<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยรัฐสภาแห่งใหม่  ปัญหาค่าโง่-ความยืดเยื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าด้วยความวุ่นวายของหลายต่อหลายครั้งในการขยายสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนคงมึนงงกับโครงการดังกล่าวอย่างยิ่ง มีข่าวค(ร)าวตั้งข้อสังเกตฝ่ายราชการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้รับเหมาอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถ้าหากใครเทคะแนนไปในฝั่งที่เชื่อว่ามีการทุจริตเอื้อกันจริงๆ ขณะนี้คงรู้สึกหดหู่ไม่น้อย เนื่องจากเมื่อวันที่&amp;nbsp; 29 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับเหมา ไปฟ้องศาลปกครอง เรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 1,590 ล้านบาท โทษฐานที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างให้บริษัทล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ติดตามการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่อย่างใกล้ชิด เคยระบุไว้เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2562&amp;nbsp; ซึ่งเป็นช่วงเกิดเหตุฟ้องต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การขยายเวลาก่อสร้างแต่ละวัน สภาต้องจ่ายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนวันละประมาณ 2 ล้านบาท เมื่อขยายเวลาทั้งสิ้น 1,864 วัน สภาก็ต้องจ่ายเงินโดยไม่ควรต้องจ่ายกว่า 3,728 ล้านบาท ซึ่งในความจริง ตามสัญญาหากก่อสร้างไม่เสร็จในระยะเวลาที่กำหนด 900 วัน บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าปรับให้สภาวันละ 12,280,000 บาท เมื่อคูณจำนวนวันที่ล่าช้าในการขยายเวลา 3 ครั้งในยุค คสช.&amp;nbsp; จำนวน 1,482 วัน บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายเงินค่าปรับให้กับประเทศชาติเป็นเงินกว่า 18,000 ล้านบาท&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ นายวัชระยังกล่าวไว้ด้วยว่า บริษัทผู้รับเหมามีหนังสือเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรแล้วกว่า 1,600 ล้านบาท ทั้งๆ ที่สภาควรจะเป็นฝ่ายปรับบริษัทผู้รับเหมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวมีความอีนุงตุงนังกับการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกว่าจุดเริ่มของเรื่องนี้มีอยู่ว่า ตามสัญญากำหนดเวลาก่อสร้าง 900 วัน หรือหมายความว่า ส.ส. ส.ว. ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าใช้อาคารรัฐสภาที่สมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.2558 แต่เกิดปัญหาว่านับแต่มีการเซ็นสัญญาให้เริ่มก่อสร้าง 2 ปีครึ่ง ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้บริษัทผู้รับเหมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงเกิดการขยายระยะเวลาก่อสร้างครั้งที่หนึ่งขึ้น จำนวน 387 วัน ไปสิ้นสุดที่วันที่ 15 ธ.ค.2559 โดยอ้างเหตุผลว่าส่งมอบพื้นที่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้ขยายเวลาในการก่อสร้างให้ แน่นอนว่าไม่มีทางแล้วเสร็จ เพราะเดิมกำหนดไว้ 900 วัน อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการระบายดินที่ขึ้นมา เพื่อสร้างชั้นใต้ดินอีก จึงเป็นที่มาในการขยายสัญญาครั้งที่สองอีก 421 วัน เป็นสิ้นสุดการก่อสร้างในวันที่ 9 ก.พ.2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างนั้นเอง ช่วงเดือน มิ.ย.2560 บริษัท ซิโน-ไทยฯ อ้างว่ามีปัญหาการส่งมอบพื้นที่ในส่วนของโรงเรียนโยธินบูรณะที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ จึงขอขยายเวลาครั้งที่สามอีก 926 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้เองหลายฝ่ายเริ่มออกมาพูดกันและตั้งข้อสังเกต ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ถ้าหากปล่อยให้เกิดการขยายสัญญาครั้งที่สาม เท่ากับว่าเวลาการก่อสร้างนานกว่ากำหนดเดิม 900 วัน เรียกว่าขยายสัญญาการก่อสร้างมากกว่าสัญญาหลัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเขาคิดทำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.นายวัชระนำเอกสารมาแสดงต่อสังคมว่าเหตุที่บริษัทผู้รับเหมามาขอให้ขยายเวลาเป็นครั้งที่สาม ไม่สมเหตุสมผล เพราะมีหลักฐานเป็นหนังสือว่าทางสภาฯ ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2559 โดยมีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภา ลงนามในหนังสือดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คำพูดเหล่านี้ไม่อาจทัดทานได้ ที่สุดทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติขยายการก่อสร้างครั้งที่สาม แต่มีการปรับเวลา โดยซิโน-ไทยฯ เสนอมา 926 วัน แต่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ปรับเหลือ 674 วัน หรือสิ้นสุดในวันที่ 15 ธ.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่านั้นไม่พอ ยังมีการขยายสัญญาครั้งที่สี่อีกด้วย จำนวน 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2562-31 ธ.ค.2563 โดยอ้างเหตุในการขยายว่าการจัดหาผู้รับจ้างงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) อีกทั้งงานสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคารล่าช้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคำนวณจากกำหนดการก่อสร้างเดิม 900 วัน ได้อาคารใหม่ 1 หลัง การขยายสัญญาต่อทั้ง 4 ครั้ง รวม 1,864 วัน เท่ากับสิ้นปีที่จะถึง เราต้องได้อาคารรัฐสภาเพิ่มอีก 2 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในความเป็นจริงนาทีนี้อาคารหลังหลักหลังแรกยังไม่มีวี่แววว่าจะแล้วเสร็จ และถ้าจะให้ฟันธงก็บอกเลยว่าการขยายสัญญารอบที่ห้าเกิดขึ้นแน่ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปัญหายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะอาคารเปล่าๆ คงใช้งานไม่ได้ แต่จะต้องประกอบไปด้วยงานระบบต่างๆ ทั้งระบบไอที และระบบสาธารณูปโภค ซึ่งในส่วนของระบบไอทีจะสิ้นสุดแถวๆ เดือน มิ.ย.-ก.ค.-ส.ค.ของปีนี้ ก็มาลุ้นต่อแล้วกันว่าภาษีประชาชนจะต้องสูญเสียจ่ายเป็นค่าปรับให้กับ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (เอไอที) ในฐานะบริษัทวางระบบไอทีอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะดูแววแล้วงานไอทีก็ไม่มีทางเสร็จเช่นกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65239</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ว่าด้วยรัฐสภาแห่งใหม่  ปัญหาค่าโง่-ความยืดเยื้อ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2b188a1e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
