<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กนก&#039;เตือน5ข้อสำคัญก่อนฉีดไฟเซอร์ให้เด็ก12-17ปี4 ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการจะเริ่มต้นฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เพื่อให้นักเรียนสามารถไปเรียนตามปกติได้ว่า&amp;nbsp; วัคซีนหลักที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขจะใช้ฉีดเด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปี คือ ชั้นมัธยม 1-6 หรือเทียบเท่า คือ วัคซีนไฟเซอร์ที่เป็นแบบ mRNA (Pfizer- BioNTech) จำนวน 4.8 ล้านโดส มีประเด็นที่คาดว่าจะเป็นปัญหาด้านการจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศดร.กนก กล่าวว่า ที่ขอนำมาฝากเตือนล่วงหน้า คือ 1. การกระจายวัคซีนจำนวน 4.8 ล้านโดส ใช้เกณฑ์อะไร ทั้งระดับจังหวัด และระดับโรงเรียนในแต่ละจังหวัด เพราะจํานวนนักเรียนทั่วประเทศที่อยู่ในช่วงอายุ 12-17 ปี มีจำนวนมากกว่า 4.8 ล้านคน&amp;nbsp; ดังนั้นคำถามเรื่องหลักเกณฑ์การกระจายวัคซีนให้กับนักเรียนในทุกโรงเรียนทั่วประเทศจะเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะความรู้สึกต่อ &amp;ldquo;ความเป็นธรรม&amp;rdquo; สำคัญมากต่อนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครอง 2. การคัดกรองนักเรียนที่ร่างกายหรือสุขภาพที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ (หอบหืด), โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคเบาหวาน เป็นต้น จนถึงการให้ความยินยอม ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะให้เด็กนักเรียนรับวัคซีน เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิดเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็กนักเรียนการระมัดระวัง การทำความเข้าใจ จนถึงการเฝ้าระวังหลังการรับวัคซีนโดยครูและพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่ากังวลอีกประเด็นคือ ข้อ 3. การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 12-17 ปีนี้ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการจะใช้วัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer แล้ว ทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เปิดให้บริการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มด้วย ย่อมจะเกิดคำถามว่าวัคซีนทั้งสองนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อการคุ้มครองเด็กนักเรียน เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร การปล่อยให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อแม่ผู้ปกครองคิดเองวิเคราะห์เองโดยไม่มีข้อมูลและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจะสร้างความสับสนและนำไปสู่การเข้าใจผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ 4.สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในรอบนี้ คำถามคือพวกเขาจะได้รับวัคซีนเมื่อไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในขณะที่พวกเขายังไม่ได้รับวัคซีน พวกเขาจะไปโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนที่ได้รับวัคซีนได้หรือไม่ หรือจะให้นักเรียนที่ได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้นที่ไปโรงเรียนได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นความเหลื่อมล้ำต่อการไปโรงเรียน จะเกิดขึ้นทันที และจะนำปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนมีแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร และ5. เมื่อนักเรียนได้รับวัคซีนแล้ว ไปโรงเรียนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการติดโควิด 19 จะไม่เกิดขึ้นเพราะวัคซีนเป็นเพียงยาที่ช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากไวรัสโควิดเท่านั้น มาตรการป้องกันทุกด้าน(Universal Prevention) ของโรงเรียนโดยเฉพาะในชั้นเรียนและห้องอาหารจะทำอย่างไร เราไม่อยากให้เกิดคลัสเตอร์โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอฝากข้อเตือน 5 ประการ เพื่อช่วยกระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนคิด ด้วยความหวังว่า การฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปีจะสำเร็จ และเปิดโอกาสให้นักเรียนกลับเข้าสู่ชั้นเรียนได้ด้วยความปลอดภัย และนำคุณภาพการเรียนการสอนให้เกิดกับนักเรียนต่อไปครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117155</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, #เปิดเทอม, การฉีดวัคซีนเด็ก, ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146d9591abeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กนก&#039;หนุนรัฐบาลคลายล็อก1ก.ย.ต่อลมหายใจเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมศบค.ประกาศคลายล็อก&amp;nbsp;7 เรื่องสำคัญ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 เป็นต้นไป ประกอบด้วย 1) ให้นั่งทานอาหารในร้านได้ 50-70% ของที่นั่ง, 2) เปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์, 3) เปิดร้านเสริมสวยและนวดฝ่าเท้า, 4) เปิดบริการสวนสาธารณะ สนามกีฬา,5) เปิดใช้อาคารสถานศึกษา แต่ไม่ให้เปิดการเรียนการสอน, 6) จัดกิจกรรมรวมกลุ่มได้แต่ไม่เกิน 25 คน,7) เปิดให้เดินทางระหว่างจังหวัดได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนการควบคุมไม่ให้ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.ยังคงเหมือนเดิมว่า การคลายล็อคทั้ง 7 เรื่องนี้นับเป็นการเปิดให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจและการค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเมื่อเกิดการซื้อขายขึ้นต่อเนื่องจะนำไปสู่การผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ เช่น พืชผัก เนื้อสัตว์ &amp;nbsp; สินค้าต่างๆเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;หวังว่าจะส่งผลต่อ SME และเกษตรกรที่อยู่ต้นน้ำต่อไป มาตรการทั้ง 7 เรื่องนี้ให้น้ำหนักกับชีวิตและธุรกิจของคนเมืองมากกว่าคนชนบท เมื่อเปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าได้ ก็น่าจะเปิดตลาดชุมชนในชนบทได้ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรสามารถนำผลผลิตของตนเองไปขายสร้างรายได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัวได้บ้าง การคลายล็อคที่ประกาศนี้น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อผ่อนคลายให้เศรษฐกิจขยับตัวได้ แต่ยังคงระมัดระวังมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดอยู่ ถือได้ว่ารัฐบาลพยายามหา จุดสมดุลระหว่างมาตรการทางเศรษฐกิจกับมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อให้คนไทยและประเทศไทยสามารถอยู่กับไวรัสโควิด 19 ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.กนก กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องระมัดระวังคือมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดต้องเอาจริงเอาจังต่อไปตั้งแต่การเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน การเร่งฉีดวัคซีนให้เร็ว การปรับระบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดูแลผู้ป่วยในระบบ Home Isolation / Community Isolation, ศูนย์พักคอย, โรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ Hospitel ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมไปถึงการกระจายยารักษาไวรัสโควิด 19 คือ ฟ้าทะลายโจรที่มีคุณภาพ ราคาถูก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการรักษา และเข้าถึงได้ง่าย ฟ้าทะลายโจรผลิตได้ในประเทศ ในขณะที่ยา Favipiravir ราคาแพงกว่า และยังผลิตได้จำนวนจำกัดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;รัฐบาลยังต้องทำงานเชิงรุกเพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ เช่น โรงงานขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จนถึงบ่อนการพนันต่าง ๆ ที่ยังคงลักลอบกันเปิดอยู่ เป็นต้น เพราะการเกิดคลัสเตอร์ใหม่เป็นเหตุผลสำคัญของการประกาศล็อคดาวน์และเราต้องเตรียมตัวรับกับการกลายพันธุ์ของไวรัส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสายพันธุ์เดลต้าไปเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมและติดง่ายมากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นวัคซีน Sinovac และ AstraZeneca ที่ฉีดไปแล้วจะมีผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรคได้แค่ไหน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจะต้องเตรียมมาตรการทางการแพทย์ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ว่าจะจัดการกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วคอยวิ่งตามแก้ปัญหาเช่นที่ผ่านมา ประเด็นสุดท้ายที่ขอฝากถึงรัฐบาล คือ การประกาศคลายล็อคเป็นการประกาศทางนโยบาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของนโยบายคือ&amp;ldquo;เศรษฐกิจเดินหน้า และควบคุมการระบาด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปพร้อมกัน&amp;rdquo;ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีวินัยและเป็นระบบ ไม่ใช่ประกาศนโยบายแล้ว ถือว่าทุกอย่าง &amp;nbsp; จบแล้ว เพราะมันจะนำความล้มเหลวมาให้อีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114945</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน, ศบค.ประกาศคลายล็อก, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210423/image_mid_6082c20177949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กนก&#039;กระทุ้งศบค.เตรียม4เรื่องรับมือระบาดสูงสุดเดือนส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ตัวเลขจำนวนการติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละเดือนตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานว่า เมื่อนำมาเรียงกันจะให้ความหมายสำคัญ&amp;nbsp; ดังนี้ วันที่ 31 มกราคม ผู้ติดเชื้อรายใหม่ = 829 คน, 28 กุมภาพันธ์ = 70 คน, 31 มีนาคม = 42 คน, 30 เมษายน = 1,583 คน, 31 พฤษภาคม = 5,485 คน, และ 30 มิถุนายน = 4,786 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คือ 1) ช่วงมกราคม ผู้ติดเชื้อรายใหม่ = 829 คน จนถึง 31 มีนาคม คือ สถานการณ์สมุทรสงครามที่ทำให้ตัวเลขสูง 2) ช่วงเมษายน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ = 1,583 คน คือ ช่วงประชาชนกลับบ้านต่างจังหวัดในเทศกาลสงกรานต์ และ 3) ช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ = 5,485/4,786 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ช่วงเกิดคลัสเตอร์เรือนจำ, ตลาดสด, ชุมชน, แคมป์คนงานก่อสร้าง และแหล่งชุมชนต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงให้เห็นแบบแผนของปัญหาการแพร่ระบาด 2 รูปแบบ คือ แบบแผนที่ 1 เป็นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ชิดกันและไม่สามารถควบคุมได้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงเป็นช่วงๆ เป็นผลจากการระดมมาตรการแก้ไขที่ใส่ลงไปในพื้นที่แพร่ระบาดเป็นสำคัญ แบบแผนที่ 2 เป็นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสจากการเคลื่อนที่ของคนติดเชื้อไวรัสและกระจายไปสู่บุคคลอื่น ๆ ในพื้นที่ที่เดินทางไป ซึ่งจากตัวเลขการติดเชื้อรายใหม่และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 แบบแผนนี้ ชี้ถึงปัญหาการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตามหลักทางระบาดวิทยา สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้น่าจะมีเหตุผลหลายประการประกอบกัน ประการแรก คือ ความไม่รู้ของผู้รับผิดชอบ รวมถึงการไม่รู้ข้อมูลจริงและการไม่มีความรู้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่สอง คือ การไม่สามารถบริหารสั่งการให้เกิดการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ในระดับปฏิบัติการ และประการที่สาม คือ การไม่เอาใจใส่ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับปฏิบัติที่จะเฝ้าระวังปัญหาการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.กร.กนก กล่าวด้วยว่า ประเด็นปัญหาที่มีการส่งเสียงเตือนออกมาแล้ว คือ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่สามารถติดได้ง่าย กระจายตัวรวดเร็ว มีอาการรุนแรง และวัคซีนที่ฉีดคือ Sinovac&amp;nbsp; มีความสามารถในการป้องกันสายพันธุ์นี้ได้ต่ำ และตัวเลขการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาขยายตัวอย่างรวดเร็วจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พบว่าในกรุงเทพมหานครช่วงต้นเดือนจนถึงปลายเดือนมิถุนายน พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาจาก 5% เป็น 70% ของผู้ติดเชื้อไวรัสทั้งหมด แนวโน้มของจำนวนติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 6,087 คน (2 กรกฎาคม) และจำนวนผู้เสียชีวิตสูงขึ้นเป็น 61 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขจำนวนคนติดเชื้อไวรัสรายใหม่และจำนวนคนเสียชีวิตรายวันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ส่งสัญญาณเตือนให้เตรียมการ 4 เรื่องสำคัญ คือ 1) การเตรียมจำนวนเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2) การสำรองออกซิเจน&amp;nbsp; 3) การเตรียมยา Favipiravia และ Tocilizumab สำหรับผู้ป่วยอาการหนักนอกเหนือจากเตียงและโรงพยาบาลสนามที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้แล้ว ถึงกระนั้นสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างรวดเร็วนี้ เตือนให้เราต้องคิดถึง 4) การวางระบบติดตามอาการของผู้ป่วย ที่ต้องอยู่ที่บ้านเพราะจำนวนเตียงในโรงพยาบาลทุกประเภทไม่เพียงพอ ระบบการติดตามอาการของผู้ป่วยที่จำเป็น เช่น เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วด้วยตนเอง, การเตรียมอุปกรณ์และออกซิเจนสำหรับใช้ที่บ้าน&amp;nbsp; จนถึงการรายงานข้อมูลอาการผู้ป่วยที่บ้านกับแพทย์ที่ศูนย์แพทย์ใกล้บ้านตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความพร้อม 4 เรื่องนี้มีเวลาเตรียมการประมาณ 1 เดือน เพราะคาดการณ์ว่าเดือนสิงหาคมสถานการณ์การแพร่ระบาดและจำนวนผู้ป่วยจะถึงจุดสูงอย่างไม่เคยพบมาก่อนในประเทศไทย ผมหวังว่าเสียงเตือนด้วยความห่วงใยนี้จะถึงผู้รับผิดชอบในกระทรวงสาธารณสุขและ ศบค.&amp;nbsp; และนำไปสู่การเตรียมการล่วงหน้าเพื่อบริหารจัดการจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยพบมาก่อน ในอนาคตอันใกล้นี้ &amp;quot;ศ.ดร.กนก ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน, ศบค., สธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e26f16b5e9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.หวั่นเลือกตั้งเทศบาลปลายมี.ค.โกงมโหฬาร!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค. 64 - ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ว่า อาจเกิดการทุจริตเลือกตั้งครั้งมโหฬาร หลังจากที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นมานานถึง 7 ปี โดยจะเห็นได้จากการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่นำร่องไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสถิติการร้องเรียนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มากถึง 517 เรื่อง มีผู้ได้รับเลือกตั้งถูก กกต.แขวนไว้ถึง 49 จังหวัด เป็นตัวอย่างให้ กกต.ได้เห็นสภาพความเป็นจริงว่า สภาพประชาธิปไตยซื้อได้ กำลังกัดกร่อนประเทศอย่างหนัก แต่น่าเสียดายที่ในการเลือกตั้งใหญ่ กกต.แทบจะจับคนโกงเลือกตั้งไม่ได้แม้แต่รายเดียว มีคำถามว่า กกต. รู้หรือไม่ ประเทศไทยถูกขายในราคา 2 หมื่นล้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หน้าที่ของ กกต. คือ การต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม แต่ปัจจุบัน เราพบว่า นโยบายที่ดี และคุณสมบัติของผู้สมัครอันเหมาะสม ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ &amp;ldquo;พลังเงิน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อำนาจรัฐ&amp;rdquo; จนอาจกล่าวได้ว่า ถ้าใครมีเงิน 2 หมื่นล้าน ก็ไม่ยากในการยึดครองประเทศไทย สลับสับเปลี่ยนกันไปในวาระ 4 ปี คำถามก็คือว่า กกต. รับทราบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ และจะปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นเช่นนี้หรือ ดังนั้น ถ้าในอนาคตต กกต. เลือกที่จะปล่อยให้ระบบการเลือกตั้งเช่นนี้ดำเนินต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรรคการเมืองและนักการเมืองในประเทศไทย ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร นอกจาก &amp;ldquo;หาเงิน&amp;rdquo; ให้มากเข้าไว้ และพยายาม &amp;ldquo;จ่ายให้แม่น&amp;rdquo; หรือการส่งเงินลงสู่หัวคะแนนให้ถูกคนก็เข้าสู่อำนาจได้แล้ว&amp;quot; ศ.ดร.กนก ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า นี่เป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของ กกต. ต่ออนาคตของประเทศไทย ที่ต้องใช้ &amp;ldquo;สามัญสำนึก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หัวใจ&amp;rdquo; ในการมองเห็นปัญหาที่หมักหมมอยู่ในระบบของการเลือกตั้ง และรู้สึกรู้สาต่อมาตรฐานของระบอบประชาธิปไตยที่กำลังถูกท้าทายอย่างโจ่งแจ้งเช่นที่ผ่านมา หน้าที่ของ กกต. คือ การต้องทำให้ &amp;ldquo;การเลือกตั้ง&amp;rdquo; เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ และยุติธรรม ตนขอย้ำอีกครั้ง คนไทยที่มีคุณสมบัติครบทุกคนต้องสามารถเข้าสู่การเลือกตั้งได้ โดยที่ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน พลังของเงินและอำนาจของรัฐต้องถูกลดบทบาท และทำให้หมดความสำคัญ คุณภาพของผู้สมัคร และนโยบายที่น่าสนใจ ต้องกลับมามีคุณค่าขึ้นอีกครั้ง&amp;nbsp; นี่เป็นความหวัง ที่อยากให้ กกต. ได้รับฟัง และช่วยทำให้กลายเป็นความจริงเสียที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ปชป., ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน, เลือกตั้งเทศบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013c4d7276c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
