<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TED Fund ลงพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น ติดตามความคืบหน้า 2 โปรเจ็คใหญ่ โดรนเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ และโปรตีนทางเลือกใหม่จากจิ้งหรีดส่งออกต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp; (TED Fund) พร้อมด้วยดร.ชาญวิทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนฯ&amp;nbsp; ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการของผู้ประกอบการที่ได้ทุนสนับสนุนจากโครงการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือเทคฟันด์ โดย ศ.ดร.ศุภชัยฯ เปิดเผยว่า กองทุนเทคฟันด์ ดำเนินการโครงการมาเป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 - 2564 โดยคำนึงถึงนโยบายหลักของรัฐบาลในการนำประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการใช้นวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการ&amp;nbsp; และการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในการพัฒนาธุรกิจ โดยมี เทคฟันด์ เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนมี 2 กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มแรก&amp;nbsp; คือ นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไม่เกิน 7 ปี หรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือสตาร์ทอัพ ทุนมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท และ กลุ่มที่สอง คือ&amp;nbsp; กลุ่มนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก และบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี และหรือวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มีนิสิต นักศึกษา และบัณฑิตบจบใหม่ ถือหุ้นในบริษัทมากกว่า 31% ขึ้นไป โดยกลุ่มนี้จะได้รับการสนับสนุนทุนตั้งแต่มูลค่า 100,000-1,500,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานเทคฟันด์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา เทคฟันด์ สนับสนุนทุนแก่ผู้ประกอบการ จำนวน 284 โครงการ ทำในเรื่องของ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น ในวงเงินงบประมาณรวมกว่า 370 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ&amp;nbsp; 2564&amp;nbsp; จะมีกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยจัดตั้งเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ หรือ TED Fellow ภายใต้การดูแลโดยเทคฟันด์ ขึ้นมา มีทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จำนวนทั้งสิ้น 32 หน่วยงาน ขึ้นเป็นเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งคลอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค โดยภาคกลาง มีจำนวน 15 หน่วยงาน, ภาคเหนือ มี 7 หน่วยงาน, ภาคอีสาน มี 5 หน่วยงาน และภาคใต้ มี 5หน่วยงาน โดยสามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครทุนได้ที่ www.tedfund.mhesi.go.th หรือเพจ Facebook : TED Fund หรือโทร 02 - 333 -3700&amp;nbsp; ต่อ 4072 - 4074 ทางกองทุนฯ รอต้อนรับน้องๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา และก้าวเติบโตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อมาดูผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบการควบคุมประมวลผลภาพดิจิทัลทุกรูปแบบร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ(โดรน) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการใช้อากาศยานไร้คนขับร่วมกับระบบประมวลผลภาพดิจิทัลในการเพาะปลูกเปรียบเทียบกับการเพาะปลูกแบบปกติ เพื่อนำไปใช้ในงานด้านการเกษตร เป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย ลดการใช้แรงงานในการผลิต และ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศไทยสู่การแข่งขันในตลาดโลก โดยมีจุดเด่นคือ ความสามารถในการควบคุมตำแหน่งความสูงที่ถูกต้องแม่นยำและมีความเสถียรภาพของอากาศยาน สามารถพ่นสารน้ำ สารชีวภาพ การให้ปุ๋ย และพ่นสารกำจัดแมลง&amp;nbsp; ที่สำคัญ&amp;nbsp; ยังได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ในระยะเวลาอันสั้นและมีความแม่นยำสูง ประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าเดิม ช่วยให้พืชผลเพิ่มประสิทธิภาพให้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถเก็บข้อมูลภูมิสารสนเทศอื่น ๆ ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ดิน น้ำ พืชพรรณ จะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นต่อการวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนและหลังเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า โครงการต่อมา คือ โครงการโปรตีนทางเลือกใหม่จิ้งหรีด โดยการพัฒนาระบบการผลิตโปรตีนเข้มข้นผงจากจิ้งหรีดด้วยเทคโนโลยีการสกัดด้วยน้ำร้อนภายใต้ความดันและการทำแห้งแบบโฟมแมท เพื่อสร้างมาตรฐานสินค้า และสามารถขอใบรับรองมาตราฐานทางห้องปฏิบัติการ เพื่อการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศและเพื่อพัฒนาต่อยอดสิ้นค้าเดิม โดยมีงานวิจัยรองรับ เพิ่มคุณสมบัติให้ผงจิ้งหรีดมากขึ้น มีคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น สร้าง Unfair Advantage ให้แก่ผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก โปรตีนจากจิ้งหรีด เป็นที่สนใจในตลาดต่างประเทศอย่างมาก&amp;nbsp; ในจังหวัดปัจจุบันมีเกษตรที่ลงทะเบียนกับกรมปศุสัตว์โดยประมาณ 70 หลังคาเรือน แต่ละหลังคาเรือนให้ผลผลิตจิ้งหรีดสด 500-1000 กิโลกรัม/หนึ่งรอบการผลิต ผู้ประกอบการที่เทคฟันด์ให้ทุนสนับสนุน จึงผลักดันฟาร์มมาตรฐานขนาดเล็กและอาคารแปรรูปขนาดเล็ก ที่เป็นตัวอย่างในการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้คุณภาพ และรับซื้อจิ้งหรีดเพื่อแปรรูปเป็น Cricket Flour โดยได้รับโอกาสจาก กรมปศุสัตว์ส่วนกลาง ในการเป็นฟาร์มต้นแบบนำร่องกฎหมายมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีดประเทศไทย หรือ GAT: Good Agricultural Practice เพื่อให้ได้จิ้งหรีดที่สะอาด สามารถส่งออกได้ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นและสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98173</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6067d8aa9d651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. คลอด โรดแมป&quot;โครงการ U2T” เริ่มจ้างงานแล้วกว่า 6 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.พ.64-นายศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รองปลัด อว.) กล่าวว่า ตามที่ อว.ได้จัดโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ขณะนี้เราได้จัดวางโรดแมปเบื้องต้น ในด้านการจ้างงาน ได้เริ่มการจ้างงานคน 60,000 คน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และประมาณ 15,000 คน อีกทั้งยังได้เริ่มการพัฒนาทักษะการทำงานในด้านต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้เทคโนโลยี ด้านการเงิน ด้านภาษาอังกฤษ และด้านสังคม ซึ่งตามแผนงานนั้นคาดว่าคน 60,000 คนจะได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะให้แล้วเสร็จภายใน ตุลาคม 2564 นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับการจ้างงานยังจะได้รับการพัฒนาทักษะเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับงานพัฒนาชุมชน ซึ่งจะมีการทยอยฝึกอบรมในสถานที่จริงตลอดระยะเวลาการทำงาน 1 ปี สำหรับด้านการจัดทำข้อมูลชุมชน ในเดือน ก.พ.นี้ จะมีการจัดทำข้อมูลตำบล เพื่อจะวัดประสิทธิภาพและศักยภาพของชุมชนใน 5 มิติ ได้แก่ สุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และ การเข้าถึงบริการภาครัฐ เพื่อวิเคราะห์ความเข้มแข็งหรืออ่อนแอของตำบลนั้นๆ ในมิติต่างๆ เพื่อปรับแผนหรือทบบทวนแผนในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมให้สอดรับกับข้อมูลของชุมชน การทำข้อมูลตำบลนี้จะทำซ้ำอีกครั้งในเดือน มิ.ย.2564 เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของตำบลในมิติต่างๆ และจะทำการวัดอีกครั้งเมื่อสิ้นสุดโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าต่อว่า ทั้งนี้นอกเหนือจากการทำข้อมูลประสิทธิภาพและศักยภาพตำบลแล้ว ยังจะมีการจัดเก็บข้อมูลชุมชนที่สะท้อนประสิทธิภาพและศักยภาพตำบล เพื่อจัดเก็บลงในระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือ Data Lake ผ่าน application U2T ในมือถือ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน มีนาคม 2564 ซึ่งจะจัดเก็บข้อมูลเป็นกลุ่ม อาทิเช่น กลุ่มข้อมูลด้านการท่องเที่ยว กลุ่มข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มข้อมูลด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม และกลุ่มข้อมูลด้านชุมชนเมือง ของตำบล เป็นต้น ทั้งนี้จะทำการจัดเก็บข้อมูลลง Data Lake ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ตุลาคมนี้ ส่วนด้านกิจกรรมยกระดับเศรษฐกิจและสังคมนั้น แต่ละมหาวิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ และจะมีการทบทวนและปรับปรุงแผนเป็นระยะๆให้สอดรับกับความจำเป็นและความต้องการของชุมชน โดยกิจกรรมต่างๆนั้น จะแบ่งเป็นกรอบใหญ่ๆ เช่น กิจกรรมในด้านการพัฒนาสัมมาชีพ การพัฒนาการท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นต้น โดยกิจกรรมในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมนี้ จะดำเนินการผ่านคนที่ได้รับการจ้างงานภายใต้การชี้แนะให้คำปรึกษาจาก ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;นอกจากนี้ภายใต้ U2T มหาวิทยาลัยสู่ตำบล จะมีการดำเนินการที่เรียกว่าแฮกกาธอน (Hackathon) โดยให้ผู้ได้รับการจ้างงานจะนำโจทย์หรือปัญหาของชุมชนมาหาแนวทางในแก้ปัญหาผ่านกระบวนการแฮกกาธอน ซึ่งคาดว่าเริ่มดำเนินการในเดือน มี.ค.นี้ และจะมีการแข่งขันกันเป็นระยะๆ และการแข่งขันในรอบสุดท้ายระดับประเทศ คาดว่าจะจัดในเดือนพฤศจิกายน 2564&amp;rdquo; รองปลัด อว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92386</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล, โครงการ U2T</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_602110c765c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมอ. ลงมติยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาทุกปริญญา เด็กทำงานได้ระหว่างเรียนไม่ต้องถูกรีไทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ต.ค.63-นายศุภชัย ปทุมนากุล เลขานุการคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) กล่าวว่า ในการประชุม กมอ.ที่มีนายกิตติชัย วัฒนานิกร เป็นประธาน กมอ.ได้มีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา ทั้งนี้ ให้สภาสถาบันกำกับดูแลให้บัณฑิตมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องตามมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพที่เป็นปัจจุบันขณะสำเร็จการศึกษา อย่างไรก็ตามเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกข้อกำหนดในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ดังนั้น ให้หารือคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายว่า กมอ.สามารถพิจารณาโดยใช้อำนาจตามข้อ 17 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ ข้อ 18 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาได้หรือไม่ หรือจะมีแนวทางอื่นใดในการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวต่อว่า การยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการ อว. เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในการเรียนรู้องค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในระดับอุดม ศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปริญญาตรี ที่แต่เดิมหากเรียนไม่จบภายในกำหนดคือ 8 ปี จะถูกรีไทร์ หรือ ถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ให้ยกเลิกการรีไทร์ เช่นเดียวกับระดับปริญญาโท ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 5 ปี และ ปริญญาเอก ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 ปี โดยให้สามารถเรียนต่อได้เลย หากไม่จบการศึกษาในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ กมอ. จะให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยของแต่ละมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน สามารถกำหนดเกณฑ์ระยะเวลาได้เองให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังยกเลิกการกำหนดเกณฑ์แล้ว นักศึกษา สามารถเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย โดยไม่ต้องพะวงกับการถูกรีไทร์ เพราะการเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยจะช่วยในเรื่องการพัฒนาทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์การทำงาน&amp;rdquo;เลขาฯ กมอ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80492</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รีไทร์, กมอ., ยกเลิกระยะเวลาสำเร็จการศึกษา, รคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.), ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86c4aa49bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อว. ลงพื้น ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อน“โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้บริหาร อว. และคณะทำงาน ร่วมประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย การผลักดัน Regional BCG และนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างอาชีพของ อว. รวมถึงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Re-inventing University) และมีการนำเสนอภาพรวมของงานวิจัย นวัตกรรมและการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีโดยผู้บริหารมหาวิทยาลัย รวมถึงได้เยี่ยมชมนิทรรศการการจ้างงานประชาชนตามนโยบาย อว. ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในเรื่องโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย และการผลักดัน Regional BCG และนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างอาชีพของ อว. รวมถึงโครงการ Re-inventing University และมีการการนำเสนอภาพรวมของงานวิจัย นวัตกรรมและการบริการวิชาการของ มรส. โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัย จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการการจ้างงานประชาชนตามนโยบาย อว. (อว. จ้างงาน) งานประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่ สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองปลัด อว. บรรยายในที่ประชุมเรื่อง &amp;ldquo;บทบาทของ อว. กับการส่งเสริมมหาวิทยาลัยในเชิงพื้นที่&amp;rdquo; โดยกล่าวถึงภาพรวมของโครงการที่ อว. ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ การวิจัย นวัตกรรมต่างๆลงสู่พื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น ทั้งโครงการยุวชนสร้างชาติ ที่ประกอบไปด้วยโครงการย่อยได้แก่ ยุวชนอาสา/บัณฑิตอาสา/ยุวสตาร์ทอัพ โครงการอว.สร้างงาน ที่มีการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 2019 ผ่านการจ้างงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าประความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการ 39 มหาวิทยาลัย เกิดการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในโครงการอว.สร้างงานระยะที่ 2 อีกกว่า 10,000 อัตราทั่วประเทศ จากนั้น รองปลัด อว. ได้นำเสนอภาพรวมของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีก 1 โครงการสำคัญที่ อว. กำลังขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ การวิจัยรวมถึงนวัตกรรมต่างๆลงสู่ชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ โดยโครงการดังกล่าวคาดหวังให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ทั้งในกลุ่มของนักศึกษา บัณฑิตและประชาชน ได้ข้อมูลด้านต่างๆในรายตำบล เพิ่มทักษะที่จำเป็นในอนาคตให้กับบัณฑิต เกิดการทำงานเป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยร่วมกับชุมชนและภาคีต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองปลัด อว. กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ของ อว. ในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักๆคือ การติดตามโครงการ อว.สร้างงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้ช่วยกระทรวงในการดำเนินการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 200 อัตรา โดยมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการในการพัฒนาคนที่ได้รับการจ้างงาน ให้เป็นวิศวกรสังคมเพื่อลงไปช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชน เป้าหมายที่สองคือ เพื่อพบปะกับนักวิจัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการทำความเข้าใจโครงการและนโยบายต่างๆของกระทรวง อาทิโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินโครงการผ่านเงินกู้สี่แสนล้านบาท ในการให้มหาวิทยาลัยเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูณราการ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีก็ได้เข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เราตั้งเป้าหมายของโครงการในระยะที่ 1 ไว้ที่ 3,000 ตำบล โดยจะใช้มหาวิทยาลัยกว่า 70 มหาวิทยาลัยของรัฐที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในการดำเนินการโครงการ โดยใน 1 ตำบลจะมี 1 มหาวิทยาลัยเป็นผู้เข้าไปดูแลในลักษณะ System Integrator หรือผู้ที่จะทำหน้าที่บูรณาการเชิงระบบในการเข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในแต่ละตำบลจะมีการจ้างงานอย่างน้อย 20 อัตราทั้งบัณฑิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ในการดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีการทำความเข้าใจในนโยบายอื่นๆของอว. ทั้ง นโยบายเรื่อง BCG การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ว่าเรามีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนและดำเนินการต่ออย่างไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง รองปลัด อว. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา, ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล, โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f165afe6fa04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
