<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนามบินขอนแก่น&#039;พร้อมเปิดบริการแล้วแต่คุมเข้มป้องโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 - ว่าที่ ร.ต.อัธยา &amp;nbsp;ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย น.ส.ธนิสรา &amp;nbsp;สิงหกุล รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ตรวจสอบความพร้อมการกลับมาให้บริการของสายการบินพาณิชย์ และระบบการให้บริการของท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าและผู้โดยสารขาออก ตามมาตรการป้องกันและควบคุมกรแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กรมท่าอากาศยานได้บังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวดในทุกสนามบิน ภายหลังจากที่สายการบินพาณิชย์เตรียมกลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป ขณะที่สายการบินพาณิชย์ ที่กำหนดกลับมาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่สนามบินขอนแก่น นั้นประกอบด้วยไทยแอร์เอเชีย เส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน,สายการบินไทยไลออนแอร์ เส้นทาง ขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน ขณะที่สายการบินนกแอร์ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในเส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน ขณะที่สายการบินไทยสมายล์ ในเบื้องต้นขออนุญาตกลับมาทำการบินในเดือน มิ.ย.ในเส้นทางขอนแก่น-สุวรรณภูมิ วันละ 1 เที่ยวบิน ทำให้ตลอดทั้งวันในวันนี้เจ้าหน้าที่ของสายการบินต่างๆต่างกลับเข้ามาตรวจสอบระบบการให้บริการและระบบการทำงานของสายการบินฯ หลังหยุดให้บริการนานกว่า 1 เดือน รวมทั้งการรับทราบถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กรมท่าอากาศยาน กำหนดบังคับใช้อย่างเข้มงวด ขณะที่สนามบินแก่นยังคงทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร และพื้นผิวสัมผัสทุดจุดด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ รวมทั้งการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ และการตีเส้นเว้นระยะห่างในจุดบริการผู้โดยสารและการกำหนดที่นั่งในจุดพักรอตามมาตรการของการเว้นระยะห่างทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ ร.ต.อัธยากล่าวว่า มาตรการคุมเข้มที่กรมท่าอากาศยานได้กำหนดบังคับใช้ซึ่งถือเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ท่าอากาศยานทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดในช่วงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งขอนแก่นนั้นพร้อมที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งตามที่ได้รับการประสานจากสายการบินพาณิชย์ที่จะเริ่มกลับมาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งทุกคนที่จะเข้ามาใช้บริการที่อาคารผู้โดยสาและพื้นที่โดยรอบสนามบินขอนแก่นจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน ที่ไม่สวมใส่สนามบินจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด อีกทั้งสายการบินพาณิชย์ก็กำหนดชัดเจนว่าผู้โดยสารจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาในทำการบินด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้มีการกำหนดประตูสำหรับการเข้าอาคาร คือที่ชั้น 2 ในส่วนของอาคารผู้โดยสารขาออก 1 ประตูและชั้น 1 อาคารผู้โดยสารขาเข้า 2 ประตู ซึ่งจัดเป็น 3 ประตูหลักที่ทุกคนจะใช้ในการเข้าและออกภายในตัวอาคารเท่านั้น ซึ่งทุกประตูจะมีการตรวจคัดกรองด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกายหากมีอุณหภูมิเกิน 37.3 องศาเซลเซียสก็จะให้พักรอในจุดที่กำหนดไว้โดยมีเจ้าหน้าที่ซักประวัติทันที เมื่อตรวจการตรวจแล้วก็จะต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการบริการการโดยสารของสายการบิน ซึ่งสนามบินได้ตีเส้นตามการเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งที่จุดจำหน่ายบัตรโดยสาร จุดตรวจสอบบัตรที่นั่งโดยสาร จุดพักรอ จุดตรวจสัมภาระและตรวจร่างกาย ที่ผู้โดยสารทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเส้นที่เราได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ ร.ต.อัธยา กล่าวต่ออีกว่า บางสายการบินได้ออกข้อกำหนดคือการไม่อนุญาตให้ถือสัมภาระขึ้นเครื่องบิน โยจะอนุญาตให้ถือเพียงกระเป๋าส่วนตัวขนาดเล็กขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนสัมภาระนั้นให้โหลดใต้เครื่องบินในอัตราคนละ 7 กก. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งผู้โดยสารจะต้องตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินอีกครั้ง อีกทั้งหลังจากที่กำหนดเวลาในการทำการบินนั้น เมื่อผ่านการตรวจสอบบัตรที่นั่งโดยสารรอบสุดท้ายภายในอาคารพักผู้โดยสารชั้นใน ผู้โดยสารทุกคนจะถูกตรวจวัดอุณหภูมิซ้ำอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง ซึ่งหากตรวจวัดไม่ผ่านสายการบินก็จะไม่อนุญาตให้ทำการบินในเที่ยวบินนั้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผู้โดยสารขาเข้าเมื่อลงจากเครื่องก็จะผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบเทอร์โมแสกน ที่ติดตั้งไว้ที่ ชั้น 1 โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคประจำอยู่ตลอดเวลา หากพบการตรวจไม่ผ่านก็จะเข้ารับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่ห้องแยกเฉพาะที่กำหนดไว้ และหากผ่านการตรวจแล้วก็จะต้องเข้ารับการตรวจซ้ำอีกครั้งที่ด่านตรวจของกรมท่าอากาศยานเพื่อลงบันทึกข้อมูลและยืนยันตัวบุคคล ผ่านระบบแสกนและการแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะรับสัมภาระ ที่มีการกำหนดจุดยืน เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนะนำให้ผู้โดยสารเดินทางมาตรวจบัตรที่นั่งโดยสารหรือเดินทางมาก่อนเวลาทำการบินอย่างน้อยที่สุด 2 ชั่วโมง เนื่องจากทุกคนจะเข้ารับการตรวจตามขั้นตอนของการควบคุมอย่างเข้มงวดทั้งขาเข้าและขาออก ดังนั้นหากมาในเวลาที่กระชั้นชิดก็อาจที่จะไม่ทันต่อการเดินทางอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดขอนแก่น, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สายการบินพาณิชย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea8e1e798d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.เหยี่ยวข่าวช่อง7ตก &#039;นักบิน-ช่างภาพ&#039;ดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฮลิคอปเตอร์เช่าทีมข่าวช่อง 7 ตกกลางทุ่งนา อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ระหว่างบินมารับผู้สื่อข่าวที่สนามบินขอนแก่น นักบินพร้อมผู้ช่วยและช่างภาพอีก 2 เสียชีวิตรวม 4 ศพ เบื้องต้นคาดทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตกตลอดเวลา &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ส่ง จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณทุ่งนา ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงรายงานพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, &amp;nbsp;พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กกล.รว.จว.ขอนแก่น, แพทย์เวร รพ.ชนบท และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังแสง เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา พบเครื่องบินเล็กแบบเฮลิคอปเตอร์โดยสาร ยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355 NS สีขาว ตกอยู่กลางทุ่งนา สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ โดยมีไฟลุกไหม้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย และอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ 10 เมตร จำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงระดมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนที่เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับรายงานว่าออกจากสนามบินฝึกบิน จ.สระบุรี และขอผ่านเส้นทางขอนแก่นเท่านั้น ก่อนขาดการติดต่อในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมท่าอากาศยานจะส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพื้นที่ขอนแก่นเป็นเส้นทางการจราจรทางอากาศนั้นมีเมฆปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และฝนตกตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์ นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวนสืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร &amp;nbsp;วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน,นายสมเนา น้อยสกลุ ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายรณกิจ เพชรนิล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนเฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานของ บ.SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆ ของทางสถานี โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งทีมงานช่อง 7 เดินทางมาติดตามเหตุการณ์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มารอทีมงานที่สนามบินขอนแก่น เพื่อร่วมทำข่าวอิทธิพลของพายุฝนที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากในระยะนี้มีพายุเข้าในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยทีมข่าวนั้นให้มาสแตนด์บายเพื่อรายงานข่าวในพื้นที่ โดยขณะอยู่ที่สนามบินสระบุรียังคงคุยกันกับทีมงานอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำข่าวร่วมงานกับทีมเหยี่ยวข่าว 7 สี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำข่าวเรื่องของตัวเอง หรือพูดเรื่องของตัวเอง ผมเสียมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ทุกวันเราอยู่กันแบบครอบครัว&amp;quot; ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ การวัดระยะและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการหากล่องดำหรือเครื่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนสาเหตุในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ได้แล้ว โดยพบถูกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเครื่องนั้นทับอยู่ ทำให้ในขณะนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 4 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ รพ.ชนบท ส่วนการเก็บกู้ซากเครื่องบินนั้น ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฯ อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือด้านการสอบสวนที่จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการสอบสวนฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้แจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุไปยังสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐผู้ออกแบบและรัฐผู้ผลิตอากาศยานดังกล่าว และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ประยุทธ พุธพึ่ง, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี, เครื่องตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4ea50ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
