<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกรียงศักดิ์&#039;สะท้อนบทเรียนปรัชญาชีวิตจากสถานการณ์โควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา(IFD) โพสต์เฟซบุ๊ก Dr.Kriengsak Chareonwongsak เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หัวข้อ &amp;quot;บทเรียนปรัชญาชีวิตจากสถานการณ์โควิด 19&amp;quot; ระบุว่า ประวัติศาสตร์ของมนุษย์อาจกำลังเปลี่ยนไปอย่างถาวร จากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลกของไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิต วิถีความสัมพันธ์ วิถีการทำงาน ฯลฯ จากการพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยหลักปรัชญาที่มีในชีวิต ผมได้ตกผลึกทางความคิดจนเกิดเป็นบทเรียนสำคัญที่คาดว่าจะเกิดประโยชน์สำหรับทุกท่าน เพื่อสามารถก้าวต่อไปในอนาคตอย่างมีความพร้อมและความเข้าใจ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยกัน (Human Interdependence) จึงควรร่วมมือกัน (Collaboration) วิกฤติครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า เราจำเป็นต้องพึ่งพากันและกัน ประชาชนต้องพึ่งพาบุคลากรทางแพทย์ ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องพึ่งพาประชาชน การที่มีเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือ อาจทำให้การระบาดแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง ในทำนองเดียวกัน การเอาชนะสงครามกับโควิด 19 ได้อย่างรวดเร็วนั้น ทุกคนต้องร่วมมือร่วมแรงกันอย่างจริงจัง โดยปราศจากความเห็นแก่ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สิ่งสำคัญต่อชีวิต (Hierarchy of Life Importance): ปัจจัยอยู่รอด (Survival Factors) และปัจจัย 4 (4 Requisites) ในวิกฤติครั้งนี้ทำให้เราได้ตระหนักว่า อะไรมีความสำคัญสำหรับชีวิต ทั้งนี้ผมได้นำเสนอไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในหนังสือ &amp;ldquo;เศรษฐกิจกระแสกลาง: ทิศทางเศรษฐกิจไทยในอนาคต&amp;rdquo; ว่า ในยามวิกฤติสิ่งที่สำคัญในระดับบุคคล คือ ปัจจัย 4 แต่ในระดับประเทศ สิ่งที่สำคัญมีมากกว่าปัจจัย 4 แต่รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่จะทำให้เราสามารถผลิตและจัดหาปัจจัย 4 ได้เพียงพอกับคนในประเทศ ซึ่งผมเรียกว่า &amp;ldquo;ปัจจัยอยู่รอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ความตายหลีกหนีไม่พ้น (The Inevitability of Death) จึงต้องทำตามอุดมการณ์จนวันสุดท้าย (Fulfill the Vocation till the End) การระบาดของโควิด 19 เป็นเหมือนมรณานุสติ ที่ทำให้เราเห็นว่า ความตายนั้นอยู่ใกล้เรามาก เราจึงควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ เพื่อทำสิ่งที่เลอค่า ทำตามอุดมการณ์ที่ดีงามให้สำเร็จ และทำอย่างดีที่สุดจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต (Sanctity of Life) คือ การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย (Live Meaningfully) วิกฤติทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า เหตุผลของการมีชีวิตคืออะไร ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกเส้นทางชีวิตและตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความหมาย มิใช่ดำเนินชีวิตไปแต่ละวันอย่างไร้ความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ทุกชีวิตเท่าเทียมกัน (The Fairness of Life) เพราะโควิด 19 ปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกัน (COVID Treats All Fairly) มนุษย์ทุกคน แม้มีความแตกต่างของเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา วัฒนธรรม อาชีพ สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือชื่อเสียง แต่ต้องเผชิญความเสี่ยงต่อโรคระบาดเท่าเทียมกัน ดังนั้นมนุษย์จึงควรมีมุมมองและปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. มนุษย์ต้องอารักขาร่างกาย (Respect the Body) เพราะสุขภาพเป็นเงื่อนไขของชีวิตที่มีประสิทธิภาพ (Health is Prerequisite for Productive Life) หากเรามีสุขภาพไม่แข็งแรง จะทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าตามที่ปรารถนา หรือไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานพอ ที่จะทำให้เป้าหมายสูงสุดในชีวิตสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. พลังการทวีคูณที่มีประสิทธิสภาพ (Efficacy Power of Multiplication) จะเกิดขึ้นเมื่อสร้างคุณภาพก่อน แล้วผลลัพธ์เชิงปริมาณจะตามมา (Quality will Bring Quantity) โควิด 19 มีพลังคุณภาพซึ่งติดไปในคนปริมาณมากได้ ถ้าทุกคนยินดีใส่ใจลงรายละเอียดและทำในระดับส่วนตัวอย่างมีคุณภาพ จะเกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อส่วนรวม เพราะการกระทำของแต่ละคนจะสามารถกระเพื่อมถึงสังคมได้ด้วยพลังทวีคูณ อะไรที่กระทบคนหนึ่งก็จะกระทบคนอื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. วิกฤตทำให้เกิดการปฏิวัติตัวตนภายใน (Crisis: Revolution of Inner Self) สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจะกระทบต่อความมั่นคง ทั้งทางกายภาพและจิตภาพของประชาชนทั่วไป ทำให้ทุกคนต้องกลับมาตั้งสติ เพื่อคิดและพูดคุยกับตัวเองมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกาย ใจ และจิตของตนเอง วิกฤตทำให้เราปฏิวัติหลักการชีวิตจากภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. การยอมรับระเบียบชุมชน (Community Order) ทั้งให้ความร่วมมือที่ปรากฏและไม่ปรากฏ (Explicit and implicit human coordination) และยอมอยู่ใต้คำสั่งของผู้มีอำนาจ (Authority submission) การจัดการกับโรคระบาดทำให้เราตระหนักว่า การอยู่ในชุมชนทุกระดับต้องมีระเบียบชุมชน ไม่ว่าในยามปกติหรือยามวิกฤติ สมาชิกชุมชนควรยินดีให้ความร่วมมือ และยินยอมอยู่ใต้สิทธิอำนาจของผู้มีสิทธิอำนาจในระดับต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นการจำกัดสิทธิส่วนบุคคลบางระดับ แต่ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ทั้งด้านความรู้ (Knowledge) สติปัญญา (Wisdom) ความเข้าใจ (Understanding) และคุณธรรม (Virtue) วิกฤติโควิด 19 ให้บทเรียนแก่เราว่า เราจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเอาตัวรอดในยุคที่มีความผันผวนสูง มีข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้จำนวนมาก ทั้งที่จริงและเท็จปะปนกัน เราจำเป็นต้องสามารถแยกแยะ ประเมิน ใช้ประโยชน์ และสามารถนำข้อมูลและความรู้มาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง อย่างมีปัญญาความเข้าใจและมีคุณธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. สิทธิเสมอหน้าที่ (Right and Duty Balancing) สถานการณ์สอนให้เรารู้ว่า เราไม่ควรใช้สิทธิที่มีอยู่โดยไม่รู้หน้าที่ เพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนหรือผลเสียแก่ส่วนรวม เช่น แม้ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเดินทางไปไหนหรือพบเจอใครก็ได้ แต่กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงควรรู้จักหน้าที่ของตัวเอง โดยการกักตัว (quarantine) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน เป็นต้น สิทธิในการทำสิ่งต่าง ๆ จึงควรมาพร้อมกับหน้าที่ที่ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. เตรียมพร้อมรับมือกับอนาคต (Handling the Future) โดยจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างชาญฉลาด ผ่านการเชื่อมโยงฉากทัศน์อนาคตระหว่างภาพอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น (possible future) ที่น่าจะเกิดขึ้น (Plausible future) ที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น (Probable future) และที่ปรารถนาให้เกิดขึ้น (Preferable Future) เข้าด้วยกัน เพราะนอกจากปัญหาโรคระบาดจะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการเตรียมพร้อมมากขึ้นในอนาคตแล้ว ยังมีประเด็นผลกระทบต่อเนื่องจากโรคระบาด โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่เราต้องเตรียมความพร้อมรับมือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โควิด 19 จะเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทุกท่านได้ทบทวน ใคร่ครวญและวางแนวทางการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต แน่นอนว่าอาจมีปัญหาทั้งหนักและเบารออยู่ข้างหน้าอย่างหลีกหนีไม่ได้ แต่ผมหวังว่าทุกท่านจะสามารถผ่านไปได้ หากเราเรียนรู้บทเรียน ปรับตัว และเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62167</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, สถานการณ์โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89a3134ff97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
