยวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รุมจวก &amp;ldquo;วีระกร&amp;rdquo; ทำเกินบทบาท กมธ.น้ำ โทรไปเฉ่งชาวบ้านค้านโครงการผันน้ำยวมสู่ลุ่มเจ้าพระยา เผยตั้งธงผลักดันโครงการชัดเจนทั้งๆที่ยังไม่ได้ข้อสรุปผลกระทบ ส.ส.ก้าวไกลสอนมวยศึกษาให้รอบด้าน ไม่มีหน้าที่รับรองพิมพ์เขียวหน่วยงานราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ ชาวบ้าน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้เขียนบันทึกและมีผู้นำมาเผยแพร่ว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.12 น.ของวันที่ 8 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่แจ้งว่า ชื่อ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวีระกรได้ถามถึงหนังสือที่ตนส่งไปคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนและผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล ว่า &amp;ldquo;คุณเป็นใคร อยู่ที่ไหน ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน จริงหรือไม่ โครงการนี้ไม่มีผลกระทบอะไรเลย ในพื้นที่ได้ลงไปถามแล้วชาวบ้านบอกว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย แล้วทำไมคุณได้รับผลกระทบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสะท้านเขียนบันทึกต่อไปว่า &amp;ldquo;ผมก็ตอบว่าผมเป็นคนในพื้นที่ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ ทุกปีที่ดินของผมถูกน้ำยวมท่วมอยู่แล้ว คุณวีระกร บอกว่าทุกครั้งที่มีเวที ไม่เห็นคุณมาเข้าร่วมเวทีเลย ผมบอกว่าเวทีทุกครั้งที่เขาเชิญ ผมเข้าร่วมทุกครั้ง มีครั้งหนึ่งที่ไม่ได้เข้าร่วม คือเวทีกรรมาธิการของ ส.ส. เรื่องน้ำ ผมไม้ได้เข้าร่วม เหตุผลคือทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณวีระกร บอกว่าเขาไม่เห็นความสำคัญของผมก็เลยไม่เชิญผมเข้าร่วมเวที แล้วคุณวีระกร ก็บอกต่อว่าในพื้นที่แม่น้ำยวม แม่น้ำเงา อยู่ในพื้นที่อุทยานหมดเลย ผมก็บอกว่าพื้นที่ผมไม่ได้อยู่ในพื้นที่อุทยานฯ คุณวีระกร ถามต่อว่าพื้นที่คุณมีโฉนดหรือไม่ ผมบอกว่ามีโฉนด อยู่ติดแม่น้ำยวม คุณวีระกร บอกผมว่าให้ผมถ่ายโฉนดที่ดินให้ด้วย และบอกว่าจะให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรวจสอบพื้นที่ แล้วบอกว่าบุกรุกพื้นที่ป่า ที่คุณส่งหนังสือคุณมั่วแล้ว ผมบอกว่าผมไม่คุยแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 เครือข่ายลุ่มน้ำยวม เงา เมยและสาละวิน ที่ลงชื่อโดยนายสะท้านได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ (รมว.ทส.) เรื่องขอคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลฯ โดยให้เหตุผล 8 ข้อ อาทิ การสูญเสียที่ดินทำกินของชาวบ้านและพื้นที่ป่า การสำรวจไม่ครอบคลุมชุมชนทั้งหมด ขอให้ทบทวนแนวทางการบริหารน้ำทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือฉบับนี้ได้แนบรายชื่อหมู่บ้าน 28 แห่ง ทั้งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตากและเชียงใหม่ ที่ร่วมกันคัดค้านโครงการดังกล่าว และหนังสือฉบับนี้นอกจากปลัดและรมว.ทส.ได้ลงนามรับทราบแล้ว ยังได้เวียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563 นายวีระกร คำประกอบ ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทาน ได้เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านท่าเรือ ม.8 ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และแม่น้ำยวมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นโครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล โดยนายวีระกรให้สัมภาษณ์ว่าพื้นที่ที่คาดว่าราษฏรจะได้รับผลกระทบประมาณ 40 ไร่ ราษฏร 4 ครอบครัวซึ่งมีอาชีพทำไร่ โดยทางภาครัฐก็จะดำเนินการชดเชยตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนหลายสำนักข่าวได้ลงสำรวจพื้นที่โครงการดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยได้สัมภาษณ์ชาวบ้านที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากการขุดอุโมงค์ กว่า 64 กิโลเมตร และชาวบ้านแม่เงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอุโมงค์และสถานีสูบน้ำ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ จึงได้ร่วมกันทำหนังสือคัดค้านและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่าหากดูจากพฤติกรรม&amp;nbsp;กมธ.บางคนในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งควรมีบทบาทหน้าที่ทำการศึกษาและเสนอแนะตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ตามที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้ทำหนังสือถึงกรมชลประทาน และหน่วยงานต่างๆว่าชาวบ้านเห็นด้วยหรือไม่ แต่ปรากฎว่า กมธ.บางส่วนกลับสร้างความคับข้องใจให้ชาวบ้านว่าทำบทบาทของ ส.ส. และกมธ.ได้ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีท่าทีผลักดันโครงการฯชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขามองไม่เห็นปัญหาของชาวบ้าน ทำหน้าที่คล้ายเป็นนายหน้าผลักดันโครงการฯแทนหน่วยงานรัฐ โดยไม่สนใจเหตุผลที่คัดค้านว่าโครงการฯ จะสร้างผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง คุ้มหรือไม่ในการลงทุน&amp;nbsp;มิติเหล่านี้กลับไม่มีการพิจารณา เมื่อพวกเขาลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีแต่สิ่งที่พวกเขาพูด&amp;nbsp;จนแทบไม่มีเวลารับฟังเสียงที่ท้วงติงเลย&amp;nbsp;ผมทราบว่าในการลงพื้นที่มีรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พยายามยกมือพูด แต่เขากลับไม่ยอมให้พูด แล้วนำมารายงานในที่ประชุม กมธ.ว่าประชาชนเห็นด้วยหมด วิธีการแบบนี้ไม่น่าจะเป็นบทบาทของ ส.ส. ซึ่งไม่ใช่ ส.ส. ในพื้นที่ด้วยซ้ำ&amp;rdquo; นายหาญณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ กมธ.บางคนให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า ได้มีการเจรจากับทุนรัฐวิสาหกิจจีน ซึ่งจะมาลงทุนในโครงการนี้ฟรีเพื่อแลกกับสิทธิการในการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในเขตชายแดนไทย-พม่าและขายไฟฟ้าให้ไทย ถามว่าเรื่องนี้เป็นบทบาทหน้าที่ของ กมธ.หรือไม่ ตนคิดว่าสภาควรมีการตรวจสอบการทำงานของ กมธ.หรือ ส.ส.ประเภทนี้ ว่าทำเกินเลยหน้าที่หรือไม่ หากทำแบบนี้ต่อไปชาวบ้านคงไม่สามารถไว้ใจในการทำหน้าที่ของ กมธ.ได้ เพราะการลงพื้นที่แต่ละครั้งก็ทำตัวเหมือนเจ้าของโครงการ ชาวบ้านจะมั่นใจในการส่งเสียงสะท้อนและข้อท้วงติงผ่าน กมธ.ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธาน กมธ.พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนฯ กล่าวว่า พวกตนได้ลงพื้นที่โครงการผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพลด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไปคนละคณะกับ กมธ.ชุดใหญ่ โดยโครงการนี้กรมชลประทานได้ปักหมุดเอาไว้แล้ว และ กมธ.บางรายก็เชื่อตามกรมชลประทานที่บอกว่ามีบ้านที่ได้รับผลกระทบเพียง 4 หลัง แต่ข้อเท็จจริงที่พบคือมีชุมชนอีกหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผืนป่าใหญ่แห่งสุดท้ายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย ซึ่งเราต้องทำข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปใน กมธ. เพราะมีประชาชนเดือดต้อนจำนวนมาก การที่กรมชลประทานอ้างมีบ้านที่ได้รับผลกระทบแค่ 4 หลังนั้น อาจเป็นแค่จุดหัวงานเขื่อนสร้างโรงสูบน้ำเท่านั้น แต่ยังมีหมู่บ้านอีกมากมายที่อยู่เหนือเขื่อนและใต้เขื่อนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำพอง กล่าวว่า การศึกษาเรื่องแม่น้ำยวมและแม่น้ำเมยอยู่ในชุดอนุกมธ.เจ้าพระยา ที่อยู่ในระหว่างทำการศึกษาและต่อเวลาออกไปน่าจะสิ้นสุดการในช่วงปลายปี ซึ่งเราก็จะนำข้อมูลที่ได้รับเข้าไปนำเสนอเช่นกัน โดยบทบาทของเราคือการศึกษาอย่างรอบด้านและเสนอแนะนำสู่สภา &amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของศึกษาแนวทาง ไม่ใช่ศึกษาว่าจะไปสร้างโครงการหรือไม่ หรือรับรองพิมพ์เขียวให้หน่วยงานราชการ ถ้าเห็นด้วยกับพิมพ์เขียวแล้วของหน่วยงานราชการทั้งหมดแล้ว กมธ.จะศึกษาไปทำไม ถ้ากรรมธิการบางคนบอกว่าเป็นแนวทางที่ใช่แล้วก็คงต้องไปคุยกันใน กมธ.ให้รอบคอบกว่านี้เพราะมีผลกระทบมากมายซึ่งต้องอยู่ในรายงานของ กมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นว่าทุกเขื่อนก่อนจะสร้างก็มักบอกว่าจะมีน้ำเข้าและกักน้ำได้มากมายเท่านั้นเท่านี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามเป้าเลย ทางตรงกันข้ามกลับมีผลกระทบต่อป่าและชุมชนมากมาย และสิ่งเหล่านี้เอากลับคืนมาไม่ได้ ตอนนี้ยังจะทำต่อไปอีก ถ้าล้มเหลวอีกจะทำอย่างไร&amp;rdquo; นายคำพอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ กมธ.บางคนโทรไปตำหนิชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน นายคำพองกล่าวว่า อำนาจ กมธ.ต้องรับฟังชาวบ้าน แต่ไม่มีหน้าที่ตำหนิหรือแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ควรศึกษาให้รอบด้าน ความเห็นของชาวบ้านมีส่วนสำคัญที่ต้องรับฟังเพราะพวกเขาได้รับผลกระทบโดยตรง กมธ.ไม่มีหน้าที่บีบบังคับให้ชาวบ้านเห็นด้วยหรือจะโปรโมทโครงการให้หน่วยงานรายการ หรือการไปคุกคามวิถีชีวิตของคนในชุมชน คิดว่าเรื่องนี้น่าเป็นความเห็นส่วนตัวหรือเรื่องอคติส่วนตัวของ กมธ.บางคนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติชาวบ้านเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบกับโครงการก็หนักพอควรแล้ว กมธ.ไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้ากับชาวบ้านอีก มิเช่นนั้น ชาวบ้านก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เรามีหน้าที่ศึกษาให้รอบด้าน ถ้าชาวบ้านต้องการก็ค่อยเสนอแนะผ่านสภา แต่ไม่ใช่ไปยัดเยียดให้เขา เราเห็นอยู่แล้วแต่ละโครงการที่สร้างความเสียหายยามนี้ซึ่งเราเรียกร้องกลับคืนมาไม่ได้&amp;rdquo; นายคำพอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดตาก เป็นโครงการของกรมชลประทาน ซึ่งระบุว่าเป้าหมายคือ ผันน้ำมาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามี พื้นที่โครงการครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่วะหลวง แม่สวด กองก๋อย และสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน, ตำบลนาเกียน อมก๋อย และนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รวม 36 หมู่บ้าน องค์ประกอบของโครงการ ประกอบด้วย 1. เขื่อนน้ำยวมและอาคารประกอบลักษณะเขื่อนคอนกรีต สูง 69.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา&amp;nbsp;3. ระบบอุโมงค์และถังพักน้ำ ส่งน้ำลำเลียงไปท้ายน้ำห้วยแม่งูด บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เข้าสู่อ่างของเขื่อนภูมิพล ความยาวของอุโมงค์ 63.47 กม. ลักษณะของอุโมงค์ดาดคอนกรีตเสริมเหล็ก 4. จุดกองวัสดุในป่า 7 จุด นอกจากนี้ยังมีโครงการผันน้ำจากแม่น้ำเมยบริเวณพรมแดนไทย-พม่า ซึ่งรวมทั้ง 2 โครงการ อยู่ในลุ่มน้ำสาละวิน มีมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผืนป่าหลายพันไร่ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการฯประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) , ป่าสงวนแห่งชาติท่าสองยาง , ป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มแม่ตื่น , ป่าสงวนแห่งชาติป่าอมก๋อย , ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย และป่าสงวนแม่ยวมฝั่งขวา อยู่ในเขต จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76939</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.น้ำ, จ.แม่ฮ่องสอน, ผันน้ำยวม, วีระกร คำประกอบ, อุทยานแห่งชาติแม่เงา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f589a6362eaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.พลังประชารัฐ&#039; เชื่อนายกฯทาบทามผู้เหมาะสมนั่งเก้าอี้เศรษฐกิจไว้แล้ว ร้องสมาชิกพรรคเลิกแย่งชามข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การลาออกของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ก่อนหน้านี้นายสมคิด ได้ปรารภกับนายกรัฐมนตรีไว้บ้างแล้วว่า รู้สึกเหนื่อย ต้องการพักผ่อน สาเหตุหลักของการลาออก ไม่ใช่เพราะแรงกดดันทางการเมือง เมื่อมีการลาออกแล้วก็มองว่าถึงเวลาแล้วที่นายกรัฐมนตรีควรปรับครม.เพื่อฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี มีคนที่ได้พิจารณาและทาบทามไว้แล้ว ไม่เช่นนั้นนายกรัฐมนตรี คงไม่อนุมัติให้มีการลาออก ส่วนจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ หรือเป็นนักการเมืองนั้น เชื่อว่านายกรัฐมนตรีได้มองไว้แล้วว่า จะเป็นบุคคลใดที่เหมาะสม แต่อย่าลืมว่าในช่วงหลังเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด เรื่องเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญ การที่นายกรัฐมนตรีจะเลือกใครก็ต้องมองอยู่แล้วว่า ต้องมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมาด้วย คงจะไม่ใช่ที่มาจากสายนักวิชาการเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เข้ามาจะมีแรงกดดันจากพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ถ้าผู้ที่เข้ามามีความสามารถเพียงพอก็มองว่าไม่มีใครกดดันได้ถ้าทำแล้วมีผลงาน คนที่เข้าไปกดดันก็จะโดนสังคมต่อว่าเสียเอง ถ้าเข้าแล้วมีผลงานที่ดีแล้วมีการไปกดดันให้เขาออกอีก อยากถามคนที่สร้างความกดดันว่ามีข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี พรรคพลังประชารัฐมีการตั้งกลุ่มเพื่อเรียกร้องตำแหน่งในรัฐบาลนั้น ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ดังกล่าว ผมมาเป็นผู้แทนราษฎรก็ไม่เคยเรียกร้องตำแหน่งอะไร ไม่เคยสนใจตำแหน่ง เพียงแค่มองว่าประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีความบอบช้ำพอแล้ว จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาแย่งตำแหน่งกัน อยากให้เลิกพฤติกรรมแย่งตำแหน่งกันและเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนในพรรคพลังประชารัฐไม่เหมาะสม แต่วิกฤติหลังโควิดที่หนักนาสาหัสเช่นนี้จำเป็นต้องได้บุคคลที่ได้มีความเหมาะสมเข้ามาทำงาน&amp;rdquo;นายวีระกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระกร กล่าวอีกว่า กรณีที่มีรายชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;เข้ามาร่วมทีมเศรษฐกิจนั้น ไม่ทราบ เพราะเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนและคนส่วนใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่ได้อยากเรียกร้องว่าจะต้องเป็นใคร อยากให้นายกรัฐมนตรีมองคนที่มีความรู้ ความสามารถมากที่สุดเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองหลังวิกฤติโควิด-19 ขอยืนยันว่าตนไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ทั้งนั้น มีความสุขกับการทำงานในหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับ ครม., วีระกร คำประกอบ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d99cf5f3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ลุ่มน้ำฯ ผลักดันโครงการ &#039;ผันน้ำยวม&#039; เติมเขื่อนภูมิพล เผยจีนลงทุนสูบน้ำแลกขายกระแสไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63 - ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ จังหวัดกำแพงเพชร ได้มีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จ.กำแพงเพชร พิจิตรและนครสวรรค์ รวมแล้วกว่า 500 คน ได้มายืนชูป้ายเรียกร้องขอให้รัฐบาลหาแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปีนี้สถานการณ์รุนแรงและส่อเค้าว่าในปีหน้าก็น่าจะเจอปัญหาแล้งซ้ำซากทั้งในแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงต่างมีสภาพแห้งขอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการที่ชาวบ้านเดือดร้อนจึงทำให้ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร และคณะ ประกอบด้วย นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร พปชร.&amp;nbsp;, นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ , นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร , นายปริญญา ฤกษ์หล่าย ส.ส.กำแพงเพชร , นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรรัตน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน และเป็นอนุกรรมาธิการ และนายไชยงค์ จงอาสาชาติ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 4 เพื่อรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรจาก 3 จังหวัดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาส่วนใหญ่หน่วยงานชลประทานสามารถช่วยเหลือและแก้ไขได้ ยกเว้นปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคลกับโครงการต่างๆของรัฐ ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของแกนนำกลุ่มผู้ใช้น้ำต้องไปหาทางเจรจาให้ลงเอยและต้องจบลงด้วยดี ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายราชการยืนยันว่าไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่รับฟังการชี้แจงต่างเข้าใจและพึงพอใจ แต่สุดท้ายข้อเรียกร้องที่จะขอให้โครงการชลประทานส่งน้ำไปให้ทำนาในช่วงนี้นั้น นายวีระกร คำประกอบ ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ&amp;nbsp;ได้ตอบแบบฟันธงว่าไม่สามารถเอาน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงสู่แม่น้ำปิงได้ เนื่องจากเขื่อนภูมิพลที่มีความสามารถกักเก็บน้ำได้มากถึง 13,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีน้ำเหลือแค่ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดก้นอ่างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระกร เปิดเผยว่าวิธีแก้ปัญหาลุ่มน้ำปิงมีทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องผันน้ำมาจากลุ่มน้ำอื่นมาเติมแม่น้ำปิง คือต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน ด้วยวิธีปิดเขื่อนที่ปากแม่น้ำยวม ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำเมยที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้นก็ใช้วิธีสูบน้ำข้ามภูเขาสูงประมาณ 160-170 เมตร ด้วยท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร ท่อนี้จะมีความยาว 60 กิโลเมตร ให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำแม่งูด น้ำก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปิงที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และไหลลลงสู่เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำที่จะสูบข้ามจากแม่น้ำยวมแห่งเดียวก็จะได้น้ำ 1,750 ลูกบาศก์เมตร/ปี แต่จะสูบเฉพาะหน้าฝนเพื่อเอาน้ำไปกักเก็บในเขื่อนภูมิพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นไปได้ตอนนี้กรมชลประทานกำลังมีการศึกษาร่วมกับประเทศจีนที่จะมาช่วยลงทุนให้ก่อน โดยโครงการของประเทศจีนจะส่งน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาเติมในเขื่อนน้ำยวมอีกประมาณ 2,000-3,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี เมื่อเติมแล้วก็จะมีน้ำที่จะสูบเข้าเขื่อนภูมิพลได้ถึง 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ซึ่งจะทำให้น้ำในแม่น้ำปิงมีเพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อเกษตรกรทั้ง 3 จังหวัด รวมถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าว นายวีระกร กล่าวว่าขอให้ประชาชนช่วยสนับสนุนโครงการนี้ &amp;nbsp;โดยกลุ่มวิสาหกิจของรัฐบาลจีนได้ยื่นข้อเสนอมายังนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ( สทนช.) แล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษารายละเอียดรวมถึงกรมชลประทาน ก็กำลังเร่งดำเนินการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม EIA เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่รัฐบาลจีนเข้ามาช่วยดำเนินการลงทุนให้ก่อนนั้น แล้วจะขออะไรแลกเปลี่ยนจากรัฐบาลไทย ก็ขอชี้แจงแบบตรงไปตรงมาว่า จีนลงทุนให้ไทยเพื่อให้เกษตรกรได้น้ำ ก็จะขอแลกกับการขายกระแสไฟฟ้าให้กับประเทศไทย โดยที่กระแสไฟฟ้าที่ขายจากที่เราเคยซื้อกระแสไฟจากโครงการแม่น้ำงึม ที่ซื้ออยู่ประมาณยูนิตละ 3 บาท ก็อาจต้องซื้อจากจีน ในราคาเพิ่มขึ้นอีกไม่เกิน 25 สตางค์/ยูนิต ซึ่งถือว่าพอรับได้แบบวิน-วิน ซึ่งถ้าหากสำเร็จมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรลุ่มน้ำปิงจะไม่ขาดแคลนน้ำเพื่อการทำการเกษตรอีกต่อไป&amp;quot;นายวีระกร กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผันน้ำยวม, วีระกร คำประกอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efabeb2ee98e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
