<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องส.ว.ปรับแก้กม.กระท่อมฉบับสภาผู้แทนฯ ห้ามขายเด็กต่ำกว่า20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่อาคารวุฒิสภา เกียกกาย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง นายโยธิน&amp;nbsp; ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นายรวิศุทธ์ คณิตกุลเศรษฐ์&amp;nbsp; รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และภาคีด้านเด็กและเยาวชน เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายวัลลภ&amp;nbsp; ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชนสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.....ในประเด็นปกป้องเด็ก เยาวชนและสังคมอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโยธิน กล่าวว่า จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. ....แล้วนั้น ซึ่งโดยหลักการเหตุผลและสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ โดยร่างกำหนดมาตรการดูแล เฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูก และการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้ ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ ทั้งนี้แม้ จะมีมาตรการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ด้วยการห้ามขายให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร และการห้ามโฆษณาใช้พืชกระท่อมเป็นส่วนผสมของยาเสพติด 4X100 แต่ยังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง เราห่วงใยว่าในอนาคตน้ำกระท่อมจะไม่ใช่มีแค่ 4x100 แต่จะมีพัฒนาการไปมากกว่านั้นแน่นนอน&amp;nbsp; ซึ่งอาจะเป็นส่วนผสมที่ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่ส่งผลให้เกิดอาการมึนเมา เสพติดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าพืชกระท่อมยังสามารถเสพติดและมีผลกระทบได้ ถ้าใช้ไม่เหมาะสม จึงควรมีมาตรการควบคุม โดยเฉพาะธุรกิจที่มุ่งหาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน และสังคมที่จะตามมา&amp;rdquo; นายโยธิน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อมฯ มุ่งการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นพืชทางเศรษฐกิจ แต่ยังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; จึงขอให้วุฒิสภาพิจารณาดังนี้ 1.ควรกำหนดห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อลดโอกาสการเข้าถึง เช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่แม้จะไม่ใช่สินค้าที่ผิดกฎหมาย แต่มีโอกาสที่เกิดผลกระทบต่อตัวผู้บริโภคและสังคมส่วนรวม 2.ควรกำหนดให้สถานศึกษา เป็นสถานที่ห้ามบริโภคน้ำต้มใบกระท่อม รวมถึงกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ที่สถานศึกษาอนุญาตให้จัด เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมค่าย กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมกีฬาสี หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นักศึกษา 3. ควรเปิดช่องให้สามารถออกอนุบัญญัติใหม่ๆ เพื่อควบคุมการขาย/การบริโภคที่อาจมีพัฒนาการส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนมากขึ้นในอนาคต และ 4. ควรควบคุมการโฆษณาหรือการทำการสื่อสารการตลาดใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อม หรือผลิตภัณฑ์อื่นใดไม่ให้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ภาครัฐเร่งสื่อสาร ให้เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงผลกระทบในทางสุขภาพ หากใช้อย่างไม่เหมาะสมถูกต้อง และความผิดที่คงอยู่ตามกฎหมาย เนื่องจากยังพบว่าเยาวชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าน้ำต้มใบกระท่อมผสมสูตรต่างๆ สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; จึงบริโภคกันแพร่หลายทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงยังผิดกฎหมายอยู่หากมีส่วนผสมของสิ่งเสพติดหรือยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และที่น่าห่วงคือการไปคิดค้นสูตรใหม่ๆ มาต้มผสมเพื่อไปบริโภค ซึ่งน่ากังวลว่าอาจจะนำไปสู่สูตรที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ดังนั้นในข้อกฎหมายวุฒิสภาพิจารณาประเด็นนี้ด้วย&amp;rdquo; นายณัฐพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวัลลภ&amp;nbsp; กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ต้องขอบคุณน้องๆ เครือข่ายเยาวชนฯ ที่ห่วงใยต่อปัญหาดังกล่าว จากนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมกรรมธิการฯ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม., ครูหยุย, พืชกระท่อม, วุฒิสภา, เด็กและเยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ee0c9b0f25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภา เห็นชอบ &#039;สิงห์ชัย ทนินซ้อน&#039; นั่งอัยการสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ตามมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.องค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 โดยมีการเสนอชื่อนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายสิงห์ชัย ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลการลงคะแนน เห็นชอบ 209 เสียง &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบไม่มี และไม่ออกเสียง 9 เสียง ซึ่งวุฒิสภาจะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115158</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิสภา, สิงห์ชัย ทนินซ้อน, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de4ba8a898.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; ตอก สภาผู้เฒ่า หลับหูหลับตาลงมติตามโพย ผ่านร่างรธน.ประชาธิปัตย์ ทั้งๆที่ไม่สมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp; นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าความเงอะงะของสภาผู้เฒ่าที่หลับหูหลับตาลงมติตามโพย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้เฒ่า พร้อมใจกัน ผ่าน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 ของพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นแก้ไขระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็นสองใบ ด้วยมติ (เฉพาะ ส.ว. 250 คน) เห็นชอบ 210 &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบ 5 งดออกเสียง 11 และ ไม่มาประชุม 24&amp;nbsp;
ส่วนร่างที่ 1 ของ พปชร. และ ร่างที่ 3 ของ เพื่อไทย ที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่มีความครบถ้วนสมบูรณ์กว่า ให้ความเห็นชอบ 0 และ 36 &amp;nbsp;ไม่เห็นชอบ 128 และ 71 งดออกเสียง 98 และ 119 ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างที่ 13 ของ ปชป. กลายเป็นร่างเดียวที่ใช้เป็นหลักในการแปรญัตติในวาระที่สอง ซึ่งมีความไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีแก้ไขเพียงสองมาตรา คือ มาตรา 83 และ 91 แต่หลักการที่ต้องแก้ยังต้องมีในมาตราอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 5-6 &amp;nbsp;มาตรา ตัวอย่าง เช่น มาตรา 86 (1) และ (4) มีการระบุถึงจำนวน ส.ส. เขต เป็น 350 คน หรือ มาตรา 93 , 94 ยังคงระบุถึงวิธีได้มาของ ส.ส.บัญชีรายชื่อในรูปแบบบัตรใบเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแปรญัตติในวาระที่สอง ต่อให้เทวดามาแปรญัตติจึงถึงทางตันว่า &amp;nbsp;แปรอย่างไร ก็ไม่ทำให้ร่างแก้ไขเกิดความสมบูรณ์ &amp;nbsp;เพราะแก้แล้ว ยังขัดกับ มาตราที่ไม่ได้แก้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นจะเอามาตราที่ไม่ได้แก้ เสนอเข้ามาพิจารณาวาระที่หนึ่งใหม่ &amp;nbsp;ก็ต้องรอสมัยประชุมหน้า &amp;nbsp;เพราะร่างญัตติที่ถูกลงมติไม่รับหลักการ จะเสนอใหม่ภายใต้หลักการเดียวกัน ในสมัยประชุมเดียวกันไม่ได้&amp;nbsp;
รอฟังคำตอบ เมื่อผู้สื่อข่าวเอาไมค์จ่อปากวิษณุเทพแห่งกฎหมายในวันจันทร์ดู ว่าจะมีอภินิหารใดได้ในกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107768</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), พรรคประชาธิปัตย์, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, วุฒิสภา, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หลับหูหลับตาลงมติตามโพย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d8079adc1ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039; สั่งงดประชุมวุฒิสภา 28-29 มิ.ย. หนีโควิดแพร่ระบาดกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ของดการประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 28-29 มิ.ย. นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;โดยในหนังสือดังกล่าวระบุเหตุผลว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดกรุงเทพฯ และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับในพื้นที่รัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้น เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และสอดรับกับมาตรการป้องกันของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น นายพรเพชร วิชิชตชลชัย ประธานวุฒิสภา จึงมีคำสั่งงดการประชุมวุฒิสภาในวันและเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107723</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, รัฐสภา, วุฒิสภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d71feda0981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 56 รายชื่อชิงเก้าอี้ &#039;กสทช.&#039; ฮือฮา &#039;ศรีวราห์-ไก่อู&#039; โผล่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระหว่างวันที่ 16-22 มิ.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ณ วันที่ 21 มิ.ย. มีผู้สมัครแล้วจำนวน 56 คน ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร. 2550) (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พันเอก ดร.พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม/ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ดร.วรรณชัย สุวรรณกาญจน์ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการกระจายเสียง (ประธานกรรมการ) (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.พลอากาศตรี ทรงพล พรหมวา รองเจ้ากรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.รองศาสตราจารย์ สุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.นายสรศักดิ์ จันเกษม อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 2 (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.นางอรษา มุขเตียร์ เปอร์ดี้ อดีตผู้บริหารวิทยุกระจายเสียง (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.พลตรี วิเศษศักดิ์ สุนทรเกส ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ ที่ปรึกษาประจำรองประธาน กสทช. (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15.รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ วงศ์สรรค์ รองศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16.พลเอก กิตติ เกตุศรี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17.ดร.อานนท์ ทับเที่ยง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18.รองศาสตราจารย์ ดร.อธิคม ฤกษบุตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พสุ แก้วปลั่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20.นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21.พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22.รองศาสตราจารย์ ดร.เทพรัตน์ พิมลเสถียร รองศาสตราจารย์ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23.นายศักดิ์ชัย พฤฒิภัค อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24.ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25.รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ อดีตอธิการสถาบันวิทยาการอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26.นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27.พลโท ชนินทร โพธิวัฒนางค์กูร หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28.พลตำรวจโท เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ข้าราชการบำนาญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29.พลโท พร ภิเศก อดีตผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30.นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31.พลตรี สุพิชาติ เสนานุรักษ์ ข้าราชการบำนาญกองทัพบก (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;32.พลเอก ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;33.รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;34.นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;35.ศาสตราจารย์ ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สมัครด้านอื่น ๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านเศรษฐศาสตร์))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;36.พลเรือเอก พงศกร กุวานนท์ ประธานกรรมการบริหารกิจการวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;37.พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;38.นางเตือนใจ สินธุวณิก อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายรัฐมนตรี (สมัครด้านกิจการกระจายเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;39.ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต ศาสตราจารย์สาขานิเทศศาสตร์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;40.นายพัชระ สารพิมพา สื่อมวลชนอิสระ (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;41.นายสรพงศ์ เอื้อชูชัย วิทยากรอิสระ (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;42.พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด หรือ &amp;lsquo;เสธไก่อู&amp;rsquo; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;43.นายรัฐชทรัพย์ นิชิด้า อดีตผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน (สมัครด้านกิจการโทรทัศน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;44.นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;45.นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย อดีตผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค (สมัครด้านกิจการโทรคมนาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;46.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาติ หทัยทิพยมงคล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;47.พลตำรวจเอก ดร. ณัฐธร เพราะสุนทร ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;48.นายอุดม อึ้งสุวรรณพานิช รองอธิบดีอัยการภาค ๘ (สมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;49.นายพิษณุ วิเชียรสรรค์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีล้มละลาย สำนักงานอัยการสูงสุด (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;50.พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;51.นายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงาน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;52.นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;53.นายไพโรจน์ โพธิไสย กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน/คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน สำนักงาน กสทช. (สมัครด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;54.นายสมศักดิ์ อินทร์พันธุ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (สมัครด้านอื่นๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;55.ว่าที่พันตรี ดร. สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการบริหารงานยุติธรรมในคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (สมัครด้านอื่นๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;56.นายจิตรนรา นวรัตน์ อดีตผู้ตรวจการอัยการ (สมัครด้านอื่นๆ ที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. (ด้านกฎหมาย))&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., วุฒิสภา, ศรีวราห์, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d143f2df9bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว. ข้องใจร่างแก้ รธน. ฉบับพลังประชารัฐ ตัดบทลงโทษ ส.ส.แทรกแซงงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา จำนวน 13 ร่างของส.ส. ที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา วันที่23 มิ.ย.ว่า ส.ว.ได้จัดเสวนา เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13ฉบับ ให้สมาชิกฟัง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21มิ.ย. มีส.ว.เข้าร่วมรับฟัง 100กว่าคน ส่วนใหญ่ ส.ว.เห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญปี2560 เช่น มาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่า เป็นเพียงบทเฉพาะกาลที่บังคับใช้เพียง 5ปี และรัฐธรรมนูญปี2560 ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ที่สำคัญส.ว.ไม่ใช่เสียงชี้ขาดในการโหวตเลือกนายกฯ แต่เสียงชี้ขาดที่แท้จริงคือ ส.ส.ที่ต้องรวมกันให้ได้เกิน 250 เสียงว่า จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ส.ว.ก็จะลงมติไปตามเสียงส่วนใหญ่ของส.ส. ไม่สามารถลงมติแย้งกับเสียงส่วนใหญ่ของส.ส.ได้ เสียงส.ว.ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ไม่ควรแก้ไขเรื่องนี้ ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272ของฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล คงไม่ได้รับความเห็นชอบจากส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นประเด็นที่ส.ว.อภิปรายให้ความเห็นกันมาก ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องถ้าจะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ ตามรัฐธรรมนูญปี2540 ดูแนวโน้มแล้ว ส.ว.น่าจะให้ความเห็นชอบการแก้ไขมาตรานี้ในทุกร่างที่เสนอมา ไม่ว่าจะเป็นของพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่มีการพูดถึงมากคือ มาตรา 144 และมาตรา 185 กรณีที่รัฐธรรมนูญระบุห้ามส.ส.และส.ว. ไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงกับการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม หากใครฝ่าฝืนให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคพลังประชารัฐ ขอให้แก้ไขเป็น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีการกระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติ ให้การเสนอแปรญัตติดังกล่าวเป็นอันตกไป โดยตัดข้อความให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดทิ้งไปนั้น ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วย ที่ร่างฉบับพลังประชารัฐ ตัดบทลงโทษเรื่องการเพิกถอนสิทธิของผู้กระทำผิดทิ้งไป มองว่า เป็นการปลดล็อกปราบโกง ไม่ใช่การปราบโกง เจตนาของมาตรา 144 ต้องการป้องกันไม่ให้ส.ส. ส.ว.เข้าไปแทรกแซงนำงบประมาณมาลงพื้นที่ตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้จับตาดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ว.ลงมติไม่เห็นชอบด้วย แต่สุดท้ายแล้วน่าจะมีเสียงส.ว.สนับสนุนเพียงพอให้ผ่านไปได้ เพราะร่างของพรรคพลังประชารัฐเป็นการมัดรวมทุกเรื่อง ทั้งบัตรเลือกตั้ง 2ใบ และมาตรา144 เข้าไว้ด้วยกันในร่างเดียวกัน ถ้าจะไม่ให้ผ่านแค่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง จะมีผลให้เนื้อหาตกไปทั้งร่าง ดังนั้นเสียงส.ว.ส่วนใหญ่จะอนุโลมให้ผ่านไปก่อน แล้วไปแก้ไขในชั้นการแปรญัตติ ให้สามารถควบคุมส.ส. และส.ว.ไม่ให้เข้าไปแทรกแซงการใช้งบประมาณได้ ส่วนประเด็นการแก้ไขรายมาตราอื่นๆเช่น การเพิ่มสิทธิเสรีภาพประชาชน ขึ้นอยู่กับความเห็นของส.ว.แต่ละคนในการลงมติ&amp;rdquo;พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107119</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, วุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d072e8724ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยิ่งไล่ผมยิ่งสู้’ประยุทธ์ลั่นอยู่จนครบเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เจอวุฒิสภาลองของ&amp;nbsp; ไม่มีใครยกมือให้หลังถามมีใครเชื่อมั่นบ้าง บ่นพึม &amp;quot;มีคนไล่ผมแล้ว ในนี้ไม่มีพวก&amp;quot; ลั่นพร้อมสู้ ทุกวันนี้มีคนไล่ แต่จะบอกว่า &amp;quot;ยิ่งไล่ ผมยิ่งสู้&amp;rdquo; ลั่นอยู่จนครบเทอม &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; ปล่อยข่าวยุบสภาไตรมาสแรกปีหน้า เพื่อไทยไม่เข็ด เตรียมเสนอแก้ รธน.ตั้ง ส.ส.ร.อีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม มีวาระพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564&amp;nbsp; โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ พ.ร.ก.ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ผมต้องทำตัวของผมให้มีเกียรติ ให้คนอื่นยกย่อง เชื่อมั่น ผมทำดีเขาก็ให้เกียรติผม ผมทำไม่ดีก็ไม่ต้องให้เกียรติ และฝากไว้ด้วยถ้ามีการเลือกตั้งในอนาคต ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดกันเสียที วันหน้าเลือกให้ดีก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;quot;ผมไม่เคยคิดถึงตัวเอง ไม่เคยเลยจริงๆ ทำงานทุกวัน คิดงานทุกวัน ฝันยังเป็นงาน ไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น อยากจะฝันก็ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างนายกรัฐมนตรีชี้แจง&amp;nbsp; พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานที่ประชุม ได้ส่งข้อความเตือนให้ตอบคำถามหลังอภิปรายเสร็จ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;มีคนไล่ผมแล้ว ในนี้ไม่มีพวก&amp;quot; ก่อนจะถามขึ้นว่า ในนี้มีใครไม่เชื่อมั่นตนหรือไม่ขอให้ยกมือ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;ก็ไม่มี ผมบังคับไม่ได้ ผมเคารพท่าน 5-7 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยยุ่งกับพวกท่าน ผมเชื่อมั่นในวุฒิภาวะ ผมแก้ปัญหาทุกเรื่องที่พะรุงพะรัง ผมพร้อมสู้ ทุกวันนี้มีคนไล่ผม แต่จะบอกว่ายิ่งไล่ ผมยิ่งสู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นในโอกาสรำลึก 24 มิถุนายน 2564 89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยว่า ภาพที่ปรากฏและเห็นกันประจักษ์ชัดทางการเมืองวันนี้ คือ ภาพจริงของรัฐบาลที่บริหารไม่เป็น ไม่น่าแปลกใจว่าแต่ละครั้งที่นายกฯ ปรากฏตัว กลับเป็นทุกครั้งที่ตอกย้ำภาพผู้นำที่ไร้ศักยภาพ ขาดวุฒิภาวะ ถนัดแต่พูดก่นด่า ตำหนิผู้คนไปทั่ว และไม่เคยตอบคำถามเชิงเหตุผล ไม่เคยสร้างความหวังแม้เพียงเล็กน้อยให้ประชาชนรู้สึกไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่าแม้จะไม่ราบรื่น แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังคงพยายามประคับประคองผลประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไปจนถึงที่สุด เชื่อว่าสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุดคือ รัฐบาลจะพยายามประคองให้ผ่านงบไป อย่างน้อยรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างน้อยสัก 3 เดือน หรือ 90 วัน (เพื่อให้งบประมาณได้เริ่มใช้) และต้องพยายามแก้ รธน.รายมาตรา ที่จะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยุบสภาจึงอาจจะเกิดขึ้น เร็วที่สุดคือในช่วงไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 2565 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุดที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ&amp;quot;
&amp;#39;เสกสกล&amp;#39;ตอกหมอเดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมระบุว่า เงื่อนไขสำคัญอันหนึ่งก่อนยุบสภาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำให้เร็วที่สุดก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง คือการแก้เป็นรายมาตรา โดยเลือกแก้ในสาระที่รัฐบาลจะได้เปรียบและเกิดประโยชน์สูงสุดในตอนเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2 ใบ ที่ พปชร.เชื่อว่าตนจะได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อพรรคใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แย้งว่า นายภูมิธรรมควรใช้สมองไตร่ตรองก่อนจะออกมาพูดหรือโพสต์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ ที่นายกฯ จะยุบสภา ทั้งการทำงานในสภายังเป็นไปได้ด้วยดี รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานเป็นเอกภาพ ไม่มีสัญญาณการถอนตัว เพราะรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจสถานการณ์ดี ที่ต้องช่วยกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ได้คิดถึงประเด็นทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณภูมิธรรมถือว่าเป็นผู้ใหญ่ เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี ก็ขอทำตัวให้เหมาะสม อย่าทำตัวเป็นหมอเดา เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ นอกจากนี้ขออย่าพูดเอาดีใส่ตัว และหวังผลประโยชน์ให้กับพรรค ตนเข้าใจดีว่าพรรคเพื่อไทยอยากเข้ามาเป็นรัฐบาลมากจนลืมจริยธรรม มารยาททางการเมือง อยากมาเป็นรัฐบาลขอให้เข้ามาตามกระบวนการ อย่าหวังลมๆ แล้งๆ รอนายกฯ ยุบสภาหรือลาออก ยืนยันนายกฯ อยู่ครบเทอม ให้นับวันรอว่าครบ 4 ปีค่อยไปลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล,&amp;nbsp; นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมประชุมพรรคหารือถึงความพร้อมในการเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ชงแก้รธน.ตั้งสสร.อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องการให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ จากนั้นค่อยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระถัดไป พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น โดยเฉพาะที่มานายกฯ ตามมาตรา 272 ทุกพรรคเห็นพ้องในทิศทางเดียวกัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้เสนอ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 16 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีประชุมร่วมวิป 4 ฝ่ายในเร็วๆ นี้ เพื่อกำหนดวาระประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกล ไม่ร่วมสังฆกรรมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา 22 มิ.ย. ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต้องนำมาสู้วาระการประชุมเพื่อพิจารณาเป็นอันดับแรก ต้องจัดลำดับความสำคัญของกฎหมาย เป้าหมายของเราต้องการแก้วิกฤติโดยมีโจทย์เพื่อแก้ไขอำนาจ ส.ว.ที่เคยเสนอมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าจะลงชื่อร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า สนับสนุนตามหลักการระบบรัฐสภา แต่มองว่าการนำเสนอวาระการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่รัฐบาลขอเป็นวาระพิเศษนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง รัฐบาลไม่มีหน้าที่ขอให้รัฐสภาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เช่น พ.ร.ก.ขอร้องให้ประธานสภาฯ ใช้อำนาจทำหน้าที่ในเรื่องการบรรจุระเบียบวาระ เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ประชามติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก่อน หากรัฐบาลขอร้องให้รัฐสภาบรรจุเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ เท่ากับว่ารัฐบาลมีอำนาจเหนือรัฐสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยแก้วิกฤติของประเทศ อยากให้ประชาชนช่วยติดตามใกล้ชิดและผลักดันรัฐธรรมนูญเพื่อแก้วิกฤติของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็รู้อยู่ว่าเกิดวิกฤติประเทศอย่างไร ใครได้ประโยชน์ต่อระบอบ พล.อ.ประยุทธ์ และต้องการคงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์? นิติตะวัน? ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญต้องเอา คำว่าพรรคร่วมรัฐบาลออกไปก่อน&amp;nbsp; เพราะการแก้ไขเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ฉะนั้นการที่พรรคการเมืองต่างๆ มีความเห็นไปคนละอย่าง บางเรื่องตรงกัน บางเรื่องไม่ตรงกัน ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ แต่สุดท้ายร่างใดจะเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจริงได้ ก็ขึ้นอยู่กับการออกเสียงลงมติของที่ประชุม อย่างไรก็ตาม? เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร. เป็นแนวทางประนีประนอมกับทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายค้านด้วย เช่น ประเด็นการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับมาใช้บัตร 2 ใบแบบเดิม ดังนั้นร่างที่เสนอมาเราคำนึงถึงทุกฝ่ายมากที่สุด และมองความเป็นไปได้ว่าจะได้เสียงเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมวุฒิสภา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งไล่ผมยิ่งสู้, วุฒิสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c75d37c5328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
