<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;รอดมติถอดถอนในสภาสูง รีพับลิกันค่อนพรรคโหวตอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอดอีกตามเคย ส.ว.รีพับลิกันส่วนใหญ่ยังโอบอุ้ม &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ทำให้รอดพ้นมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเพื่อตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาถอดถอน ด้วยคะแนน 57 ต่อ 43 เสียง โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนแหกคอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอแสดงผลการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by congress.gov via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์ที่ใช้เวลายาวนาน 5 วัน ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ายุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนเขาก่อการกบฏภายในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลทำลายข้าวของปล้นสะดมครั้งนั้นเกิดภายหลังทรัมป์กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มวลชนเคลื่อนขบวนมาที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน ชนะทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการลงมติ มี ส.ว.เห็นด้วยกับคำกล่าวหานี้ 57 คน ไม่เห็นด้วย 43 คน โดยมี ส.ว.รีพับลิกันลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์ 7 คน แต่เสียงยังคงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง เพื่อตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม การอิมพีชเมนต์เขาจึงไม่สามารถนำมาใช้เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่พรรคเดโมแครตหวังจะให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย และต้องการใช้มติถอดถอนทรัมป์นำไปสู่การห้ามเขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในอนาคต โดยบอกว่าหากทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาคงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของทรัมป์โต้แย้งคำกล่าวหาว่า ถ้อยคำปราศรัยของทรัมป์ต่อผู้สนับสนุนด้านนอกทำเนียบขาวในวันนั้นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรี ทนายความของทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าทรัมป์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ส.ว.รีพับลิกันก็เคยลงมติโอบอุ้มทรัมป์มาแล้ว คราวนั้นมี ส.ว.รีพับลิกันเพียงคนเดียว คือ มิต รอมนีย์ ที่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิด และควรพ้นจากตำแหน่งในข้อกล่าวหาว่า เขากดดันให้ประธานาธิบดียูเครนสอบสวนไบเดนและลูกชายฐานต้องสงสัยว่าคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติของ ส.ว.เมื่อวันเสาร์ มี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนเห็นว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา นอกจากรอมนีย์คนเดิม ที่เหลือได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ ,บิล แคสซิตี, ซูซาน คอลลินส์, เบน แซส, แพต ทูมมี และลิซา เมอร์คาวสกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากจากรีพับลิกัน แม้จะลงมติว่าทรัมป์ &amp;quot;ไม่ผิด&amp;quot; แต่เขามีถ้อยแถลงวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีร่วมพรรคอย่างเจ็บแสบว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัมป์รับผิดชอบทั้งทางปฏิบัติและทางศีลธรรมต่อการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พวกที่บุกอาคารรัฐสภาเชื่อว่าพวกเขากำลังกระทำการตามความประสงค์และคำสั่งของประธานาธิบดีของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมติของวุฒิสภา ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ถึงแม้ทรัมป์จะพ้นจากการอิมพีชตามมติของวุฒิสภา แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์นั้นไม่ต้องโต้แย้งเลย ไบเดนยังเรียกร้องให้คนอเมริกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ที่เก็บตัวอยู่ที่รีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดานับแต่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ยินดีกับผลมติ และประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็น &amp;quot;อีกช่วงหนึ่งของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติถอดถอนเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่โดนสภาล่างถอดถอนถึง 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เป็นเป้าหมายของพวกก่อจลาจลในวันนั้นอย่างเปิดเผยและต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากอาคาร กล่าวโจมตี ส.ว.รีพับลิกันที่ลงมติว่าทรัมป์พ้นผิดว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รอดมติถอดถอน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.รีพับลิกัน, ส.ว.เดโมแครต, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028adc881b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกส.ว.จอร์เจีย เดโมแครตคว่ำรีพับลิกัน จ่อคุมสภาสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐจอร์เจียของสหรัฐจัดการเลือกตั้งชี้ขาด ส.ว. 2 ที่นั่ง ผลคะแนนวันพุธชี้เดโมแครตชนะแล้ว 1 ที่นั่ง อีกหนึ่งคะแนนนำฉิวเฉียด หากชนะได้ทั้งคู่จะทำให้เดโมแครตสามารถคุมเกมในสภาสูง เอื้อต่อการบริหารงานของโจ ไบเดน ผู้ที่คองเกรสมีกำหนดลงมติรับรองผลเลือกตั้งประธานาธิบดีของคณะผู้เลือกตั้งในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฟาเอล วอร์น็อก ศาสนาจารย์ผิวดำ ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันพุธที่ 6 มกราคม กล่าวว่า รายงานผลการนับคะแนนของเครือข่ายโทรทัศน์หลายแห่งของสหรัฐชี้ว่า ศาสนาจารย์ราฟาเอล วอร์น็อก ซึ่งเป็นคนแอฟริกันอเมริกันวัย 51 ปี กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนผิวดำคนที่ 3 ที่ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐทางใต้แห่งนี้ โดยเขาสามารถเอาชนะเคลลี โลฟฟ์เลอร์ นักธุรกิจหญิงวัย 50 ปี ที่ได้รับแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐจอร์เจียต้องจัดให้มีการลงคะแนนชี้ขาดส.ว. 2 ที่นั่งในครั้งนี้ เนื่องจากไม่มีผู้สมัครรายใดชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนด้วยคะแนนเกิน 50% การเลือกตั้งในวันอังคารที่่ผ่านมา ผลต่างคะแนนของคู่แข่งจากทั้งสองพรรคฉิวเฉียดกันมาก สื่อสหรัฐเผยว่าผลการนับคะแนนผ่านไป 98% วอร์น็อกชนะโลฟฟ์เลอร์ด้วยคะแนน 50.6% ต่อ 49.4% โดยมีคะแนนมากกว่าโลฟฟ์เลอร์ 53,430 คะแนน หรือเกิน 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกที่นั่งนั้น จอน ออสซอฟฟ์ จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำเดวิด เพอร์ดู เจ้าของเก้าอี้เดิมจากรีพับลิกัน เล็กน้อย ที่ 50.2% ต่อ 49.8% หรือมีคะแนนนำ 16,370 คะแนน ซึ่งเป็นผลต่างที่มากกว่าชัยชนะของไบเดนเหนือทรัมป์ในรัฐนี้ นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ออสซอฟฟ์มีโอกาสมากที่จะชนะ เนื่องจากคะแนนที่ยังเหลือนั้นอยู่ที่เขตชานเมืองแอตแลนตาที่มีแนวโน้มเทคะแนนให้เดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเดโมแครตชนะได้ทั้ง 2 ที่นั่ง จะทำให้วุฒิสภาสหรัฐ ที่เดิมรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก แบ่งเป็นรีพับลิกันและเดโมแครตครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งเอื้อสำหรับรัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน เนื่องจากรองประธานาธิบดีคือผู้มีอำนาจชี้ขาดมติของสภาสูงหากผลคะแนนออกมาเสมอกัน และจะทำให้ไบเดนผลักดันนโยบายสำคัญๆ ผ่านคองเกรสได้ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมและระบบประกันสุขภาพที่รีพับลิกันคัดค้านอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธตามเวลากรุงวอชิงตันของสหรัฐ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตมีเสียงข้างมาก และวุฒิสภา จะประชุมร่วมกันเพื่อลงมติรับรองผลคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งที่ยืนยันว่าไบเดนคือประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ และคามาลา แฮร์ริส คือรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดึงดันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มีแผนจะปราศรัยต่อผู้ชุมนุมใกล้ทำเนียบขาว เพื่อประท้วงการรับรองผลการเลือกตั้ง โดยผู้สนับสนุนเขาหลายร้อยคนที่สวมหมวก &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; มาชุมนุมรอท่าแล้ว ท่ามกลางการวางกำลังอย่างแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ ส่วนร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงพากันใช้แผ่นไม้มาตอกปิดกระจกหน้าต่างด้วยความหวั่นเกรงว่าจะเกิดความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เรียกร้องรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานการประชุม ให้ &amp;quot;ปฏิเสธผู้เลือกตั้งที่ฉ้อโกง&amp;quot; แต่ในทางกฎหมายนั้นรองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจกระทำตามที่ทรัมป์ร้องขอได้ ขณะที่ ส.ส.รีพับลิกันหลายสิบคน และ ส.ว.อีก 12 คน กล่าวกันว่าพวกเขาจะปฏิเสธการรับรองผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89039</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอน ออสซอฟฟ์, ราฟาเอล วอร์น็อก, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.จอร์เจีย, เดโมแครต, เลือกตั้ง ส.ว.สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5da96c6770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาผ่านมติสกัด &#039;ทรัมป์&#039; เปิดสงครามอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.รีพับลิกัน 8 รายแตกแถวลงมติร่วมกับเดโมแครตเมื่อวันพฤหัสบดี ผ่านข้อมติจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศสงครามเชิงรุกกับอิหร่าน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทรัมป์อนุมัติส่งโดรนสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่านจนสถานการณ์เกือบบานปลายเป็นสงคราม แต่เชื่อว่าทรัมป์จะวีโตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ แถลงข่าวร่วมกับ ส.ว.ทิม เคน จากพรรคเดโมแครต ภายหลังวุฒิสภาโหวตผ่านข้อมติอำนาจการทำสงครามอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันทั้ง 8 รายที่แตกแถวนี้ล้วนเคยลงมติว่าทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน แต่ในการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี พวกเขากลับลงคะแนนเห็นชอบญัตติของ ส.ว.เดโมแครต ทำให้ญัตตินี้ผ่านเสียงข้างมากได้ด้วยคะแนน 55 เสียง ต่อ 45 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติฉบับนี้จะห้ามการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน เว้นแต่สภาคองเกรสจะลงมติให้ประกาศสงครามหรือให้ความเห็นชอบอำนาจพิเศษในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครตเสียงข้างน้อย กล่าวภายหลังการลงมติว่า วุฒิสภาเพิ่งส่งสารชัดเจนถึงทรัมป์ว่า ส.ว.เสียงส่วนใหญ่จากทั้งสองพรรคไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีทำสงครามโดยปราศจากความเห็นชอบของคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากต่อไป เพื่อให้ลงมติ เดือนที่แล้วสภาล่างก็เคยผ่านข้อมติลักษณะเดียวกันแต่ด้วยคะแนนที่ไม่ถึง 2 ใน 3 โดยมีความเป็นไปได้ที่ข้อมติของสภาสูงฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนหลังจากนั้นคือการส่งให้ประธานาธิบดีลงนาม แต่เชื่อแน่ว่าทรัมป์จะใช้อำนาจยับยั้ง ในแบบเดียวกับที่เขาเคยวีโตความพยายามของคองเกรสก่อนหน้านี้ ที่ต้องการบีบให้รัฐบาลยุติการสนับสนุนปฏิบัติการเชิงรุกของซาอุดีอาระเบียในเยเมน ซึ่งคองเกรสก็ไม่มีเสียงมากพอถึง 2 ใน 3 เพื่อหักล้างการวีโตของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงสหรัฐและอิรักว่า ช่วงเวลาไม่นานก่อนการลงมติที่กรุงวอชิงตันนั้น มีจรวดลูกหนึ่งโจมตีฐานทัพในอิรักที่มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกนับแต่จรวดโจมตีฐานทัพแห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ฆ่าทหารสัญญาจ้างชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 ราย ยังไม่มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตในการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตายของทหารสัญญาจ้างอเมริกันรายนี้จุดชนวนวิกฤติที่บานปลายในเวลาต่อมา เมื่อทรัมป์สั่งให้ส่งโดรนยิงจรวดโจมตีใกล้สนามบินแบกแดด สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 มกราคม อันนำไปสู่การตอบโต้ของอิหร่านด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการ เมื่อวันที่ 8 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม เคน ส.ว.เดโมแครต เป็นผู้เสนอญัตตินี้ภายหลังการสังหารสุไลมานี ด้วยความกังวลว่าสหรัฐจะกระโจนเข้าสู่สงครามตะวันออกกลางอีกรอบ โดยที่รัฐบาลไม่ถามความเห็นของสภาคองเกรส เคนอภิปรายในสภาว่า วัตถุประสงค์หลักของเขาคือการกู้คืนอำนาจของคองเกรสในการประกาศสงคราม ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงครามเชิงรุกต้องผ่านการอภิปรายและการลงมติของสภาคองเกรส นี่ไม่ควรเป็นญัตติที่ต้องมาถกเถียงกัน&amp;quot; เคนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อมตินี้มีข้อยกเว้นไว้ด้วยสำหรับกรณีที่สหรัฐต้องป้องกันตนเองจากการกระทำในภาวะจวนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคนยอมรับด้วยว่า แม้ต่อให้คองเกรสไม่สามารถหักล้างการวีโตของทรัมป์ แต่ผู้สนับสนุนข้อมตินี้หวังว่า มติของคองเกรสจะสามารถโน้มน้าวทรัมป์ได้หากเขาจะดำเนินการทางทหารอีกในอนาคต อย่างน้อยแม้จะไม่แยแสวุฒิสภา แต่ทรัมป์ก็น่าจะใส่ใจความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ ทหารผ่านศึกอิรัก จากพรรคเดโมแครต กล่าววิจารณ์ความมุทะลุของทรัมป์อย่างตรงไปตรงมากับผู้สื่อข่าวว่า ลูกของเธอวัย 21 เดือนยังรู้จักควบคุมตนเองได้ดีกว่าประธานาธิบดีคนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านข้อมติ, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, สงครามอิหร่าน, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e46afeb256a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.รีพับลิกันอุ้ม &#039;ทรัมป์&#039; รอดถอดถอนตามคาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอดพ้นจากการถอดถอนตามคาด ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากลงมติให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหาทั้งหมดเมื่อวันพุธ ขณะมิตต์ รอมนีย์ สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ว.คนแรกที่ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีจากพรรคตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายประณาม ส.ว.รีพับลิกัน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อค่ำวันพุธ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์วัย 73 ปีเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐที่โดนสภาคองเกรสไต่สวนข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน และเขาก็สามารถรอดพ้นการถอดถอนได้เหมือนกับประธานาธิบดี 2 คนก่อนหน้าเขาจากพรรคเดโมแครตทั้งคู่ คือ ประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2411 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 แยกเป็น 2 ข้อกล่าวหา โดยการถอดถอนต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสมาชิก 100 ที่นั่งในสภาสูง ซึ่งในทางปฏิบัติไปได้ยากเนื่องจาก ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก และเกือบทุกคนลงมติตามแนวทางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกล่าวหาแรกเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่ทรัมป์เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี สอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นคู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ ส.ว.ลงมติด้วยคะแนน 52 ต่อ 48 ให้ทรัมป์พ้นข้อกล่าวหา โดยที่ ส.ว.มิตต์ รอมนีย์ รัฐบุรุษของพรรครีพับลิกันที่ยึดแนวทางสายกลาง ลงมติสวนพรรค ส่วนเดโมแครตไม่มีโหวตสวนแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ส.ว.ลงมติข้อกล่าวหาที่ 2 ด้วยคะแนน 53 ต่อ 47 ว่าทรัมป์พ้นผิดจากข้อกล่าวหาขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส จากการขัดขวางการให้การของพยานและการมอบเอกสารให้สภาผู้แทนราษฎร ข้อกล่าวหานี้รอมนีย์ลงมติว่าทรัมป์ไม่ผิด ขณะที่เดโมแครตทั้งหมดโหวตว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติแต่ละข้อกล่าวหานั้น ส.ว.แต่ละคนจะขานมติจากที่นั่งของตนไล่ทีละคน โดยมีผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนที่ออกมาแม้จะเป็นไปตามความคาดหมาย แต่ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทรัมป์ ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่ 2 อีก 4 ปี และคาดว่าจะเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันโดยปราศจากคู่ต่อกรเมื่อถึงการประชุมพรรคระดับประเทศเพื่อเสนอชื่อในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบรด พาร์สเคล ผู้จัดการหาเสียงของทรัมป์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พ้นผิดอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้ถึงเวลากลับมาทำงานของประชาชนชาวอเมริกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ในสภาสูงเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม โดย ส.ว.มิตช์ รอมนีย์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมาก และสมาชิกรีพับลิกันคนอื่นๆ ใช้เสียงข้างมากปฏิเสธการเรียกพยานหรือนำหลักฐานใหม่มาเสนอ รวมถึงความพยายามครั้งสุดท้ายของเดโมแครตเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ที่ต้องการให้วุฒิสภาเรียกพยานหลายปาก รวมถึงจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่ขัดแย้งกับทรัมป์จนโดนปลด เข้าให้การ แต่สภาลงมติ 51 ต่อ 49 คัดค้าน โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 2 คนลงมติเห็นด้วยกับเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตกล่าวถึงการไต่สวนของสภาสูงว่าเป็นการเล่นตลกและปกปิดความผิด ในขณะที่ทรัมป์โจมตีเดโมแครตว่าพยายามก่อรัฐประหารและล้มล้างผลการเลือกตั้งปี 2559 ที่เขาเป็นฝ่ายชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประธานาธิบดีจะโอ้อวดว่าเขาพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง แต่พวกเรารู้ดีกว่าว่านี่ไม่ใช่การไต่สวน ไม่ว่าจะด้วยคำนิยามใดๆ&amp;quot; ส.ว.ชัค ชูเมอร์ แกนนำในพรรคเดโมแครตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ยังค่อนข้างคงเส้นคงวาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ฐานเสียงฝ่ายอนุรักษนิยมยังคงหนุนหลังเขาอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะกลุ่มชายผิวขาว, คนชนบท, ชาวคริสต์อีวานเจลิคัล และกลุ่มคาทอลิกหัวอนุรักษ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ประธานาธิบดีทรัมป์, รีพับลิกัน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.สหรัฐ, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c16a1c6961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตตั้ง 2 ข้อกล่าวหาถอดถอน &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรคเดโมแครตตั้งข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ข้อหาเมื่อวันอังคาร ประกอบด้วยการใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบ และขัดขวางกระบวนการของรัฐสภา คาดส่งให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติสัปดาห์หน้า ด้านทรัมป์โต้ &amp;quot;น่าหัวร่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอร์รี แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ แถลงพร้อมแกนนำพรรคเดโมแครต เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมกล่าวว่า หากสัปดาห์หน้าสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติเห็นชอบ ก็จะทำให้ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกกล่าวหาเพื่อถอดถอนพ้นตำแหน่ง ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอร์รี แนดเลอร์ กรรมาธิการตุลาการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า พวกเราต้องทำให้กระจ่างชัดว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ประธานาธิบดี เมื่อเขาทรยศความไว้วางใจของประชาชนและสำคัญตัวเองว่าอยู่เหนือประเทศ เขาทำให้รัฐธรรมนูญของเรา, ประชาธิปไตยของเรา และความมั่นคงแห่งชาติตกอยู่ในอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและประโยชน์ส่วนตัว ด้วยการกดดันให้ยูเครนแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐในปีหน้า โดยเดโมแครตระบุว่า ทรัมป์ได้ทำความผิดอาญาระดับสูงและประพฤติมิชอบ เขาจะเป็นภัยคุกคามต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐหากยังดำรงตำแหน่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนนี้จะส่งให้คณะกรรมาธิการตุลาการลงมติก่อนในสัปดาห์นี้แล้วคาดว่าจะส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติต่อไปโดยคาดว่าจะเป็นในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ตอบโต้ว่า กระบวนการกล่าวหานี้ &amp;quot;น่าหัวร่อ&amp;quot; และย้ำอีกครั้งว่าเขาเป็นเหยื่อของการล่าแม่มด ส่วนสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า เดโมแครตพยายามอย่างน่าสมเพชเพื่อกลับผลการเลือกตั้งปี 2559 ทรัมป์จะชี้แจงข้อกล่าวหาเท็จเหล่านี้ในวุฒิสภาและคาดว่าเขาจะพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้กล่าวหาหลายรายระบุว่า ทรัมป์ใช้ความช่วยเหลือทางทหารและการพบปะที่ทำเนียบขาวเป็นเงื่อนไขบีบรัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประกาศสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งของพรรคเดโมแครตที่จะเป็นคู่แข่งของทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2563 ทรัมป์ยังกดดันให้เซเลนสกีสอบสวนทฤษฎีที่ถูกลบล้างไปแล้วของรัสเซีย ที่ว่ายูเครน ไม่ใช่รัสเซีย ที่แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องกล่าวหาข้อแรกระบุว่า ทรัมป์ดำเนินแผนของเขาด้วยการเชื้อเชิญให้มีการแทรกแซงทางการเมืองอย่างทุจริต เขาใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบด้วยการเพิกเฉยและทำให้ความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์แห่งชาติที่สำคัญตกอยู่ในอันตราย เพื่อประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัวของเขาเองอย่างไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำฟ้องกล่าวหาข้อที่ 2 กล่าวถึงความพยายามของทรัมป์เพื่อขัดขวางไม่ให้สภาคองเกรสสอบสวนการกระทำของเขาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเดโมแครตมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการกระทำของฝ่ายบริหาร โดยทรัมป์ปฏิเสธจะให้ความร่วมมือกับการไต่สวน และเจ้าหน้าที่คนสำคัญในรัฐบาลของเขาหลายรายที่พัวพันกรณียูเครน รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศไมค์ ปอมเปโอ ไม่ยอมมาให้การ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางสภา, ข้อกล่าวหา, คณะกรรมาธิการตุลาการ, ยูเครน, วุฒิสภาสหรัฐ, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, ุถอดถอนทรัมป์, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้อำนาจโดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0f2ce70bee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเรียกทูตสหรัฐโวยสภาสูงผ่าน กม.ฮ่องกง จี้เลิกแส่กิจการภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ขู่ตัดสถานะพิเศษทางการค้า รัฐบาลจีนยัวะเรียกอุปทูตสหรัฐเข้าประท้วง เรียกร้องเลิกแส่กิจการภายใน ด้านม็อบเดนตายราว 50 คนปักหลักในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงโดยไม่ยอมจำนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูธงชาติสหรัฐ ภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค เมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภาสหรัฐประชุมที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน ผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว กฎหมายนี้ต้องการให้ประธานาธิบดีทบทวนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกงเป็นประจำทุกปี และมอบอำนาจให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ฮ่องกงและจีนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการส่งตัวบุคคลข้ามแดนนอกกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.สหรัฐยังอนุมัติกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะห้ามการขายแก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงใช้ในการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ รัฐบาลจีนตอบโต้การผ่านกฎหมายของสภาสูงสหรัฐทันที โดยหม่า จ้าวซวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรียกวิลเลียม ไคลน์ รักษาการอุปทูตสหรัฐ เข้าพบเพื่อประท้วงขั้นรุนแรง โดยหม่ายืนยันว่าสถานการณ์ในฮ่องกงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจการภายในของจีน และเรียกร้องให้สหรัฐยุติการก้าวก่าย เทอร์รี แบรนสตัด เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนไม่ได้อยู่ในประเทศจีนเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยด้วยว่า หม่ายังต้องการให้สหรัฐป้องกันไม่ให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย มิเช่นนั้นจีนจะใช้มาตรการหนักแน่นตอบโต้ และสหรัฐต้องรับผลที่ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกสถานทูตสหรัฐกล่าวว่า ไคลน์ได้ตอบรัฐมนตรีจีนไปว่า สหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ในฮ่องกงด้วยความกังวลอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้วจีนก็เคยโกรธที่สภาล่างสหรัฐผ่านกฎหมายคล้ายกันนี้ ขั้นตอนต่อไปสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐจะต้องรวมกฎหมายเป็นร่างเดียวให้สภาคองเกรสลงมติ แล้วส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างแถลงที่กรุงปักกิ่งวันพุธว่า จุดมุ่งหมายของสหรัฐคือเพื่อสนับสนุนพวกสุดโต่งและพวกที่ใช้ความรุนแรงต่อต้านจีนที่กำลังพยายามทำให้ฮ่องกงโกลาหลวุ่นวาย และทำให้แผนถ่วงการพัฒนาของจีนกลายเป็นความจริงด้วยการฉวยความได้เปรียบจากกรณีที่เกิดขึ้นฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงในฮ่องกงเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน เมื่อผู้คนนับล้านออกมาชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงเพิกถอนอย่างไม่มีกำหนดไปแล้ว การประท้วงบานปลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพและสิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้หลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ การชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์มักเกิดการปะทะรุนแรงในช่วงกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วการประท้วงยกระดับความรุนแรงขึ้นและการปะทะลามเข้าสู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นครั้งแรก โดยมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) เป็นสมรภูมิต่อสู้ดุเดือดที่สุดตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงในโพลียูกล่าวว่า ยังมีพวกของตนราว 50 คนปักหลักอยู่ภายในเมื่อวันพุธ พวกเขาทำเครื่องหมาย &amp;quot;เอสโอเอส&amp;quot; ขนาดใหญ่ไว้ที่พื้นเพื่อขอความช่วยเหลือ สภาพการณ์ภายในกำลังเลวร้าย พวกเขาอ่อนแรงและขาดเสบียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แคร์รี แลม หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงเรียกร้องให้คนเหล่านี้มอบตัว โดยบอกว่าเฉพาะพวกที่อายุเกิน 18 ปี จะถูกตั้งข้อหาก่อจลาจล ส่วนเยาวชนจะไม่ถูกจับกุม ขณะที่ตำรวจเผยว่า นับแต่โพลียูโดนยึดจนถึงคืนวันอังคาร มีคนออกมามอบตัวแล้ว 900 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายฮ่องกง, จีน, วุฒิสภาสหรัฐ, สหรัฐ, ฮ่องกง, เรียกทูตประท้วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd5424edcab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสูงสหรัฐเรียกเอฟเอเอ-โบอิ้งให้การเหตุ 737 แมกซ์ ตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วุฒิสภาสหรัฐจะเปิดการไต่สวนผู้บริการเอฟเอเอและบริษัทโบอิ้งในสัปดาห์หน้าเป็นครั้งแรกนับแต่ 737 แมกซ์ ตกติดๆ กัน 2 ครั้ง ในรอบ 5 เดือน คร่าชีวิตคนกว่า 300 คน ขณะอินโดนีเซียเผยเครื่องบินไลออนแอร์ลำมรณะมีปัญหาเรื่องความเร็วและความสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์ วันที่ 21 มีนาคม กล่าวว่า วุฒิสภาสหรัฐจะเปิดการไต่สวนอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก โดยจะเรียกผู้บริหาร 3 คนของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) ซึ่งรวมถึงแดเนียล เอลเวลล์ รักษาการผู้อำนวยการเอฟเอเอ และเรียกเจ้าหน้าที่ของโบอิ้งเข้าให้การด้วยในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.เท็ด ครูซ พรรครีพับลิกัน กำหนดวันเรียกเจ้าหน้าที่เอฟเอเอทั้ง 3 คนนี้เข้าให้การต่อคณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์ว่าด้วยการบินและอวกาศ วันที่ 27 มีนาคม ส่วนการไต่สวนเจ้าหน้าที่โบอิ้ง รวมถึงนักบินและบุคคลในอุตสาหกรรมการบินนั้นยังไม่ได้กำหนดวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินโบอิ้ง 737 แมกซ์ ของไลออนแอร์จากอินโดนีเซียดิ่งทะเลชวาเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีคนเสียชีวิต 189 คน และต้นเดือนนี้ 737 แมกซ์ ของเอธิโอเปียแอร์ไลน์ตก คร่าชีวิตคนอีก 157 คน อุบัติเหตุทั้ง 2 ครั้งเกิดหลังจากเครื่องทะยานขึ้นได้ไม่กี่นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมสหรัฐก็กำลังสอบสวนโบอิ้งและเอฟเอเอเกี่ยวกับการอนุมัติเครื่องบินรุ่นใหม่นี้ ซึ่งใช้ระบบป้องกันภาวะไร้แรงยก หรือเอ็มซีเอเอส ที่โบอิ้งพัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันภาวะร่วงหล่นสำหรับเครื่องบินรุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักบินหลายคนเคยร้องเรียนว่าไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับระบบใหม่ ซึ่งจะทำให้เครื่องปักหัวลงหากระบบเซ็นเซอร์อ่านค่าผิดพลาด เพื่อป้องกันภาวะร่วงหล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดี คณะกรรมการคมนาคมแห่งชาติ (เคเอ็นเคที) ของอินโดนีเซียแถลงความคืบหน้าข้อมูลที่ได้จากกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบินว่า มีความตื่นตระหนกในห้องนักบินช่วง 20 วินาทีสุดท้ายก่อนเครื่องตก เมื่อพวกเขาไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ โดยนักบินพยายามค้นหารายการตรวจสอบที่ถูกต้องในคู่มือขณะประสบปัญหาความเร็วการบินและระดับความสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เครื่องบินลำเดียวกันนี้ซึ่งบินด้วยลูกเรืออีกชุดในช่วงของวันก่อนหน้านั้นก็มีปัญหาแบบเดียวกัน แต่ได้รับความช่วยเหลือจากนักบินคนที่ 3 ที่โดยสารมาด้วย ช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่รายงานของเคเอ็นเคทีเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้วไม่ได้เอ่ยถึงนักบินคนที่ 3 เนื่องจากความเร่งรีบและยังไม่ได้สอบปากคำเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31920</URL_LINK>
                <HASHTAG>737 แมกซ์, วุฒิสภาสหรัฐ, เครื่องบินตก, เรียกไต่สวน, เอธิโอเปียแอร์ไลน์, เอฟเอเอ, โบอิ้ง, ไลออนแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c9395046408a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
