<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช &#039;ห่วงเด็กพ่อแม่เสียชีวิตจากโควิดสั่งปูพรมค้นหา ลั่นต้องช่วยเหลือจนเรียนจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

16ส.ค.64-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลให้เด็กกลายเป็นประชากรกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้เพราะพ่อแม่ติดเชื้อโควิดเสียชีวิตส่งผลให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นเด็กกำพร้า ซึ่งขณะนี้พบตัวเลขจากกระทรวงความพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจนกลายเป็นเด็กกำพร้า จำนวน 35 ราย ซึ่งในเรื่องนี้นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก และที่ผ่านมา รมว.ศธ.ได้มีข้อสั่งและมอบเป็นนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ว่าจะเป็นปรับสถานศึกษาให้เป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย ช่วยเหลือนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังมีนโยบายให้ช่วยเหลือนักเรียนที่ผู้ปกครอง บิดา มารดา เสียชีวิตด้วยโรคโควิด - 19 โดยให้สพฐ.มีการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด พม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นักเรียนกำพร้าจำนวนดังกล่าวได้รับทุนการศึกษาและให้ได้รับการศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทุกคน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานโควิด-19 จำนวน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 &amp;nbsp;ภาคใต้ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 &amp;nbsp;ภาคเหนือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ และ ภาคกลาง โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองเลขา สพฐ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ได้มอบนโยบายศูนย์การศึกษาพิเศษในระดับพื้นที่ไปแล้วว่า ต่อจากนี้ไปให้นำนโยบายของ รมว.ศธ.ในการช่วยเหลือดูแลเด็กกำพร้า โดยศูนย์การศึกษาพิเศษจะต้องไปปูพรมค้นหาว่ามีเด็กคนใดที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโควิดอยู่ในพื้นที่ไหนจำนวนเท่าไหร่ เพื่อส่งต่อเด็กให้ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสมในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์หรือโรงเรียนราชประชานุเคราะห์สังกัด สพฐ.จนจบการศึกษาต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113436</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #โควิด19, ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา, เด็กกำพร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb8c55d892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ - กสศ. ผนึกกำลังครูในเขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มิ.ย.64- ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพฐ. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) โดยจากการร่วมมือที่ผ่านมา 2-3 ปีแล้ว พบว่า ตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ภาคเรียนที่ 2/2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษ (ทุนเสมอภาค) กว่า 1.1 ล้านคน ซึ่งทุกฝ่ายในสังคมให้ความสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษ ผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดช่องความเหลื่อมล้ำในสังคม อีกทั้ง กสศ.ยังได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ (อนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 และ มัธยมศึกษาปีที่ 3) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาในการเตรียมความพร้อมการศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 อัตราคนละ 800 บาท กว่า 286,390 คน ครอบคลุมสถานศึกษา24,798 แห่ง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากครู ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา และตามที่สถานศึกษารายงานมาพบว่า มีนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อที่คาดว่าจะไม่ศึกษาต่อ 5,654 คน และมีนักเรียน 8,944 คน ที่อาจยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าว เนื่องจากสถานศึกษายังไม่ได้รายงานเข้ามา ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำกับติดตามและหากสถานศึกษาใดไม่สามารถจ่ายเงินให้นักเรียนได้แล้ว ขอให้ส่งคืนเงินกลับไปยัง กสศ.ตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ. และ กสศ.ได้รายงานความก้าวหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) โดยท่าน รมว.ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มรอยต่อ เพื่อป้องกันมิให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงขอให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สพฐ. โดยเชื่อมโยงและส่งต่อฐานข้อมูล DMC และ CCT กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่ไม่ศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้แก่ สพฐ. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถกลับสู่ระบบการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ได้อย่างทันเวลา และเพื่อเป็นการลดภาระงานครูในการทำงานที่ซ้ำซ้อนด้วย พร้อมทั้งควรจะมีการพัฒนากลไกสนับสนุนการดำเนินการในเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งกำกับ ส่งเสริม สนับสนุนดูแลช่วยเหลือ และการคัดกรองนักเรียน ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่าง CCT ซึ่งสามารถดูได้ว่านักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่มีกี่คน โรงเรียนไหนกี่คน เพื่อเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้งต้องมีการพัฒนาครู ผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบ อบรมออนไลน์ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 นี้ ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสที่สามารถจัดอบรมด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยี อีกทั้งต้องสร้างความตระหนักและความเข้าใจเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนให้กลุ่มผู้ปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นักเรียนยากจนพิเศษได้รับการดูแลดีขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นความสำเร็จความภาคภูมิใจร่วมกันของ สพฐ. อีกทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับสถานศึกษา ครูที่เอาใจใส่เยี่ยมบ้านเด็ก โดยไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้กำลังใจในภาวะที่ยากลำบากต้องทำงานอย่างหนักเพื่อไปดูแลนักเรียนที่เป็นภารกิจสำคัญ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เด็กยากจนพิเศษได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องขอขอบคุณคุณครู เพราะที่ต้องใช้เวลาวันหยุดราชการไปในการคัดกรองนักเรียน เพราะวันธรรมดาต้องสอนหนังสือ คุณครูทำงานหนักมากเนื่องจากสอนแบบ on-site ไม่ได้ จึงคิดการสอนในรูปแบบอื่น&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุตรหลานนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่ต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจำนวน 800 บาท ที่จ่ายเงินไปถึงมือเด็กแล้ว 2.77 แสนคน จากนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด 2.86 แสนคน ขณะเดียวกันพบเด็กประมาณ 1 แสนคน ที่ย้ายโรงเรียนไปเรียนในพื้นที่อื่น และมีเด็กนักเรียนที่ไม่เรียนต่อ ช่วงชั้น ป.6 และ ม.3 ประมาณ 5,654 คน หรือ ร้อยละ 1.97 มีสาเหตุสำคัญมาจากต้องไปทำงาน/ ผู้ปกครองไม่ให้ศึกษาต่อ/ ช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ / ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียน มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ไม่มีค่าเดินทาง ซึ่งต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้กับเยาวชนที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไปในอนาคต ทาง กสศ. และ สพฐ. จึงมีแผนความร่วมมือกันพัฒนาระบบการติดตาม และส่งต่อนักเรียนกลุ่มรอยต่อนี้ผ่านการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ DMC และ CCT ของ สพฐ. และ กสศ. เข้าด้วยกัน ให้เกิดเป็นระบบเฝ้าระวังเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Early Warning System) ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษาต่อไปในอนาคต โดยในปีนี้จะมีการเชื่อมระบบกันในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลนักเรียนทั่วประเทศเพื่อค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ กสศ. และ สพฐ. ยังได้ปรังปรุงพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลใน CCT App ให้สามารถทำหน้าที่เป็น One Application ที่สามารถลดภาระงานครู คืนเวลาให้ครูกลับสู่ห้องเรียน และสามารถสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อบูรณาการงบประมาณในการดูแลสุขภาวะขั้นพื้นฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนในครัวเรือนยากจนด้อยโอกาส เช่น การตัดแว่นสายตาให้กับเด็กที่มีความบกพร่อง และการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปกครองที่เป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เป็นต้น โดยจะเริ่มทดลองนำร่องใน 29 พื้นที่ ครอบคลุม 602 โรงเรียน ซึ่งต้องขอขอบคุณครู ผู้บริหาร สถานศึกษาที่ลงไปเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล นำไปสู่การสร้างโอกาสให้กับเด็กทุกคน&amp;rdquo;รองผู้จัดการ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107104</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., #สพฐ., ดร.ไกรยส ภัทราวาท, ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d05a2a50779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิด รร.หนีโควิดเพิ่มเป็น 98 โรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ธ.ค.63- ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ในจังหวัดทางภาคเหนือ ว่า ขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ปิดการเรียนการสอนแล้ว จำนวน 98 โรง ใน 7 เขตพื้นที่การศึกษา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 5 เขต ได้แก่ สพป.กำแพงเพชร เขต 1 สพป.พิจิตร เขต 1 สพป.พิษณุโลก เขต 2 สพป.พิษณุโลก เขต 3 และ สพป.พิษณุโลก เขต 4 รวม 68 โรง และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 2 เขต ได้แก่ สพม. เขต 41 และ สพม. เขต 39 รวม 30 โรง อย่างก็ตาม ตนได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีการปิดโรงเรียนเพิ่มเติม ประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้เข้ามาทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมทั้งได้กำชับให้โรงเรียนมีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดทางภาคใต้นั้น ขณะนี้มีโรงเรียนปิดแล้วทั้งสิ้น 507 โรง แบ่งเป็น สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 จำนวน 48 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน 40 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 จำนวน 136 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 จำนวน 45 โรง สพป.พัทลุง เขต 1 จำนวน 14 โรง สพป.พัทลุง เขต 2 จำนวน 3 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 จำนวน 51 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 จำนวน 73 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 จำนวน 7 โรง สพป.ชุมพร เขต 1 จำนวน 1 โรง สพป.ชุมพร เขต 2 จำนวน 1 โรง และสพม. เขต 11 จำนวน 18 โรง สพม. เขต 12 จำนวน 70 โรง ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเปิดเรียนได้ในวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85988</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปิดโรงเรียนหนีโควิด, ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d0753fe4645d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมใหญ่แนวทางรับนร.ปี63ก่อนชงรมว.ศธ.คนใหม่พิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17มิ.ย.62-ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาฯ กพฐ. ได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์แนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 โดยมีตนเป็นประธาน นั้น ขณะนี้คณะทำงานได้ดำเนินการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการรับนักเรียนทั้งข้อดี ข้อเสีย และปัญหาที่ผ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือเรื่องรับนักเรียนขึ้น ซึ่งจะเชิญประธาน กพฐ. ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เรื่องการวางแนวทางรับนักเรียนในปีการศึกษา 2563 ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมรับนักเรียนครั้งใหญ่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปการรับนักเรียนที่ชัดและเป็นธรรม และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเกณฑ์การรับนักเรียนแล้ว สพฐ.จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ ร่วมพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้น สพฐ.ต้องการให้มีการกระจายอำนาจการรับนักเรียนไปให้ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และเขตพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ และกำหนดจำนวนการรับนักเรียนได้เอง เนื่องจากพื้นที่จะรู้บริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นอย่างดี เพราะมีความใกล้ชิดกับโรงเรียน อีกทั้งพื้นที่ก็มีคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดที่ควบคุมดูแลอยู่แล้ว และส่วนกลางจะกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดแบบกว้างๆ เช่น วันเวลารับสมัคร การรับนักเรียนต้องคำนึงถึงคุณภาพการศึกษา และสร้างโอกาสให้แก่เด็กทุกคนให้ได้รับความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และมีความโปร่งใส ต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินการรับนักเรียน เป็นต้น &amp;nbsp;ส่วนมาตรการการรับนักเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น จะกำชับลงไปให้ กศจ.และเขตพื้นที่ฯ ถือเป็นแนวปฏิบัติด้วย&amp;rdquo;ผช.เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายอำนาจรับนร.ให้กศจ., ประชุมใหญ่รับนร., ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา, แนวทางรับนร.ปี63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe240c7f599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครั้งแรก!สพฐ.เปิดประชาพิจารณ์เกณฑ์รับนร.ปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มิ.ย.62-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานวิเคราะห์รับนักเรียนปี 2563 กล่าวว่า ตามที่ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ. ได้มอบหมายให้ตนดูแลเรื่องนี้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการประชุมหารือกันในวันนี้ (10 มิ.ย.) แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน เพราะเราจะมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการรับนักเรียนข้อดีข้อเสียและประเด็นปัญหารับนักเรียนต่างๆ ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีข้อเสนอเรื่องให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงต้องสอบร้อยละ 100 และนโยบายรับนักเรียนใหม่ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องการกระจายอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้รับผิดชอบในการรับนักเรียน เพราะเบื้องต้นหลังจากที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนของ สพท. ต้องการให้มีการกระจายอำนาจการรับนักเรียนไปให้ กศจ.และ สพท.เป็นผู้ดำเนินการ และกำหนดจำนวนการรับนักเรียนได้เอง เนื่องจากพื้นที่จะรู้บริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นอย่างดี เพราะมีความใกล้ชิดกับโรงเรียน อีกทั้งพื้นที่ก็มีคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดที่ควบคุมดูแลอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เราเริ่มทำประชาพิจารณ์แล้ว ส่วนมาตรการการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนกลางจะกำชับลงไปให้ กศจ.และเขตพื้นที่ถือเป็นแนวปฏิบัติด้วย &amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ กพฐ.ที่มี นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ เป็นประธาน กพฐ. เพื่อจัดทำเป็นข้อสรุปและออกเป็นหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการรับนักเรียนของปีการศึกษา 2563 ต่อไป&amp;rdquo;ผช.เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38167</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ประชาพิจารณ์การรับนักเรียนปี63, ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา, เกณฑ์รับนร.ปี63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe240c7f599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
