<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัว14นัด2ศพ งานลอยกระทง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าลูกชิ้นทอดฝังแค้นเพื่อนบ้านตั้งวงเหล้าส่งเสียงเอะอะจนไม่เป็นอันหลับนอนมาแรมเดือน เจอกันล่าสุดในงานลอยกระทง อีกฝ่ายนั่งดื่มกับเพื่อนตะโกนให้ของลับ สุดแค้นคว้าปืนยิงกราดยิง 14 นัด ดับ 2 ศพ สาหัส 1 ก่อนเข้ามอบตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงษ์เพชร หงษ์ศรี สว. (สอบสวน) สภ.บ้านแพง รับแจ้งเหตุยิงกันที่สนามฟุตบอลหลังสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีผู้ถึงแก่ความตาย 2 ศพ จึงไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุเป็นสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งจัดงานเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2563 พบศพนายใจเพชร โมฬีชาติ อายุ 34 ปี คนงานเข็นผัก และนายสำราญ บรรทร อายุ 33 ปี นายจ้างนายใจเพชร ถูกยิงตามร่างกายหลายแห่ง นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่ง รพ.บ้านแพง อีก 1 คน ชื่อนายถนัดชัย ธรรมจันทร์ อายุ 33 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมือปืน หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์ไปมอบตัวที่ สภ.บ้านแพง พร้อมอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติยี่ห้อซีแซด ขนาด 9 มม. ชื่อนายดอน อริยะกาญจน์ อายุ 29 ปี เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี มามีครอบครัวอยู่ที่อำเภอบ้านแพง ให้การว่า เคยมีเรื่องทะเลาะกับนายใจเพชรผู้ตาย เนื่องจากนายใจเพชรมีห้องเช่าตรงข้ามกับบ้านเช่าของตน มักตั้งวงเหล้าส่งเสียงรบกวนขณะที่ตนจะนอนพักผ่อนมาตลอดเวลา เป็นเหตุให้มีเรื่องการทะเลาะกันมาราว 3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุ นายดอนพร้อมภรรยาและลูกได้พากันขับรถยนต์เที่ยวงานลอยกระทงที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ขณะที่นายใจเพชรได้พาเมียมากางเต็นท์ขายลูกชิ้นทอดอยู่ภายในงาน กระทั่งนายดอนจะพาลูกเมียกลับบ้าน พบนายใจเพชรกับพวกปูเสื่อนั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าร้านขายลูกชิ้นทอดของเมีย และเมื่อเจอหน้าก็ให้ของลับ ทำให้นายดอนระเบิดอารมณ์เดินทางหยิบปืนในรถมากระหน่ำยิงใส่กลุ่มผู้ตาย รวม 14 นัด ก่อนขับรถไปมอบตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอนกล่าวว่า เก็บกดมานานกว่า 4 เดือน โดยตนและภรรยามีอาชีพขายลูกชิ้นปลาระเบิดอยู่แถวห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตลาดสดบ้านแพง ซึ่งการที่ตนเป็นคนต่างถิ่น มักจะถูกดูแคลนจากนายใจเพชรเจ้าถิ่นเสมอมาจนถึงจุดที่ทนไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.กนกนิภา ภาโสม อายุ 37 ปี ทำงานอยู่ อบต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เจ้าของรถเก๋งเชฟโรเลต รุ่นโซนิค สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 6678 นครพนม กับนายวีระชัย ไกยะ อายุ 37 ปี พ่อค้าขายซูชิ เจ้าของรถกระบะฟอร์ด ทะเบียน 3 จ 9861 นครราชสีมา เข้าแจ้งความตำรวจระบุว่ารถถูกกระสุนปืนของนายดอนได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุญรัตน์ คำมูลมี อายุ 42 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้น เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงคล้ายคนจุดประทัดดังปังๆๆๆ เมื่อหันไปดูก็พบผู้ชายคนหนึ่งถือปืนไล่ยิงคนราวกับในหนัง จึงคิดว่าเขาเล่นปืนแก๊ปกัน ขณะที่ผู้คนต่างวิ่งหนีกันวุ่นวาย ตนยังตะโกนว่าอย่ามาเล่นปืนแก๊ปอยู่แถวนี้เพราะกำลังขายดี ตอนนั้นเห็นคนร้ายเดินไล่ยิงนายถนัดชัยที่คลานกระเสือกกระสนหนีคมกระสุนปืน ก่อนจะเดินกลับมายิงซ้ำที่ร่างของนายสำราญอีก 3 นัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกนิภา ภาโสม, บุญรัตน์ คำมูลมี, พ.ต.ท.พงษ์เพชร หงษ์ศรี, วีระชัย ไกยะ, สำราญ บรรทร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใจเพชร โมฬีชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9eb4133492c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
