<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;รับเศรษฐกิจยังซมพิษโควิด ห่วงคลัสเตอร์โรงงานฉุดภาคผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2564&amp;nbsp; นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2564พบว่า เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ในเดือน ก.ค.&amp;nbsp;ติดลบ&amp;nbsp;9.8%&amp;nbsp;และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ติดลบ17.7&amp;nbsp;ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ&amp;nbsp;40.9&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;43.1&amp;nbsp;ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ขยายตัว&amp;nbsp;22.9%&amp;nbsp;ต่อปี และรายได้เกษตรกรที่แท้จริงขยายตัว6.2%&amp;nbsp;ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ติดลบ12.4%&amp;nbsp;ต่อปี ขณะที่การลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ลดลงจากช่วงเดียวกันปี โดยติดลบ&amp;nbsp;12.0%&amp;nbsp;ต่อปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การก่อสร้างชะลอตัว สอดคล้องกับภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ติดลบ11.6%&amp;nbsp;ต่อปี ด้านปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องที่&amp;nbsp;32.6%&amp;nbsp;ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่&amp;nbsp;22,650.83&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ติดต่อกันที่&amp;nbsp;20.3%&amp;nbsp;ต่อปี โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะยางพารา ผักและผลไม้ และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง,&amp;nbsp;สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง อาทิ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า โดยการส่งออกไปยังตลาดคู่ค้าหลักของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะ อินเดีย ขยายตัว&amp;nbsp;75.3%&amp;nbsp;ต่อปี จีนขยายตัว&amp;nbsp;41.0%&amp;nbsp;ต่อปี และสหรัฐฯ ขยายตัว22.3%&amp;nbsp;ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ส่งสัญญาณขยายตัวจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัว&amp;nbsp;6.5%&amp;nbsp;ต่อปี จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสำคัญ ได้แก่ ข้าวเปลือก ยางพารา มันสำปะหลัง และหมวดไม้ผล ขณะที่บริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ&amp;nbsp;(Special Tourist Visa: STV)&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ&amp;nbsp;(Thailand Privilege Card)&amp;nbsp;และนักธุรกิจเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน&amp;nbsp;18,056&amp;nbsp;คน สูงสุดในรอบ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เดือน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร อิสราเอล ฝรั่งเศส และเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา เดินทางเข้ามาตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จำนวน&amp;nbsp;14,055&amp;nbsp;คน ส่วนการท่องเที่ยวของชาวไทย จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือน ก.ค. 2564&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;869,248&amp;nbsp;คน ลดลง91.3%&amp;nbsp;ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังไม่คลี่คลาย&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ในเดือน ก.ค. 2564&amp;nbsp;ยังคงขยายตัวได้ที่&amp;nbsp;5.1%&amp;nbsp;ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;78.9&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;80.7&amp;nbsp;ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่มีการระบาดในคลัสเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่&amp;nbsp;0.45%&amp;nbsp;ต่อปี ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่&amp;nbsp;0.14%&amp;nbsp;ต่อปี ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2564&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;55.2%&amp;nbsp;ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติ&amp;nbsp;(พ.ร.บ.)&amp;nbsp;วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561&amp;nbsp;ส่วนเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ค.2564&amp;nbsp;อยู่ในระดับสูงที่&amp;nbsp;248&amp;nbsp;พันล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง, ภาพรวมเศรษฐกิจไทย (จีดีพี), วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, โฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd397351589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;ฝันดันจีดีพีโต4%ชี้มาตรการรัฐพยุงใช้จ่ายในปท. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2564 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คลังจะปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2564 ใหม่ในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง จากคาดการณ์เดิมที่ 2.8% โดยภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งจากการส่งออก การนำเข้าสินค้าทุน และการลงทุน รวมถึงการใช้จ่ายภายในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐ ซึ่งเป็นตัวช่วยพยุงการใช้จ่ายภายในประเทศได้เป็นอย่างดี โดยจะต้องมีการพิจารณาเครื่องชี้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายตัวเลขจีดีพีในปี 2564 ที่ 4% นั้น ยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่เติบโตค่อนข้างก้าวกระโดดจากคาดการณ์ในปัจจุบัน แต่ไม่ได้บอกว่าจะเป็นไปไม่ได้ คงต้องมาพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัยประกอบด้วย อาทิ ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภาพรวมการส่งออก ทิศทางการใช้จ่ายและการลงทุน ซึ่งหากมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้เติบโตได้แข็งแกร่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องดูในหลายปัจจัยประกอบ ทั้งในมุมของมาตรการด้านสาธารณะสุข โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ปัจจุบันคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การกระจายวัคซีนที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่ ทั้งหมดมีผลกับการเชื่อมั่นต่าง ๆ รวมถึงการเบิกจ่าย พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ที่คาดว่าจะเบิกจ่ายได้เต็มจำนวน ไม่ติดขัด รวมถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปกติ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทนั้น จะเอื้อให้ภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อและจะส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รักษาการจ้างงาน เป็นการช่วยเศรษฐกิจทางอ้อม&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. 2564 พบว่า มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน และความเชื่อมั่นที่สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ภายในประเทศ ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมาตรการของภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการพยุงกำลังซื้อของผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเครื่องชี้ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้เกษตรที่แท้จริงที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องที่ 7.7% ต่อปี ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่กลับมาขยายตัวที่ 18.6% ต่อปี ขณะที่ภาพรวมการส่งออก ติดลบ 2.6% ต่อปี แต่เมื่อหักทองคำออก พบว่าการส่งออกขยายตัว 4% ต่อปี ขณะที่การท่องเที่ยว พบว่า ในเดือน ก.พ. 2564 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa : STV) รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ (Thailand Privilege Card) และนักธุรกิจ อยู่ที่ 5,741 คน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97669</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), เศรษฐกิจไทย (จีดีพี)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061989a392c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังชี้โควิดระลอกใหม่ไม่หนักเท่ารอบแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค. 2563 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้แน่นอน จากทิศทางเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีกับภาคการส่งออกของไทย อีกทั้งข่าวดีเรื่องความสำเร็จของวัคซีนโควิด-19 โดยคลังจะมีการปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2563 และปี 2564 ใหม่อีกครั้งในเดือน ม.ค. 2564 ซึ่งจะต้องมีการทบทวนสมมุติฐานที่มีผลกับเศรษฐกิจทั้งหมด อาทิ การท่องเที่ยว ราคาน้ำมัน และตัวเลขส่งออก เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยนั้น ในมุมของเศรษฐกิจยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการในการจำกัดการแพร่ระบาด รวมถึงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะมีการประกาศล็อกดาวน์อีกครั้งหรือไม่ จึงต้องติดตามดูสถานการณ์อีกระยะหนึ่งจึงจะประเมินได้ว่าปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะมีผลกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2563 อาจจะยังไม่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจมากนัก โดยมองว่าการระบาดในรอบนี้จะส่งผลกระทบหนักเท่ารอบแรกแม้ว่ารัฐบาลจะมีการล็อกดาวน์หรือไม่ล็อกดาวน์ก็ตาม เพราะในรอบนี้ผู้ประกอบการและประชาชนมีการเตรียมความพร้อมรับมือได้ดีกว่ารอบแรก แต่ก็ต้องติดตามดูสถานการณ์รวมถึงมาตรการจากภาครัฐ แต่เรื่องนี้หลัก ๆ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ก็ต้องดูว่าในแง่ของไทยจะควบคุมสถานการณ์ได้ดีแค่ไหน ถ้าคุมไม่ได้ก็จะลำบากและกลายเป็นปัจจัยลบกับเศรษฐกิจ แต่ถ้าควบคุมได้ดี ปีหน้าเศรษฐกิจไทยก็จะได้ประโยชน์&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย. 2563 พบว่า ยังมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ หดตัวในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ติดลบ 3.7% จากทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดคู่ค้าหลักของไทยเกือบทุกตลาดปรับตัวดีขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ขยายตัวที่ 2.5% จากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.4 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 50.9 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐในช่วงปลายปี อาทิ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการช้อปดีมีคืน ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการบริโภคให้ปรับตัวดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น ทำให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น โดยในเดือน พ.ย. 2563 รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ขยายตัว 13.6% ต่อปี ส่งผลให้มีกำลังซื้อในภูมิภาคต่าง ๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88204</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0b216073c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุ้นมาตรการรัฐหนุนศก.Q4 เข็นจีดีพีปี63ติดลบน้อยกว่าคาด! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ย.2563 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2563 จะปรับตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2563 และคาดว่าภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัวติดลบน้อยกว่าที่คาดการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่ได้ผลักดันออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังทยอยเห็นผล ทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน รวมถึงโครงการช้อปดีมีคืนที่จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขณะที่การส่งออกก็มีทิศทางดีขึ้นเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ภาพเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4/2563 ออกมาแล้ว 80-90% แต่ยังเหลือปัจจัยสำคัญอย่างภาพรวมทั้งหมดของภาคการอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการจัดงานมหกรรมเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อต่าง ๆ เช่น มอเตอร์เอ็กซ์โป ว่าจะมีผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงสุดท้ายของปีแค่ไหน&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. 2563 มีสัญญาณทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ติดลบ 9.4% ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ชะลอตัวลง และปัจจัยฐานสูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนโครงการกระตุ้นการบริโภคของรัฐอย่าง โครงการคนละครึ่งนั้น คาดว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมการบริโภคในเดือนถัดไป ขณะที่การบริโภคในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่ง ติดลบ 25.9% และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ติดลบ 11%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 50.9 เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รวมถึงการออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น ทำให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้มากขึ้น โดยรายได้เกษตรกรที่แท้จริงในเดือน ต.ค. ขยายตัว 12.6% ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาพรวมการลงทุนของภาคเอกชนส่งสัญญาณส่งทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ขยายตัว 10.4% ต่อปี เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุน ติดลบ 17% ต่อปี ส่วนการค้าระหว่างประเทศชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ติดลบ 6.7% ต่อปี จากการลดลงของการส่งออกสินค้าสำคัญ อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า การส่งออกไปอาเซียน 9 ประเทศ ติดลบ 23.1% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐ ขยายตัว 17% และทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 4.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 86 เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าคงทน ส่งผลให้ภาคการผลิตมีการฟื้นตัวตามอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภค สนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าและรายได้ของผู้ประกอบการ ส่วนการท่องเที่ยว พบว่า ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa) กลุ่มแรกได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ จำนวน 1.2 พันคน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน กัมพูชา และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน และบางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะเศรษฐกิจ, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, ะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0b216073c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุ้นไตรมาส3ศก.เริ่มฟื้น!เตรียมปรับจีดีพีใหม่อีกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 2563 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คลังจะมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2563 ใหม่อีกครั้งในเดือน ต.ค. 2563 โดยคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2563 ว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่ตัวเลขจีดีพีขยายตัวติดลบสูงถึง 12.2% เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจในเดือน ก.ค. &amp;ndash; ส.ค. ที่ผ่านมา มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไตรมาสที่ 3/2563 น่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ส่วนจะเป็นที่เท่าไหร่ยังต้องรอดูตัวเลขในเดือน ต.ค. นี้อีกครั้ง แต่ภาพรวมในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2563 ถือว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นตามลำดับ&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค. 2563 ยังคงชะลอตัว แต่มีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การส่งออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชนที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากผลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ที่ปรับตัวดีขึ้น ที่ระดับ 4.3% ส่วนรายได้เกษตรกรที่แท้จริงขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ที่ 9.2% ต่อปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 51 หลังจากรัฐบาลดำเนินมาตรการผ่อนคลายการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น รวมถึงผลจากมาตรการเยียวยาในช่วงก่อนหน้า ช่วยให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า จากการนำเข้าสินค้าทุนและปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ปรับตัวดีดีขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้า ติดลบ 7.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยตลาดคู่ค้าหลักของไทยเกือบทุกตลาดปรับตัวดีขึ้น ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น และอาเซียน 9 ประเทศ สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจาประเทศคู่ค้ามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคการท่องเที่ยว ขณะนี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศปรับตัวดีขึ้น จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยที่หดตัวในอัตราชะลอลงที่ติดลบ 32.4% ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ ติดลบ 0.5% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.3% ต่อปี ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 47% ต่อจีดีพี ส่วนเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคงและสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2563 ที่ระดับ 254.4 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี), วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), เศรษฐกิจไตรมาส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e588a9aa7071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุ้นเศรษฐกิจ63ทยอยฟื้นตัวหลังรัฐปลดล็อกหนุนเชื่อมั่นบริโภคฟื้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ส.ค.2563 &amp;nbsp; นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ขยายตัวติดลบที่ระดับ 6.9% จากทั้งปีคาดว่าจะติดลบ 8.5% โดยทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเติบโตอย่างชะลอตัว แต่เป็นการชะลอตัวที่ลดลง โดยต้องไปดูในรายละเอียดเทียบเดือนต่อเดือน เพราะมีหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ติดลบน้อยลง สะท้อนว่ามีการปรับตัวที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. 2563 พบว่า ยังคงชะลอตัว แต่ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตาง ๆ ที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการผ่อนคลายให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 42.6 หลังจากที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ประกอบกับผลของมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งยังคงชะลอตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ขยายตัวที่ 20.8% จากเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ สินค้าอาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน อาทิ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องโทรสาร เป็นต้น สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด อาทิ ถุงมือยาง เป็นต้น สินค้าเก็งกำไรและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ อาทิ ทองคำ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และยานยนต์ยังคงชะลอตัวลง ส่วนตลาดคู่ค้าหลักของไทยเกือบทุกตลาดปรับตัวดีขึ้น สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากประเทศคู่ค้าได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ขยายตัว 1.5% จากเดือนก่อนหน้า แต่ติดลบ 14.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 82.5 จากการผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมโรคระบาดของภาครัฐ ทำให้เอกชนกลับมาดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการระบาดทั่วทุกภูมิภาคของโลก ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ คาดว่าจะไม่มาก เนื่องจากสถานการณ์ในหลายจังหวัดคลี่คลายไปได้อย่างรวดเร็ว ยังเหลืออีกเพียง 1-2 จังหวัดเท่านั้น โดยในรายละเอียดคงต้องรอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินความเสียหายที่ชัดเจนอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48faa49e5e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง”เตรียมปรับจีดีพีปี63ใหม่โควิด19กระทบท่องเที่ยวระทม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.2563 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษก สศค. กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2563 ใหม่ในเดือน เม.ย. นี้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่กดดันการเติบโตของภาพรวมเศรษฐกิจ ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบกับภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยให้ชะลอตัวลงตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ จะไม่เป็นไปตามคาดการณ์ที่ 41.1 ล้านคน เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทาง ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ยังมีปัจจัยบวกเข้ามาเสริม คือ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่ทำได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ประมาณ 1 เดือน ทำให้มีเวลาในการเบิกจ่ายงบประมาณมากขึ้น โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณได้ให้ตามเป้าหมายที่ 90% การอ่อนค่าลงของเงินบาท ซึ่งส่งผลดีกับภาคการส่งออก ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบ ซึ่งหลังจากนี้รัฐบาลจะมีการพิจารณามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับภาคการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ส่วนมาตรการดูแลในภาคส่วนอื่น ๆ ยังต้องติดตาม และรอประเมินผลกระทบก่อน&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสามารถคลี่คลายได้ภายใน 3 เดือนตามที่เคยคาดการณ์ไว้ หรือว่าจะส่งผลกระทบนานกว่านั้น โดยทั้งหมดยังต้องรอดูความชัดเจนของการแพร่ระบาดและมาตรการดูแลของแต่ละประเทศทั่วโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. 2563 มีสัญญาณดีขึ้นจากภาคการส่งออก ที่กลับมาขยายตัวได้ 3.4% ต่อปี ตามแนวโน้มการค้าโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐฯ และจีน เป็นต้น สินค้าที่สนับสนุนการส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน น้ำตาลทราย เป็นต้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทน โดยเฉพาะปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ รวมถึงรายได้เกษตรกรยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาชะลอตัว ในด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมมีสัญญาณชะลอตัว ส่วนภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ควรต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 (COVID-19) ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58413</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e588a9aa7071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
