<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไชยันต์&#039; ซัดเพจทะลุฟ้าบิดเบือนประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ใส่ข้อความตัวเองผสมบันทึกทูตอังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ทะลุฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความบิดเบือนประวัติศาสตร์ โดยอ้างบันทึกลับของ&amp;nbsp;เซอร์ อาร์เธอร์ เจมส์ เดอ ลา แมร์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ เกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516&amp;nbsp;ล่าสุด ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร แห่งภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า ในบทความของ เพจ ทะลุฟ้า เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;เปิดบันทึกทูตอังกฤษ: การแทรกแซงของสถาบันกษัตริย์ที่มีต่อเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516&amp;rdquo; โพสต์วันที่ 14 ตุลาคม 2564 &amp;ldquo;ทะลุฟ้า&amp;rdquo; ได้ลงข้อความว่า &amp;ldquo;ในช่วงหลังจากเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลา 2516 &amp;nbsp;Sir Arthur James de la mare (เซอร์ อาร์เธอร์ เจมส์ เดอ ลาแมร์) เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นได้มีการส่ง &amp;ldquo;บันทึกลับ&amp;rdquo; ที่เกี่ยวกับการปฏิวัติในเดือนตุลาคมไปยังกรุงลอนดอนเพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอกสารนี้ปัจจุบันไม่ได้เป็นเอกสารลับอีกต่อไปและสามารถเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยในบันทึกนั้น เดอ ลาแมร์ได้ตั้งข้อประหลาดใจไว้ 2 อย่างเกี่ยวกับการล่มสลายที่ง่ายดายเกินไปของรัฐบาลถนอม และการแทรกแซงของพระมหากษัตริย์ในการยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นที่เดอ ลาแมร์ประหลาดใจประเด็นแรกคือ การล่มสลายที่ง่ายดายเกินไปของรัฐบาลถนอม และเข้าก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะสถาบันกษัตริย์นั้นได้คาดการณ์แล้วว่า รัฐบาลจอมพลถนอมนั้นจะไปไม่รอด ก็เลยเลือกที่จะเข้าข้างกลุ่มนักศึกษาเพื่อรักษาฐานเสียงที่มีมากกว่าเพื่อความสร้างความดีความชอบต่อประชาชน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไปดูเอกสารรายงานดังกล่าวของ เดอ ลาแมร์ (ดูเอกสารแนบ)&amp;nbsp;จะไม่พบข้อความที่ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;สถาบันกษัตริย์นั้นได้คาดการณ์แล้วว่า รัฐบาลจอมพลถนอมนั้นจะไปไม่รอด ก็เลยเลือกที่จะเข้าข้างกลุ่มนักศึกษาเพื่อรักษาฐานเสียงที่มีมากกว่าเพื่อความสร้างความดีความชอบต่อประชาชน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดอ ลาแมร์ ประหลาดใจจริงๆกับการยุติความรุนแรงลงได้อย่างฉับพลัน&amp;nbsp;โดยเขาได้เขียนไว้ในย่อหน้าแรกว่า &amp;ldquo;การล่มสลายลงอย่างง่ายดายของระบอบ (คณาธิปไตยของทหาร) เกิดขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ รวมทั้งการยุติการความรุนแรงอย่างน่าประหลาด&amp;rdquo; โดย เดอ ลาแมร์ เขียนว่า สาเหตุที่บ้านเมืองสงบลงได้อย่างรุนแรงเป็นเพราะ&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการทราบข่าวว่า จอมพลถนอม-ประภาส และพันเอกณรงค์ ได้ออกไปจากประเทศ และ การลงมาอยู่ข้างนักศึกษาและประชาชนของกษัตริย์เป็นปัจจัยตัดสินสำคัญเด็ดขาด (decisive) &amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเดอ ลาแมร์ยังได้กล่าวไว้อีกในหัวข้อที่ 3 ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;3. อะไรที่เป็นสาเหตุให้ยุติความรุนแรงอย่างฉับพลั? &amp;nbsp;สาเหตุได้แก่ ข่าวที่ออกมาว่า บุคคลที่เป็นที่รังเกียจทั้งสามได้ออกนอกประเทศไปแล้ว และ วิถีแบบไทยที่น่าพิศวง และเหนือสิ่งอื่นใด คือ การลงมาของกษัตริย์&amp;rdquo; และเขาได้ขยายความต่อมาในหัวข้อที่ 6 ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;6. ทำไมการจลาจลในจำนวนผู้คนมหาศาล มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งตอนเย็นของวันที่ 15 ตุลาคม กลับยุติลงด้วยความสงบอย่างฉับพลันหลังสองชั่วโมงต่อมา ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า การทราบข่าวที่ประกาศว่า คนทั้งสามกำลังออกจากประเทศมีส่วนให้ทุกอย่างสงบลง&amp;nbsp;และปัจจัยของวิถีแบบไทยที่น่าสนเท่ห์ เพราะในขณะที่คนไทยถูกปลุกเร้าจนมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงเหมือนอย่างคนชาติใดๆก็ตาม พวกเขารู้สึกภายในใจว่า มันละเมิดความเป็นไทยและความเป็นพุทธ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าคิดว่า เราต้องยอมรับพระราชอำนาจอันเร้นลับ (mystic- อาจอนุโลมแปลว่า ศักดิ์สิทธิ์) ของกษัตริย์ที่ทำให้ทุกอย่างจบลงได้อย่างพิเศษ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ ในหลวงรัชกาลที่เก้าคาดการณ์นั้น เดอ ลาแมร์ ได้กล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;จริงๆแล้ว บุคคลเดียวที่ข้าพเจ้ารู้ ที่คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความรุนแรงของสถานการณ์คือ พระมหากษัตริย์ เมื่อ มิสเตอร์ Royle เข้าเฝ้าพระองค์ในวันที่ 10 ตุลาคม การทำกิจกรรมทั้งหลายทั้งปวงของนักศึกษายังไม่มีความรุนแรงอะไรและยังสงบสันติ แต่พระองค์ทรงตรัสว่า&amp;nbsp;พระองค์ทรงวิตกอย่างยิ่งว่าจะเกิดการนองเลือด พระองค์ทรงวิจารณ์รัฐบาลอย่างหนักที่ไปจับกุมตัวสิบสองนักศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเหตุผลที่ใช้ในการจับกุม ทั้งตัวพระองค์เอง ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรัฐธรรมนูญ และนักศึกษามีสิทธิ์เต็มที่ในการชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญอย่างสงบสันติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เพจ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทะลุฟ้า&amp;rdquo; นำบทความดังกล่าวของ BBC Thai มาตีความและใส่ข้อความของตัวเองผสมลงไป ทำให้คนอ่านอาจเข้าใจไปว่าเป็นคำกล่าวของ เดอ ลาแมร์&amp;nbsp; (ดูเอกสารแนบ)
ขอขอบคุณ คุณ จิระพงษ์ พิพัฒน์เจษฎากุล ที่ให้คำแนะนำมาครับ ร่วมด้วยช่วยกัน !&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุฟ้า, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bbbbf71939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 06:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7สิงหาเดือด!&#039;ปิยบุตร&#039;ฉะ&#039;ไชยันต์&#039;เป็นเ...อะไรนักหนา แค่เดินทางมาฝรั่งเศสมาเจอเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ขณะนี้เดินทางไปหาภรรยาที่ฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ สุดยอดแห่งการเชื่อมโยง คิดเป็นตุเป็นตะ ของไชยันต์ ไชยพร มีเนื้อหาดังนี้
ผมมีภรรยาเป็นคนฝรั่งเศส คบกันมาเกือบ 10 ปี แต่งงานครบรอบ 5 ปี วันนี้พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภรรยาผมเดินทางรับทุนหลังปริญญาเอกไปหลายแห่งตั้งแต่เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และพึ่งได้รับตำแหน่งอาจารย์ที่ปารีส จึงเดินทางกลับไปตั้งถิ่นฐานถาวรที่บ้านเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหลังๆ ผมเอง แทบไม่ได้เจอภรรยา ปีหนึ่ง 2 ครั้ง เต็มที่ 3 ครั้ง ยิ่งพอเกิดวิกฤต Covid-19 ขึ้นมา ยิ่งเดินทางลำบาก จนฝรั่งเศสพึ่งปลดล็อค ให้คนต่างชาติเข้าประเทศได้ ใครยังไม่ฉีดวัคซีน ก็เข้ามาได้ หากมีเหตุผลทางครอบครัว ผมจึงมีโอกาสเดินทางมาช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงปกติ ผมก็มาฝรั่งเศสเป็นประจำ ปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องเขียนงานเกี่ยวกับปฏิวัติฝรั่งเศส เรื่องปฏิวัติที่ต่างๆทั่วโลก เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องประเทศฝรั่งเศส ผมก็เขียนประจำ โพสลงเพจส่วนตัวบ่อยมาก เมื่อก่อน ก็มีคอลัมน์ในมติชนสุดสัปดาห์ด้วย พอมาเป็นนักการเมือง ก็ยังเขียนเล่าลงเพจสาธารณะอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เลยไม่ทราบว่า คนแบบอาจารย์ไชยันต์และพวก จะอะไรกันนักกันหนากับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะพูดภาษาบ้านๆที่ทนความรำคาญไม่ไหว คงพูดว่า&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกับกูนักหนา แค่กูเดินทางมาฝรั่งเศส มาเจอเมีย แค่เนี้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าอ่อนไหวกันนักเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตเป็นผู้ใหญ่ ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่บ้าง ให้เยาวชนคนรุ่นหลังเขาเคารพกันบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอาจารย์ไชยันต์กับนักวิชาการอีกฝ่าย ผมเอง ยังคิดเสมอว่า ผมน่าจะเป็นคนที่สนทนาแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ได้ สัมภาษณ์สื่อที่มักคุ้นกับอาจารย์เมื่อหลายเดือนก่อน ผมยังถามไถ่ถึง และยังบอกว่า พร้อมจัดวงพูดคุยกันกับแกเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นึกว่า อาจารย์ไชยันต์จะ &amp;ldquo;ไปไกล&amp;rdquo; ขนาดนี้ ผูกโยงเรื่อง เป็นตุเป็นตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านแล้ว คิดว่า ดาวสยาม ยานเกราะ กลับมาเกิดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร คุณธรรมน้ำมิตรในหมู่นักวิชาการ ไม่ต้องมีกันอีกแล้วหรือ ถึงขั้นต้องกุเรื่องทำลายผม ปลุกระดมความเกลียดชังต่อผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้ากันขนาดนี้ คงเคารพนับถือกันต่อไปไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากอ่านข้อเสนอผม แล้วคิดดีๆเสียบ้าง สมองแบบไชยันต์และพวก ก็จะรู้ว่า การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คือ ทางออกจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลับไม่พิจารณา ไม่สนทนา สาดน่ำมันเข้าใส่ ให้ไฟมันแรงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ทำกันแบบนี้แหละ ถึงหาทางลงกันไม่ได้เสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมใช้แท็คติกแบบไชยันต์และพวกบ้าง ก็คงค้องบอกว่า หากสถานการณ์ในประเทศไทยลื่นไถลไปไกลจนไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครควบคุมได้ ก็เพราะ คนแบบไชยันต์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ยังโพสต์ในทวิตเตอร์ด้วยว่า มารำลึกครบรอบ 5 ปีวันแต่งงาน ที่ &amp;Eacute;tretat เมืองที่เป็นฉากหลายตอนในในนิยาย Aiguille creuse หรือ&amp;nbsp; Ars&amp;egrave;ne Lupin ว่าแต่ว่า&amp;hellip; ไชยันต์ ไชยพร จะไปอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วมาโยงเรื่อง Lupin เข้ากับผมอีกหรือเปล่านะ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดี๋ยวพรุ่งนี้ ไทยโพสต์และชาวคณะ ก็คงพาดหัวว่า &amp;ldquo;ปิยบุตรคิดถึงเมีย ไม่มานำม็อบ&amp;rdquo; อีกมั้ง ตกลงพวกเมิงงงต้องการอะไรจากกรู อยู่ไทย ก็ไล่ให้ออกนอกประเทศไปอยู่กับเมีย มาเจอเมีย ก็บอกให้กลับมานำม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร แห่งภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงการนัดชุมนุมของเพจเยาวชนปลดแอกในวันที่ 7 สิงหาคม และตั้งข้อสังเกตถึงนายปิยบุตรที่ไปฝรั่งเศส ทำไมต้องไปช่วงนี้ และทำไมจึงเกิดการวางแผน &amp;ldquo;บุกวัง&amp;rdquo; ช่วงที่เขาไม่อยู่ในประเทศไทย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112367</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์, ปฏิวัติฝรั่งเศส, ม็อบ7สิงหา, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c784604d20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไชยันต์&#039; ถอดรหัส 3 นิ้วนัด &#039;บุกวัง&#039; ต่อด้วยม็อบ 10 สิงหา ในช่วงที่ &#039;ปิยบุตร&#039; ไม่อยู่เมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร แห่งภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn กล่าวถึงการนัดชุมนุมของเพจเยาวชนปลดแอกในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมปลุกระดมม็อบวันที่ 10 สิงหาคมนี้ว่า ทำไมต้อง 7 สิงหา ? และ 10 สิงหา ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 สิงหา 2508&amp;nbsp;เป็นวันที่กองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ปะทะด้วยกำลังอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นครั้งแรกที่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จังหวัดนครพนม เป็นข่าวใหญ่ของประเทศในเวลานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่ในวันที่ 1 สิงหาที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพนกวิ้น ได้ปราศัยว่า &amp;ldquo;..เรามาทวงชื่อถนน วิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นของ &amp;quot;เจ้า&amp;quot; ไม่ให้เป็นของเจ้าอีกต่อไป .. มันเป็นถนนของประชาชน ของราษฏร&amp;rdquo;&amp;nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแบบปากพาไปในขณะที่กำลังปลุกระดมอยู่บนถนนวิภาวดี&amp;nbsp;เพราะในปี พ.ศ. 2520 พระองค์เจ้าเจ้าวิภาวดี ทรงถูกยิง &amp;nbsp;ขณะเสด็จไปรับตำรวจตระเวนชายแดนที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ที่ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงมาที่เฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ&amp;nbsp;การที่ เพนกวิน กล่าวเช่นนั้น เท่ากับให้ความชอบธรรมกับผู้ก่อการร้าย&amp;nbsp;และ นัดชุมนุม &amp;ldquo;บุกวัง&amp;rdquo; ในวันเสาร์ที่ 7 สิงหา 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมต้อง &amp;ldquo;บุกวัง&amp;rdquo; และมีนัด &amp;ldquo;10 สิงหา 2564&amp;rdquo;&amp;nbsp;เพราะ ย้อนกลับไปฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1792&amp;nbsp;&amp;ldquo;การก่อการปฏิวัติโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออีกนัยหนึ่งคือฉีกรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1791 เกิดขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม&amp;nbsp;กลุ่มปฏิวัติได้จัดตั้งรัฐบาลคณะปฏิวัติแห่งปารีสขึ้น และยื่นกำหนดเส้นตายให้สภานิติบัญญัติประกาศยุติสถานะความเป็นกษัตริย์ของพระเจ้าหลุยส์ฯเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อสภาไม่ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ใช้กำลังเข้าจู่โจมพระราชวังและได้เกิดการจลาจลขึ้น&amp;nbsp; พระเจ้าหลุยส์ฯและพระราชินีทรงเสด็จไปยังสภาเพื่อความปลอดภัย สภาไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องทำตามความต้องการของคณะปฏิวัติ ออกประกาศยุติสถานะของพระเจ้าหลุยส์ฯ&amp;nbsp;และต่อมา สภาได้ตกอยู่ในสภาพที่หมดอำนาจใดๆ และรัฐบาลคณะปฏิวัติได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสภาแห่งชาติ (National Convention)&amp;nbsp;ที่จะทำการพิพากษาพระเจ้าหลุยส์ฯ และทำการร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ฝรั่งเศสปกครองในระบอบสาธารณรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1792&amp;nbsp;ถือเป็นการปฏิวัติของฝรั่งเศสครั้งที่สองต่อจากการปฏิวัติ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789&amp;nbsp;และเป็นการสิ้นสุดสถาบันพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสครั้งที่หนึ่ง&amp;rdquo; (ดูบทความในคอมเมนท์)&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้บรรยายพิเศษ #ตลาดวิชาอนาคตใหม่ ของ Common School ในหัวข้อ &amp;ldquo;บทบาทของสมาชิกสภาแห่งชาติในการกรุยทางปฏิวัติ 1789&amp;quot;&amp;nbsp;พูดถึงความสำคัญของสมาชิกสภาในการเป็นจุดชี่ขาดของการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่หรือปฏิวัติ และกล่าวถึงการที่ประชาชนบุกพระราชวังตุยเลอรี อันนำมาซึ่ง การปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งที่ 2 และการสิ้นสุดของสถาบันกษัตริย์ฝรั่งเศสครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอาจารย์ปิยบุตรบรรยายจากฝรั่งเศส เพราะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว&amp;nbsp;ทำไมต้องไปช่วงนี้ และทำไมจึงเกิดการวางแผน &amp;ldquo;บุกวัง&amp;rdquo; ช่วงที่เขาไม่อยู่ในประเทศไทย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลนิน ผู้นำปฏิวัติรัสเซีย&amp;nbsp;เลนินเป็นนักกฎหมาย แต่แทนที่จะประกอบอาชีพทางกฎหมาย กลับมีส่วนรวมในความพยายามโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการปฏิวัติ&amp;nbsp;ต่อมา เขาได้ย้ายไปอยู่ที่ฟินแลนด์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย&amp;nbsp;เขาได้ท่องเที่ยวไปในยุโรปต่อและร่วมในการประชุมและกิจกรรมของพวกสังคมนิยมในหลายๆแห่ง&amp;nbsp;และต่อมาได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในปารีส&amp;nbsp;ร่วมกับสมาชิกบอลเชวิกคนอื่น ๆ ที่ถูกเนรเทศมา&amp;nbsp;และ หลังจากที่ซาร์นิโคลัสที่ 2 ถูกโค่นล้ม&amp;nbsp;เลนินจึงเดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์กลับไปรัสเซีย&amp;nbsp;และมีบทบาทสำคัญในขบวนการบอลเชวิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อายะตุลลอฮ์ โคมัยนี แห่งอิหร่าน&amp;nbsp;ผู้นำการปฏิวัติที่นำไปสู่การล้มล้างพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ปี 1978 ตอนที่เกิดความวุ่นวายก่อนการปฏิวัติ อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ถูกควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดในฐานะผู้ลี้ภัยในเมืองนาจาฟ ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมชีอะห์ในอิรัก และในเวลาต่อมา พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ได้ทรงขอให้ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักในขณะนั้นขับไล่เขาออกจากประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง อยาตอลเลาะห์ โคไมนี บินไปฝรั่งเศสและมีอิสระที่จะสื่อสารกับคนทั้งโลก ด้วยความเด็ดขาดและปฏิเสธที่จะประนีประนอม เขาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางออกจากประเทศในเดือน ม.ค. 1979 ของพระเจ้าชาห์ เปิดทางให้ อยาตอลเลาะห์ โคไมนี เดินทางกลับประเทศเพื่อโค่นล้มสถาบันกษัตริย์
อยาตอลเลาะห์ โคไมนี &amp;nbsp;ใช้โอกาสนั้นบินกลับไปอิหร่าน ในขณะที่กำลังบินกลับนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของโคไมนี ประกาศว่า กองทัพอากาศอิหร่านซึ่งยังจงรักภักดีต่อพระเจ้าชาห์อยู่ วางแผนจะโจมตีเครื่องบินทันทีที่เข้าสู่เขตน่านฟ้าอิหร่าน หลังจากบินวนอยู่เหนือสนามบินอยู่นาน ขณะการเจรจากับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินดำเนินไป&amp;nbsp;เครื่องบินก็ได้ลงจอดในที่สุด&amp;nbsp;มีผู้ประเมินว่า จำนวนคนที่มาต้อนรับ โคไมนี ในวันนั้นอาจจะมีจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็มีการจัดตั้งสาธารณรัฐอิสลามในอิหร่าน และการต่อต้านความคิดเสรีของชาติตะวันตกก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น การวางแผนทั้งหมดเกิดขึ้น ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่า&amp;nbsp;ทุกคนคงประเมินเรื่องราวที่กำลังเกิดหรือจะเกิดขึ้นในบ้านเราได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียง ตัวละคร ที่จะกลับแบบ เลนิน หรือ โคมัยนี&amp;nbsp;มีมากกว่า 1 !&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, เยาวชนปลดแอก, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bbbbf71939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>279 นักวิชาการจี้จุฬาฯหยุดสอบสวนวิทยานิพนธ์ &#039;ณัฐพล ใจจริง&#039; อ้างเสรีภาพทางวิชาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 279 นักวิชาการและวิชาชีพอื่น ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดถึงนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีการตั้งกรรมการสอบสวนนายณัฐพล ใจจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า เรียน นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตของนายณัฐพล ใจจริง ปีการศึกษา 2552 เรื่อง &amp;ldquo;การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)&amp;rdquo; โดยเริ่มต้นจากการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งได้ตรวจสอบการอ้างอิงในเล่มวิทยานิพนธ์ดังกล่าว จนร้องเรียนมายังบัณฑิตวิทยาลัย และนำไปสู่การออกคำสั่งระงับการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ การดำเนินการเพื่อถอดถอนปริญญา การตั้งกรรมการสอบแบบปิดลับ การเคลื่อนไหวโจมตีของสมาคมและเครือข่ายต่างๆ อาทิ สถาบันทิศทางไทย กลุ่มจุฬาฯพิทักษ์ธรรม มาจนกระทั่งการฟ้องร้องคดีแพ่งของตัวแทนราชสกุลรังสิตต่อนายณัฐพลผู้เขียน รศ.ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ &amp;nbsp;และสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันผู้ตีพิมพ์เผยแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการ 239 คน นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 25 คน และบุคคลในสาขาอาชีพอื่นอีก 15 คน ดังมีรายชื่อข้างท้ายจดหมายฉบับนี้รู้สึกกังวลใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการตั้งแต่ต้นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และขอเสนอข้อคิดเห็นประกอบการพิจารณาและตัดสินใจของผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้มีอำนาจหน้าที่ในกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ความบริสุทธิ์ใจและจรรยาบรรณทางวิชาการของผู้เขียน &amp;mdash; นับตั้งแต่ที่ศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร ได้ทำหนังสือถึงบัณฑิตวิทยาลัยแจ้งปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อเท็จจริงในวิทยานิพนธ์ในปี 2561 นายณัฐพล ผู้เขียนมิได้นิ่งนอนใจหรือบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยง แต่ได้ตรวจสอบเอกสาร ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และขอปรับแก้ข้อความที่ผิดพลาดดังกล่าวในทันที &amp;nbsp;แต่ตามระเบียบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การแก้ไขวิทยานิพนธ์ที่ได้รับอนุมัติแล้วจะกระทำมิได้ กระนั้นเมื่อสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันตีพิมพ์หนังสือ ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี ซึ่งนายณัฐพลเรียบเรียงปรับปรุงมาจากวิทยานิพนธ์ของตน นายณัฐพลก็ได้แก้ไขจุดผิดพลาดที่ศาสตราจารย์ไชยันต์ท้วงติงด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ข้อเท็จจริงตามลำดับข้างต้นนี้ชี้ให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจและความรับผิดชอบทางวิชาการของผู้เขียนที่จะแก้ไขความผิดพลาดทั้งในวิทยานิพนธ์และหนังสือที่ตีพิมพ์ในภายหลัง ฉะนั้น การตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล จึงเป็นการกระทำที่ไม่ได้สัดส่วนกับความผิดพลาดที่นายณัฐพลได้แก้ไขตามข้อท้วงติงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. น้ำหนักของความผิด และผลกระทบต่อข้อเสนอของงานวิจัย &amp;mdash; &amp;nbsp;ในการให้สัมภาษณ์หลายกรรมหลายวาระของศาสตราจารย์ไชยันต์ รวมถึงในข้อเขียนของบุคคลต่าง ๆ และล่าสุดคือคำฟ้องของตัวแทนราชสกุลรังสิต ล้วนกล่าวไปในทางเดียวกันว่านายณัฐพลปั้นแต่งความเท็จในวิทยานิพนธ์ของตนว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร แทรกแซงการเมืองโดยเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี อันเป็นการหยิบยกความผิดพลาดเพียงประเด็นเดียวมาโจมตีและขยายผลเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล ซ้ำร้ายยังเป็นความผิดพลาดที่นายณัฐพลได้ยอมรับและแก้ไขแล้วในหนังสือ &amp;quot;ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี&amp;quot; แล้ว แต่ไม่สามารถทำได้ในวิทยานิพนธ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญไปกว่านั้นคือความผิดพลาดในการอ้างอิงและการตีความไม่ได้ผันแปรโดยตรงกับสาระสำคัญหรือข้อเสนอหลักของวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล อันที่จริงแล้วกระทั่งงานวิชาการจำนวนมากของนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากลก็พบข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนเช่นกัน เช่น งานของ Fernand Braudel และ Edward Said ทว่าตราบเท่าที่ข้อผิดพลาดเหล่านั้นไม่ได้กระทบต่อข้อเสนอหลักของงานวิชาการ งานเหล่านั้นก็ยังทรงพลังทางปัญญาอยู่จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้การประเมินสาระสำคัญหรือข้อเสนอหลักของงานทางวิชาการไม่สามารถทำได้ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิงเท่านั้น เพราะข้อความในวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพลเป็นผลของการตีความหลักฐานและการใช้เหตุผล การพิจารณาว่าข้อความในวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพลในกรณีนี้ผิดพลาดหรือไม่จึงไม่สามารถใช้วิธีการเทียบคำต่อคำในระหว่างวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพลและหลักฐานที่นายณัฐพลอ้างอิง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่าการประเมินสาระสำคัญหรือข้อเสนอหลักของงานทางวิชาการต้องการความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของงานเขียนทางวิชาการ รวมถึงความเข้าใจที่ว่าความรู้ทางวิชาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งที่เป็นผลมาจากแสวงหาและการสั่งสมความรู้ผ่านกระบวนการค้นคว้า พิสูจน์ตรวจสอบ ยืนยันและหักล้างข้อเท็จจริง และเป็นผลมาจากการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางวิชาการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโยงเรื่องวิชาการกับการล้มล้างสถาบันและกล่าวหาว่านายณัฐพลว่ามีเจตนาบิดเบือนหลักฐาน จึงเป็นผลของอคติส่วนตัวและความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมืองของผู้ตรวจสอบ ทั้งๆ ที่วิทยานิพนธ์และหนังสือของนายณัฐพลไม่ได้เสนอหรือแม้แต่ชี้นำให้มีการยกเลิกหรือล้มล้างสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด การโจมตีและโฆษณาขยายผลเช่นนี้จึงไม่เป็นธรรมต่อนายณัฐพลอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เสรีภาพทางวิชาการ - การดำเนินการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ผ่านมาหาได้ทำให้การค้นคว้าวิจัยทางวิชาการรัดกุมยิ่งขึ้นไม่ ในทางตรงกันข้ามสิ่งนี้สร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ โดยเฉพาะในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและสถาบันกษัตริย์ ซึ่งจะกระทบต่อการวิจัยด้านไทยศึกษาทั้งในและต่างประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยควรมีจุดยืนที่แน่วแน่และชัดเจนในการรักษาและส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการของสมาชิกประชาคมทางวิชาการในระดับอุดมศึกษาทั้งของอาจารย์และนิสิต อันได้แก่เสรีภาพในการเรียนการสอนและการอภิปรายถกเถียง เสรีภาพในการดำเนินการวิจัยและการเผยแพร่และการตีพิมพ์ผลการวิจัย เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างอิสระเกี่ยวกับสถาบันหรือระบบที่ตนทำงานและศึกษาอยู่ และเสรีภาพจากการเซ็นเซอร์เชิงสถาบัน ไม่โอนอ่อนไปตามกระแสสังคมและแรงกดดันจากกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปี 2564 ของ Quacquarelli Symonds (QS) หรือ QS World University Rankings 2021 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับที่ 208 แต่หากนำดัชนีเสรีภาพทางวิชาการ (Academic Freedom Index, AFi) ประจำปี 2564 ของไทยที่จัดทำโดย Global Public Policy Institute (GPPI) และ Scholars at Risk Network มาร่วมคำนวณด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยไทยโดยรวมจะมีคะแนนรวมลดลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการที่ดีต่างรู้ดีว่าความผิดพลาดในงานวิชาการเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และไม่ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการหากไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอย่างเช่นการโจรกรรมหรือลักลอกงานวิชาการ (plagiarism) การสร้างข้อมูลหรือผลการทดลองที่ไม่มีอยู่จริง หรือการบิดเบือนแก้ไขผลการทดลองเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานของงานวิจัย ด้วยเหตุนี้ ความผิดพลาดอื่นใดในการอ้างอิง การอ่านตีความหลักฐาน หรือการใช้เหตุผล จึงต้องไม่นำไปสู่ความผิดทางวินัยและอาญาใด ๆ การตรวจสอบความผิดพลาดดังกล่าวพึงกระทำด้วยมาตรการทางวิชาการ เช่น การวิพากษ์วิจารณ์และการโต้เถียงทักท้วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ควรละเมิดมาตรฐานและจรรยาบรรณนี้ เพราะนั่นจะนำความเสื่อมเสียมาสู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสายตาประชาคมทางวิชาการไทยและสากล &amp;nbsp;
อาศัยเหตุอันได้แสดงมาโดยลำดับ พวกเราจึงขอเรียนมายังท่านเพื่อโปรดพิจารณายุติการสอบสวนกรณีวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล ใจจริง เพื่อธำรงเกียรติภูมิแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ&amp;nbsp;
ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายชื่อนักวิชาการ
1. &amp;nbsp;ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ &amp;nbsp;คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. &amp;nbsp;ศ. (พิเศษ) ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ &amp;nbsp;อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;
3. ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
4. ศ.ดร.ทักษ์ เฉลิมเตียรณ Graduate school &amp;nbsp;Cornell University
5. ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ &amp;nbsp;อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
6. ศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7. ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
8. ศ.บาหยัน &amp;nbsp;อิ่มสำราญ นักวิชาการอิสระ&amp;nbsp;
9. ศ.สรวิศ ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10. ศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
11. ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
12. ศ. (เกียรติคุณ) ดร. อานันท์ กาญจนพันธุ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
13. รศ.ขวัญชีวัน บัวแดง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
14. รศ. ดร.จักรกริช สังขมณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
15. รศ.ฉลอง สุนทราวณิชย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
16. รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล นักวิชาการ&amp;nbsp;
17. รศ.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
18. รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ นักประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
19. รศ.ดร.นงเยาว์ เนาวรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
20. รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
21. รศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
22. รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
23. รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp;
24. รศ.ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
25. รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
26. รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
27. รศ.ดร.พิเชฐ แสงทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
28. รศ.ดร.แพร จิตติพลังศรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
29. รศ.ดร.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
30. รศ.มนตรา พงษ์นิล คณะรัฐศาสตร์และ&amp;nbsp;สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
31. รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร &amp;nbsp; คณะสังคมวิทยาและ &amp;nbsp;
มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
32. รศ.ดร.วริตตา ศรีรัตนา ภาควิชาภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
33. รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์&amp;nbsp;คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
34. รศ.ดร.วิศรุต พึ่งสุนทร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
35. รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
36. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
37. รศ.ดร.สิทธิพล เครือรัฐติกาล วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
38. รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
39. รศ.ดร. สามชาย ศรีสันต์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
40. รศ.ดร. สมชาย ปรีชาศิลปกุล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะนิติศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
41. รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
42. รศ.ดร.อภิชาติ สถิตนิรมัย &amp;nbsp;คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
43. รศ.อภิญญา เวชยชัย อดีตอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
44. รศ.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว นิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
45. รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ &amp;nbsp;นักวิชาการ&amp;nbsp;
46. ผศ.ดร.กนกรัตน์ สถิตนิรามัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
47. ผศ.กิตติกาญจน์ หาญกุล วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
48. ผศ.กุสุมา กูใหญ่ วิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
49. ผศ. ดร. กนิษฐ์ ศิริจันทร์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
50. ผศ.ดร. เกษม เพ็ญภินันท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
51. ผศ.คงกฤช ไตรยวงค์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
52. ผศ.คมกฤช &amp;nbsp;อุ่ยเต็กเค่ง คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
53. ผศ.ดร.คารินา โชติรวี นักวิชาการ&amp;nbsp;
54. ผศ.ดร.คำแหง วิสุทธางกูร อดีตอาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
55. ผศ.ดร.ชาญณรงค์ &amp;nbsp;บุญหนุน คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
56. ผศ.ดร.ชาติชาย มุกสง ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
57.ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ &amp;nbsp;คณะสังคมศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
58. ผศ.ดร.ซัมซู &amp;nbsp;สาอุ คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
59. ผศ.ณัฐพล โสตถิรัตน์วิโรจน์ สำนักการศึกษาทั่วไป สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
60. ผศ.ดร.ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
61. ผศ.ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
62. ผศ.ดร. พศุตม์ ลาศุขะ คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
63. ผศ.ดร. วิลลา วิลัยทอง อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
64. ผศ.ดร.เดโชพล เหมนาไล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
65. ผศ.ดร.โดม ไกรปกรณ์&amp;nbsp;คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
66. ผศ.ดร.ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
67. ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ&amp;nbsp;คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
68. ผศ.ดร.ธนศักดิ์ สายจำปา สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
69. ผศ.ดร.ธนาวิ โชติประดิษฐ สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
70. ผศ.ดร. ธนเดช เวชสุรักษ์ University of Rhode Island
71. ผศ.ดร.ธิกานต์ ศรีนารา ภาควิชาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
72. ผศ. ธนิต โตอดิเทพย์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา&amp;nbsp;
73. ผศ.ธีรวัฒน์ ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
74. ผศ.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
75. ผศ.นวัต เลิศแสวงกิจ ทัศนศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
76. ผศ.ดร.นัทมน คงเจริญ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
77. ผศ.นาตยา อยู่คง คณะอักษรศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยศิลปากร
78. ผศ.ดร.บัณฑิต ไกรวิจิตร สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
79. ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมวิทยาและ &amp;nbsp;มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
80. ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
81. ผศ.ดร. ประเสริฐ แรงกล้า คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
82. ผศ.ปิยชาติ สึงตี สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
83. ผศ.ปิยวัฒน์ คงทรัพย์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัยวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์
84. ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
85. ผศ.ดร.พงษ์ธร วราศัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
86. ผศ.พชรวรรณ บุญพร้อมกุล คณะศิลปศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
87. ผศ.ดร.พนิดา อนันตนาคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
88. ผศ.ดร.พรใจ &amp;nbsp;ลี่ทองอิน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
89. ผศ.พัทธจิต ตั้งสินมั่นคง &amp;nbsp;School of Social Sciences &amp;nbsp;Waseda University
90. ผศ.พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ สาขาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
91. ผศ.ดร. พินัย สิริเกียรติกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
92. ผศ.พิพัฒน์ สุยะ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
93. ผศ.พุฑฒจักร สิทธิ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง&amp;nbsp;
94. ผศ.ดร.ภาสกร อินทุมาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
95. ผศ.ดร.มาลินี &amp;nbsp;คุ้มสุภา การเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
96. ผศ.มูนีเราะฮ์ ยีดำ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา
97. ผศ.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
98. ผศ.ยอดพล เทพสิทธา ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
99. ผศ.ดร.เยาวนิจ กิตติธรกุล การจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
100. ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;
101. ผศ.ดร.ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสต
102. ผศ.วรรณภา ลีระศิริ คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
103. ผศ.วราภรณ์ เรืองศรี สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
104. ผศ.วิทยา อาภรณ์ สาขาวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
105. ผศ.ดร.วิทัศน์ &amp;nbsp;ฝักเจริญผล คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
106. ผศ.ดร.วินัย ผลเจริญ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
107. ผศ.วิระพงศ์ จันทร์สนาม คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
108. ผศ.วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล การพัฒนาชุมชน / มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
109. ผศ.วิสิฏฐ์ คิดคำส่วน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม
110. ผศ.วีรบูรณ์ วิสารทสกุล วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
111. ผศ.ดร.ศรันย์ &amp;nbsp;สมันตรัฐ ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
112. ผศ.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp; คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
113. ผศ.ศุภวิทย์ ถาวรบุตร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
114. ผศ.ดร.สร้อยมาศ รุ่งมณี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
115. ผศ.ดร.สิงห์ สุวรรณกิจ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
116. ผศ.สิทธารถ ศรีโคตร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
117. ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
118. ผศ.สุรพศ ทวีศักดิ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
119. ผศ.สุรัช คมพจน์ หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
120. ผศ.สุวิมล รุ่งเจริญ อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
121. ผศ.ดร.เสาวณิต จุลวงศ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
122. ผศ.เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ &amp;nbsp;คณะศิลปศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
123. ผศ.หทยา &amp;nbsp;อนันต์สุชาติกุล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
124. ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล คณะครุศาสตร์ &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
125. ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
126. ผศ.อริน เจียจันทร์พงษ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
127. ผศ.อัครยา สังขจันทร์ คณะมนุษยศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
128. ผศ.ดร.อัมพร หมาดเด็น สาขาวิชาศึกษาทั่วไป สำนักวิชาพหุภาษาและการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
129. ผศ.อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ สาขาวิชาทัศนศิลป์และมีเดียอาร์ต มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
130. ผศ.อาจินต์ ทองอยู่คง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
131. ผศ ดร.อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
132. ผศ.ดร.เอกพลณัฐ ณัฐพัทธนันท์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
133. Assistant Professor Connie Carter Social sciences &amp;nbsp;California University
134. Assistant Professor Penchan Phoborisut Communication&amp;nbsp;California State University-Fullerton
135. อาจารย์ ดร.กรพินธุ์ พัวพันสวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
136. อาจารย์กริช ภูญียามา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
137. อาจารย์กรวิทย์ ออกผล &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา
138. อาจารย์ ดร.กฤษณ์พชร โสมณวัตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
139. อาจารย์ ดร.กัลยา เจริญยิ่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
140. อาจารย์กิติมา ขุนทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
141. อาจารย์ ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
142. อาจารย์ ดร.จักรพันธ์ แสงทอง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
143. อาจารย์คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
144. อาจารย์คมลักษณ์ ไชยยะ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
145. อาจารย์เคท ครั้งพิบูลย์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
146. อาจารย์งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;
147. อาจารย์จิรธร สกุลวัฒนะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
148. อาจารย์จิรายุทธ์ สีม่วง คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา&amp;nbsp;
149. อาจารย์จีรพล &amp;nbsp;เกตุจุมพล ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
150. อาจารย์ชัชวาล บุญปัน อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
151. อาจารย์ชนกนันท์ ปิ่นตบแต่ง เทคโนโลยีภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&amp;nbsp;
152. อาจารย์ ดร. ชัยพงษ์ สำเนียง ภาควิชาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
153. อาจารย์ฑภิพร สุพร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
154. อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี คณะศิลปศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนครพนม
155. อาจารย์ ดร.ณรุจน์ วศินปิยมงคล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
156. อาจารย์ณัฐพล พินทุโยธิน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
157. อาจารย์ ดร.ณัฐรุจ วงศ์ทางสวัสดิ์ สาขาการเมืองการปกครอง ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp;
158. อาจารย์ณิชภัทร์ กิจเจริญ &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
159. อาจารย์ ดร.ณีรนุช แมลงภู่ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
160. อาจารย์ ดร. ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ &amp;nbsp; นักวิชาการ New York University-Abu Dhabi &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
161. อาจารย์ ดร.ตฤณ ไอยะรา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
162. อาจารย์ตามไท ดิลกวิทยรัตน์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
163. อาจารย์ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง คณะสังคมวิทยาและ มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
164. อาจารย์ทสิตา สุพัฒนรังสรรค์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
165. อาจารย์ทวีป มหาสิงห์ รัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
166. อาจารย์ธนพงศ์ จิตต์สง่า ภาควิชาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง
167. อาจารย์ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
168. อาจารย์ธนสักก์ เจนมานะ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
169. อาจารย์ธนรัตน์ มังคุด สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
170. อาจารย์ ดร.ธนาพล ลิ่มอภิชาต ภาควิชาประวัติศาสตร์คณะอักษรศาสตร์ &amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
171. อาจารย์ธนัท ปรียานนท์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
172. อาจารย์ธวัช มณีผ่อง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&amp;nbsp;
173. อาจารย์ธีระพล อันมัย สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
174. อาจารย์ ดร.ธิดารัตน์ ศักดิ์วีระกุล วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
175. อาจารย์ธิติมา ทองศรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
176. อาจารย์ธิบดี บัวคำศรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
177. อาจารย์นฤมล กล้าทุกวัน สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
178. อาจารย์นราสิทธิ์ วงษ์ประเสริฐ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
179. อาจารย์เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
180. อาจารย์ ดร.บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
181. อาจารย์ ดร.ประกีรติ สัตสุต คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
182. อาจารย์ปฐม ตาคะนานันท์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรามคำแหง
183. อาจารย์ ดร.ปราการ อุณจักร ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
184.อาจารย์ปราการ กลิ่นฟุ้ง ภาควิชาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยรามคำแหง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
185. อาจารย์ปราโมทย์ ระวิน คณะมนุษยศาสตร์และ&amp;nbsp;สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
186. อาจารย์ปวงชน อุนจะนำ ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
187. อาจารย์ปัญจเวช บุญรอด คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสยามสารสนเทศ
188. อาจารย์ปวินท์ ระมิงค์วงศ์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยพะเยา
189. อาจารย์ปิง วิชัยดิษฐ คณะมนุษยศาสตร์ &amp;nbsp;และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
190. อาจารย์ปฤณ เทพนรินทร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม &amp;nbsp;
191. อาจารย์พรรณพิมล นาคนาวา คณะนิเทศศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
192. อาจารย์พฤกษพรรณ บรรเทาทุกข์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
193. อาจารย์ ดร.พลอยใจ ปิ่นตบแต่ง ภาคปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
194. อาจารย์พลอย ธรรมาภิรานนท์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
195. อาจารย์ ดร.พัชราภา ตันตราจิน คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
196. อาจารย์เพ็ญศรี พานิช รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
197. อาจารย์ ดร. พรรษาสิริ กุหลาบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
198. อาจารย์ ดร.ภรพัสุ ศิริคุรุรัตน์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
199. อาจารย์ ดร.ภาณุ ตรัยเวช คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
200. อาจารย์ภาวิน มาลัยวงศ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
201. อาจารย์มิ่ง ปัญหา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
202. อาจารย์ยศวีร์ &amp;nbsp;ดวงจิตต์เจริญ มหาวิทยาลัยบูรพา
203. อาจารย์รจเรศ ณรงค์ราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
204. อาจารย์เรวัตร หินอ่อน ภาควิชาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะสังคมศาสตร์ &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
205. อาจารย์ ดร.วันรัก สุวรรณวัฒนา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
206. อาจารย์ ดร.วิญญู อาจรักษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
207. อาจารย์วิชยา ปิดชามุก คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
208. อาจารย์วุฒิชัย นาคเขียว คณะมนุษย์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
209. อาจารย์ ดร.วงอร พัวพันสวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
210. อาจารย์ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ สาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
211. อาจารย์ศาสวัต บุญศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร
212. อาจารย์ศุภสุตา ปรีเปรมใจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
213. อาจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
214. อาจารย์สรพจน์ เสวนคุณากร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
215. อาจารย์สัญญา ชีวะประเสริฐ ประวัติศาสตร์/สังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
216. อาจารย์สายชล ปัญญชิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
217. อาจารย์ ดร.สาลาม๊ะ หลงสะเตียะ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
218. อาจารย์ ดร.สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์ ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
219. อาจารย์ ดร.สมิทธิรักษ์ จันทรักษ์ &amp;nbsp;นักวิชาการอิสระ
220. อาจารย์สิริเดช วังกรานต์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศิลปากร
221. อาจารย์สุริยาพร เอี่ยมวิจิตร์ ภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปะศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
222. อาจารย์ ดร. สุริยา คำหว่าน นักวิชาการอิสระ
223. อาจารย์สุวัสดี โภชน์พันธุ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
224. อาจารย์สุไรนี สายนุ้ย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
225. อาจารย์อมต จันทรังษี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
226. อาจารย์อรรณนพ ชินตะวัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
227. อาจารย์ ดร.อันธิฌา แสงชัย คณะมนุษย์ศาสตร์และ &amp;nbsp;สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
228. อาจารย์อิสร์กุล อุณหเกตุ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
229. อาจารย์อุเชนทร์ เชียงเสน หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
230. อาจารย์อสมา &amp;nbsp;มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;วิทยาเขตปัตตานี
231. Senior Lecturer Chavalin Svetanant Faculty of Arts Macquarie University
232. &amp;nbsp;ดร.บวรวิทย์ มะลิวัลย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
233. ดร.อาสา คำภา นักวิจัยชำนาญการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
234. ชัยชาญ ปรางค์ประทานพร นักวิจัยรับเชิญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
235. วารุณี โอสถารมย์ นักวิจัยชำนาญการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
236. ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการอิสระ&amp;nbsp;
237. สมฤทธิ์ ลือชัย &amp;nbsp;นักวิชาการอิสระ โครงการอุษาคเนย์ศึกษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;
238. อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
239. กึกก้อง เสือดี สาขาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายชื่อนิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
1. กนิษฐ์ วิเศษสิงห์ คณะอักษรศาสตร์ &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช Ph.D. Candidate Graduate School of Asian and &amp;nbsp;African Areas Studies &amp;nbsp;(ASAFAS), Kyoto University
3. ขวัญระวี วังอุดม นักษาปริญญาเอก Counselling, Psychotherapy &amp;nbsp;and Applied Social Science University of Edinburgh&amp;nbsp;
4. จรัสศรี สมตน ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp;
6. ชยุตม์ ชำนาญเศรษฐ นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาความสัมพันธ์ &amp;nbsp;ระหว่างประเทศ University of Aberdeen &amp;nbsp;
7. ณัฐกมล โตวนิชย์ Universit&amp;eacute; Paris-Saclay, &amp;nbsp;France
8. ธณัฏฐพล ฉายรัศมี นักศึกษาคณะสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สงเคราะห์ศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;9. ปราน จินตะเวช นักศึกษาปริญญาเอก Graduate School of Asia- Pacific Studies, Waseda &amp;nbsp;University
10. ปราชญ์ ปัญจคุณาธร นักศึกษาปริญญาเอก Stanford University
ภาควิชาปรัชญา
11.พัชรพงศ์ กุลกาญจนาชีวิน นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยศิลปากร
12. ภาวิณี คงฤทธิ์ &amp;nbsp;นักศึกษาสาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;
13. โมโตกิ ลักษมีวัฒนา นักศึกษาปริญญาเอกบัณฑิตวิทยาลัยเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยวาเซดะ
14. รณฤทธิ์ มณีพันธุ์ นิสิตวรรณคดีเปรียบเทียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
15. วรินทร์ สิงหเสมานนท์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;
16. วิเชียร อันประเสริฐ หลักสูตรพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
คณะศิลปศาสตร์
17. วิภพ หุยากรณ์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คณะศิลปศาสตร์
18. วิภัส เลิศรัตนรังษี นักศึกษาปริญญาเอก &amp;nbsp;สาขาประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;คณะศิลปศาสตร์ &amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
19. วิราวรรณ นฤปิติ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ ภาควิชา
ประวัติศาสตร์ ปรัชญาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
20. สุรัตน์ สกุลคู &amp;nbsp;นักศึกษาสาขาวิชาประวัติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
21. อกนิษฐ์ หอรัตนคุณ นักศึกษาปริญญาเอก McGill University
ภาควิชารัฐศาสตร์
22. อติเทพ ไชยสิทธิ์ นักศึกษาปริญญาเอก สถาบันคูรีย์ (Institut Curie),&amp;nbsp;
ภาควิชาฟิสิกส์เคมี ฝรั่งเศส
23. อนุชา สุรีย์ฉาย นักศึกษาปริญญาโทสาขาวิชาประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
24. อนุสรณ์ ชัยอักษรเวช นักศึกษาปริญญาเอก Graduate School of Asia-Pacific Studies, Waseda University
25. อาทิตย์ ศรีจันทร์ นิสิตปริญญาเอกภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ&amp;nbsp;
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
รายชื่อสาขาอาชีพอื่น ๆ
1.คาลิล พิศสุวรรณ&amp;nbsp;
2. ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา &amp;nbsp;ศิลปินนักวาดภาพประกอบ ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์
3. ชานันท์ ยอดหงษ์ &amp;nbsp;นักเขียนนักวิชาการอิสระ
4. ณภัค เสรีรักษ์ นักวิจัยอิสระ &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5.ธนพงษ์ โสดานา ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา &amp;nbsp; และนิติศาสตร์
6. พรพนา ก๊วยเจริญ ทำงานภาคประชาสังคม
7.พงศ์เพชร โนจิต รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยพะเยา
8. พรวดี ศิริวัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
9. ปิยนุช โคตรสาร Amnesty International Thailand&amp;nbsp;
10. ปิยวัฒน์ สีแตงสุก อดีตนิสิตปริญญาโทสาขาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
11. วรวุฒิ ศักดิ์สุริยผดุง สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ (ศิษย์เก่า)&amp;nbsp;
12. วรยุทธ มูลเสริฐ อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. สุชาติ สวัสดิ์ศรี &amp;nbsp;นักเขียน &amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติ
14. สุชาดา จักรพิสุทธิ์ &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิ (TCIJ)
15. สุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส Human Rights Watch&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล ใจจริง, นายกสภาจุฬาฯ, วิทยานิพนธ์, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, เสรีภาพทางวิชาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d9920ae3b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039; ไล่บี้จุฬาฯแจงปล่อยนักวิชาการแพร่เอกสารวิทยานิพนธ์เท็จ-จาบจ้วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) มีเนื้อหาดังนี้ และแล้วความชั่วร้ายของพวกคิดล้มเจ้า ก็ถูกเปิดโปง&amp;nbsp;๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ได้ชมคลิปของศาสตราจารย์ ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เจ้าตั้มส่งมาให้ดู
ทำให้รู้ถึงความชั่วร้ายของคนที่เรียกตนเองว่าเป็นปัญญาชน มีดีกรีระดับด็อกเตอร์ จะกล้าทำวิทยานิพนธ์ที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นเท็จถึง ๓๑ ประเด็น ที่ปรากฏอยู่ในวิทยานิพนธ์มาตั้งแต่ปี พศ.๒๕๕๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และด้วยวิทยานิพนธ์ชื่อ &amp;ldquo;ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ&amp;rdquo; ของคนที่ชื่อ ดร.ณัฐพล ใจจริง เล่มนี้นี่แหละได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่พวกเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำมากล่าวอ้างใช้เป็นเครื่องมือ ทิ่มแทงสถาบันพระมหากษัตริย์ มาตั้งแต่องค์พ่อหลวง ร.๙ จนถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง นายด็อกเตอร์กำมะลอ คนนี้นี่แหล่ะ ยังนำข้อมูลเท็จของตน ออกเดินสายไปขึ้นเวทีเสวนาวิชาการให้แก่นักศึกษา และประชาชน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันพุธที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ซึ่งจัดโดยภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเรื่องโกหก เรียกว่าโกหกจนคิดว่าเป็นเรื่องจริง&amp;nbsp;ทั้งยังเดินสายโชว์เท็จ ไปในมหาวิทยาลัยต่างๆอีกหลายเวที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกว่าในประเทศคือ ด็อกเตอร์ปลวก กับพรรคพวก นอกประเทศก็มีนักวิชาการปลวกอย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์&amp;nbsp;มนุษย์ปลวกพวกนี้ ทำงานสอดประสานกันทั้งในและนอกประเทศอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมาอย่างยาวนาน จนสามารถล้างสมองลูกไทย ให้ตกเป็นทาสได้อย่างที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่น่าแปลกใจก็คือ เมื่อสภามหาวิทยาลัยจุฬาฯทราบเรื่องนี้ แทนที่จะเพิกถอนปริญญาเอกของด็อกเตอร์กำมะลอคนนี้ กับเว้นระยะเพิกเฉย ปล่อยให้เอกสารวิทยานิพนธ์เท็จนี้ เผยแพร่ไปทั่วโลก จนสร้างความเสียหายให้แก่สถาบันในวงกว้าง แม้ในปัจจุบัน ก็ยังมีวางขายกันเกร่อตามร้านหนังสือทั่วไป แต่เปลี่ยนแค่ปกและชื่อเท่านั้น แถมมีนายทุนใหญ่อย่าง &amp;ldquo;ฟ้าเดียวกัน&amp;rdquo; จัดพิมพ์ โปรโมทให้อีกต่างหาก
เช่นนี้จะไม่ให้คนเขาเข้าใจว่า ขบวนการล้มเจ้ามันเกิดมาจากในรั้วของสถาบันการศึกษาชั้นนำของชาติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด นั่นก็แสดงว่า ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในมหาวิทยาลัย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจต่อการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์ มาตั้งแต่ครั้งเมื่อองค์พ่อหลวง ร.๙ ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ประชาชนผู้มีหัวใจจงรักภักดี คงจะปล่อยเฉยไปไม่ได้ หากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ยังมีพฤติกรรมเป็นปรปักษ์ต่อการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นนี้ถือว่า เข้าข่ายฐานความผิดอาญา มาตรา ๑๑๒ รวมทั้งด็อกเตอร์ปลวก ที่คอยกัดแทะเสาหลักของประเทศนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, พุทธะอิสระ, ล้มล้างสถาบัน, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3f23dc11ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชาธิปไตย  กับสถาบันกษัตริย์ไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ใต้ รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคลื่อนไหวนัดชุมนุมของม็อบสามนิ้วยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้วนับแต่เริ่มชุมนุมใหญ่เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยล่าสุดคือการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันแกนนำคณะราษฎร 2563 ยืนยันจะเดินหน้าจัดชุมนุมต่อไปเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้จะมีการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับแกนนำผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุมวิเคราะห์สถานการณ์การชุมนุมต่อจากนี้ รวมถึงความเห็นต่อข้อถามที่ว่า จนถึงขณะนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมีการปรับตัวอย่างไรกับบริบททางสังคมการเมืองของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในทัศนะของ ศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นนักวิชาการที่เขียนหนังสือและบทความออกมาต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องการเมืองการปกครองและสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งของประเทศไทยและหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อาทิ เรื่อง ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็นงานวิชาการของสถาบันพระปกเกล้าเมื่อปี 2562 ซึ่งความเห็นของนักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มีรายละเอียดดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ไชยันต์ เริ่มต้นที่การมองความเคลื่อนไหวของการชุมนุมเวลานี้ว่า นับแต่การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อ 10 ส.ค. จนถึงปัจจุบัน โดยการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ซึ่งแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ ตอนนั้นสื่อก็มาถามว่าเข้าข่ายล้มล้างสถาบันหรือไม่ ผมก็ให้ความเห็นตอนนั้นว่าไม่เข้าข่ายการล้มล้างสถาบัน แต่เป็นข้อเสนอที่ต้องการลดทอนพระราชอำนาจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกข้อจะสามารถทำได้ เพราะบางข้อเรียกร้องจะพบว่าในระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้ รธน.ทั่วโลกเขาก็ยังคงมีไว้ เช่น การฟ้องร้องต่างๆ จะทำไม่ได้ แต่ก็มีเงื่อนไขว่าประเด็นที่ฟ้องร้องไม่ได้ ก็คือประเด็นเกี่ยวกับพระปรมาภิไธย เกี่ยวกับเรื่องที่ฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการทำเรื่องมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากวันนั้นมาถึงวันนี้ข้อเรียกร้องดังกล่าวดูเหมือนจะกลายเป็นฐานที่จะก้าวไปสู่การขยับเพดานมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนคนบางส่วนมองว่าสิบข้อที่เคยประกาศ น่าจะเป็นเจตนาแอบแฝงที่ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งผมก็ยังยืนยันว่า 10 ข้อที่เคยเรียกร้องไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน แต่ว่าพฤติกรรมและการแสดงออกในการชุมนุมดูเหมือนว่าไม่ได้เห็น คุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกต่อไปแล้ว มีการด้อยค่า ไม่เห็นความสำคัญ และกล่าวหาอะไรที่ในแง่หนึ่งมันคือการหมิ่นประมาท รุนแรง และกลับกลายเป็นว่าดูเหมือนเป้าหมายที่ต้องการจริงๆ คือเจตนาต้องการอยากจะยั่วยุให้เกิดการใช้กำลังจากฝ่ายรัฐบาล หรือยั่วยุให้เกิดการใช้กำลังจากประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง อันนี้น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเขา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เขาต้องการให้เกิดการใช้ความรุนแรง ให้มีการใช้กำลังกับพวกเขา การชุมนุมบางครั้งก็อยู่ในระเบียบ บางครั้งก็ไม่อยู่ในระเบียบ ไม่แจ้งตำรวจก่อนหน้าการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ หรือบางทีก็แจ้ง และแสดงออกอย่างท้าทาย คือข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ก็จะยังเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุม แต่ดูเหมือนต้องการจะให้เกิดสถานการณ์ สร้างสถานการณ์ให้มีการกระทำต่อเขา เพราะถ้ามีการใช้กำลัง มีการใช้ความรุนแรงก็จะได้กล่าวหาว่าสถาบันอยู่เบื้องหลังการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรง ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีวาทกรรมในเรื่องเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ก็มีความพยายามทำให้สิ่งที่พวกอดีตแกนนำนักศึกษาตอนช่วง 6 ตุลาคม 2519 พยายามจะอธิบายเหตุการณ์ตอนนั้นว่าสถาบันอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ เช่นที่มีตำรวจบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาต้องการยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมันก็เกิดขึ้นอีก ซึ่งมันน่าจะมีสาเหตุและผู้สั่งการชุดเดียวกัน คือเป็นเรื่องของอิทธิพลของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะถ้าเกิด โลกทั้งโลกก็จะเพ่งมองมีการทำอะไรเกิดขึ้นกับคนที่ออกมาแค่เรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ให้มีการแก้กฎหมาย แล้วทำไมต้องทำรุนแรง และสร้างภาพว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีการกล่าวหาว่ามีการอุ้มฆ่า มีการกล่าวหาว่าทารุณโหดร้าย ที่มีการไปสร้างภาพกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดการใช้กำลัง เขาก็พยายามจะบอกตรงนั้น ก็คือเป็นการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือว่าถ้ารัฐบาลไม่ได้ลงมือเอง แต่เกิดการตีกัน จนที่สุดรัฐบาลคุมไม่ได้แล้วเกิดรัฐประหาร ก็จะออกมาบอกว่าเห็นไหมที่สุดแล้วก็ลงเอยด้วยการทำรัฐประหาร แล้วก็จะบอกว่าเป็นการรวบอำนาจ การไม่ยอมรับการปฏิรูปสถาบัน แล้วก็มาลงเอยด้วยการทำรัฐประหาร จนกลายเป็นวังวนที่ทำให้ประเทศไทยมีปัญหา สถาบันมีปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สถานการณ์หลังจากนี้ประเมินแล้วเป็นอย่างไร บางฝ่ายเช่นกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมก็บอกว่าอาจเกิดรัฐประหาร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าลืมว่าตอนก่อนรัฐประหารปี พ.ศ.2549 และปี 2557 สถานการณ์ก่อนหน้ารัฐประหารคนออกมาร่วมชุมนุมกันมหาศาล อย่างเช่นก่อนชุมนุมใหญ่พันธมิตรฯ วันที่ 20 กันยายน 2549 ก็มีข่าวว่าจะมีมือที่สาม จะมีการขนมวลชนจากทางภาคเหนือและพวกป่าไม้เข้ามาในกรุงเทพมหานคร ส่วนปี 2557 ก็มีกลุ่มมวลชน 2 กลุ่ม (กปปส.-นปช.) ที่พร้อมจะปะทะกัน โดยระหว่างนั้นที่ กปปส.มีการชุมนุม ก็มีเรื่องของการที่มีข่าวการทำร้ายกันและกัน แต่สำหรับปัจจุบันปี 2563 เงื่อนไขที่ว่าจะมีการรัฐประหารมันไม่มี เพราะอาจมีการปะทะกันบ้าง แต่ก็ยังเล็กน้อย ยังไม่ถึงขั้นคนจำนวนมากออกมาตีกันเองกลางเมือง จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันเรื่องจะมีรัฐประหารหรือไม่ ต้องดูด้วยว่าคนในสังคมไทยมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ถ้ายังเปราะบางเหมือนเดิม เช่น มีการชุมนุมแล้วมีการพูดจาจาบจ้วงสถาบัน จนคนทนไม่ได้ จนออกไปตีกัน หรือทนไม่ได้แล้ว เลยเรียกร้องให้รัฐบาลทำให้เกิดความสงบเสียที ถ้าอารมณ์เปราะบางขนาดนี้ มันก็จะไปกดดันให้รัฐบาลต้องทำ ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุม สำหรับเขาแล้ว หากจะเกิดการปะทะหรือเกิดรัฐประหาร ถือว่า win-win ทั้งนั้น เพราะความชอบธรรมจะอยู่ที่ฝ่ายเขามากกว่าจะไปอยู่ที่ฝ่ายที่ไปตีพวกผู้ชุมนุม หรือฝ่ายรัฐบาลที่ควบคุมฝูงชนและฝ่ายที่ออกมาทำรัฐประหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็คิดว่าสังคมไทย คนจำนวนมากน่าจะพัฒนาการมีวุฒิภาวะทางการเมืองมากขึ้นที่จะไม่เรียกร้องการทำรัฐประหาร และรัฐบาลก็เรียนรู้อะไรเยอะแล้วว่าไม่ควรเปิดช่องให้เกิดรัฐประหาร ผมคิดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เองก็ไม่อยากให้เกิดการทำรัฐประหาร เพราะมันเกิดความยุ่งยากว่าสถาบันจะวางตัวอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ถึงลงนามพระปรมาภิไธย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องใน 10 ข้อของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ที่บอกว่าต่อไปนี้ไม่ให้พระมหากษัตริย์ลงนามพระปรมาภิไธยในการทำรัฐประหาร ซึ่งผมว่าจริงๆ แล้วรัชกาลที่ 9 เองคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คำว่าพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนบ่อย ท่านคงอยู่ในภาวะที่ยุ่งยากพอสมควร และเวลามีคนทำรัฐประหาร ซึ่งหากพระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ก็หมายความว่าท่านไม่เห็นด้วย ก็หมายถึงอีกฝ่ายที่ต้องสูญเสียอำนาจไป ก็หมายถึงท่านเห็นด้วยกับฝ่ายที่ถูกทำรัฐประหารหรือเปล่า ก็จะถูกมองว่าเทกไซด์ทางการเมืองอยู่ดี เพราะหากในหลวงไม่ทรงลงนามให้ฝ่ายรัฐประหาร ก็แปลว่าฝ่ายนั้นชอบธรรม ก็จะตีกันเกิดสงครามกลางเมืองอยู่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันเป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยาก การที่มีรัฐประหารในช่วงในหลวงรัชกาลที่ 9 เวลาเกิดรัฐประหาร ก็ต้องให้แน่ใจว่ามันสงบ เพราะฉะนั้นรัชกาลที่ 10 ผมคิดว่าท่านก็คงเข้าใจถึงสภาวะปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบ 70 ปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ท่านถึงไม่ต้องการให้มีม็อบ ไม่อยากให้ใช้มาตรา 112 เพื่อจะได้ทำอย่างไรไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่จะก่อให้เกิดรัฐประหาร ซึ่งแม้ตอนนี้พลเอกประยุทธ์จะให้มีการใช้มาตรา 112 แต่ผู้คนที่เป็นฝ่ายจงรักภักดีก็ยังรู้สึกว่า รัฐบาลยังทำอ่อนไป และเรียกร้องให้ทำอะไรมากขึ้น ก็ทำให้รัฐบาลอยู่ในจุดยืนที่ยากลำบาก เพราะหากทำแรงไป ก็ทำให้กระแสฝ่ายต่อต้านรัฐบาล-สถาบันยิ่งแรงขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวต่อไปว่า การเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ดูแล้วแน่นอนว่าผู้ชุมนุมคงขยับเพดานการเคลื่อนไหวขึ้นไป เพราะต้องการให้มีการจับกุม ให้มีการใช้กำลัง เพื่อรัฐบาลจะได้หมดความชอบธรรม ส่วนรัฐบาลจะทำอย่างไร ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย เช่น การออกหมายเรียก หมายจับ เหมือนอย่างฝรั่งเศส เขามีกลุ่ม เสื้อกั๊กเหลือง ประท้วงกันมา 2 ปีแล้ว มีการเรียกร้องให้ เอมมานูเอล มาครง ลาออก แต่เขาก็ไม่ลาออก เพราะเห็นว่าเงื่อนไขในรัฐสภาไม่ทำให้ออกจากตำแหน่ง เขาก็ไม่ลาออก จนเสื้อกั๊กเหลืองก็ชุมนุมแรงขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจก็จับกุม โดยการควบคุมฝูงชนของฝรั่งเศสรุนแรงเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวทางที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ทุกฝ่ายก็ควรยึดครรลองหรือค่านิยมประชาธิปไตย ที่ต้องยอมรับว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าชุมนุมแล้วทำผิดกฎหมาย ก็ต้องจับแกนนำ หรือมีการจาบจ้วงสถาบัน มีการอาฆาตมาดร้าย มีพยานหลักฐาน ก็ออกหมายเรียกหมายจับ หากจะมีแกนนำรุ่นอื่นๆ ขึ้นมา ก็ว่าไป ก็อยู่ไปแบบนี้ เราต้องยอมรับ ต้องเปลี่ยนทัศนคติ เพราะเราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องมี new normal ทางการเมือง คืออยากชุมนุมก็ชุมนุมไป เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่หากทำผิดก็ดำเนินคดี ต้องอดทนอดกลั้น ไม่ใช่ว่าอยากให้บ้านเมืองสงบ ต้องรัฐประหารหรือใช้กำลังกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนผู้ชุมนุมก็ต้องยอมรับด้วย เพราะจะขยับเพดานการชุมนุม โดยไม่เคารพกฎหมายแล้วก็จาบจ้วงสถาบัน ไปถึงไหน ในเมื่อยังไงทหารก็ไม่ทำรัฐประหาร หรือจะยั่วยุเพื่อให้อีกฝั่งหนึ่งทำตัวเป็นศาลเตี้ยเข้ามาทำร้าย แล้วก็พยายามจะเคลื่อนไหวเพื่อให้มันสัมฤทธิผลโดยเร็ว วิธีคิดแบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ในต่างประเทศ บางทีเขาประท้วงกัน 5 ปี ไปยืนประท้วง พอถึง 4 ทุ่ม หมดเวลาก็กลับบ้าน แล้วต่อไปก็กลับมายืนประท้วงกันใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การที่พลเอกประยุทธ์ให้มีการใช้มาตรา 112 เป็นเพราะการชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการแสดงออกบางอย่างต่อพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่ครับ ขนาดคนธรรมดา ไปบอกให้เสียชีวิต มันก็ไม่ถูกต้องแล้ว แต่นี่เป็นบุคคลสำคัญของประเทศ อย่างในต่างประเทศที่สหรัฐอเมริกาสมัยบารัค โอบามา ที่มีชายชาวสหรัฐฯ เขียนบทกลอน ว่าอุปกรณ์สไนเปอร์ที่ยิงระยะไกลแล้วอยากให้โอบามาเสียชีวิต อยากจะยิงโอบามา โดยไม่ได้ไปยิง แต่แค่เขียนบทกลอน ก็ยังถูกศาลตัดสินจำคุกหลายปี และโดนปรับเงิน เพราะประธานาธิบดีคือประมุขของรัฐ ไปอาฆาตมาดร้าย ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายบ้านเรา คำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ครอบคลุมพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี ก็ชัดเจน ก็ต้องขึ้นศาล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็ไปอธิบายต่อศาลว่าคนที่ไปพ่นสเปรย์ข้อความ เพราะจริงๆ แล้วหากปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ต้องมีผู้จัดการชุมนุม ซึ่งคนที่ไปพ่นข้อความและคนที่เป็นผู้จัดการชุมนุมต้องรับผิดชอบ เหตุผลที่พลเอกประยุทธ์ประกาศจึงถูกต้อง เพราะไปจาบจ้วงอาฆาตมาดร้ายอย่างรุนแรงขนาดนั้น การคิดการให้คนคนหนึ่งเสียชีวิต เป็นเรื่องปกติ แม้จะไม่ได้ไปทำ แต่คุณอาจเป็นแรงผลักดันให้คนอื่นไปทำได้ อย่างที่คนหนุ่มอเมริกันเขียนบทกวีเรื่องสไนเปอร์ แม้ตัวเองไม่ได้ทำ แต่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นไปทำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ศตวรรษที่ 21 กับการมีระบอบพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-มองว่าตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวประกาศข้อเรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อ 10 สิงหาคม ที่ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต จนถึงปัจจุบัน สถาบันมีการปรับตัวหรือยัง เพราะปัจจุบันก็จะพบเห็นการที่ในหลวงมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนตามสถานที่ต่างๆ หลังเสร็จสิ้นพระราชภารกิจ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่ทราบว่านั่นคือการปรับตัวหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่ผมดูว่าเป็นเรื่องที่ดีขึ้น กับการที่ท่านพบปะประชาชน โดยประชาชนก็มีความปีติยินดี ซึ่งแน่นอนว่าประชาชนที่เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณพบปะประชาชน ก็เป็นเรื่องดีในความรู้สึกของผู้คน ไม่ห่างเหินกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือในศตวรรษที่ 21 การมีระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ หรือมีพระมหากษัตริย์ ถือเป็นเรื่องประหลาด&amp;nbsp; เป็นเรื่องพิเศษ ต้องเป็นประเทศที่พิเศษจริงๆ ถึงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้จนถึงศตวรรษที่ 21 ได้ ความพิเศษนี้คือพิเศษทั้งตัวสถาบันและประชาชน ถ้าขาดความพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งไป เช่นสถาบันไม่เป็นที่ยอมรับ ก็อยู่ไม่ได้ หรือว่าประชาชนไม่เข้าใจความสำคัญของสถาบัน&amp;nbsp; สถาบันก็อยู่ไม่ได้ ความสัมพันธ์นี้จึงเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ ซึ่งมีประเทศไม่มากในโลกที่สามารถจะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ เช่น อังกฤษ นอร์เวย์ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-บนเวทีชุมนุมบางแห่งมีการพูดถึงความต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ โดยยกโมเดลในยุโรป เช่น สวีเดน เดนมาร์ก อังกฤษ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะให้ของไทยไปเหมือนในยุโรป จะให้เหมือนแบบปัจจุบันหรือจะให้เหมือนตอนที่ประเทศเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองมาแล้ว 80 กว่าปี อย่างหากเป็นปัจจุบัน ประเทศอย่างอังกฤษ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญของอังกฤษผ่านมา 300 กว่าปีแล้ว ทุกอย่างมันลงตัว ประชาชนมีคุณภาพพอที่จะตรวจสอบนักการเมือง และการเมืองก็รู้หน้าที่ของตัวเอง สถาบันเขาเลยไม่ต้องทำอะไรมาก ก็อยู่ข้างบนไป แต่ของไทยเราจะให้ไปเหมือนอังกฤษ&amp;nbsp; เดนมาร์ก สวีเดน แบบในปัจจุบัน มันจะไม่ก้าวกระโดดเกินไปหรือ มันจะพัฒนาอะไรไปได้เร็วขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp; ของต่างประเทศเขาต่างก็ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าทุกอย่างจะลงตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนอนมาเป็นดักแด้ก่อนแล้วถึงไปเป็นผีเสื้อ ก็มีระยะเวลา แต่เราอาจไม่ต้องใช้เวลานานแบบในอังกฤษ ที่ของเขาใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าทุกอย่างจะลงตัว อาจไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น แต่จะไปกระโดดข้ามขั้นตอนเลยก็ไม่ได้ คนที่ไปเรียกร้องแบบนั้นจึงไม่เข้าใจว่าประวัติศาสตร์ต้องมีเวลาของมัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -คำว่า ราชาธิปไตย ความหมายทางรัฐศาสตร์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราชาธิปไตย ก็จะมีคำกล่าวที่แบ่งเป็น Absolute&amp;nbsp; Monarchy สมบูรณาญาสิทธิราชย์ กับ ปรมิตตาญาสิทธิราชย์&amp;nbsp; หรือ Limited Monarchy แต่ล่าสุดนักวิชาการตะวันตกเขาบอกว่า Absolute Monarchy ราชาธิปไตยอันมีอำนาจสมบูรณ์ เป็นมายาคติที่ไม่เคยมีจริง เพราะไม่เคยมีพระมหากษัตริย์ที่ไม่มีอำนาจจำกัดในโลกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ที่เป็นต้นแบบของ Absolute Monarchy มันไม่มีจริงเพราะจริงๆ แล้วกษัตริย์ไม่ได้มีอำนาจอันล้นพ้นเลย ในความเป็นจริงมันมีขุนนาง มีอภิชน ที่คอยทัดทานอำนาจ คือในทางทฤษฎีอาจจะมีอำนาจอันสมบูรณ์ แต่ในทางปฏิบัติจริงมันไม่มี และที่สำคัญ ตอนที่มีการสร้างคำว่า Absolute ขึ้นมาในช่วงสมัยวิลเลียม&amp;nbsp; เชกสเปียร์ หมายถึง &amp;quot;ไม่มีที่ติ&amp;quot; เช่น Absolute Poet คือกวีที่ไม่มีที่ติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่มีการสร้างคำว่า Absolute Monarchy&amp;nbsp; คือกำลังจะบอกว่า กษัตริย์คนนี้หรือระบอบนี้ perfect แต่เราไปแปลว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือไปตีความว่าอำนาจอันไม่จำกัด&amp;nbsp; พอคำไปติดก็เลยยิ่งไปกันใหญ่ ซึ่งจริงๆ มันไม่เคยมี&amp;nbsp; Absolute Monarchy เพราะ Absolute Monarchy เป็นแค่แบรนด์ แต่มันไม่เป็นจริง ไม่เคยมีอำนาจขนาดนั้นได้จริงๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการตะวันตกรุ่นใหม่เขาเลยบอกว่า จริงๆ แล้ว ราชาธิปไตยเป็นราชาธิปไตยที่อำนาจจำกัดมาโดยตลอด&amp;nbsp; เพียงแต่จะแตกต่างกันว่า ราชาธิปไตย อำนาจจำกัด จำกัดด้วยอะไร จำกัดจากเงื่อนไขที่มีอภิชน มีศักดินา เจ้าแคว้น&amp;nbsp; หรือจำกัดตรงที่ไม่มีเครื่องมือ กลไกรัฐที่จะไปใช้อำนาจของกษัตริย์ในพื้นที่ซึ่งห่างไกล กับอีกแบบหนึ่ง ราชาธิปไตย อันมีอำนาจจำกัด และจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ มันเหลืออยู่แค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Absolute Monarchy หรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นแค่แบนด์ การใช้คำว่า Absolute Monarchy ใช้ได้สองอย่าง&amp;nbsp; ใช้ในแง่การเชียร์เช่นสมัยโบราณ ช่วงสมัยศตวรรษที่ 16-17&amp;nbsp; ก็เชียร์เจ้าก็บอกว่าต้องสมบูรณ์ อยากให้เป็นเจ้าชีวิต ก็บอกเป็นเจ้าชีวิตไป ต้อง Absolute เลย คนไม่เชียร์เจ้าก็บอก ทรราช แล้วถ้าอำนาจมีขนาดนี้ คำว่า Absolute Monarchy&amp;nbsp; จึงเป็นคำที่ถูกใช้ในทางการเมืองมากกว่าในทางวิชาการในทางความเป็นจริง เพราะจริงๆ เป็นเรื่องของราชาธิปไตย อำนาจมันมีจำกัดทั้งสิ้น เพียงแต่จะจำกัดมากหรือน้อยและจำกัดด้วยอะไร ถ้าเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองไป ก็เป็นอำนาจอันจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ แล้วก็ต้องไปดูว่า รธน.มาจากไหน เช่น หากมีการตั้งสภาร่าง รธน.ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือเป็นลักษณะของตัวแทนประชาชน สภาธรรมดา ประชุมกันร่างกฎหมายหรือเป็น รธน.ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานมา แล้วเปลี่ยนแปลงการปกครองของเขาเอง แบบที่เกิดขึ้นที่ภูฏาน ที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ที่ร่าง รธน.ขึ้นมาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการสมัยใหม่จึงไม่ใช้ Absolute Monarchy แต่ใช้&amp;nbsp; Ruling Monarchy หรือราชาธิปไตย ที่พระมหากษัตริย์ทั้งทรงครองราชย์ด้วยและมีอำนาจปกครองด้วย หรือไม่ก็&amp;nbsp; Constitutional Monarchy คือกษัตริย์ครองราชย์ ครองบัลลังก์ แต่ไม่ได้ปกครอง ซึ่งของไทยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ก็มี Ruling Monarchy แล้วก็เป็น Limited Monarchy แต่ไม่ได้ limited โดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังปี&amp;nbsp; พ.ศ.2475 ไม่มี Ruling Monarchy มีแต่กษัตริย์ที่ครองราชย์และถูกจำกัดอำนาจโดยรัฐธรรมนูญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก็มีนักวิชาการคิดต่อไปว่า Constitutional&amp;nbsp; Monarchy มันกว้างมาก สมมุติว่าสภาออกกฎหมายให้อำนาจพระมหากษัตริย์ ก็ต้องยังถือว่ากษัตริย์อยู่ใต้ รธน.&amp;nbsp; หรือการออกแบบ รธน.ให้กษัตริย์มีอำนาจ ก็ยังเป็นกษัตริย์ภายใต้ รธน. แต่มีอำนาจเยอะ เขาก็เลยคิดตัวแบบอีกอันหนึ่งเพื่อทำให้ชัดเจนขึ้นก็คือ Democratic Parliamentary&amp;nbsp; Monarchy หรือ ราชาธิปไตยภายใต้รัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย ที่จะให้พระมหากษัตริย์มีหน้าที่ลงพระปรมาภิไตยเพียงอย่างเดียว ไม่มีการให้ทำอะไรทั้งสิ้น เป็นตรายางอย่างเดียว ที่เป็นข้อเสนอของนักวิชาการฝรั่งที่บอกว่า จะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจจริงๆ เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สำหรับประเทศไทยสถานะพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ชัดเจนว่าหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475&amp;nbsp; เป็น Constitutional Monarchy พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เพราะตั้งแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอำนาจกลับไปเป็นแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว เป็นพระราชอำนาจภายใต้ รธน.มาตลอด เพียงแต่ตั้งแต่ปี 2475 &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน อำนาจเปลี่ยนแปลงไปตาม รธน.ที่ออกมา เช่นมีอำนาจมากหรือน้อย เช่นปี พ.ศ.2492 ให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้ ประเด็นคือไม่ต้องถกเถียงกันแล้วว่าเราเป็นอะไร เราเป็น Constitutional Monarchy แต่ข้อถกเถียงคือตามกฎหมายควรมีพระราชอำนาจมากน้อยแค่ไหน เช่นอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมายควรมีมากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถึงเคยบอกว่าที่มีการพูดเรื่องข้อเสนอปฏิรูปสถาบันสิบข้อเมื่อ 10 ส.ค.ที่ธรรมศาสตร์ เป็นเรื่องที่เขาอยากลดทอนที่ไม่ได้เสียหาย ก็ต้องผลักดันไปที่รัฐสภา การแก้ต้องทำโดยผ่านรัฐสภา แต่เรื่องไหนแก้ไม่ได้ก็อธิบายให้คนเข้าใจ สภาต้องมีความเข้มแข็งและโปร่งใส อย่างที่มีการเสนอ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ สภาก็ต้องอธิบายว่าเหตุใดถึงให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่ลงคะแนนกันไป เพราะแบบนี้ทำให้สถาบันเสียหาย เพราะจะมาบอกว่าสถาบันทำให้คุณต้องลงคะแนนผ่านหรือยังไง การที่คุณไม่อธิบาย ไม่อภิปราย คุณกำลังทำลายสถาบัน จะบอกให้ ต้องกล้าที่จะพูด เพราะระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้ รธน. อำนาจต้องอยู่ที่รัฐสภาเป็นหลัก&amp;nbsp; เพียงแต่จะแชร์อำนาจกับสถาบันมากน้อยแค่ไหน จะไม่ให้มีอำนาจเลยก็ประหลาดอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -มองว่าพระมหากษัตริย์ไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง โดยเฉพาะกับยุครัชกาลที่ 10?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นครับ เพราะท่านจะมี พ.ร.บ. จะทำอะไรกับทรัพย์สิน การโอนทหาร ก็เป็นฝ่ายสภาออกกฎหมาย เป็นฝ่ายที่จะให้กษัตริย์มีอำนาจหรือไม่ ไม่ได้มีอะไรผิด รธน. เพราะกระบวนการออกกฎหมายเป็นแบบนี้หมด เพียงแต่คนก็อาจตั้งข้อสงสัยว่าการมีกองกำลัง แบบนี้เป็นเรื่องผิดหรือไม่ แต่ว่าก็ผ่านการออกมาเป็นกฎหมายโดยกระบวนการที่ถูกต้อง ขณะนี้สถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลนี้ที่นักวิชาการตะวันตกถึงบอกต้องมี Democratic Parliamentary&amp;nbsp; Monarchy คือมาอยู่ใต้สภาที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ เป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่ free และ fair&amp;nbsp; จริงๆ เป็นตัวแทนประชาชนที่กล้าพูดกล้าอภิปราย จำกัดพระราชอำนาจอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างตอนที่ออก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 กฎหมายก็ออกมาในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยุค คสช.ที่ไม่เข้าหลัก หรือการออก พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ ก็มาจากสภาที่มาจากการสืบทอดอำนาจ ของคณะรัฐประหารที่ก็ไม่เป็นประชาธิปไตยมากเท่าไหร่&amp;nbsp; ความเสียหายมันจึงอยู่ตรงนี้ โดยหากมีการเลือกตั้งที่ free&amp;nbsp; และ fair จริงๆ และมีรัฐบาลที่มาตามครรลอง ที่ไม่ได้มี ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมายกมือสนับสนุนให้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ จะทำอย่างไรกับการออกกฎหมาย ให้ท่านไปจัดการทรัพย์สินหรือไปจัดกองกำลัง ก็ว่ากันไป ซึ่งผมก็เชื่อว่าก็ต้องมีการอภิปรายในสภากันพอสมควร. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชาธิปไตย กับสถาบันกษัตริย์ไทย, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc24a21c16bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุมหัววิเคราะห์คดี! ลูกหาบอนค.นัดรวมตัว/&#039;ธนาธร&#039;โอ่มีทุกทางเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกพรรคอนาคตใหม่นัดรวมตัวก่อนเที่ยงอังคารนี้ ลุ้นฟังคำวินิจฉัยพรรคจะโดนยุบหรือรอด &amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; วิเคราะห์เป็นฉากๆ 9 ตุลาการนัดประชุมเช้า อ่านคำตัดสิน 11.30 น. มีนัย คำวินิจฉัยกลางสั้น อ่านจบเร็ว อาจยกคำร้อง แต่ถ้าขอเลื่อนอ่านเป็นช่วงบ่ายก็ข่าวร้าย!.มาแล้วพรรคสำรอง &amp;quot;สามัญชน&amp;quot; เปิดประตูพร้อมรับ ส.ส.อนค.หากถูกยุบ &amp;quot;ไชยันต์&amp;quot; นักรัฐศาสตร์ชี้เปรี้ยง &amp;quot;เนปาลโมเดล&amp;quot; ใช้รัฐสภาเปลี่ยนระบอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในคำร้องเรื่องล้มล้างการปกครอง ในวันอังคารที่ 21 ม.ค.นี้ เวลา 11.30 น. มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค. ) กล่าวถึงความพร้อมสำหรับการฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่าเราพร้อมอยู่แล้ว เรามั่นใจในความบริสุทธิ์ และเรามั่นใจว่ากระบวนการที่ทำให้มาถึงจุดนี้เป็นกระบวนการที่มีมูลเหตุและแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่า ดังนั้นเราจึงไม่กังวลและพร้อมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 มกราคมจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เราพร้อมเดินหน้าต่อไปร่วมกับประชาชน ดังนั้นขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนยังมีความหวัง เพราะยังมีความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงและสร้างสังคมไทยที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ ขอให้เราเดินต่อไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า มีการเตรียมพรรคการเมืองให้ ส.ส.ย้ายไปหากมีการยุบพรรคการเมืองนั้นเป็นพรรคการเมืองลักษณะไหน นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;เดี๋ยวคอยดูดีกว่า ทางเราได้เตรียมความพร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 มกราคมนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราถึงไม่มีความกังวลใจ ยุบพรรคไปก็ไม่มีความหมายอุดมการณ์ยังอยู่ ผู้คนยังอยู่ ส.ส.ยังอยู่ ยุบพรรคไปก็มีแต่การยุบพรรค แถมยังได้ธนาธรและปิยบุตรไปรณรงค์ทั่วประเทศ เราพร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวเช่นกันว่า ทาง ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีการเตรียมการอะไรเป็นพิเศษ ในวันที่ 21 ม.ค. โดยก็มีการคุยกันว่าหากใครจะมาติดตามฟังการอ่านคำวินิจฉัยก็ให้มาเจอกันที่พรรค ในช่วงก่อน 12.00 น. หรือใครจะติดตามอยู่ทางบ้านก็ได้ แต่ทั้งหมดก็จะมารวมตัวกันเพื่อประชุมพรรคตามปกติทุกวันอังคารที่จะนัดกันในเวลา 14.00 น. ที่คาดว่าถึงตอนนั้นก็จะรู้ผลคำตัดสินของศาล รธน.แล้ว ซึ่งหลังจากนั้นก็คงจะมีการประเมินกันถึงผลที่จะออกมาว่าแล้วพรรคจะทำอย่างไรต่อไป แต่ผมดูแล้วยังไงก็คงไม่ยุบพรรคแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า ถึงตอนนี้มั่นใจว่าศาลรธน.จะไม่มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะมีข้อสังเกตหลายประการถึงการนัดอ่านคำตัดสินของศาล รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปกติแล้วการอ่านคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะนัดประชุมกันตอนเช้า ปกติทุกทีศาลรัฐธรรมนูญก็จะนัดอ่านเวลาช่วงบ่าย เช่น 14.00 น. ซึ่งปกติแล้วเวลาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ในคำตัดสินที่เป็นโทษ ก็จะใช้เวลาในการเขียนคำวินิจฉัยกลางนาน แต่กรณีคำร้องคดีอนาคตใหม่วันที่ 21 มกราคมนี้ พบว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมตอนเช้า แล้วนัดอ่าน 11.30 น. แสดงว่า 1.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาในการเขียนคำวินิจฉัยกลาง ที่แสดงว่าต้องสั้นมาก 2.เมื่อนัดอ่าน 11.30 น. แสดงว่าหากคำตัดสินยาว ก็ต้องอ่านเลยเที่ยงไป 3.หากไปดูกรณีของศาลยุติธรรม ในการตัดสินคดี หากศาลยุติธรรมไม่ได้ให้จำเลยสืบพยานต่างๆ ก็จะตัดสินยกฟ้อง เพราะศาลเห็นว่าไม่ต้องฟังจำเลยแล้ว เพราะหากจะลงโทษจำเลย ก็ต้องให้จำเลยสู้คดีจนถึงที่สุด ตรงนี้ก็เป็นการประเมินโดยทั่วไป แต่หากเช่นขอเลื่อนการอ่านคำวินิจฉัยออกไปเป็นช่วงบ่าย แบบนี้ก็น่ากลัว&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญยังกล่าวถึงกรณีกระแสข่าว ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่เคยเสนอให้ 11 ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคที่เป็นกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ชิงลาออกก่อนศาล รธน.ตัดสินคดียุบพรรคเพื่อไม่ให้พรรคเสียเก้าอี้ ส.ส.ในสภาไป 11 ที่ว่า ในพรรคเราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้ว เห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะมีการยุบพรรค 100 เปอร์เซ็นต์ การจะให้กรรมการบริหารพรรคลาออกก่อนจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไร&amp;nbsp;
พรรคสามัญชนขยับพร้อมถ่ายโอน ส.ส.อนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน
บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน ที่เคยมีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นพรรคสำรองของพรรคอนาคตใหม่ ที่จะมีการนำ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ย้ายไปอยู่ด้วย หากพรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรค เนื่องจากแกนนำพรรคอย่างนายธนาธรและนายชัยธวัช ตุลาธน แกนนำอนาคตใหม่ เพื่อนสนิทกับนายธนาธร มีความคุ้นเคยกับผู้ก่อตั้งพรรคสามัญชน โดยกลุ่มดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;quot;การฟื้นฟูเหมืองคือการฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ถึงเพื่อนมิตรทุกท่าน กาลเวลาแห่งการต่อสู้เหมืองทองคำแห่งนี้ได้ล่วงเลยมาพอสมควร เด็กๆ ของเราเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาว ผู้ใหญ่ของเราเข้าสู่วัยชรา เรากำลังเข้าสู่ช่วงสิบปีที่สองแห่งการฟื้นฟูเหมืองหลังจากช่วงสิบปีแรกเราใช้เวลาในการปิดเหมืองได้แล้ว จนทำให้เจ้าของเหมืองต้องล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิบปีก่อนมีแต่คนพูดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนสามัญชนคนธรรมดาอย่างพวกเราจะต่อสู้กับนายทุนทำเหมืองทองคำรายใหญ่ได้ เพราะพวกเขามีทั้งเงินและอำนาจรัฐอยู่ในกำมือ แต่เราก็ทำให้เห็นแล้วว่าตราบใดที่มีความฝันอย่างมุ่งมั่น สามัญชนก็เปลี่ยนแปลงโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่แห่งนี้ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาตลอดสิบปีแห่งการทำเหมือง ถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นพลเมืองชั้นสองที่ต้องแบกรับมลพิษจากการพัฒนา แต่เราไม่ยอมรับชะตากรรมนั้น &amp;nbsp;เพราะเราต้องการกำหนดชะตาชีวิตของเราเอง เราจึงลุกขึ้นสู้ สู้ทั้งเพื่อชุมชนและชนชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจึงกอบกู้ชุมชนของเราด้วยการลุกขึ้นสู้เหมือง และยังจะสู้ต่อไปจนกว่าการฟื้นฟูเหมืองจะสำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะสารพิษยังตกค้างอยู่อีกมาก สุ่มเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตที่เลวร้ายหากไม่ทำการฟื้นฟูให้เห็นเป็นรูปธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;พวกเราชาวบ้านธรรมดาเห็นภาพของสังคมไทยใหญ่ขึ้นมากไปกว่าแค่ความเดือดร้อนของพวกเรา &amp;nbsp;เราเห็นความเหลื่อมล้ำของผู้คนทั่วทุกภูมิภาคจากการถูกกดขี่ข่มเหงและกอบโกยผลประโยชน์ไปจากภูเขา ท้องทุ่ง แม่น้ำลำธาร ท้องทะเลและอากาศที่ควรเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความยั่งยืนให้กับลูกหลานของพวกเรา โดยผู้มีอำนาจและชนชั้นนำทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราพบสัจธรรมว่า ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ทางชนชั้น ซึ่งเราเห็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรอบปีที่ผ่านมาโดยพรรคการเมืองเช่นอนาคตใหม่ ได้พยายามต่อสู้เพื่อเขียนประวัติศาสตร์ประชาชนขึ้นมาแทนที่ประวัติศาสตร์ของผู้ปกครอง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในฐานะเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ที่โดนปล้นอำนาจไปตลอดทศวรรษของรัฐประหารสองครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราขอชื่นชมและสดุดีพรรคอนาคตใหม่ที่ทำให้การเมืองเข้าถึงและเป็นไปได้สำหรับประชาชน แต่พวกเขาก็กำลังถูกกลั่นแกล้งอย่างไร้มนุษยธรรมจากอำนาจจารีตหัวเก่า ที่ไม่ยอมรับว่าโลกกลมและโลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางจักรวาล เป็นเพียงแค่เถ้าธุลีในห้วงอวกาศกว้างใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกจารีตหัวเก่าได้สร้างสมมุติเทพว่าอำนาจปกครองควรเป็นของคนรวยที่มีเงินและการศึกษาเท่านั้น ส่วนประชาชนที่เหลือเป็นได้แค่ผู้อาศัยและแรงงาน กลุ่มคนพวกนี้กระทำการฝืนสัจธรรมด้วยการไม่ยอมรับว่าประชาชนคือผู้สร้างโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคอนาคตใหม่แล้ว พรรคสามัญชนถือความเป็นมิตรเป็นที่ตั้ง ดังนั้นสิ่งที่หายไปก็แค่ชื่อพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น หากถูกยุบพรรคจริง ส่วนอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ไม่มีวันสูญหายไปไหน พวกเราพรรคสามัญชนจะสานต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคสามัญชนยินดีต้อนรับอนาคตใหม่ทุกท่านที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อชุมชนและชนชั้นไปด้วยกัน ส่วนที่เป็นงูเห่าและพวกที่ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนให้เกิดการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงเพื่อผันน้ำโขงลงสู่แม่น้ำเลย ชีมูลและป่าสัก พวกที่ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนให้ขุดคอคอดกระหรือคลองไทย หรือญัตติอะไรอื่นที่ไม่เห็นหัวประชาชน ไม่เห็นมิติชุมชนท้องถิ่นและแนวคิดด้านรอยเท้านิเวศและความยั่งยืน พรรคสามัญชนไม่ขอต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องทุกหนทุกแห่งจงลุกขึ้นสู้กับรัฐที่ฉ้อฉล &amp;nbsp;ปล้นชิงทรัพยากรและธรรมชาติไปจากพวกเรา ให้เหมือนกับที่พรรคอนาคตใหม่ได้ลุกขึ้นสู้ด้วยหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนามใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยแนวทางนี้เท่านั้น ที่จะเห็นถึงสัจธรรมอันถ่องแท้ว่าอำนาจแท้จริงเป็นของประชาชน&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า ที่ผ่านมาพูดมาหลายครั้ง และเห็นความเป็นไปคือการเตรียมความพร้อมรับมือของพรรคอนาคตใหม่ การอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่จากการที่ติดตามการแถลงข่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็มีการเตรียมความพร้อม เพราะชะตากรรมของการถูกยุบพรรคนั้นจะต้องมีพรรคสำรองไว้ และหากถูกยุบพรรคจริงนั้น กรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ดังนั้นต้องดูว่ากรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร หากวัดดวงตัดสินใจไม่ลาออกก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเสีย ส.ส.ไปทั้งหมด 11 ที่นั่งจากจำนวน 76 เหลือ 65 ที่นั่ง แต่หากตัดสินใจเด็ดขาดคือการน้อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และวางแผนกันอย่างมีสติ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตัดสินใจลาออกทั้ง 11 คนเพื่อให้ลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็น ส.ส. ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวลาที่จะต้องตั้งสติเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดของจำนวน ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเชื่อว่าอยู่ระหว่างการชั่งใจ เนื่องจากมีแบบอย่างและบทเรียนให้ได้เห็นมาแล้ว&amp;nbsp;
วิเคราะห์เนปาลโมเดล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นของนักวิชาการต่อกรณีนี้ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากมีการสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่โดยที่คำวินิจฉัยของศาล รธน.มีเหตุผลเพียงพอ ไม่เลือกปฏิบัติ มีการอธิบายเหตุผลผ่านสื่อ เช่น โซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง รวมถึงมีการเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น จัดเวทีให้นักวิชาการได้พูดคุยถึงคำวินิจฉัยดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้เห็นแง่มุมของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าคำวินิจฉัยมีเหตุมีผล ไม่เลือกปฏิบัติ ก็คิดว่ายังไงอนาคตใหม่หากจะไปเคลื่อนไหวทำกิจกรรมอะไร ก็คงไม่บานปลายมาก แต่ถ้าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแบบไม่มีเหตุผล และถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ แน่นอนว่าก็จะมีแรงส่งทำให้คนออกมาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรกับคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่เรื่องล้มล้างการปกครอง มีน้ำหนักหรือไม่ โดยเฉพาะการยกเหตุการณ์ในอดีตของแกนนำพรรคอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่เป็นเรื่องก่อนเข้าสู่การเมือง หรือร้องเรื่องโลโก้พรรคเหมือนกับสัญลักษณ์ของกลุ่มอิลลูมินาติ นายไชยันต์กล่าวตอบว่า คำร้องดังกล่าว เรื่องสัญลักษณ์พรรคคล้ายกับของอิลลูมินาติคงไม่เกี่ยว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอิลลูมินาติเลย มันก็มีมูลพออยู่ระดับหนึ่ง ตนคิดว่าเขาชัดเจนตรงที่ว่าเขาอาจจะต้องการให้อย่างน้อยๆ ที่สุดก็คือลดทอนพระราชอำนาจหรือทำให้สถาบันฯ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ตามความเข้าใจของเขา นั่นคืออย่างน้อย อย่างมากก็คือว่าให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เขาจะใช้วิถีทางรัฐสภาในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ไม่ใช่ไปใช้วิธีการแบบปฏิวัติอะไรแบบนั้น เขาถึงเข้ามา เขาถึงตั้งพรรค เข้ามาเล่นการเมือง แล้วก็ต่อสู้ในสภา เพราะว่ามันมีตัวอย่างของบางประเทศที่เขาเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาเป็นระบอบสาธารณรัฐที่ไม่มีกษัตริย์ เช่น ที่เนปาล ที่ไปเปลี่ยนแปลงในสภา เลย คำว่าล้มล้าง ก็ต้องไปตีความว่าคุณใช้วิถีทางนอกสภาหรือไม่ หรือว่าการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โดยเปลี่ยนด้วยวิถีทางของรัฐสภา อันนั้นต้องตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยันต์กล่าวอีกว่า คนร้องเขาก็มีสิทธิ์บอกว่าคนคนนี้มีพฤติกรรม มีทัศนคติแบบนี้มาตลอดเลย สอดคล้องกันมาตลอด แม้กระทั่งเมื่อตั้งพรรคการเมือง ในข้อบังคับพรรคก็ยังไม่มีข้อความคำว่าพระมหากษัตริย์เลย ประเด็นก็คือศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องรับฟังความเห็นของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ หรือว่ามีข้อมูลมาอธิบายหรือไม่ จะยืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้มีเจตนาอะไรต่างๆ ก็ว่าไป เช่น ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า คำร้องนี้มีน้ำหนักหรือไม่ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากจุฬาฯ ผู้นี้กล่าวตอบว่า ก็มี ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะตีความคำว่าล้มล้างอย่างไร อย่างสมมุติว่าเขาไม่ได้เข้ามาในการเมือง เขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่การสอนหนังสือก็มีเสรีภาพทางวิชาการที่จะอธิบายว่าระบอบนี้ดีอย่างไร ระบอบนั้นมีข้อเสียอย่างไร แต่เมื่อพอคุณเข้ามาเล่นการเมือง คุณก็ต้องอยู่ภายใต้กติกาเยอะขึ้น ก่อนหน้านี้ ทั้งนายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ เขาไม่ได้เป็นนักการเมือง อาจเป็นนักเคลื่อนไหว สื่อมวลชนเขาก็มีเสรีภาพที่จะคิด จะพูด แต่เมื่อเข้ามาเป็นนักการเมือง ก็มีกติกาคือเล่นการเมืองภายใต้กติกานี้ แต่ตนสันนิษฐานว่าเขาจะใช้รัฐสภาค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ค่อยๆ เปลี่ยน จะเรียกว่าล้มล้างหรือไม่ อันนี้ก็ไม่รู้ แต่ก็ดีกว่าจะไปซ่องสุมกำลังอาวุธหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่มีเหตุผลเพียงพอและไม่เลือกปฏิบัติ แม้ว่าอนาคตใหม่จะขับเคลื่อนทางการเมืองนอกสภา ก็ไม่น่าจะต้องกังวลอะไรมาก และไม่ควรมีการขับเคลื่อนคู่ขนานวัดปริมาณแข่งขันกัน ที่สำคัญคือจะต้องใช้กระแสโซเชียลอธิบายความอย่างมีประสิทธิภาพกว้างขวางเพียงพอด้วย แต่ถ้าคำวินิจฉัยไม่มีเหตุผลและเกิดการเลือกปฏิบัติ การเมืองนอกสภา ก็จะรุนแรง และยิ่งมีคู่ขัดแย้งลงไปเล่นการเมืองนอกสภาอีกด้วยแล้ว การเมืองไทยคงไม่พ้นวังวนเดิมๆ&amp;rdquo; นายไชยันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;คุณปิยบุตร พวกคุณจะเดินหน้าต่อหรือจะถอยกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง..... แต่อย่าเอ่ยอ้างเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นโล่ป้องกันความผิดของตัวเอง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54983</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ชำนาญ จันทร์เรือง, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2463680e9eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
