<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.ยัน&#039;อานนท์&#039;ไม่ติดโควิด &#039;3แกนนำสามนิ้ว&#039;ผลตรวจเป็นลบ ขู่ฟันเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ติดเชื้อโควิด-19 จากภายในเรือนจำว่า นายอานนท์ไม่ได้อยู่ร่วมกับพวกกักโรคหรือติดโควิด อยู่ในแดนอื่น และล่าสุดได้มีการตรวจโควิดแล้วก็ไม่พบว่าติดเชื้อ ดังนั้นเพจทนายอานนท์ที่มีแอดมินดูแลอยู่ควรระมัดระวังในการเสนอเรื่องราวภายในเรือนจำ มิฉะนั้นจะให้ฝ่ายกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ดำเนินคดี เพราะทำให้เกิดความเสียหายและเกิดความวุ่นวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนอยากฝากบอกว่าควรมีจิตสำนึก เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีโรคระบาดโควิดประชาชนก็เดือดร้อนอยู่แล้วอย่าสร้างความวุ่นวาย ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องจะเหมาะสมกว่า นอกจากนี้ในส่วนของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ และนายเฉลิมพงษ์ คำวงศ์ แกนนำม็อบ ทั้ง 3 คน ผลตรวจไม่พบเชื้อ ตอนนี้อยู่ระหว่างกักตัว และรอตรวจซ้ำสัปดาห์หน้าอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงที่สถานการณ์ของประเทศกำลังวิกฤติ ผมขอร้องอย่าสร้างความวุ่นวายในช่วงนี้เลย การจะเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใช่ทำเพื่อสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนแบบนี้ และการที่ทนายเข้าไปเยี่ยมและนำข้อมูลที่ไม่จริงออกมาเผยแพร่ ตรงนี้อาจจะต้องให้สภาทนายความดำเนินการด้วย&amp;quot; ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, อานนท์, เพนกวิน, แอมมี่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086365cdd38c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์มือเผาหน้าเรือนจำ มีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง เผยรายงานสำนักพระราชวังแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 มี.ค.64 - ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการวางเพลิงเผาทรัพย์ หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ว่า จากการสืบสวนของตำรวจร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ตอนนี้ทราบว่ามีผู้ก่อเหตุ 3 ราย ชาย 2 หญิง 1 ใช้รถยนต์ในการก่อเหตุ ซึ่งตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายศาลออกหมายจับ รวมถึงการสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นการขยายผล การตรวจสอบเส้นทาง จนได้ทราบว่าเกี่ยวกับกลุ่มการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ตอนนี้หากเราสาวถึงใครเราดำเนินคดีหมด เพราะเป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำลายความรู้สึกของคนไทย สิ่งที่ทำเป็นโทษที่ร้ายแรงมากเพราะเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และมีโทษหนักถึงประหารชีวิตเพราะเป็นโรงเรือนและสมบัติของทางราชการ และตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการชุมนุม และการที่เจตนาเผาพระบรมฉายาลักษณ์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ตามมาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี รวมถึงการบุกรุกสถานที่ราชการ มีโทษจำคุก 5 ปี และยังมีเรื่องของความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องการแชร์ภาพอันมิบังควร มีโทษจำคุก 5 ปี รวมแล้วตอนนี้มี 4 ข้อหาหนักซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ซึ่งทางนายสมศักดิ์ได้เร่งรัดให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวอีกว่า จากไทม์ไลน์ที่ทาง ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้สืบสวนและตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ พบว่า จากการตรวจสอบของกล้องวงจรปิด กทม. เวลา 02.46 น. พบรถคนร้ายวิ่งผ่านร้านแกรนด์โฮม ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร งามวงศ์วาน 35 จากนั้นเวลา 02.49 น. จากกล้องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ พบรถคนร้ายวิ่งผ่านหน้าสำนักงาน ฝั่งถนนงามวงศ์วานขาออก&amp;nbsp;วิ่งผ่านประตูเรือนจำกลางคลองเปรม และเวลา 02.50 น. จากกล้องมุมสูงของการไฟฟ้าฯ พบรถคนร้ายจอดริมถนนเลยจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เวลา 02.55 น. พบรถคนร้ายถอยกลับมาห่างจากจุดเกิดเหตุ 20 เมตร จนกระทั่งเวลา 03.08 น. พบว่าไฟเริ่มติดตรงจุดเกิดเหตุ และอีก 1 นาทีต่อมา คนร้ายได้ขับออกไปเพื่อหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นการเตรียมการมาอย่างแน่นอน เพราะในที่เกิดเหตุพบไฟแช๊ก น้ำมัน เตรียมมาจุดไฟเผา และใช้เวลาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ก.พ. 2564 ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 10 นาที และหนีทันที และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำรายงานถึงสำนักพระราชวัง เพราะเวลาที่เรานำพระบรมฉายาลักษณ์มาใช้เราต้องขออนุญาตจากทางราชวัง ซึ่งหากถูกเผาทำลายเราก็ต้องรายงานให้ทราบ ทั้งนี้ปกติภายในเรือนจำมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งที่เกิดเหตุติดถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตามปกติ ตอนนี้อธิบดีได้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุด มีเวรยามตลอดเวลา และจุดใดที่มีความละเอียดอ่อนก็ได้สั่งให้ดูแลเข้มข้นขึ้นในทุกเรือนจำ&amp;quot; ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, วางเพลิงเผาทรัพย์, ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, เรือนจำคลองเปรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dd20d88822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงแก้ระเบียบ จ่ายเบี้ยชรา พิสูจน์สุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พม.รับลูกนายกฯ ชง กก.ผู้สูงอายุฯ ประชุมด่วนเพื่อแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุ เผยต้องพิสูจน์ใครได้มาโดยสุจริตหรือไม่ ส่วนกรมส่งเสริมฯ ไม่ต้องเรียกคืน-ศาลชะลอการฟ้องไปก่อน &amp;quot;ทนายสงกรานต์&amp;quot; จี้กระทรวงยุติธรรมตั้ง กก.สอบเจ้าหน้าที่หว่านล้อมข่มขู่ให้คืนเงิน บางรายถูกหลอกให้เซ็นชื่อ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; แนะยกเลิกระเบียบ มท. ขัดแย้ง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุที่ไม่ตัดสิทธิรับประโยชน์ตามกฎหมายอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และให้ชะลอเรียกคืนและการฟ้องร้องการรับเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนสวัสดิการอื่น นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า พม.เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ประมาณวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. หรือวันจันทร์ที่ 8 ก.พ. เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุฯ ซึ่งกฎหมายเปิดให้ทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนรายละเอียดว่าจะเสนอแนวทางอะไรนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่หลักการคือ ดูอะไรควรไม่ควร การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้แก้ปัญหานี้แล้วเกิดปัญหาใหม่ เช่น คนที่อาจได้รับบำนาญพิเศษอื่น แต่ไม่ได้รับสิทธิทับซ้อนมาทวงเงินย้อนหลังบ้าง อยากบอกผู้สูงอายุประมาณ 1.5 หมื่นคนที่เคยถูกเรียกเงินคืน ตอนนี้ไม่ต้องทำอะไร นั่งเฉยๆ ส่วนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังไม่ต้องเรียกเงินคืน และศาลก็ชะลอการฟ้องร้องไปก่อน รอให้เราแก้ระเบียบให้เสร็จ&amp;rdquo; นายจุติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแนวทางหลังแก้ระเบียบเสร็จจะเป็นอย่างไร รมว.พม.กล่าวว่า จะมีการพิสูจน์เพื่อแยกว่าใครที่ทำโดยสุจริตและทำโดยไม่สุจริตในการรับทราบคุณสมบัติข้อนี้มาก่อนหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารกระทรวงยุติธรรมแห่งใหม่ ถนนแจ้งวัฒนะ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม รับเรื่องจากนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือผู้สูงอายุและทายาทที่ถูกฟ้องร้องเรียกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสงกานต์กล่าวว่า เงินช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่และเงินเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุเป็นคนละส่วนกัน จึงไม่เห็นด้วยที่จะเรียกคืน และทุกวันนี้มีผู้สูงอายุถูกหว่านล้อมและข่มขู่ หากไม่คืนเงินดังกล่าวจะต้องติดคุก บางรายถูกหลอกให้เซ็นชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ ที่กำหนดให้ชำระเงินคืนพร้อมอัตราดอกเบี้ย ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาจ่ายคืน จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่ปี 58 เพราะมีความบกพร่องมากถึง 15,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤตเปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมยินดีให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยขอให้นำเอกสารติดต่อมาที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่ของผู้เสียหาย เพื่อรวบรวมและประมวลข้อเท็จจริงในแต่ละราย พิจารณาร่วมกับหนังสือสัญญาและระเบียบการยื่นขอเงินเบี้ยผู้สูงอายุ เนื่องจากแต่ละกรณีมีพฤติการณ์ไม่เหมือนกัน ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้ชำระเงินคืน ก็สามารถแจ้งข้อมูลมาที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดได้ กระทรวงจะให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้าไปช่วยเหลือดูแลเรื่องคุ้มครองพยานและปรึกษาข้อกฎหมาย ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่มีโทษจำคุก หากผู้สูงอายุท่านใดเดินทางมาสำนักงานยุติธรรมจังหวัดไม่สะดวกหรืออยู่ไกล สามารถสอบถามเบอร์ โทร.1111 ต่อ 77 โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ไปให้คำปรึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคืนเบี้ยแก่ย้อนหลัง สรุปว่า ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 มาตรา 11 (11) บัญญัติให้ผู้สูงอายุ ได้แก่ บุคคลผู้มีสัญชาติไทยที่มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิได้รับ &amp;ldquo;การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;rdquo; ซึ่งการได้มาซึ่งสิทธิดังกล่าวมาตรา 12 ของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะได้รับตามกฎหมายอื่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2552 ข้อ 6 (4) ว่าจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากรัฐ เช่น ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ได้สร้างปัญหาให้กับผู้สูงอายุจำนวนมากที่จะถูกเรียกเงินคืน เพราะเป็นผู้ได้รับบำนาญ เช่น กรณีคุณยายที่ลูกชายเสียชีวิตจากคลังแสงระเบิด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากระเบียบของกระทรวงมหาดไทยมิได้มีฐานะเป็นกฎหมาย จึงไม่อาจขัดหรือแย้งกับมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่ไม่ตัดสิทธิผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายอื่น ดังนั้นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพไปแล้วจึงไม่ต้องคืนเงินให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่ากรณีใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางออกของเรื่องนี้ทำได้สองทางคือ (1) กระทรวงมหาดไทยยกเลิกระเบียบข้อ 6 (4) ที่ขัดกับกฎหมาย หรือออกคำสั่งแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องดำเนินคดีกับผู้สูงอายุ หรือ (2) อาศัยระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 25 การแจ้งฐานะคดีและการไม่รับว่าต่างที่ให้อำนาจพนักงานอัยการเสนอความเห็นไปยังตัวความคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าไม่ควรรับดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91910</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a965caf9bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งจับ70คน แชร์ฟอเร็กซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหยื่อแชร์แม่มณียื่นหนังสือถึงกรรมาธิการวุฒิสภา พิจารณาร่างกฎหมายปราบแชร์ลูกโซ่ ตั้งหน่วยงานรับผิดชอบพร้อมมีกองทุนเยียวยา ดีเอสไอสรุปคดีแชร์แม่มณี ยึดทรัพย์แล้ว 133 ล้าน เตรียมออกหมายเรียกตัวการระดับแม่ข่ายไม่ต่ำกว่า 50 คนมาให้ปากคำ ส่วนแชร์ฟอเร็กซ์จะออกหมายจับไม่ต่ำกว่า 70 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ กลุ่มผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่แม่มณี แชร์โอดี แคปปิตอล และกลุ่มแชร์อื่นๆ รวมกว่า 50 คน นำโดยนายสามารถ เจนจิตรชัยวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เข้ายื่นเรื่องต่อพลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล สมาชิกวุฒิสภา เพื่อเสนอร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีสาระสำคัญ คือกำหนดให้ตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามแชร์ลูกโซ่ เป็นหน่วยงานของรัฐ เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เพื่อคุ้มครองประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาแชร์ลูกโซ่ และแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนที่ปัจจุบันมีอยู่หลายคดี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และผู้ต้องหายังคงลอยนวลอยู่ในสังคม พร้อมให้มีกองทุนเยียวยาเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เพื่อให้หน่วยงานสำรองการเยียวยาในช่วงที่รอการบังคับคดี หรือยึดทรัพย์จากผู้ต้องหามาชดใช้ ซึ่งหน่วยงานนี้จะเป็น วัน สต็อป เซอร์วิส ในการแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินคดีที่ล่าช้า และลดการหาทางออกของผู้เสียหายด้วยการฆ่าตัวตาย หรือทำความผิดซ้ำอีก จึงจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐจะต้องเข้ามาดูแล นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเพิ่มโทษผู้กระทำความผิด จากจำคุก 3-5 ปี เป็น 7-14 ปีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพลเรือเอกศิษฐวัชรกล่าวว่า จะรับเรื่องนี้ไปศึกษาควบคู่กับการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร โดยจะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการกฎหมายของวุฒิสภาร่วมศึกษาพิจารณา เพื่อให้เกิดความรวดเร็วด้วย พร้อมยืนยันวุฒิสภาให้ความสำคัญ เพราะคดีลักษณะนี้สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท จำเป็นต้องเร่งแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการแถลงความคืบหน้าการติดตามอายัดทรัพย์สินเครือข่ายเเชร์ลูกโซ่แม่มณี ของนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือเดียร์ ที่หลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหาย 4,282 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 979 ล้านบาท และแชร์ฟอเร็กซ์ ทรีดี ที่มีผู้เสียหาย 6,047 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,236 ล้านบาท ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษไปแล้วทั้งสองคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้เข้าพบหารือกับ ปปง. ว่าจะขอสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเส้นทางการเงินจาก ปปง. มาเป็นที่ปรึกษาคดีให้ดีเอสไอ และขอให้ ปปง.แต่งตั้งคณะกรรมการธุรกรรมทางการเงิน เพื่อพิจารณาทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด รวมถึงให้ ปปง.ติดต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้นำทรัพย์สินที่ยึดไว้จากเครือข่ายแชร์แม่มณีนำส่งให้ ปปง. ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยกระทรวงยุติธรรม และ ปปง.จะบูรณาการร่วมกันเพื่อเข้ายึดอายัดทรัพย์บุคคลที่เกี่ยวข้อง และขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า หลังจากนี้ ปปง.จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วนคือ 1.ติดตามข้อมูลเส้นทางการเงินของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ทั้งสองคดี 2.ยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่ถูกยักย้ายถ่ายเทไปในรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ อยากฝากไปถึงผู้รับโอนทรัพย์สินว่าอาจมีความผิดฐานเป็นผู้ร่วมสนับสนุน และจะถูกดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท 3.การคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหาย โดยขอให้ผู้เสียหายมาแจ้งสิทธิ์ที่ ปปง. หรือในเว็บไซต์ ปปง. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดได้จากการกระทำผิด 4.การแจ้งเบาะแส หากใครมีเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดีให้แจ้งมายัง ปปง. ที่สายด่วน 1760 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับคดีแม่มณีขณะนี้ยึดทรัพย์สินมาได้ 133 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการยึดอายัดทรัพย์เพิ่มอีกจากตัวการระดับแม่ข่ายประมาณ 10 ราย โดยภายใน 2 สัปดานี้จะมีการออกหมายเรียกตัวการระดับแม่ข่ายอีกไม่ต่ำกว่า 50 รายมาให้ปากคำ ส่วนคดีแชร์ฟอเร็กซ์ ทรีดี พบว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนมาร่วมลงทุน เนื่องจากไม่มีการลงทุนในตลาดหุ้นจริง โดยมีตัวการใหญ่ระดับหัวประมาณ 15 ราย ส่วนเส้นทางการเงินพบว่า มีการโอนเงินหลักล้านบาทไปยังต่างประเทศ แต่ยังไม่พบข้อมูลว่านำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทใดบ้าง ทั้งนี้ จะมีการออกหมายจับบุคคลไม่ต่ำกว่า 70 รายในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดีแชร์แม่มณี แถลงว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ในคดีแชร์แม่มณีนั้น ได้มีการสรุปสำนวนเรียบร้อยแล้วรวมกว่าหมื่นแผ่น ทำให้วันนี้ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีได้ส่งมอบสำนวนให้กับ บช.ภ.4 ตามขั้นตอน ซึ่ง บช.ภ.4 จะทำการตรวจสอบสำนวนรอบสุดท้ายและส่งสำนวนคดีต่อให้กับดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า คดีแชร์แม่มณี บช.ภ.4 ได้ออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการทั้งหมด 8 คน ทุกคนถูกคุมขังและฝากขังที่เรือนจำจังหวัดอุดรธานี และเมื่อครบกำหนด พนักงานสอบสวนก็จะทำการยื่นฝากขังเป็นผลัดที่สองต่อไป โดยในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว นอกจากนี้ยังยึดเงินสดรวม 17,517,000 บาท อายัดเงินในบัญชีรวม 15,843,244 บาท ยึดรถยนต์ 12 คัน รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 1คัน และยังได้อายัดทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งอาคารพาณิชย์ พร้อมที่ดิน และทองรูปพรรณ รวม 89 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ทำการตรวจยึดได้ทั้งหมด 130,790,843 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในคดีแชร์แม่มณีแล้วจำนวน 349 คน ซึ่งพนักงานสอบสวน บช.ภ.4 ได้ทำสำนวนคดีเรียบร้อยแล้ว และจะส่งมอบให้ดีเอสไอในวันจันทร์นี้ ดังนั้นับจากวันนี้เป็นต้นไป หากมีผู้เสียหายที่เพิ่งรู้ตัวและจะแจ้งความร้องทุกข์ ให้เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์สอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภาค 4 ตั้งอยู่ที่ จ.ขอนแก่น โดยจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เพราะหากล่าช้าจนขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ผู้เสียหายจะไม่ได้รับการชดใช้ตามกระบวนการและหมดสิทธิ์เรียกร้อง จึงฝากถึงผู้เสียหายให้รีบความแจ้งความโดยเร็ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab13d402e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
