<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาด สนช.พิจารณาปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์ 5วันเสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 พ.ย.61- ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวกรณี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ระบุว่าได้ส่งต่อร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด (ฉบับที่...) พ.ศ....โดย 44 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นและส่งเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ว่า ขณะนี้ตนได้มีการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยทีมกฎหมายของกระทรวงฯ มาเพื่อช่วยกันพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว เบื้องต้นเท่าที่ดูแนวคิดร่างกฎหมายฉบับสนช.นั้นไม่แตกต่างกันคือทำเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอนอย่างรัดกุม จึงให้ใช้ใน 4 กลุ่มโรคที่มีผลศึกษาว่าได้ผลคือ 1.รักษาอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ให้คีโม 2.โรคลมชักในเด็ก 3.ปลอกประสาทอักเสบ และ 4.ปวดอื่นๆ ซึ่งเดิมทีต้องใช้มอร์ฟีนในการบรรเทาอาการปวด ส่วนการแพทย์แผนไทยก็จะมีเรื่องของน้ำมันกัญชาที่จะนำมาใช้ ยกเว้นส่วนดอก ใบที่ยังไม่อนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กระทรวงไม่ได้จะเสนอร่างกฎหมายไปประกบเพราะจะทำให้ล่าช้า แต่ในส่วนของการออกประกาศรมว.สาธารณสุข เพื่อยกระดับสารสกัด น้ำมันกัญชา จากยาเสพติดประเภท 5 มาเป็นยาเสพติดประเภท 2 ที่ให้สามารถใช้ทางการแพทย์ได้แต่อยู่ภายใต้การควบคุมนั้นก็จะดำเนินการควบคู่กันไป ซึ่งคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษจะมีการประชุมกันในวันที่ 9 พ.ย.นี้ด้วยว่าจะมีผลกระทบกับใครหรือไม่ หรือจะไปเอื้อประโยชน์ใครหรือไม่ หลักการเหมือนกันเพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ก็ออกประกาศเท่าที่อำนาจรมว.สาธารณสุขจะทำได้เพื่อประโยชย์ของประชาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่าการผลักดันกฎหมายปลดล็อคกัญชาทำมานานแต่เพิ่งมีการเร่งเครื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล นพ.ปิยะสกล กล่าววว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการเร่งเครื่องอะไรในโค้งสุดท้ายของรัฐบาล แต่เราทำทุกอย่างตามกระบวนการ ตามช่วงเวลาที่กำหนด มีการประชุม หารือด้านต่างๆ จนออกมามีมติล่าสุดอย่างที่เเห็น คือส่งร่างกฎหมายฉบับสนช.มาให้กระทรวงให้ความเห็น ส่งกลับเข้าครม.ในวันที่ 13 พ.ย. คิดว่าเวลา 5 วันก็เพียงพอต่อการพิจารณา และตามขั้นตอนของกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21544</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., กระทรวงสาธารณสุข, ปลดล็อกกัญชา, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdaebeb16c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคไม่ติดต่อเรื้อรังคร่าชีวิต 37 คนทุกๆ ชม. ส่วนใหญ่วัยทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 ส.ค. ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมมหกรรมสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDS Forum 2018) ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Together, Let&amp;rsquo;s beat NCD&amp;rsquo;s : ประชารัฐร่วมใจลดภัย NCD&amp;rsquo;s&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ &amp;nbsp;นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 ของสาเหตุการตายทั้งหมด ประมาณความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วง 15 ปีข้างหน้า 7 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐ สำหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถึงร้อยละ 75 หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 37 คน อันดับหนึ่ง คือ โรคหลอดเลือดสมอง &amp;nbsp;รองลงมาโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ตามลำดับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โดยมีแนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนมากเป็นกลุ่มประชากรวัยทำงานส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้เพื่อไม่ให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ที่ผ่านมาประเทศไทยออกมาตรการและกฎหมายเพื่อใช้ในการควบคุม อาทิ ทั้งกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;การรณรงค์ลดการบริโภคอาหาร รส หวาน มัน เค็ม &amp;nbsp;ล่าสุดมีกฎหมายห้ามนำเข้าไขมันทรานส์เข้ามาในประเทศ มีการดำเนินงานที่เป็นแบบอย่าง อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ใช่การสร้างโรงพยาบาล สร้างห้องไอซียู &amp;nbsp;แต่ต้องมีการให้ความรู้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ผู้บริโภค &amp;nbsp;ซึ่งความรู้ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรม แต่ต้องนำไปปฏิบัติจริงจึงจะเป็นประโยชน์ ดังนั้น ประชารัฐต้องร่วมกันดูแล ปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีสุขภาพที่ดี และบุคลากรทางการแพทย์ควรทำเป็นตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า 3 ใน 4 ของผู้ป่วย โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลาง โดยคิดเป็น 48 % ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สธ.จะเดินหน้าสานต่อแนวทางประชารัฐขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ พร้อมพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในรูปแบบคลินิกหมอครอบครัวเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนเชิงรุกให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าลดอัตรการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้เหลือแค่ 1 ใน 3 ภายในปี 2573 ลดอัตราการสูบบุหรี่ลง 30 เปอร์เซ็นต์ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายลง 10 เปอร์เซ็นต์ ลดการกินเค็มลง 30 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมภาวะอ้วนและเบาหวาน 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, วิจัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6aaba22b39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
