<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพสะดุ้ง แต่&#039;ทรัมป์&#039;ไม่สะทกสะท้าน ปินส์ยุติร่วมมือทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานไม่นำพาการตัดสินใจของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่จะยกเลิกข้อตกลงการวางกำลังทหารสหรัฐในฟิลิปปินส์ บอกดีเสียอีกช่วยประหยัดเงิน แต่ผู้บัญชาการกองกำลังอินโด-แปซิฟิกเตือน การยุติข้อตกลงฉบับนี้จะกระทบการต่อสู้ผู้ก่อการร้ายและการต้านทานการแผ่อิทธิพลทางทหารของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ประกาศไว้เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลของเขาจะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ) ที่มีอายุเก่าแก่ 2 ทศวรรษ และได้แจ้งให้รัฐบาลสหรัฐทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วัน หลังคำประกาศนี้ สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมะนิลากล่าวว่า การตัดสินใจของฟิลิปปินส์เป็นก้าวย่างที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหม มาร์ก เอสเปอร์ ของสหรัฐกล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของดูเตร์เตมีชนวนเหตุจากความไม่พอใจที่รัฐสภาสหรัฐวิจารณ์การทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ที่นำไปสู่การเพิกถอนวีซ่าอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นพันธมิตรของดูเตร์เต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ว่าสหรัฐจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ดูเตร์เตเปลี่ยนใจหรือไม่ ทรัมป์บอกว่า หากฟิลิปปินส์อยากยกเลิก ตัวเขาก็ไม่มีปัญหา สหรัฐจะประหยัดเงินได้มากโข &amp;quot;มุมมองของผมแตกต่างจากคนอื่นๆ&amp;quot; ทรัมป์กล่าว แต่ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังยืนยันว่า เขามีมิตรภาพที่ดีมากๆ กับผู้นำฟิลิปปินส์ และคุยด้วยว่า สหรัฐเคยช่วยเหลือฟิลิปปินส์โค่นล้มพวกนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความประสงค์มาตลอดว่า เขาต้องการถอนกำลังพลสหรัฐที่วางกำลังในหลายประเทศมายาวนานนับสิบๆ ปี&amp;nbsp; และมักกดดันชาติพันธมิตรบางชาติให้ออกค่าใช้จ่ายมากขึ้นแลกกับการคุ้มครองของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การยกเลิกความตกลงปี 2541 ฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในช่วงยามที่สหรัฐและชาติพันธมิตรพยายามกดดันให้จีนปฏิบัติตาม &amp;quot;กฎกติการะหว่างประเทศ&amp;quot; ในภูมิภาคนี้ และ ส.ว.ฟิลิปปินส์บางคนรีบขัดขวางการดำเนินการของรัฐบาล โดยโต้แย้งว่าดูเตร์เตไม่มีสิทธิตัดสินใจเองโดยฝ่ายเดียว ที่จะล้มเลิกความตกลงระหว่างประเทศที่ผ่านการให้สัตยาบันของวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือเอกฟิลิป เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐ ก็ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกวีเอฟเอนี้เช่นกัน โดยแสดงความหวังว่าประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะคิดทบทวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟิลิปปินส์แจ้งล่วงหน้า 180 วัน ฉะนั้น เราจึงมีเวลาสำหรับการดำเนินการทางการทูต&amp;quot; นายทหารสหรัฐผู้นี้กล่าวสุนทรพจน์ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลียเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;ผมหวังว่าเราจะประสบผลสำเร็จ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายทหารของสหรัฐและสมาชิกรัฐสภาบางส่วนของฟิลิปปินส์กังวลว่า หากวีเอฟเอถูกยกเลิกไป ก็จะส่งผลสะเทือนต่อเนื่องถึงข้อตกลงความเป็นพันธมิตรยาวนานระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐ ทั้งความตกลงเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ปี 2557 ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา และสนธิสัญญาการป้องกันประเทศร่วมกัน ปี 2494&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือเอกเดวิดสันเตือนว่า การยกเลิกวีเอฟเอจะกระทบต่อขีดความสามารถของสหรัฐในการช่วยเหลือฟิลิปปินส์และกองทัพฟิลิปปินส์ต่อสู้กับพวกนักรบหัวรุนแรงในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ทั้งด้านการฝึกและการปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสับเปลี่ยนกำลังพลของสหรัฐในฟิลิปปินส์และการฝึกทหารร่วมกันตามปกติ ยังถูกมองว่าเป็นกำแพงขวางกั้นการแผ่อิทธิพลทางทหารของจีนด้วย ในสุนทรพจน์ที่ซิดนีย์ เดวิดสันยังยกย่องอินโดนีเซียที่พยายามผลักดันจีนออกจากน่านน้ำ และเรียกร้องให้มีความร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงทางทหาร, พลเรือเอกฟิลิป เดวิดสัน, ฟิลิปปินส์, วีเอฟเอ, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455d6f2be27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ยุติข้อตกลงคงกำลังทหารสหรัฐในฟิลิปปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คราวนี้ทำจริง ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต สั่งรัฐบาลแจ้งสหรัฐทราบเมื่อวันอังคารว่า ฟิลิปปินส์จะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือนที่เป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือทางทหารระหว่าง 2 ชาติ เริ่มนับถอยหลัง 6 เดือนก่อนยุติสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันจัดสัมภาระขณะเตรียมเข้าร่วมการฝึกด้วยกระสุนจริงร่วมกับกองทัพฟิลิปปินส์ที่จังหวัดทาร์ลัก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ดูเตร์เตเคยขู่มาแล้วหลายครั้งว่า เขาจะลดหรือกระทั่งตัดความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอดีตเจ้าอาณานิคมของฟิลิปปินส์ชาตินี้ แต่เขายังไม่เคยดำเนินการอย่างจริงจัง กระทั่งวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ เขาก็เอาจริงด้วยการสั่งการต่อคณะรัฐมนตรีให้แจ้งไปยังรัฐบาลสหรัฐทราบว่า ฟิลิปปินส์จะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงปี 2541 ฉบับนี้เป็นกรอบทางกฎหมายที่รองรับการมีอยู่ของทหารอเมริกันบนแผ่นดินฟิลิปปินส์ และเป็นหัวใจหลักของการฝึกซ้อมทางทหารร่วมประจำปี ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือทางทหารที่แนบแน่นระหว่าง 2 ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิกถอนความตกลงนี้ต้องแจ้งล่วงหน้า 180 วัน แต่เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวสองฝ่ายน่าจะเปิดเจรจาต่อรองกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมะนิลาออกแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจของฟิลิปปินส์มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐและฟิลิปปินส์ สหรัฐจะพิจารณาอย่างระมัดระวังว่าจะดำเนินการต่อไปเช่นไรเพื่อพัฒนาผลประโยชน์ที่เรามีร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายซ้ายและพวกชาตินิยมต่อต้านวีเอฟเอว่าให้สิทธิพิเศษแก่พวกทหารอเมริกันที่ก่ออาชญากรรม แต่ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่าการยกเลิกวีเอฟเอจะลดทอนขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของฟิลิปปินส์ และยังกระทบต่อการดำเนินการของสหรัฐเพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของจีน โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยขู่ว่าเขาจะยกเลิกวีเอฟเอเมื่อปี 2559 และเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ขู่ซ้ำอีกครั้ง ภายหลังพบว่า โรนัลด์ เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปัจจุบันเป็น ส.ว. ถูกสหรัฐยกเลิกวีซ่า โดยเดลา โรซา อ้างว่าสหรัฐไม่แจ้งเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์มองว่าการยกเลิกวีซ่าเป็นการแซงก์ชั่นของสหรัฐต่อเดลา โรซา ซึ่งเคยกำกับดูแลการปราบปรามยาเสพติดที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพ่อค้ายา คนส่งยา และผู้เสพหลายพันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่มีข่าวการเพิกถอนวีซา ดูเตร์เตก็สั่งห้ามรัฐมนตรีเดินทางไปสหรัฐ ส่วนตัวเขายังปฏิเสธตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ไปเยือนนครลาสเวกัสเดือนมีนาคมนี้ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับบรรดาผู้นำชาติอาเซียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน, ฟิลิปปินส์, ยกเลิกข้อตกลง, วีเอฟเอ, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42b6c040efd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
