<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยฟันรายได้จากกิจการปิโตรเลียม 37 ปี 2.1ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อธิบดีกรมเชื้อเพลิงฯ&amp;quot; เผย ไทยฟันรายได้จากกิจการปิโตรเลียม 37 ปี &amp;quot;2.1ล้านล้านบาท&amp;quot; ด้านแหล่งเอราวัณและบงกช จะหมดอายุสัมปทาน อยู่ระหว่างเปิดประมูล ซึ่งจะเปิดให้ยื่นเทคนิค 25 ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวถึงรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมครึ่งปีแรกของไทย ว่า มีรายได้ทั้งสิ้น 79,483 ล้านบาท มาจากค่าภาคหลวงปิโตรเลียม เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ รายได้จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และรายได้อื่นๆ โดยแบ่งเป็น การเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียม 21,922 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้ส่งเข้าท้องถิ่น 1,079 ล้านบาท และส่งเข้าคลัง 20,843 ล้านบาท คาดการณ์ว่า ค่าภาคหลวงฯจะอยู่ที่ 42,000-43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สรุปแล้วเรามีรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมตั้งแต่ไทยเริ่มมีการจัดเก็บปี 2524 จนถึงมิ.ย.61 ทั้งสิ้น 2,142,152 ล้านบาท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องจัดเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียมสำหรับแหล่งผลิตบนบก กรมได้ให้ความเห็นกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อประกอบการแก้ไขพ.ร.บ.การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มหาดไทยเตรียมปรับปรุงโดยเสนอให้ลดค่าภาคหลวงที่ปัจจุบันจัดสรรให้ อบจ. 20% เป็น 10% เพื่อนำมาเพิ่มให้กับ อบต.ที่ให้พื้นที่ที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานตั้งอยู่ เช่น ระบบท่อโดยสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ส่วนค่าภาคหลวงทางทะเลให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ปี 2565-66 ก๊าซธรรมชาติแหล่งเอราวัณและบงกช จะหมดอายุสัมปทาน อยู่ระหว่างเปิดประมูล ซึ่งจะเปิดให้ยื่นเทคนิค 25 ก.ย.นี้ ในร่างทีโออาร์จะกำหนดให้ผู้ชนะต้องผลิตก๊าซ 2 แหล่งต่อเนื่องให้ได้1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันทันทีหลังหมดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยผลิตก๊าซในอ่าวไทยได้ 3,800 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน โดยจะเหลือ 1,500 ลบ.ฟุตต่อวันในปี 2565-2566 จึงต้องเร่งบริหารจัดการที่อนาคตต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาทดแทนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจาก บมจ.ปตท. ยังมอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำเข้า 1.5 ล้านตันต่อปี โดยให้ทดลองช่วงสิ้นปีคาร์โก้แรก 7.5 หมื่นตัน แต่ให้นำเข้าจริงปี 2562 เพราะขณะนี้ราคานำเข้าสูง ดังนั้น กระทรวงพลังงานจะต้องนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และ กพช.พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ราคานำเข้าแอลเอ็นจีของ กฟผ.อีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14436</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, รายได้จากกิจการปิโตรเลียม, วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b6022da7916d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประมูลปิโตรฯคึกคัก 5 บริษัทตบเท้าเข้ารับเอกสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชธ.เผยชื่อ 5 บริษัท เข้ารับเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติยื่นประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชตามคาด ในวันที่ 26 เม.ย. นี้ ก่อนเตรียมความพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 -นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กรมฯ ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจประมูลยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ในแหล่งเอราวัณและบงกชที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ตามสัญญาขอบเขตการประมูล(ทีโออาร์) ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ซึ่งในวันนี้(26 เม.ย.2561) ได้มีบริษัทที่สนใจเข้ามารับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประมูล ณ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จำนวน 5 บริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ 1.บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม จำกัด นำโดย Mr. Naser Al Hajrl, Senior Vice President Operation ,2.บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด นำโดย นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร, 3.บริษัท Mitsui Oil Exploration Co., Ltd. นำโดย Mr. Minoru Fukuda กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป สำนักงานกรุงเทพฯ ,4.บริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด นำโดย Mr. Pascal Laroche, Country Chair and General Manager และ 5.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นำโดย นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มบริษัทดังกล่าวจะนำเอกสารที่ได้รับไปศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับการมายื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยทั้งแหล่งเอราวัณและบงกชตามขั้นตอนต่อไป&amp;rdquo;นายวีระศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7930</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, บงกช, ปตท.สผ., มูบาดาลา ปิโตรเลียม, วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี, สำรวจและผลิตปิโตรเลีย, เชฟรอน, เอราวัณ, โททาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf0feda9d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยเปิดประมูล&quot;เอราวัณ-บงกช”หวังก๊าซราคาถูกช่วยอุ้มค่าไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังงานเปิดคุณสมบัติผู้เข้าประมูลเน้นคะแนนจากราคาก๊าซ 65% ลั่นใครเสนอราคาถูกมีโอกาสชนะสูง ชี้คำนึงถึงค่าไฟฟ้าเผยหากราคาก๊าซถูก 1 บาท/ล้านบีทียูฉุดเอฟทีลด 0.5 สตางค์/หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 61 -นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ มีความพร้อมการเปิดประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยที่จะหมดอายุในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ซึ่งมีการเปิดให้ยื่นพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว โดยหลังจากผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว กรมฯจะเปิดให้บริษัทเสนอข้อมูลทางเทคนิคอีกรอบในวันที่ 25 ก.ย. 2561 โดยผู้เข้าประมูลจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคำขอ 50,000 บาท และหลักประกันคำขอรวม 3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุณสมบัติเข้าร่วมประมูลแล้ว กรมฯจะชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นให้น้ำหนักคะแนนราคาก๊าซธรรมชาติ 65% ซึ่งจะมีสูตรราคาที่กำหนดเป็นค่าคงที่ รายใดให้ราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะประมูล เพราะเราไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าของรัฐ แต่เราคำนึงถึงค่าไฟฟ้าที่มีผลต่อประชาชน หากราคาก๊าซถูกลง 1 บาทต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)ลดลง 0.5 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นน้ำหนักคะแนนสัดส่วนราคาก๊าซต่อส่วนแบ่งกำไร (2.5 ต่อ 1) และให้น้ำหนักคะแนน 25% เรื่องส่วนแบ่งกำไรที่รัฐจะต้องได้ไม่น้อยกว่า 50%&amp;rdquo;นายวีระศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีโออาร์ จะเรียกเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียม 10% แบ่งปันกำไรระหว่างรัฐกับเอกชนไม่น้อยกว่าคนละ 50% เก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 20% ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่เปลี่ยนระบบสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากรูปแบบสัมปทานมาเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต ทั้งนี้ต้องให้มีแรงงานที่เป็นคนไทยไม่น้อยกว่า 80%ในปีแรก และไม่ต่ำกว่า 90% ภายใน 5 ปี ระยะเวลาสำรวจ 3 ปีต่อได้ 1 ครั้ง ระยะเวลาผลิต 20 ปีต่อได้ 1 ครั้ง อีก 10 ปี โดย 10 ปีแรกต้องมีผลิตแหล่งเอราวัณให้ได้ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และแหล่งบงกชต้องผลิตให้ได้ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7771</URL_LINK>
                <HASHTAG>บงกช, ปิโตรเลียม, พลังงาน, วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี, สัญญาแบ่งปันผลผลิต, สำรวจปิโตรเลียม, เอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf0feda9d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
