<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.เตือนวิกฤติน้ำท่วมกทม.ต้องแก้ไขทุกกระบวนการ ถ้าไม่คิด ไม่เริ่ม ไม่ทำ จม เจ๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (เอ้) อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2554 ถึง 2564 ไม่มีอะไรเปลี่ยน แล้วอีกสิบปี? หาก กทม. จมน้ำ สูญเสียมหาศาล!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทุกสำนักวิจัย สำนักข้อมูลข่าว บอกตรงกันว่า กรุงเทพจมน้ำแน่ในอีกสิบกว่าปี และจะจมมิดไปเรื่อยๆ หากเรายังไม่คิด ยังไม่เข้าใจปัญหา (อย่างลึกซี้ง) และยังไม่เริ่มที่จะทำอะไรจริงจัง เพราะการอยู่เฉย หรือการแก้ปัญหาแบบเก่า เราคงไม่รอด!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมีหลายสำนักวิจัย ประมาณว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจ รุนแรงมหาศาล ถึง 17.4 ล้านล้านบาท ในปี 2030 ซึ่งไม่ถึงสิบปีจากวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบกับ มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 เพียงปีเดียว ก็เกิน 1.4 ล้านล้านบาทแล้ว แสดงว่าการประมาณการที่ว่า อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ!!! หากเราปล่อยให้ถึงวันนั้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเปรียบเทียบมูลค่าความสูญเสีย กับงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2565 มูลค่า 3.1 ล้านล้านบาท พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบประมาณแผ่นดินปีนี้ถึงเกือบ 6 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบการ (กระทรวง) ศึกษาประจำปี ถึง&amp;nbsp; 52 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบสาธารณสุขประจำปี ถึง 116 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอ้โห...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพชัด เปรียบเทียบกับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ว่ามันมากมาย อภิมหาศาลขนาดไหน
แล้วเราจะเอายังไงกันดี? เมื่อรู้ว่า ภัยน้ำท่วมกทม. คือ วิกฤติเศรษฐกิจที่สุดของที่สุดของชาติ!
คืนนี้ฝนตกหนักทุกพื้นที่ พี่เอ้ในฐานะนายกสภาวิศวกร ขอเวทีนี้ แนะนำ การต่อสู้กับน้ำท่วมซ้ำซากของกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การต่อสู้ระยะสั้น
ทำได้ทันที! คือการปรับระบบการสูบน้ำจากเครื่องดีเซล มาเป็นใช้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ เพราะไม่ต้องให้คนมารอเปิดปิด (คืนนี้น้ำท่วมบ้านทุกคน เพราะไม่มีใครมาสตาร์ทเครื่องปั๊มน้ำดีเซล!!!) ทั้งเสี่ยงต่อการผิดพลาด
เพราะเทคโนโลยีปัจจุบัน เอี้อให้ทุกเมืองใช้ปั๊มไฟฟ้าที่มีตัวเซนเซอร์ทำงานอัตโนมัติ ทำงานทันทีเมื่อน้ำท่วม และหยุดทำงานเมื่อน้ำลด ทั้งในกทม. ก็มีเสาไฟฟ้าต่อไฟได้ทุกจุด ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ยังเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นทุกวัน (รถบรรทุกไฟฟ้า ข้ามเมือง ยังทำได้ แค่ปั๊มสูบน้ำ มันง่ายกว่าเยอะครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญไม่ต้องมีคนเวียนกันมาเติมน้ำมัน ขาดประสิทธิภาพ เก็บแรงงานคนไว้ทำงานอื่นดีกว่า จริงไหมครับ?
ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องในกทม. นับพันๆเครื่อง สามารถทำงานสอดประสาน ช่วยงานกันได้เต็มที่ ด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ไม่สูบน้ำใส่กัน ย้อนไปย้อนมา แทนที่แบบเครื่องดีเซลโบราณ ที่สูบแบบตัวใคร ตัวมัน! แบบนี้ก็บรรเทาน้ำท่วมได้ทันใจ คนเดือดร้อนน้อยลงทันที!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การต่อสู้ระยะกลาง
&amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot; และบนดิน ต้องเริ่มออกแบบก่อสร้างแล้วในกรุงเทพชั้นใน เพราะความสูญเสียต่อปีมหาศาล และจะมากขี้นเรื่อยๆ ขณะที่ทุกเมืองที่เคยเจอวิกฤตน้ำท่วมหนักยิ่งกว่ากรุงเทพ หลักฐานชัด แก้ปัญหาได้ ทำสำเร็จด้วยวิธีนี้ ทั้งโตเกียว ฮ่องกง สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์ แล้วเรารออะไรอยู่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กรุงเทพ คือ &amp;quot;กระทะคอนกรีตยักษ์&amp;quot; ก้นลึกขึ้นทุกวันๆ อยู่ต่ำกว่าคลอง ต่ำกว่าเจ้าพระยา กระทั่งต่ำกว่าทะเลในหลายพื้นที่ ที่พออยู่รอดไปวันๆ ประทังชีวิตได้ ด้วยการสูบน้ำจากล่างขึ้นบนไประบายสวนทางธรรมชาติ ไม่มีทางยั่งยืน แม้แก้ไขด้วยการเปลี่ยนมาใข้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ตามพี่เอ้แนะนำในข้อ 1 ก็เป็นเพียงการแก้ไขระยะสั้น ประทังไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot; เพื่อพักน้ำรอระบาย คือ ทางรอดของกรุงเทพชั้นใน ปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝนแก้ได้ทันที
วันนี้กำลังจะเกิดขึ้นแห่งแรก ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ที่พี่เอ้เป็นที่ปรึกษา จะทำพื้นที่จอดรถใต้ดิน 3 ชั้น เป็นแก้มลิงใต้ดิน รับน้ำท่วมน่านเจริญกรุง กทม.ชั้นใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การต่อสู้ระยะยาว
ข้อ 1&amp;nbsp; และ ข้อ 2 เพื่อต่อสู้กับน้ำฝนเท่านั้น ซึ่งน้ำท่วมซ้ำซากของกทม. ไม่ใช่มีแค่น้ำฝน แต่จากนี้ไป กรุงเทพต้องเผชิญกับอีก 2 น้ำ คือ น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำทะเลหนุนสูง จุดตาย แท้จริง คือ 2 น้ำนี้!!!
ทำไม? เมื่อเกิดน้ำเหนือบ่า และน้ำทะเลหนุน กรุงเทพจะสิ้นสภาพทันที เหมือนกับปี 2554 เพราะเราจะไม่สามารถระบายน้ำออกจากเมืองได้ และยังถูกถาถมด้วยน้ำทะลักรอบทิศทาง จม จบ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรอด คือ 1. ต้องเริ่มสร้างคันกั้นน้ำทะเลหนุน แนวชายทะเล และ 2. ขยายเส้นทางน้ำเหนือ สายหลัก ออกสู่ทะเล ทั้งไม่ให้มีถนนขวางกั้น ไม่สะดุด ไม่ชลอ!
โครงการแบบนี้ มีรายละเอียดเยอะมาก เล่ากันนานและใช้เวลายาวนานทั้งการออกแบบ ประชาพิจารณ์ ก่อสร้างก็ต้องต่อเนื่อง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องมุ่งมั่น ตั้งใจเริ่มทำจริง เพราะอาจมีผลกระทบต่อประชาชนไม่น้อย การแก้ไขด้วยทุกกระบวนการเยียวยา คงต้องนำมาใช้ ซึ่งท้าทายมาก ดังนั้นคิดวันนี้ กว่าจะสำเร็จ ใช้เวลาเป็นสิบปี หรือหลายสิบปี...
แต่ถ้าไม่คิด ไม่เริ่ม ไม่ทำ จม เจ๊ง จบข่าว!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข้อเสนอของพี่เอ้ ทำได้จริง ประเทศที่เคยเจอวิกฤตน้ำท่วมยิ่งกว่าเรา ก็ทำมาแล้ว อยู่ที่ว่า เราจะทำหรือไม่ทำ ก็เท่านั้นเอง
#จะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119779</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมกทม., วิกฤติเศรษฐกิจ, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, แก้มลิงใต้ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.ยกโมเดล&#039;กรุงโตเกียว&#039;แก้น้ำท่วมกทม.เจอพายุใต้ฝุ่นยิ่งกว่าลอนดอน-นิวยอร์คแต่น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำท่วม ทะลัก ลอนดอน นิวยอร์ก ทำไมโตเกียวรอด แล้วกรุงเทพ? มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;
หน้าบ้านพี่เอ้ แถวลาดกระบัง น้ำท่วมรอระบาย น้ำรออยู่ไม่ไปไหนสองวัน และก็อยู่ที่เดิม... ก็เพราะลาดกระบัง เหมือนกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของกทม. เป็นแอ่งกระทะ (คอนกรีต) มีระดับต่ำกว่าคลอง ต่ำกว่าแม่น้ำ (บางพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไปแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อฝนตก หากสูบน้ำไม่ทัน เครื่องสูบน้ำเสีย เครื่องไม่พอ กทม.จมน้ำ ยิ่งแถวบางปู นอกจากเป็นแอ่งกระทะ ยังเจอน้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิงธรรมชาติ ก็ถูกพัฒนาเป็นเมือง เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ฝนตกมา ก็จบกัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสูจน์ ชัดยิ่งกว่าชัด หากเรายังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม แต่ปัญหาซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ตามเวลา ตามการเร่งของภัยธรรมชาติ หากยังเป็นแบบนี้ เราจะไม่มีทางจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพยังมีโอกาสเสี่ยง เผชิญภัยพิบัติ ดังเช่น มหานครนิวยอร์ก และกรุงลอนดอน ซึ่งทั้งสองเมืองนี้ได้เตรียมตัวป้องกันไว้อย่างดี (แต่ยังคงไม่ดีพอ) มีทั้งประตูกั้นน้ำที่ทันสมัย มีระบบสุดยอดคอมพิวเตอร์เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลน้ำท่วม และพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ ยังไม่รอด น้ำทะลัก ท่วมจมเมืองทั้งเมือง ท่วมทะลักสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จนมีพลเมืองเสียชีวิต!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นแล้ว เสียว กรุงเทพก็ไม่แน่ ยิ่งภัยธรรมชาติหนักขึ้นทุกวัน
แต่แปลกใจไหม กรุงโตเกียว ก็เจอพายุไต้ฝุ่นถล่มทุกปี บางปีเช่น 2019 เจอมหาพายุไต้ฝุ่นด้วยซ้ำ เจอหนักยิ่งกว่าลอนดอน นิวยอร์ค แต่ทำไมน้ำไม่ท่วมเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว ที่คนไทยไปชอบเที่ยวมากที่สุด เขาแกัปัญหาน้ำท่วมได้เบ็ดเสร็จได้อย่างไร ลองไปดูด้วยกันครับ
1. กรุงโตเกียว แก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จด้วย &amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เคยเจอพายุฝนถล่ม เจ็บมาก่อนเช่นกัน เพราะในยุค 1950-1960 หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง โตเกียวเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม สูบน้ำใต้ดินมาใช้มหาศาล จนเมืองทรุดต่ำกว่าอ่าวโตเกียว กลายเป็นแอ่งกระทะ (เหมือนกรุงเทพ) พื้นที่สีเขียว บึง คลอง รับน้ำก็หายไป เพราะทั้งเมือง ทั้งคน ก็ต้องการพื้นที่ใช้งาน พอฝนตกลงมา น้ำก็ไม่มีที่ระบาย ท่วม จมทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกๆก็แก้ปัญหาแบบบ้านเรา คือใช้เครื่องสูบน้ำเป็นหลัก เพื่อระบายน้ำ แต่ก็ไม่ได้ผล น้ำยังท่วมหนักเหมือนกรุงเทพ เพราะต้องสูบน้ำขึ้นจากล่างขึ้นบน จากซอยถนน ขึ้นคลอง ขึ้นแม่น้ำ สวนทิศทางธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ...
หากเครื่องสูบน้ำเสีย ขัดข้อง ลืมกุญแจ โตเกียวทั้งเมือง จมน้ำ!!
และแล้วในช่วงปี 1990 กรุงโตเกียวตัดสินใจเด็ดขาด สร้างบ่อพักน้ำฝนใต้ดิน เปรียบดังแก้มลิงใต้ดิน เพราะพื้นที่บนดิน ต้องใช้พัฒนาทางเศรษฐกิจของเมือง และถูกใช้งานจนไม่มีเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการ คือ เมื่อฝนตก น้ำฝนจะไหลลงสู่ ท่อรวม และต่อลงสู่ บ่อใต้ดิน น้ำไหลจากสูง (พื้นดิน) ลงสู่ที่ต่ำกว่า (ใต้ดิน) ไม่ต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ พอฝนซา ก็ค่อยๆระบายน้ำสู่ทะเล แบบใจเย็น ไม่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อแก้มลิงใต้ดินโตเกียว มีสองแบบ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แบบอุโมงค์ทรงกระบอก ปลายปิดสองข้าง ไว้เก็บน้ำรอระบาย ใต้ชินจูกุและพื้นที่ใจกลางโตเกียว รองรับน้ำฝนได้มากถึง ห้าแสนลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. แบบกล่องสี่เหลี่ยมยักษ์ ไว้เก็บน้ำรอระบายรอบเมืองโตเกียว รองรับน้ำฝนได้เกือบ สี่แสนลูกบาศ์กเมตร
ปลายปี 2019 กรุงโตเกียวก็เจออภิมหาไต้ฝุ่น มีแต่คนบอก เอาไม่อยู่แน่ จนมีแผนอพยพพลเมือง ฝนตกทั้งวันทั้งคืน แต่แล้วเมืองกลับแห้งสนิท เพราะน้ำฝนลงไปรอระบายในแก้มลิงใต้ดิน เต็มทุกบ่อ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กล้าจินตนาการ หากกรุงโตเกียวไม่ทำแก้มลิงใต้ดิน ยังมัวแต่พึ่งพาปั๊มสูบน้ำ สภาพจะเป็นเช่นไร (คงท่วมหนักยิ่งกว่าบางปูหลายเท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการนี้ก่อสร้างไม่ยาก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินยากกว่าแพงกว่า หลายเท่านัก สิงคโปร์ก็ทำใต้ถนนออชาร์ด ฮ่องกงก็ทำใต้สนามแข่งม้า กรุงกัวลาลัมเปอร์ก็ทำอุโมงค์รับน้ำรอระบายใช้เป็นทางด่วนแก้ปัญหาจราจรเวลาปกติ แก้ปัญหาน้ำท่วม (จากต้นเหตุเพราะพื้นที่ต่ำ น้ำไปไหนไม่ได้) ได้เบ็ดเสร็จทุกๆเมือง ทั้งที่เคยเจอปัญหาหนักกว่ากรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรุงโตเกียว ใช้ &amp;quot;ระบบอัตโนมัติ&amp;quot; ในการควบคุมประตูน้ำ และเครื่องสูบน้ำ
เพราะฝนตกหนัก รอเจ้าหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลุยน้ำ ไปเปิดเครื่องสูบน้ำ หรือไปเปิดประตูน้ำ คงสายไป...
เพราะเจ้าหน้าที่ ไม่มีวันเพียงพอ และการประสานงานกันระหว่างเครื่องสูบ และประตูน้ำ มีความซับซ้อน เพราะมีเป็นพันๆเครื่อง มีเป็นร้อยๆประตูน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว บริหารจัดการแบบอัตโนมัติ ด้วยเซ็นเซอร์ ตรวจวัดระดับน้ำ ทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะโตเกียว แต่ได้ทั้งประเทศญี่ปุ่น!!! ที่สำคัญระบบการป้องกันน้ำท่วมของเมืองหลวง เป็นความรับผิดชอบของหน่วยหลักของกรุงโตเกียว มิได้มีหน่วยงานอื่นทับซ้อน วุ่นวาย งง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์ wifi ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง (ราคาไม่ได้แพง) ติดตามความพร้อมของเครื่องสูบน้ำทุกเครื่องตลอด 24 ชม. ทำให้ทำงานประสานกัน รู้ล่วงหน้าว่า เครื่องใดดี เครื่องใดเสีย แก้ไขทัน ก่อนฝนตก ทำให้ระบบระบายน้ำ สมบูรณ์ทุกตรอก ซอก ซอย (โตเกียวก็มีซอยเยอะแยะ เหมือนกรุงเทพนะครับ)
แล้วกรุงเทพ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่ากันไปแล้ว พายุก็น้อยกว่าโตเกียวมากๆ ความหนาแน่นแออัดของคนและเมืองก็น้อยกว่ามากๆ แล้วทำไมน้ำยังท่วม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงหากเปรียบเทียบกับกรุงโตเกียวแล้ว แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.
#จะทำก็ทำได้ ลองคิดดูครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ สู้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงโตเกียว, ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ, พายุใต้ฝุ่น, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมเวียดนามถึงก้าวกระโดด&#039;พี่เอ้&#039;วิเคราะห์3ปัจจัยหลักจะชนะไทยหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ส.ค.64- ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (เอ้) อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง เวียดนาม (จะ) ชนะไทย? มีเนื้อหาดังนี้
...พี่เอ้สารภาพ คิดอยู่หลายคืน ว่าจะเขียนเรื่องเวียดนามกับไทยดีไหม ขอออกตัวก่อนว่า เขียนให้คิด ให้สู้ ให้เกิดพลัง ให้ฮึกเหิม มิใช่เขียนบ่นหรือเขียนให้ท้อ หรือไม่เขียนเพื่อโทษใคร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาล่ะครับ พร้อมอ่านหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กมลา แฮริส เยือนอาเซียนอย่างเป็นทางการ ลงเครื่องพบผู้นำสิงค์โปร์ 3 วัน เพื่อกระชับความร่วมมือ สนับสนุนสิงคโปร์เป็นศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับโลก ก่อนบิน (ข้ามประเทศไทย) ไปคุยกับผู้นำเวียดนามอีก 2 วัน แล้วบินกลับกรุงวอชิงตัน
ไม่มาประเทศไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนี้ สิงคโปร์ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ได้ทั้งความเชื่อมั่นในการเมืองระหว่างประเทศ ว่าคือ &amp;quot;ศูนย์กลาง หรือ ผู้นำชาติอาเซียน&amp;quot; ได้ทั้งกำลังการลงทุน และได้ทั้งกำลังมันสมอง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่ากัน เพราะสิงคโปร์กับอเมริกา ผูกพันกันต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่...เวียดนาม ประเทศสังคมนิยม เคยทำสงครามกับสหรัฐ วันนี้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐ และกำลังก้าวขึ้นเป็น &amp;quot;จีน 2&amp;quot;&amp;nbsp; ในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเวียดนามถึงก้าวกระโดด? (ข้ามประเทศไทย) พี่เอ้ตอบตรงๆ เพราะเขามีปัจจัยหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีปริมาณ &amp;quot;กำลังคน&amp;quot; ประชากรมากกว่าไทย มีคน 100 ล้าน และไม่ใช่แค่คนระดับใช้แรงงาน แต่ยังมีคนระดับชั้นมันสมองเพิ่มมากขึ้น จากการพัฒนาการศึกษา &amp;quot;เชิงคุณภาพ&amp;quot; ต่อเนื่อง อย่างจริงจัง ขณะที่ไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองพิสูจน์จากเด็กเวียดนามที่ได้รับทุน (ของไทย) มาเรียนปริญญาโท-เอก ที่คณะวิศวลาดกระบัง ทุกคนทั้งเก่งคณิตศาสตร์ (มากกว่าเด็กไทย) ภาษาอังกฤษก็เข้มแข็งกว่า และยังขยันสุดๆ น่ากลัวมาก แต่อาจารย์ไทยชอบมาก เพราะทำงานวิจัยได้ยอด รับผิดชอบสูง น่าประทับใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แค่ เด็กเวียดนามระดับกลางๆ เพราะระดับตัวท๊อป จะไปเรียนต่อที่อเมริกา ซึ่งวันนี้มีมากกว่า 24,000 คน!!! ซึ่งเน้นด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่มีเด็กไทยเรียนอยู่ในอเมริกาเพียง 6,000 คน น้อยกว่าเวียดนาม 4 เท่า!!!!
หมายความว่า เวียดนามกำลังมี &amp;quot;คนระดับมันสมอง&amp;quot; โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งคือรากฐานของการยกระดับประเทศ มากกว่าไทย (หลายเท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีเงิน มีงบประมาณ เพราะเศรษฐกิจเวียดนามปีที่ผ่านมา เติบโตที่สุดของโลก! ขณะที่ประเทศอื่น รวมทั้งไทย ติดลบ! และแค่ครึ่งปีนี้ โตไปมากกว่า 5% แล้ว และจะร้อนแรงยิ่งขึ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเกิดการลงทุนจากต่างประเทศมหาศาล (มากกว่าลงทุนในไทยไปนานหลายปีแล้ว) เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก มีบริษัทเกาหลีมาลงทุน 4,000 กว่าบริษัท ขณะที่มาไทย 400 บริษัท และมีบริษัทชั้นนำของโลกทุกแขนงกำลังมุ่งสู่เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้เกิดการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่มมหาศาล ซึ่งตอนนี้เวียดนามส่งออกมากกว่าไทยไปแล้วครับ และกำลังจะทิ้งห่างไปเรื่อยๆ หากเราไม่คิดสู้!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีความรักชาติ เป็นชาตินิยมสูง ถือเป็นจุดแข็งของเวียดนาม เด็กเวียดนามทุกคนเรียนรู้ &amp;quot;ประวัติศาสตร์ชาติ&amp;quot; รู้จัก &amp;quot;การต่อสู้ของลุงโฮ&amp;quot; ท่านโฮจิมินห์ บิดาของชาติ (เคยมาอยู่เมืองไทย) รู้เรื่องราว การต่อสู้ ด้วยความทรหด อดทน ไม่ยอมแพ้ ให้ทั้งชีวิตเพื่อสร้างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งคนเวียดนาม ปลูกฝังค่านิยม การรักการอ่าน การขยันเรียนแบบสุดๆ โรงเรียนเวียดนาม แม้ไม่ใหญ่ ไม่สวย เหมือนโรงเรียนไทย แต่คุณภาพไม่แพ้ใครในโลก ลองดูคะแนนมาตรฐาน PISA Score เด็กเวียดนามทำได้คะแนนสูงสุดในอาเซียน เกือบเท่าเด็กสิงคโปร์!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอเมริกันเชื้อสายเวียดนามในสหรัฐ ก็เรียนเก่ง (ที่ MIT ที่พี่เอ้เรียนจบมา ก็มีเด็กอเมริกันเวียดนามเยอะมาก) ประสบความสำเร็จสูงมาก แม้แต่คุณหมอ พญ. ดร. พริสซิลลา ชาน ภรรยาคนสวยของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ผู้ก่อตั้งเฟชบุ๊ค ก็เป็นคนเชื้อสายเวียดนาม คนเหล่านี้ยังสนับสนุนประเทศเวียดนามทุกรูปแบบ เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เอ้ไม่อยากให้คนไทยมองข้ามเรื่องนี้ รุ่นพ่อแม่เราเกิดมา ก็ไม่แพ้เกาหลี วันนี้เกาหลีเป็นประเทศชั้นนำของโลกไปแล้ว รุ่นพี่เอ้เกิดมาก็ไม่แพ้สิงคโปร์ ไม่แพ้มาเลเซีย วันนี้เขากระโดดไปไกลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้ พี่เอ้ยอมรับว่า &amp;quot;ทำใจไม่ได้&amp;quot; ที่เรากำลังเป็นรองเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เราไม่ได้อิจฉาเวียดนาม และก็ไม่ได้ชื่นชมว่าจะดีเก่งกว่าไทยไปซะทุกเรื่อง เพียงแต่อยากให้ คนไทยเรียนรู้ข้อเท็จจริง เพื่อนำมาวางแผนสู้ พัฒนาชาติไทย ต้องไม่ยอมแพ้!!!
เพราะพี่เอ้ยังมั่นใจ #คนไทยไม่แพ้ใครในโลก
และ #จะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเป็นกำลังใจ ให้คนไทยทุกคนครับ สู้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตินิยม, ผู้นำชาติอาเซียน, พริสซิลลา ชาน, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, เวียดนามแซงไทย, โฮจิมินห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอไอเอส” ประกาศหนุนวงการอีสปอร์ตไทยต่อเนื่อง หลัง AIS 5G eSports U-League 2020 ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 มีนาคม 2564 ปิดฉากลงแล้วสำหรับการแข่งขันอีสปอร์ตระดับมหาวิทยาลัยสุดยิ่งใหญ่อย่าง AIS 5G eSports U-League 2020 โดยความร่วมมือของ กรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ 100% เป็นครั้งแรก และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 246 ทีม จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ด้าน เอไอเอส ประกาศหนุนวงการอีสปอร์ตไทยต่อเนื่อง พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้ฝึกฝนทักษะ และแสดงความสามารถ ก่อนติดปีกสู่นักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้ตนเองและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ ประธานคณะกรรมการการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.) กล่าวว่า &amp;ldquo;การแข่งขันอีสปอร์ตระดับมหาวิทยาลัย AIS 5G eSports U-League 2020 ถือเป็นการยกระดับแวดวงอีสปอร์ตไทยไปอีกขั้น และแม้ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ด้วยการสนับสนุนของพันธมิตรอย่าง เอไอเอส และไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จึงทำให้การแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีเวทีในการแสดงความสามารถด้านอีสปอร์ตอย่างสร้างสรรค์ ฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้ความมีน้ำใจนักกีฬา ทำงานเป็นทีม และเป็นพื้นฐานในการต่อยอดวิชาชีพด้านดิจิทัลในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้ AIS 5G eSports U-League 2020 การแข่งขันอีสปอร์ตระดับมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องปรับการแข่งขันสู่รูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ เอไอเอส ได้ร่วมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย และเทคโนโลยีต่างๆ จนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 246 ทีม จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และมียอดเข้าชม LIVE Streaming มากถึง 5.29 แสนวิว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปี 2564 เอไอเอส ยังคงเดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านการสนับสนุนและส่งเสริมวงการอีสปอร์ตไทยต่อเนื่อง จากความพร้อมของการเป็นผู้ให้บริการ 5G ที่มีคลื่นมากสุด และสามารถตอบสนองอาชีพดิจิทัลคอนเทนท์อย่าง e-Sports ได้อย่างดียิ่งกว่าทุกรายในตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย และเหล่าเกมเมอร์มีพื้นที่สร้างสรรค์ ฝึกฝนทักษะ และแสดงความสามารถด้านอีสปอร์ต เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อีกทั้งสร้างอาชีพและรายได้ให้ตนเองต่อไป&amp;rdquo; นางเบญจพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ AIS 5G eSports U-League 2020 จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คัดตัว แบ่งสายการแข่งขัน และแข่งขันรอบสุดท้ายในช่วงวันที่ 7 - 31 ม.ค. 2564 โดยมีเกมที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด 3 เกม คือ ROV (MOBA), FIFA Online 4 (SPORT) และ MINDCRAFT (CREATIVE) ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท และได้ผู้ชนะอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกม ROV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนะเลิศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีม Naresuan University จากมหาวิทยาลัยนเรศวร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีม ม.หอการค้า: ยุทคุงสั่งลุย.UTCC จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีม มาแจกแต้ม.KMUTNB จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีม DPU ROV จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกม FIFA Online 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนะเลิศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสรวิศ รจนะศิลปิน จากมหาลัยวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิทยาเขตศรีราชา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีเดช ทรงสายสกุล จากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Mr. Mun kiat Gan จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายไวภพ เพิ่มพรสกุล จากมหาวิทยาลัยมหิดล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกม MINECRAFT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนะเลิศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนรบดี บัวศรีภูมิ จากมหาลัยวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธนพล พิมมะโคตร จากมหาวิทยาลัยนเรศวร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายคณินณัฐ สายบัว จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศุภวิชญ์ กนกพงศกร จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการจัดพื้นที่การแข่งขันให้เหล่าวัยทีนได้แสดงศักยภาพ โชว์ฝีมือ สกิลการเล่นเกมออนไลน์แบบเต็มเปี่ยมแล้ว AIS ยังเดินหน้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของวัยทีนที่ชื่นชอบในวงการอีสปอร์ต ด้วยการเปิดพื้นที่ AIS eSports Studio ที่สามย่านมิตรทาวน์ เป็นคอมมูนิตี้อีสปอร์ตที่มีเทคโนโลยีให้บริการเต็มรูปแบบ ให้เหล่าเกมเมอร์ และน้องๆ คนรุ่นใหม่ ได้สร้างเสริมศักยภาพและพัฒนาทักษะดิจิทัล เพื่อการเล่นกีฬาอีสปอร์ตอย่างเหมาะสม สร้างสรรค์ และมีระเบียบวินัยอีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94933</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS 5G eSports U-League 2020, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f927048556.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คุณหญิงกัลยา”ดึง &quot;สุชัชวีร์ -ศุภชัย &quot;นั่งคณะอนุกก. Coding ปฏิรูปประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.พ.64-นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย เปิดเผยยว่า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ Coding แห่งชา กล่าวว่าได้เตรียมเสนอคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีคณะกรรมการในการเชื่อมต่อนโยบายกับคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) แห่งชาติเเละทุกภาคส่วน คือ &amp;quot;คณะอนุกรรมการ Coding เพื่อการปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์ทั้งด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และภาคปฏิบัติการ ลงสู่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและในระดับสากลอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ขณะนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้เดินหน้าทาบทามบุคลากรในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ และผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ๆท่าน เพื่อเข้ามาร่วมขับเคลื่อนเชื่อมโยงนโยบายและการปฏิบัติ สู่เป้าหมาย ที่กว้างขวาง ให้ยั่งยืนตลอดไป และเป็นที่น่ายินดีว่าท่านที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏได้ให้การตอบรับที่จะมาร่วมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92365</URL_LINK>
                <HASHTAG>coding, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, ศุภชัย เจียรวนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6020df41f3bad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.เตือนกทม.เจอศึกทุกด้านทั้งฝุ่นพิษน้ำท่วมแก้ไขได้ด้วยหลักวิศวกรรมเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.พ.64 - ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ &amp;quot;พี่เอ้&amp;quot; อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง กรุงเทพ เจอศึกทุกด้าน ปัญหาซับซ้อน ซ้ำซาก แก้ไขได้ด้วยหลักวิศวกรรม! มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพและปริมณฑล เจอศึกหนักทั้งทางอากาศ ด้วยปัญหาฝุ่นพิษขั้นวิกฤตยาวนาน ทั้งศึกทางบก ด้วยปัญหารถติด ถนนยุบ อุบัติเหตุรายวัน และ ศึกทางน้ำ ด้วยปัญหาน้ำท่วมรอระบาย ปัญหาน้ำทะเลหนุน น้ำประปาเค็ม บริโภคไม่ได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอศึกหนัก ครบทั้ง อากาศ บก น้ำ ถาโถม รุนแรง คำถาม แล้วเราจะรบยังไงดี???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบชัดๆ หากแก้ไขแบบเดิม คิดแบบเดิม วิธีการเดิมๆ จะไม่มีทางแก้ได้ เพราะหากแก้ได้ คงแก้ได้กันมานานแล้ว คงไม่มาถึงจุดวิกฤต ถึงวันนี้ จริงไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เอ้บอกได้เลยครับ ปัญหาซับซ้อนแบบนี้ จะแก้ไขด้วยวิธีปกติไม่ได้ ต้องแก้ด้วยหลักวิศวกรรมเท่านั้น ดังที่เมืองใหญ่ทั่วโลกให้หลักวิศวกรรม แก้ปัญหาวิกฤตของเมืองที่หนักหนากว่ากรุงเทพ สำเร็จมาแล้ว เช่น โตเกียว ลอนดอน สิงคโปร์ และปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักวิศวกรรม ไม่ต่างจากหลักพุทธศาสนา การแก้ปัญหาใดๆ ต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รู้ว่า นี่คือสภาวะที่ทนไม่ได้แล้ว เช่น ฝุ่นพิษถึงตาย น้ำประปากินไม่ได้ รถติดถนนทรุดอุบัติเหตุอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รู้สาเหตุ ต้นแห่งปัญหา เช่น ฝุ่นพิษสะสมมาจากรถปล่อยควันพิษ น้ำประปาเค็มมาจากน้ำทะเลหนุน รถติดมาจากการจัดการจราจร ถนนทรุดมาจากมาตราฐานการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ต้องเอาจริง เอาจัง กับการรบกับปัญหา เพราะถึงแม้รู้ปัญหาดี แต่ไม่แก้ ก็ไร้ประโยชน์!
และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา อันนี้สำคัญที่สุด จำเป็นต้องเรียนรู้ความสำเร็จจากคนอื่น ที่ใช้วิธีการทางวิศวกรรมและเทคโนโลยี ในการจัดการ
เช่น ปักกิ่งแก้ฝุ่นพิษจากการเอาจริง กับการจับรถบรรทุกควันดำด้วยเทคโนโนโลยีกล้อง AI และการปรับหรือปิดโรงงานที่ปล่อยพิษซ้ำซาก ด้วยระบบคอมพิวเตอร์การขึ้นทะเบียนอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตเกียวแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการสร้างแก้มลิงใต้ดิน เก็บน้ำฝนมารอระบายไว้ใต้ดิน ช่วงฝนตกหนัก น้ำก็ไม่ท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลอนดอนแก้ปัญหารถติด ด้วยการกำหนดพื้นที่หนาแน่น เก็บภาษีรถเข้าออก ด้วยกล้อง AI และขยายระบบขนส่งทางรถไฟออกไปนอกเมือง ให้พลเมืองเดินทางสะดวก ไม่ต้องใช้รถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ แก้ปัญหาการขาดน้ำ ด้วยการต่อท่อไปซื้อน้ำดิบที่มาเลเซีย สร้างระบบการกรองน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืด และสร้างบ่อเก็บน้ำจืดขนาดยักษ์ใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เอ้ขอใช้วันอาทิตย์ สบายๆ มาเล่าสู่กันฟัง ทางแก้ปัญหา ที่ท่านเครียดทุกวัน หวังให้ทุกท่าน มีความหวัง ไม่ท้อ เพราะปัญหาหนักหนาแค่ไหน มนุษย์เราแก้ไขได้ด้วยความสามารถทางวิศวกรรม #จะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติ ทุกท่านครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.น้ำท่วม, ปัญหากรุงเทพมหานคร, ฝุ่นพิษ, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, หลักวิศวกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec0865a486a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ. เคาะ รายชื่อ อดีตอธิการบดี - อาจารย์ มหา&#039;ลัย 3รายนั่งกรรมการ สมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;


21ธ.ค.63- นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวภายหลังการประชุมสามัญ ทปอ. ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาคัดเลือกตัวแทนจาก ทปอ. เพื่อรับคัดเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งกรรมการให้คณะกรรมการสมานฉันท์ ได้แก่ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสุริชัย หวันแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสมศักดิ์ รุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ซึ่งเราจะต้องมุ่งในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยให้ได้ โดยตัวแทนจาก ทปอ.ทั้ง 3 คน ไม่ใช่จะเป็นเพียงตัวแทนในด้านวิชาการเท่านั้น เพราะเนื่องจากเรามีจำนวนนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยกลุ่ม ทปอ. อยู่กว่า 2 ล้านคน ดังนั้นตัวแทนดังกล่าวจะเป็นตัวแทนของนิสิตและนักศึกษา รวมถึงมีบทบาทในหน้าที่ของนักวิชาการในฐานะเป็นอดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยควบคู่ไปด้วย

ด้านนายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (ผู้จัดการ TCAS) กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการ TCAS ปีการศึกษา 2564 นั้น มีมหาวิทยาลัยที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมระบบ TCAS จำนวน 80 แห่ง มีหลักสูตรที่เปิดรับรวม 4,174 หลักสูตร จำนวนรับตามแผนรวม 290,434 คน จำนวนเรียกรับรวม 4 รูปแบบ 405,642 คน แบ่งเป็นรูปแบบ แฟ้มสะสมงาน 144,370 คน หรือ ร้อยละ 35.59 โควต้า 110,104 หรือ ร้อยละ 27.14 แอดมิชชั่น 1 75,557 คน หรือ ร้อยละ 18.63 และแอดมิชชั่น 2 75,611 คน หรือ ร้อยละ 18.64 ทั้งน้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายปรับปรุงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ทำให้ ทปอ.ปรับรูปแบบ TCAS ในปี 2565 โดยจะยุติรอบแอดมิชชั่น 2 ที่ใช้สัดส่วนของคะแนนโอเน็ต และจะเหลือรูปแบบการรับ 4 รูปแบบ ซึ่งเพียงพอต่อการรับผู้เรียนเข้าศึกษาต่อให้มหาวิทยาลัย

นายพีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ประเด็นเรื่องการประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปีนั้น คือการประกาศสัดส่วนและค่าน้ำหนักของคะแนนเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) และคะแนนโอเน็ต เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวล่วงหน้า แต่หากจะมีการยกเลิกใช้ไม่ต้องประกาศล่วงหน้าก็ได้ ส่วนกรณีที่นักเรียนบางคนยังมีข้อกังวลว่า ในเกณฑ์การคัดเลือกของแอดมิชชั่น 1 ที่มหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติการคัดเลือกเอง บางสาขากำหนดคะแนน GPAX ไว้ในเกณฑ์ที่สูง ทำให้นักเรียนบางคนไม่สามารถสมัครแอดมิชชั่น 1 ได้ จึงรอสมัครรอบแอดมิชชั่น 2 นั้น ในที่ประชุม ทปอ.ได้รับทราบความกังวลดังกล่าว และจะต้องมีการปรับและทบทวนคุณสมบัติของผู้สมัคร เพื่อให้นักเรียนเข้าสมัครคัดเลือกได้ โดยมหาวิทยาลัยจะไปทบทวนและปรับคุณสมบัติของผู้สมัครใหม่ ซึ่งอาจจะมีการปรับคุณสมบัติการคัดเลือก และข้อสอบก็ยังใช้ข้อสอบเดิม คือ 9 วิชาสามัญ การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) อย่างไรก็ตาม TCAS 64 ถือเป็นปีแรกที่เราได้เรียกตัวสำรองขึ้นมาด้วย ส่วน TCAS ปี 65 รอบแอดมิชชั่น จะมีการเรียกตัวสำรองขึ้นมาด้วย โดนจะทำการเคลียริ่ง 2 รอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87556</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสมาฉันท์, ทปอ., ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe04af6c76b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
