<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก72ปี‘หมอโด่ง’โกงจีทูจีข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีกาพิพากษาคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี &amp;quot;หมอโด่ง&amp;quot; โดนคุก 72 ปี ขณะที่ &amp;quot;สุธี เชื่อมไธสง&amp;quot; คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง โดนด้วย 32 ปี สั่งชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน ออกหมายจับมารับโทษทันทีหลังหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาถูกออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะอ่านคำพิพากษาลับหลังรื้อฟื้นคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 16 ซึ่งหลบหนีคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2561 ขอให้ศาลนำคดีจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 16 ที่หลบหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่อปี 2558 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2 ไว้แล้วขึ้นมาพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง หลังจากที่ศาลเคยมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว ซึ่งคดีดังกล่าวก็สืบเนื่องจากที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 ราย ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 (ศาลตัดสินจำคุกนายภูมิ กับพวกรวม 18 รายไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560) ซึ่งระหว่างการพิจารณากรมการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย ได้ยื่นคำร้องขอให้นายสุธี จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดี องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้ง 9 คน ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนและรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว เห็นว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการนายบุญทรง รมว.พาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ซึ่งจำเลยที่ 3 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ว่า จำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันวางแผน โดยแอบอ้างนำบริษัท กว่างตงฯ และบริษัทห่ายหนานฯ เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ตามสัญญาซื้อขายข้าวโครงการจีทูจีกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ที่มีนายสุธี คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 กับพวกสนับสนุนด้วยการนำบริษัทค้าข้าวภายในประเทศมาทำสัญญาซื้อข้าวโครงการจีทูจี กับกรมการค้าต่างประเทศในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยไม่ได้มีการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศตามโครงการนั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ ถือว่าหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ร่วมกับพวกทุจริตในการระบายข้าวโครงการจีทูจี ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ร่วมกระทำความผิดไปแล้ว ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ได้ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ จึงพิพากษาให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทง กระทงละ 18 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ให้จำคุกไว้เป็นเวลา 50 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ให้จำคุก 4 กระทง กระทงละ 8 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 ด้วย เป็นเงิน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา พร้อมมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวหมอโด่ง จำเลยที่ 3 และนายสุธี จำเลยที่ 16 ที่ยังหลบหนีคดีมาบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีจีทูจีในส่วนของนายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกนั้น ฝ่ายจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปี ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุด ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่นายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกรวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้นก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างรอคำฟังพิพากษาอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.282/2560 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของหมอโด่ง จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดหมอโด่งกับพวกทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าว และมีมติว่าหมอโด่งร่ำรวยผิดปกติ เมื่อหมอโด่งหลบหนีคดีไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุดและหลักฐานของ ป.ป.ช. แล้วพิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37078</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, จำคุก 72 ปี, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, สั่งชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน, หนังสือพิมพ์, หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced496e83ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสินใจไม่ยาก!&#039;หมอวรงค์&#039;ยกกรณียึดทรัยพ์&#039;หมอโด่ง&#039;ชี้ช่องปชป.ร่วมรัฐบาลพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม &amp;nbsp;สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดสินใจไม่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ยึดทรัพย์ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ จำนวน 896,554,760.28 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจำกันได้ หมอโด่งถือว่ามีบทบาทสูงมากในโครงการรับจำนำข้าว และหนีเป็นคนแรกๆเมื่อเรื่องนี้แดงขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ศาลแพ่งก็ได้ยึดทรัพย์เครือข่ายเสี่ยเปี๋ยงหลายคดี วงเงินรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ข้อหาฟอกเงินที่ทุจริตจากการระบายข้าวแบบจีทูจี ผ่านบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ฝ่ายการเมืองที่พัวพันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ก็ได้รวมตัวกันอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งผมได้ย้ำหลายรอบแล้วว่า นี่คือฝ่ายทุนสามานย์ที่กอดประชาธิปไตยเป็นของตนเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่น่าจะยากเลยว่าเราควรจะนำพาประเทศไปทางทิศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ฝ่ายทุนสามานย์ที่อ้างประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36158</URL_LINK>
                <HASHTAG>Warong Dechgitvigrom, จำนำข้าว, ทจุริตจีทีจีข้าว, ยึดทรัพย์จำนำข้าว, วรงค์ เดชกิจวิกรม, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, หมอวรงค์, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52889143edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ยกครัว&#039;หมอโด่ง&#039;จำเลยจีทูจีข้าว มูลค่าเกือบ 900 ล้านตกเป็นของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์คดีหมายเลขดำ อม. 282/2560 พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง จำเลยร่วมคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้สืบเนื่องจากอัยการสูงสุด ผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการการเมืองอื่นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ 2542 มาตรา 4, 66 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการของนายภูมิ สาระผล รมว.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2554&amp;nbsp; และพ้นจากตำแหน่งวันที่ 18 ม.ค. 2555 ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ (ขณะนั้น) เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2555 และพ้นจากตำแหน่งวันที่ 30 มิ.ย. 2556&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ชี้มูลความผิด พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 113 คน ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าวอันเป็นความผิด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ. ศ.2542, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และร่วมกันสนับสนุนกับนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวกรวม 5 คนกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86, พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2558 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวนั้น ร่ำรวยผิดปกติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66, 75 วรรคสอง, 77 จึงให้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ก็ปรากฏหลักฐานว่า ระหว่างที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้ช่วยเลขานุการของนายภูมิ รมช.พาณิชย์ และขณะเป็นเลขานุการของายบุญทรง รมว.พาณิชย์ ได้มีทรัพย์สินเป็นเงินฝากธนาคาร, เงินลงทุนในหลักทรัพย์, ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ มูลค่ามากเกินกว่าฐานะและรายได้ที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งต่อกรมสรรพากร และมากกว่ารายได้ที่แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดย พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ยักย้าย ถ่ายเท ซุกซ่อนนำทรัพย์สินของตน มอบให้บุคคลใกล้ชิดรวม 6 คน ครอบครองแทน ได้แก่ 1.นางชฏิมา วัจนะพุกกะ อดีตภรรยา 2.น.ส.อรชุมา วัจนะพุกกะบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3. พล.ต.ต.วีระวัฒน์ วัจนะพุกกะ บิดาของผู้ถูกกล่าวหา 4.นางอรณี วัจนะพุกกะ มารดาของผู้ถูกกล่าวหา 5.นายสมาน ญาติมิ บิดาอดีตภรรยา 6.น.ส.ชุตินันท์ ญาติมิ หลานของอดีตภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอนุกรรมการไต่สวนชั้น ป.ป.ช. ให้ผู้ถูกกล่าวหากับบุคคลดังกล่าวเข้าชี้แจง แต่ผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่มีชื่อถือครองทรัพย์ฯ ไม่ชี้แจงเหตุผลใด ยกเว้นเพียง น.ส.ชุตินันท์ ที่ได้ชี้แจง แต่อนุกรรมการไต่สวน ก็เห็นว่าคำชี้แจงนั้นไม่อาจรับฟังได้ ต่อมาวันที่ 2 พ.ย. 2560 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเห็นชอบตามความเห็นของอนุกรรมการไต่สวนว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่ำรวยผิดปกติโดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวมมูลค่า 896,554,760.28 บาท และ อัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ พิพากษาให้ทรัพย์สินดังกล่าวของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาพร้อมดอกผลนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งหากไม่สามารถบังคับคดีเอาทรัพย์สินดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือได้แต่แค่บางส่วน ก็ขอให้บังคับเอากับทรัพย์สินอื่นของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ภายในอายุความ 10 ปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาฯ ได้ประกาศคำร้องของอัยการสูงสุดในคดีริบทรัพย์นี้ในที่เปิดเผยแล้ว พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้มีชื่อครอบครองทรัพย์สินนั้นไม่ยื่นคำคัดค้าน และไม่ประสงค์คัดค้านคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งวันนี้ฝ่ายอัยการสูงสุด มีผู้แทนมาร่วมฟังคำพิพากษา ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาและครอบครัวไม่มีใครมาศาล คงมีเพียงทนายความรับมอบอำนาจมาฟังคำสั่งศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานตามคำร้องของอัยการสูงสุด และตามทางไต่สวนประกอบรายงานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว เห็นว่าบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขณะดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.พาณิชย์ และเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ประกอบด้วยที่ดิน, รถยนต์, หลักทรัพย์ และบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ ของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา, ญาติและคนสนิทของผู้ถูกกล่าวหา มีมูลค่าสูงไม่สอดคล้องกับรายได้ที่มีอยู่ ซึ่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้เป็นภาระของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา ต้องพิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่ได้มานั้นเป็นทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือไม่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ แต่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุด ผู้ร้อง และหลักฐานของ ป.ป.ช. เห็นว่า ทรัพย์สินทุกรายการตามฟ้องเป็นทรัพย์สินของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ซึ่งได้มาจากพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติตามหลักฐานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.รวบรวมมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า ทรัพย์สินตามคำร้องนั้น เป็นทรัพย์สินที่ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหามีเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ จึงให้ทรัพย์สินดังกล่าวรวมมูลค่า 896,554,760.28 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่อาจบังคับคดีเอาทรัพย์สินตามที่วินิจฉัยมาข้างต้นได้ทั้งหมดหรือได้แต่บางส่วน ให้บังคับคดีเอาทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในอายุความ 10 ปี แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 38, 80 ประกอบมาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทรัพย์สินที่ศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วย 1.บัญชีเงินฝากธนาคารชื่อ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหา79,389,106.02 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บัญชีเงินฝากชื่อ นางชุฏิมา อดีตภรรยา 367,313,172 บาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บัญชีเงินฝากชื่อ น.ส.อรชุมา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp; 41,607,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บัญชีเงินฝากชื่อนางอรณี มารดาผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; 357,555,747 บาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บัญชีเงินฝากชื่อ พล.ต.ต.วีระวัฒน์ บิดาผู้ถูกกล่าวหา 43,388,526.50 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.บัญชีเงินฝากชื่อนายสมาน ญาติมิ บิดาของอดีตภรรยา 5,901,267.90 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.บัญชีเงินฝากชื่อ น.ส.ชุตินันท์ หลานของอดีตภรรยา มูลค่า 1.4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่งนั้น ก็ตกเป็นจำเลยร่วมคดีกับนายบุญทรง ทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย แต่ระหว่างดำเนินคดี พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ ได้หลบหนีไป ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายจับให้ติดตามกลับมาดำเนินคดีไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวมา กระทั่งเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ (วิ อม.) ให้ศาลพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลยได้ อัยการสูงสุดจึงได้ยื่นคำร้องขอให้นำคดีอาญาในส่วนของหมอโด่งนั้นขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย ซึ่งขณะนี้คดีอาญานั้น อยู่ระหว่างการไต่สวนพยานของศาลฎีกาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36111</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีจีทูจีข่าว, ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์, วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ, สลเกษ วัฒนพันธุ์, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde84a422364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
