<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยยอดส่งออกอัญมณีไทยพุ่ง 11 เดือน โตเกือบ 35%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 2563 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 11 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-พ.ย.) ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่า 14,968.05 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.73% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 464,570.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.75% หากหักทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 7,613.29 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.60% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 236,162.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วง 11 เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้น มาจากการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นถึง 85.35% จากการทำกำไรส่วนต่างของราคา ในช่วงที่ราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาขึ้น และยังมีการส่งออกเพิ่มขึ้นในส่วนของพลอยสี ซึ่งยังคงเป็นสินค้าดาวรุ่ง โดยพลอยก้อน พลอยเนื้อแข็งเจียระไน และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่มขึ้น 295.05% , 7.07% และ 11.29% ตามลำดับ ขณะที่เศษหรือของที่ใช้ ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เพิ่มขึ้น 397.63% และเครื่องประดับทอง เพิ่ม 0.02% แต่เครื่องประดับแท้ ลด 6.59% เครื่องประดับเงิน ลด 19.06% เครื่องประดับแพลทินัม ลด 2.53% เพชร ลด 8.22% เพชรก้อน ลด 20.53% เพชรเจียระไนลด 7.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดส่งออก อาเซียนยังคงเป็นตลาดสำคัญ เพิ่มขึ้นมากสุด 198.09% จากการส่งออกไปสิงคโปร์และกัมพูชา เพิ่ม 295% และ 238% รองลงมา คือ อินเดีย เพิ่ม 93.23% จากการส่งออกเพชรเจียระไน พลอยก้อน โลหะเงิน พลอยเนื้ออ่อนและพลอยเนื้อแข็งเจียระไนเพิ่มขึ้น และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพิ่ม 1.64% จากการส่งออกไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่ม ส่วนฮ่องกง ตลาดอันดับ 1 ยังคงลดลง 4.64% เพราะได้รับผลกระทบจากการประท้วง นักท่องเที่ยวลด ร้านค้าปลีกหลายรายปิดตัวลง และยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามการค้า ที่ผู้นำเข้าฮ่องกงลดการนำเข้าจากไทยลง สหภาพยุโรป ลด 1.61% เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ลด 5.88% จากเศรษฐกิจชะลอตัว ญี่ปุ่น ลด 6.59% จากการปรับขึ้นภาษีบริโภคเป็น 10% จีนลด 23.48% เพราะยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ชาวจีนลดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ลด 20.72% รัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ลด 63.75%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ยังคงเผชิญความท้าทายจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน แม้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าสงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศจะยุติ จึงยังมีความไม่แน่นอนอยู่ และยังมีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ที่อาจมีการตอบโต้กันรุนแรง ขณะที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการกีดกันการค้ามากขึ้น รวมถึงการประท้วงในฮ่องกงที่ยืดเยื้อและรุนแรง และยังมีปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ที่จะกระทบต่อการส่งออกของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยลบ แต่กระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังมีอากาสเติบโตได้สูง แต่ผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือและบริหารต้นทุนให้เหมาะสม และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ ติดตามความต้องการของตลาด โดยในปี 2563 เป็นปีแห่งเฉดสีน้ำเงินเข้มหรือ Classic Blue ซึ่งสินค้าของไทยหลายชนิด เช่น ไพลิน ลาพิสลาซูลี แทนซาไนต์ เป็นต้น จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น และต้องบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d2f30187db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ออกกฎจัดระเบียบ “ตัวแทนดำเนินคดีลิขสิทธิ์” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 2562 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกประกาศ เรื่อง การแจ้งข้อมูลตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ศ.2562 เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป โดยได้นำเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด (QR Code) มาประยุกต์ใช้กับบัตรตัวแทน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลการมอบอำนาจดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของตัวแทน เช่น ข้อมูลเจ้าของลิขสิทธิ์ ระยะเวลาที่ได้รับมอบอำนาจ และผลงานที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดี ได้ง่าย เพียงใช้สมาร์ทโฟนสแกนที่คิวอาร์โค้ดบนบัตรตัวแทน ก็จะทราบข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีความประสงค์จะแจ้งข้อมูลตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ต้องมีคุณสมบัติตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จบการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. หรือเทียบเท่า ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งต้องผ่านการอบรมหรือทดสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์และจริยธรรมเบื้องต้น เพื่อคัดกรองบุคคลที่จะมาขอรับบัตรตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขึ้นทะเบียนตัวแทนลิขสิทธิ์ดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ มีการล่อซื้อจับลิขสิทธิ์กระทง และล่อซื้อจับลิขสิทธิ์สินค้าอื่นๆ อีกหลายสินค้า กระทรวงพาณิชย์จึงต้องเข้ามาดู และเข้ามาจัดระเบียบ เพื่อไม่ให้มีการดำเนินการแอบอ้าง หรือเอาเปรียบประชาชน และอยากจะขอความร่วมมือเจ้าของลิขสิทธิ์และตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะแต่งตั้งตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ให้มาแจ้งข้อมูลกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม&amp;rdquo;นายวีรศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า บัตรตัวแทนจะมีอายุตามระยะเวลาที่ได้รับการมอบอำนาจให้ดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหากมอบอำนาจ 5 เดือน บัตรก็มีอายุ 5 เดือน มอบอำนาจ 12 เดือน บัตรมีอายุ 12 เดือน แต่ถ้ามอบอำนาจ 15 เดือน บัตรจะมีอายุแค่ 12 เดือน และจากนั้นให้มาขอบัตรใหม่ ซึ่งจะทำให้การจับกุมดำเนินคดีลิขสิทธิ์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนตัวแทนลิขสิทธิ์ ที่ไม่มาขึ้นทะเบียน กรมฯ ไม่ได้บังคับ แต่ในการดำเนินคดี จะต้องมีหลักฐานไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงให้กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีให้ทราบด้วยว่าเป็นผู้มีอำนาจจริง แต่กรมฯ เชื่อว่า ตัวแทนที่ไม่มาขึ้นทะเบียน ต่อไปก็จะทำงานได้ยาก เพราะตำรวจก็ต้องตรวจสอบมากขึ้น ผู้ที่ถูกจับกุม ก็ต้องตรวจสอบมากขึ้นเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นอกเหนือจากการตรวจสอบรายละเอียดการเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด ยังสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของกรมฯ ที่ www.ipthailand.go.th ได้ด้วย โดยสามารถค้นได้จากชื่อ นามสกุล และชื่องานที่มีลิขสิทธิ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d3034c731e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ตื่นเร่งกำจัดยาปลอมขายเกลื่อนกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ย.2562 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร องค์การเภสัชกรรม และสมาคมร้านขายยา เป็นต้น ให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการรณรงค์ &amp;quot;Safe Meds, Save Lives&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซื้อยาจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต และจะสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการแก้ปัญหาการจำหน่ายยาปลอมจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นผลในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังเตรียมการหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดกิจกรรมมอบนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายยาปลอม และยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งลงพื้นที่รณรงค์อย่างเข้มข้นในบริเวณที่มีการกระทำผิดค่อนข้างมาก เช่น ซอยนานาและถนนสุขุมวิท ซึ่งมีการหลอกขายยาปลอมแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว นอกจากจะสร้างความเข้าใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนให้มีการจำหน่ายยาปลอมและยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ยาปลอมเป็นเรื่องการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยการนำเข้า ผลิต และจำหน่ายยาปลอม ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าสินค้ายาแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยหรือผู้ที่ใช้ยาให้ได้รับความทุกข์ทรมาน ได้รับอันตรายต่อสุขภาพ หรือเสียชีวิตจากการใช้ยาปลอม โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมและผลกระทบต่อสังคม ซึ่งความเสียหายต่อสุขภาพผู้ซื้อยาปลอมนั้นประเมินมูลค่าไม่ได้ นับเป็นความสูญเสียที่เสียหายหนักกว่าปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐ (USPTO) ทำการเปิดตัวโครงการรณรงค์ &amp;ldquo;Safe Meds , Save Lives&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการรณรงค์เสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอม หรือยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จากนั้นสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญสำนักงานคณะกรรมการอาหารและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมในการรณรงค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยาปลอมที่มีการจำหน่ายกันเป็นอย่างมาก เช่น ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ยาลดน้ำหนัก เป็นต้น โดยยาปลอมที่มีการจับกุมได้มาก คือ ยาไวอากร้า มีทั้งปลอมเครื่องหมายการค้า ด้วยการปลอมยี่ห้อของเจ้าดังๆ และปลอมตัวยา โดยใช้แป้งมาทำ ทำให้ไม่มีสารออกฤทธิ์ เมื่อซื้อไปใช้ก็ไม่มีประโยชน์และอาจเป็นโทษต่อร่างกาย โดยโทษกรณีปลอมเครื่องหมายการค้า จำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีทำยาปลอมตามพ.ร.บ.ยา จำคุก 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับ 1-5 หมื่นบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยาปลอม, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2dba6d89650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนันป้อ&#039;ลั่นจบแล้วคดีที่ดินสปก.1,200 ไร่  มั่นใจไม่วืดเก้าอี้รมช.พาณิชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีข่าวแพร่สะพัดว่ามีการส่งกลับรายชื่อบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย กลับมาให้พรรคภูมิใจไทยพิจารณาใหม่ เพราะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจถึงขั้นหลุดจากเก้าอี้ใน 2 ตำแหน่งหรือไม่ คือ&amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ซึ่งเป็นน้องสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่เคยถูกร้องเรียนเรื่องบ่อบำบัดร้างในพื้นที่จ.อุทัยธานี อีกคนคือนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งรมช.พาณิชย์ แต่เคยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดคดีรุกที่ดินในเขต ส.ป.ก. 1,200 ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ตนจึงยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ส่วนเรื่องที่ดินส.ป.ก.นั้น คดีความได้จบไปแล้ว และไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งตนสามารถเคลียร์ตัวเองได้ทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจกับข่าวที่ออกมาแบบนี้ เพราะตนไม่ได้คิดอะไร ว่าจะมีใครมาโจมตีแบบนั้นแบบนี้ อยากให้สื่อฯช่วยฟังข้อมูลที่ถูกต้อง และลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยสามารถไปสอบถามชาวบ้าน 85 หมู่บ้านในพื้นที่ได้ว่าตนเป็นคนอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39144</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันป้อ, พรรคภูมิใจไทย, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, โควต้ารัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ce08c84de3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
