<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตรียมตัวรับมือฝุ่น PM 2.5 ฤดูกาลหน้า  ต้องแก้ที่แหล่งกำเนิดตั้งแต่วันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้วิกฤติปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือจะดีขึ้น แต่บางพื้นที่ยังมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่นเดียวกับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แม้ว่าเวลานี้จะปลอดภัยจากฝุ่นแล้ว แต่ก็ใช่ว่าปัญหาฝุ่นจิ๋วอันตรายจะหมดไปจากประเทศไทยไม่กลับมาอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการเสวนา &amp;ldquo;ผนึกกำลังฝ่าวิกฤติฝุ่นพิษ PM 2.5 อยู่กับฝุ่นอย่างไร&amp;hellip;ให้ชีวิตรอดปลอดภัย&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดยคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; วสท.มีความเห็นว่า ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญปัญหาวิกฤติ PM 2.5 อีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. สาเหตุหลักๆ มาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในแทบจะทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาฝุ่นจากแหล่งกำเนิดหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; สนธิ คชวัฒน์ จากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีมานานหลายปี แต่เพิ่งจะเกิดการตื่นตัวตรวจคุณภาพอากาศกันจริงจังในปีนี้ จาก 50 สถานีทั่วประเทศ ซึ่ง 24 สถานีอยู่ใน กทม. ได้พบค่าฝุ่น PM 2.5 สูงจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ในภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด มีฝุ่น PM 2.5 สูงกว่าใน กทม.ค่อนข้างมาก ซึ่งแหล่งกำเนิดของฝุ่นมาจากหลายปัจจัย ใน กทม.หลักๆ มาจากการก่อสร้าง ทั้งก่อสร้างตึกอาคารสูง การสร้างอุโมงค์ 8 แห่ง และก็สร้างทางรถไฟฟ้าอีกประมาณ 4-5 สาย และมาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งสะสมมานาน ยิ่งมีการก่อสร้างมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้การจราจรติดขัด แล้วการที่จราจรติดขัดก็ทำให้เกิดการเผาไหม้เครื่องยนต์นานขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่เป็นปัญหาหนักๆ ใน กทม.ช่วงที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เกิดความกดอากาศจากประเทศจีนลงมาสู่ไทย ก็เลยทำให้สภาพอากาศบ้านเราปิด ดังนั้น ฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดดังกล่าวจึงเกิดการสะสมมากขึ้นและนิ่ง ไม่ลอยไปไหนจนมองเห็นชัด เป็นระยะเวลาหลายวันก่อนที่จะหายไป แต่ก็ไปปรากฏที่ภาคเหนือด้วยเหตุผลคล้ายกัน แต่ภาคเหนือมีปัจจัยเรื่องของการเผาพื้นที่ของเกษตรกร เนื่องจากช่วงวิกฤติเป็นช่วงที่เกษตรกรต้องเผาพื้นที่เตรียมปลูกพืชในฤดูถัดไป ด้วยวิธีการเผาตอซังฟาง ข้าวโพด เพื่อเอาเห็ดเผาะ หญ้าหวาน นอกจากนี้ก็มีสาเหตุมาจากการลักลอบเผาป่า และการรับควันพิษจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยเฉพาะที่รัฐชาน เมียนมา ก็มีไร่ข้าวโพดประมาณล้านไร่ มีการเผาเช่นเตรียมพื้นที่เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวเสริมว่า ปัญหาฝุ่นควันพิษในภาคเหนือ จากการเผาตอซังเกษตรและพื้นที่โล่ง เนื่องจากในฤดูร้อนจะเกิดการทับถมของใบไม้และกิ่งไม้จำนวนมาก จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและยากต่อการควบคุม เปรียบเทียบพื้นที่ไฟป่า 9 จังหวัดภาคเหนือ ในช่วงระหว่าง 1 ต.ค.&amp;ndash;27 มี.ค. ในพื้นที่ภาคเหนือ ปีงบประมาณ 2562 จำนวน 49,565 ไร่ และ 2561 จำนวน 28,118 ไร่ จนรัฐบาลมีคำสั่งคลี่คลายปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อลดฝุ่นควันและจุดความร้อน Hot Spot สถิติประเทศไทยมีการปลูกข้าวโพดกว่า 7 ล้านไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้วิธีเผาเพื่อเตรียมเพาะปลูกใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับเกษตรกร หากเราไปบอกให้เขาหยุด เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะนี่คือวิถีดั้งเดิมของเขา ทำมานานแล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหาฝุ่นแล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้ต้องทบทวนถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ว่าเป็นผลดีหรือไม่ เพราะการเผาเพื่อเตรียมดินเป็นวิธีที่ทำให้สร้างมลพิษแล้วยังทำให้ดินเสียหายอีก ถึงเวลาที่เกษตรกรไทยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ มาใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น โดยใช้วิธีไถกลบเป็นปุ๋ยแทนการเผาทำลาย หรือแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น นำซังข้าวโพดมาผลิตเป็นถ่านอัดแท่ง นำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และนำเปลือกข้าวโพดมาหมักใช้เป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น หรือในการฟื้นฟูคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมระยะยาว ยกตัวอย่างประเทศจีนในระยะเวลา 5 ปี เขาเร่งโครงการปลูกป่าครอบคลุมพื้นที่รวม 70,000 ตร.กม. ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ธเรศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากจะพูดถึงในส่วนของปัญหาก่อสร้างด้วย ว่าปูนคือตัวหลักของฝุ่นมากเหมือนกัน จะเห็นว่าทุกพื้นที่ก่อสร้าง เมื่อน้ำปูนแห้งจะมีเศษปูนเต็มพื้นที่ คนงานจำเป็นต้องกวาดออก ยิ่งถ้าหากตัวอาคารก่อสร้างนั้นสูง ยิ่งเป็นหอกระจายฝุ่น ที่สำคัญคือฝุ่นสามารถเดินทางได้ในระยะไกล ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ใกล้ๆ แล้วการนำตาข่ายสีเขียวมาคลุมปิดสิ่งก่อสร้าง เป็นวิธีที่ไม่ได้ผล เพราะรูตาข่ายค่อนข้างใหญ่ ในต่างประเทศบริเวณก่อสร้างเขาใช้สิ่งปิดคลุมมิดชิดมากกว่า จนไม่สามารถมองเห็นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; PM 2.5 จะเกิดอีก หากสภาพอากาศถูกกด เพราะมันมีช่วงวนของมัน บวกกับการสะสมฝุ่นจากแหล่งต้นเหตุต่างๆ จึงเป็นประเด็นที่ต้องมาขบคิดทางออกต่อไป&amp;quot; ศ.ดร.ธเรศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของการเผาไหม้เครื่องยนต์ รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และกรรมการสาขาวิศวกรรมยานยนต์ วสท. กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น แต่สวนทางกับจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ที่ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมประมาณ 20 ล้านคัน ในจำนวนนี้ 10.3 ล้านคันจดทะเบียนในกรุงเทพฯ และเป็นรถเครื่องยนต์ดีเซล 2.6 ล้านคัน ซึ่งใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 1, 2, 3, 4 อันเป็นตัวการสำคัญเกิดควันพิษ ฉะนั้น จึงต้องเร่งผลักดันให้มีการใช้มาตรฐานยูโร&amp;nbsp; 5, 6 ต่อไปให้เร็วที่สุด เพราะหากใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้นเป็นยูโร 5 ก็จะช่วยลดปริมาณฝุ่นควันจากท่อไอเสียได้ประมาณ 80-90% ทางกระทรวงอุตสาหกรรมควรเร่งรัดความร่วมมือกับ 12 ค่ายรถยนต์ให้เป็นจริงโดยเร็ว เช่น ยกระดับการผลิตรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 ภายในปี 2564 และวางแผนเตรียมยกระดับเป็นมาตรฐานยูโร 6 ภายในปี 2565&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เรียกร้องการผลิตน้ำมันระดับยูโร 5 ด้วย เพราะทั้งรถเก่าและรถที่ขายในปัจจุบัน หากใช้น้ำมันระดับยูโร 5 ก็จะสามารถลดมลพิษได้ทันที รวมถึงการยกระดับใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถยนต์ดีเซล จะทำให้การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ง่ายขึ้น การเผาไหม้ดีขึ้น เครื่องสตาร์ทติดง่าย และการหล่อลื่นที่ดีกว่า ซึ่งช่วยลดการปล่อยควันดำสาเหตุของฝุ่น อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และบริการน้ำมันยูโร 5 อย่างทั่วถึง และรัฐบาลต้องเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์เก่า เช่น รถ ขสมก.ที่มีอายุ 10-20 ปี หรือรถที่เก่ามากๆ ควันดำ ไม่ควรนำมาวิ่งบนเส้นหลัก โดยใช้มาตรการตรวจสอบการปล่อยไอเสียอย่างจริงจัง และเก็บภาษีรายปีเพิ่มขึ้นเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้รถเปลี่ยนซื้อรถคันใหม่แทนการเสียค่าบำรุงรักษาที่สูงเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับนายสนธิ คชวัฒน์ เสนอว่า รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งควรกำหนดนโยบายด้านมลพิษอากาศ และจะต้องมีมาตรการรองรับอย่างเข้มแข็ง ได้แก่ 1.มาตรการด้านรถยนต์ การปรับเปลี่ยนมาตรฐานน้ำมันและเครื่องยนต์เป็นยูโร 5 และ 6 ควรทำภายใน 4 ปี แล้วก็ผลักดันให้รถขนส่งสาธารณะและรถยนต์พ่วงบรรทุกขนาดใหญ่ใช้ NGV หรือเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ยูโร 5 ในเขต กทม. เมื่อรถไฟฟ้าครบ Loop ต้องจำกัดปริมาณรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน เช่น ต้องมีที่จอดรถเท่านั้นถึงจะจดทะเบียนได้ รวมถึงส่งเสริมและจูงใจการลงทุนการผลิตรถเครื่องยนต์ไฟฟ้าจากภาคเอกชน และห้ามรถเครื่องยนต์ดีเซลอายุเกิน 10 ปีวิ่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล กำหนดให้รถเครื่องยนต์ดีเซลติดตั้ง Diesel Particulate Filter หรือ DPF เป็นอุปกรณ์กรองเขม่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล ไม่ให้ปล่อยออกไปสู่อากาศได้ ต่างประเทศนิยมติดตั้งไปแล้ว แล้วก็ควบคุมการจราจรไม่ให้ใช้รถยนต์ เช่น ลดราคาค่ารถไฟฟ้าและรถโดยสาร ห้ามจอดรถริมถนน จำกัดที่จอดรถในเมือง กำหนดเลนจักรยาน&amp;nbsp; จำกัดปริมาณมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล ปิดลานจอดรถตามหน่วยงานรัฐ และเข้มงวดการจอดรถยนต์ริมถนน 2.มาตรการด้านโรงงานอุตสาหกรรมและกิจกรรมใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิง ได้แก่ การกำหนดค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นที่ปลายปล่องใหม่ โดยกำหนดเป็นค่า Loading ซึ่งก็คือความเข้มข้นกับอัตราการปล่อย เพิ่มประเภทโรงงานเพื่อให้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติที่ปลายปล่อง รวมถึงเก็บภาษีการปล่อยมลพิษทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.มาตรการลดการเผาในที่โล่ง ได้แก่ กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาขยะ ชีวมวล วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้ชัดเจน และกำหนดมาตรการจูงใจเพิ่มเติม รัฐควรสร้างเตาเผาที่มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่เพื่อประชาชนใช้ร่วมกันโดยมีหน่วยราชการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งยังต้องส่งเสริมวิธีการที่เป็นมิตรกับ สวล.แก่เกษตรกร เช่น การไถกลบวัสดุทางการเกษตร การทำปุ๋ยหมัก การทำก๊าซชีวมวล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในเรื่องการเผา ต้องทำความเข้าใจและเข้าถึงประชาชนรากหญ้าที่ทำการเผาทุกพื้นที่ โดยต้องทราบถึงปัญหาของเขาอย่างแท้จริง และถ้าไม่เผาจะร่วมมือกับรัฐอย่างไร รัฐจะช่วยเหลืออะไร ซึ่งต้องอาศัยกลไกของอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน ในระดับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ขับเคลื่อนดูแลพื้นที่ตนเอง รวมทั้งใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดด้วย โดยมีตัวชี้วัดคือจำนวน hotspot ต้องลดลง และต้องหารือ และจัดการกับทุนใหญ่ไม่ให้รับซื้อข้าวโพดและพืชไร่ที่มาจากพื้นที่ที่ทำการเผาทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งตรวจสอบ หากพบว่าผู้ประกอบการคนไหนสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังการเผาต้องแอนตี้สินค้าและดำเนินคดี แล้วถ้าทำตรงนี้กับประชาชนได้ ไทยก็ต้องอาศัยกลไกในการเป็นประธานอาเซียนนำเรื่องการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเป็นวาระสำคัญในการพิจารณาของอาเซียน ตลอดจนรัฐบาลไทยต้องจัดให้การแก้ไขปัญหาหมอกควันเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการปัญหานี้ให้ได้ &amp;rdquo; นายสนธิแนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนต่อมา 4.มาตรการด้านผังเมืองและพื้นที่สีเขียว อยากให้มีการควบคุมการขยายตัวของอาคารสูงตามแนวรถไฟฟ้าและถนนที่ตัดขึ้นใหม่ให้มีระยะห่างช่องทางของลมพัดผ่าน มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มต้นไม้ในเมืองทั้ง แนวเส้นทางจราจรและสวนสาธารณะให้ได้อย่างน้อย 9.0 ตารางเมตรต่อคน เป้าหมายคือ 15.0 ตารางเมตรต่อคน ส่วนริมเส้นทางจราจรที่เปิดใหม่ให้นำสายไฟและสายอื่นๆ ลงใต้ดิน และปลูกต้นไม้แทน 5.มาตรการด้านบริหารจัดการ ได้แก่ การจัดทำกลยุทธ์ วิธีการต่างๆ ในการรองรับเพื่อตอบโต้กรณีฉุกเฉินทางมลพิษทางอากาศให้ชัดเจน มีศูนย์บัญชาการตอบโต้โดยให้ผู้ว่าฯ จังหวัดเป็นผู้นำ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุน แล้วก็ให้ภาคประชาชนและนักวิชาการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินการทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชน ทำงานอย่างโปร่งใส ใส่ใจต่อสุขภาพของประชาชนเป็นหลักและต้องบอกความจริงเป็นระยะ มีเป้าหมายทุกมาตรการนำไปสู่การลดค่ามาตรฐานฝุ่น 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่กำหนดไว้ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้เป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภายในระยะเวลา 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้าย วงเสวนายังฝากถึงประชาชนอีกด้วยว่า หากประสบปัญหาฝุ่น ให้ตรวจสอบสภาพอากาศในบ้าน และดูแลความสะอาด และเมื่อออกนอกบ้านก็ควรลดการขับขี่ยานพาหนะส่วนตัวเพื่อไม่เพิ่มปัญหาฝุ่นและควันพิษอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวไทยโพสต์, ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ, ฝุ่นPM2.5, มลพิษอากาศกรุงเทพ, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.), ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม, สนธิ คชวัฒน์, เผาไร่ข้าวโพด, ไฟป่า9จังหว้ดภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc51a3a9b211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้&#039;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#039; หยุดขนมลพิษเข้าบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยต้องสร้างมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่ทะลักเข้ามากำจัดในประเทศไทย เป็นวาระเร่งด่วนและต้องการการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะขยะพิษที่จัดการอย่างไม่ถูกต้อง สร้างมลพิษมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพอนามัยของประชาชน และสารอันตรายยังตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นร้อยๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซากขยะเหล่านี้ถ้าเผาสายไฟเอาทองแดงไปขาย ทำให้เกิดไอระเหยของพลาสติกและโลหะต้นเหตุของโรคมะเร็ง ถ้าเผาแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อหลอมตะกั่วและทองแดง ไอตะกั่วจะแพร่กระจายสู่อากาศ จนถึงสะสมในดินและน้ำ หากใช้กรดสกัดโลหะมีค่าจากแผงวงจรแบบไร้การบำบัด ทำให้น้ำเสียปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ ชาวบ้านทั้งเด็กและคนสูงอายุไม่รู้กี่ชีวิตจะถูกสารพิษเหล่านี้ ผลพวงมาตรการตรวจสอบดูแลที่ไร้ประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม้เวลานี้รัฐบาลจะล้อมคอกปัญหาขยะพิษสั่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 เกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ คุมเข้มการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าไทย ก่อนไทยจะเป็นบ่อขยะพิษโลก แต่จากข้อมูลพบว่า ขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งจาก 35 ประเทศเข้าไทย และกระจายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 20 จังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วสท.

ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกรรมการสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) &amp;nbsp; กล่าวว่า มีความเป็นห่วงไทยรับขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นภาระและเกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งที่บ้านเราปัญหาขยะรุนแรงอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ยังแก้ไม่หมด กลับปล่อยให้ต่างประเทศขนขยะพิษเข้ามากำจัดในบ้าน &amp;nbsp; ขณะนี้รัฐบาลให้ระงับการนำเข้าชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่นำเข้าได้ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ธเรศ ให้ข้อมูลมี 3 ลักษณะ จากการนำเข้าตามตามข้อตกลงในอนุสัญญาบาเซล นำเข้าเพื่อซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ electronic use เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าง หม้อหุงข้าวใช้แล้ว เครื่องเล่นไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสาร อีกส่วนมีการสำแดงเท็จนำเศษพลาสติกเข้ามาเพื่อกลับมาใช้ใหม่ในอุตสาหกรรมพลาสติก ประเภท 53 แต่กลับมีการนำซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทน ซึ่งผิดกฎหมาย ที่จริงแล้วถ้ามีการนำเข้าให้ชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างสุจริต ปัญหาขยะพิษจะไม่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ปัจจุบันโรงงานแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาเปิดและลักลอบนำเข้ามีกว่า 148 โรง มีโรงงานคัดแยกขยะพิษที่ดำเนินการด้วยหลักวิชาการตามอนุสัญญาบาเซลเพียง 2 โรงเท่านั้น โรงงานอื่นๆ ไม่มีความสามารถคัดแยกขยะพิษ ไม่มีระบบควบคุมถูกต้องจะทำให้มีสารอันตรายออกสู่สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทั้งนี้ โควต้านำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องมี 2 แสนตัน ปัจจุบันเข้ามาแล้ว 9 หมื่นตัน ปริมาณที่เหลือ ขณะนี้รัฐบาลให้ระงับชั่วคราวเพื่อตรวจสอบให้เรียบร้อย &amp;quot; ดร.ธเนศ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความคืบหน้าล่าสุดเพื่อให้การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มีระบบตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ศ.ดร.ธเรศ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะมาตรการและแนวทางการดำเนินการ ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำกับ ดูแล &amp;nbsp;ติดตามและ ตรวจสอบการทำงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ &amp;nbsp;และหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด คาดว่าจะมีผลภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; อย่างไรก็ตาม ทาง วสท. ซึ่งมีองค์ความรู้ระบบการจัดการ คัดแยกซากอิเล็กทรอนิกส์ในระบบปิด รวมถึงมีศักยภาพติดตามตรวจสอบยินดีร่วมเป็นคณะทำงานเสนอแนะการดำเนินงานเพิ่ม เห็นว่า แนวทางจัดการขยะพิษยังขาดมาตรการผลักดันขยะออกนอกประเทศตามอนุสัญญาบาเซล ในกฎระเบียบข้อ 8 จะต้องประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการโดยเร็ว &amp;nbsp;ขณะนี้ที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;มีการคัดแยกระบบเปิด ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ชิ้นส่วนมีทั้งถูกถอดทิ้งแม่น้ำชี ขนไปทิ้งบนที่รกร้างว่างเปล่า รวมถึงเผาในที่โล่งแจ้ง ทำให้เกิดมลภาวะอากาศและน้ำเสีย &amp;quot; &amp;nbsp;ศ.ดร.ธเรศ ผู้แทน วสท.เสนอถึงหน่วยงานและรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเมือง โรงงานลักลอบกำจัดไร้มาตรฐาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากระงับนำเข้าซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ทำตามอนุสัญญาบาเซล รวมถึงกลุ่มสำแดงเท็จแล้ว ข้อเสนอระยะสั้น ผู้เชี่ยวชาญมลพิษสิ่งแวดล้อมคนเดิม เห็นว่า ปัจจุบันเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากขยะพิษตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โรงงานนำขยะมาซุกไว้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคอีสาน สารตะกั่วเกิดการปนเปื้อนสู่ดิน น้ำ และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในโรงงาน ชุมชนรอบโรงงาน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนกรณีคลิตี้ &amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่ต้องร้องเรียนมายังหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้ตรวจสอบ คำถามที่จะตามมาใครรับผิดชอบฟื้นฟู เสนอให้จัดตั้งกองทุนซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนการกำจัดกากอุตสาหกรรมและฟื้นฟูเยียวเพื่อให้การแก้ปัญหาทันต่อเหตุการณ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.ธเนศ วีระศิริ &amp;nbsp;นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;แม้มีนโยบายชัดเจนผลักดันการเติบโตดิจิตอล แต่ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีเสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะสะสมปริมาณมาก ต้องมีระบบกำจัดที่ถูกต้อง ไม่ใช่จบที่ฝังกลบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะสั้นให้เร่งรัดร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ร่าง กม.นี้ กำหนดผู้รับผิดชอบไว้ทั้งหมด ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน ระยะยาวต้องสนับสนุนให้สร้างโรงงานคัดแยกและกำจัดซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานเป็นเขตอุตสาหกรรมคัดแยกหรือโซนนิ่ง ไม่กระจายโรงงานไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;ข้อเสนอสุดท้ายยกเลิกนำเข้าซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก่อนมหันตภัยจะรุนแรงกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีสารตะกั่วผลกระทบสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12440</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ขยะอิเล็กทรอนิกส์, การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์, ขยะเศษพลาสติก, ดร.ธเนศ วีระศิริ  นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย, ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b378a4fa3136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
