<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ติดเชื้อโคโรนาทั่วโลกลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สธ.แจ้งข่าวดีระดับโลกตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาลดลง ในไทยไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มยังอยู่ที่ 32 ราย สำหรับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นอาการยังปกติ &amp;quot;หมอทวี&amp;quot; ยันเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้แพร่ระบาดทางอากาศ แต่ผ่านทางละอองฝอยเม็ดโต ขณะที่ผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มเป็น 908 ราย ผอ.องค์การอนามัยโลกเตือนที่เห็นอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 10 และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.ยงยศกล่าวว่า ขอแจ้งข่าวดีในระดับโลกและในระดับเมืองไทย ที่ในระดับโลกตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ส่วนในประเทศไทยตัวเลขก็ไม่เพิ่ม ยังคงยืนยันพบผู้ติดเชื้ออยู่ที่จำนวน 32 คน ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 10 คน โดยยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกใน 26 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 40,553 คน เสียชีวิต 909 คน &amp;nbsp;ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 40,171 คน เสียชีวิต 907 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ที่พักในฐานทัพเรือสัตหีบ ขณะนี้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 5 คน และอยู่ในเรือนรับรอง 133 คน ทุกคนสบายดีไม่มีไข้ รอครบระยะการเฝ้าระวังในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ส่วนผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 1 ราย ที่โรงพยาบาลชลบุรี ไม่มีอาการผิดปกติ และยังคงเฝ้าระวังอยู่ในห้องแยกโรค เช่นเดียวกับเพื่อนที่อยู่ร่วมห้อง แม้ไม่พบเชื้อแต่ก็ยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นพ.ยงยศกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวจากต่างประเทศว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่ 2019 สามารถแพร่เชื้อได้ทางอากาศว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ยังเป็นการแพร่เชื้อผ่านทางละอองฝอยเม็ดโต (Droplet) ซึ่งเมื่อไอหรือจามออกมาก็จะตกลงในระยะ 1 &amp;nbsp;เมตร หากอยู่ในรัศมีก็จะมาติดตามเสื้อผ้า ถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัยก็จะมาติดที่หน้า พอขยี้ก็อาจเข้าจมูกปากตาได้ ดังนั้นการสวมหน้ากากอนามัยในคนป่วยจึงมีประโยชน์มาก แต่คนที่มีโอกาสใกล้ชิดผู้ป่วยหรือออกไปในชุมชนที่มีคนหนาแน่นก็ได้ประโยชน์เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือยังต้องล้างมือบ่อยๆ &amp;nbsp;ส่วนการแพร่เชื้อทางอากาศ (Airborne) เกิดขึ้นได้กรณีแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยเล็กๆ ต่ำกว่า 5 &amp;nbsp;ไมครอน ซึ่งมีไม่กี่โรคจะห้อยแขวนอยู่ในอากาศล่องลอยไปได้ไกล แล้วแต่ขนาดหากยิ่งเม็ดเล็กก็ไปได้ไกลมาก รวมถึงเป็นสถานที่แบบใด หากพื้นที่โปร่งโล่งมีลมพัดก็ยิ่งไปได้ไกล แต่หากใหญ่ขึ้นก็ไปได้ไม่ไกลแล้วตกลงมา การป้องกันต้องใช้หน้ากาก N95 เท่านั้น ใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาไม่ได้
นำแอนติบอดีฉีดผู้ป่วยหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้การแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังเป็นเรื่องละอองฝอยขนาดโตเม็ดใหญ่ ส่วนละอองฝอยล่องลอยในอากาศอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่คนไข้มีอาการรุนแรง ต้องอยู่ใน รพ. มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ต้องดูดเสมหะ มีโอกาสเป็นไปได้ จะเห็นว่าฝ่ายการแพทย์จึงต้องป้องกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าภาพจากจีนหรือไทยก็ตามก็ต้องป้องกันอย่างเต็มที่เช่นกัน อย่างห้องแยกโรคความดันลบจึงต้องมีการดูดอากาศเอาเชื้อออกไปฆ่า เช่นเดียวกับห้องแล็บ อย่างไรก็ตามการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญหลักๆ คือแอลกอฮอล์เจลพกพาไปล้างที่ไหนก็ได้ และล้างด้วยน้ำบวกสบู่จะได้ผลดี ซึ่งหลายแห่งมีแต่น้ำสบู่ไม่มี &amp;nbsp;จึงอยากเรียกร้องสถานประกอบการที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก อาจติดตั้งสบู่เหลวเพื่อให้ล้างมือคล่องขึ้นสะอาดมากขึ้น&amp;quot; นพ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีกล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการทดลองตามที่มีการศึกษา โดยมีการนำน้ำเหลืองที่ได้มาจากเลือด ของคนขับแท็กซี่ชาวไทย ผู้ที่เคยป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วหายดีแล้ว 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน ซึ่งในน้ำเหลืองดังกล่าวจะมีแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันจากเชื้อไวรัสโคโรนา เอามาฉีดให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก และมีแนวโน้มจะมีอาการรุนแรงขึ้น โดยวิธีการนี้ได้นำไปฉีดให้ผู้ป่วย 2 รายที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบําราศนราดูรแล้ว ซึ่งกระบวนการรักษาด้วยวิธีนี้ประเทศจีนก็มีการศึกษาและนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า หากพิจารณาจากผู้ป่วยยืนยันในไทย 32 ราย เป็นคนจีนมา 23 ราย คนไทย 9 ราย โดยมี 3 รายไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หมายถึงการติดเชื้อในไทยแต่ก็เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดมากๆ กับคนต่างชาติ ส่วนคนอื่นไม่ได้ติดง่ายๆ และจากการเก็บตัวอย่างในคอคนรอบข้างของผู้ป่วย ก็ไม่ได้เจอเชื้อไม่ได้ติดง่ายๆ ดังนั้นอีกเรื่องคือต้องทำความสะอาดพื้นผิวสาธารณะบ่อยๆ เพราะเมื่อไอจามก็ตกลงพื้นและแห้งไป เวลาไอจามอย่าใช้มือปิดปากให้ใช้ท้องแขน เพราะหากใช้มือก็มีโอกาสไปสัมผัสพื้นผิวอื่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่หน้าตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนชาวอำเภอเบตงและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนจากหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา และนักท่องเที่ยวชาวจีนจากประเทศมาเลเซีย ได้ร่วมมอบเงินบริจาคกว่า 20,000 บาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แก่นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ ผู้อำนวยการกองช่าง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวอำเภอเบตง ได้พร้อมใจกันมอบให้ประชาชนผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และส่งกำลังใจให้คนจีนด้วยคำพูดว่า &amp;quot;อู่ฮั่นสู้ๆ&amp;quot; และ &amp;quot;ประเทศจีนสู้ๆ&amp;quot; อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านข้อมูลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ประเทศจีนมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพิ่มมากที่สุดในวันเดียวถึง 97 คน นับแต่พบการระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เมื่อปลายเดือนธันวาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของจีน ที่รวบรวมถึงวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;2563 จำนวนผู้เสียชีวิตภายในจีนเพิ่มเป็น 908 ราย ซึ่งไม่รวมผู้เสียชีวิตที่ฟิลิปปินส์และฮ่องกงอีกแห่งละ 1 ราย ที่จะทำให้ยอดสังเวยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 รวมอยู่ที่ 910 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนเมื่อวันอาทิตย์มี 3,062 ราย จำนวนรวมเป็น 40,171 ราย
ที่เห็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อในไม่ต่ำกว่า 27 ประเทศและดินแดน รวมมากกว่า &amp;nbsp;330 ราย มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 65 รายจากเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส ที่ผู้โดยสารและลูกเรือราว 3,700 คนถูกกักกันไว้นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้เพิ่มเป็น 135 รายแล้ว ในขณะที่เรือสำราญเวิลด์ดรีมที่ถูกทางการฮ่องกงกักกันโรคนาน 5 วัน ผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 3,600 คนได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือได้แล้ว หลังจากผลตรวจ 1,800 คนไม่พบการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางการอังกฤษรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 8 &amp;nbsp;รายแล้ว รัฐบาลอังกฤษประกาศให้การแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นภัยคุกคามจวนตัวและร้ายแรง เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถแยกกักกันผู้ต้องสงสัยติดเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของจีนจะเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเข้าสู่ภาวะทรงตัวแล้ว แต่ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เตือนที่นครเจนีวาว่า มีความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการแพร่เชื้อของคนที่ไม่ได้อยู่ภายในจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อยอาจบ่งชี้ว่ามีการแพร่เชื้อในวงกว้างขึ้นในประเทศอื่นๆ พูดสั้นๆ &amp;nbsp;คือที่เราเห็นอาจเป็นเพียงแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ&amp;quot; เขากล่าวเตือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมกับผู้แทนของดับเบิลยูเอชโอ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์และความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมการระบาด &amp;nbsp;โดยในยุโรปพบผู้ติดเชื้อแล้วประมาณ 30 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันจันทร์ชาวจีนในหลายเมืองเริ่มกลับเข้าทำงานตามปกติแล้วอย่างช้าๆ หลังจากครบกำหนดการยืดเวลาวันหยุด นครใหญ่เช่นกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เริ่มมีการจราจรหนาตาขึ้น แต่ระบบขนส่งมวลชนยังคงมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าปกติ ผู้โดยสารทุกคนล้วนสวมหน้ากากอนามัย ธุรกิจและสถานที่ทำงานบางแห่งยังคงให้พนักงานและลูกจ้างทำงานจากที่บ้าน หรือสลับเวรกันทำงาน แต่มณฑลหูเป่ย์ยังคงปิดตายเช่นเดิม ระบบขนส่งมวลชน สถานีรถไฟและสนามบินปิดทำการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลยนับแต่มีการแพร่ระบาด โดยปล่อยให้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง เป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของรัฐบาล ได้สวมหน้ากากอนามัยออกตรวจเยี่ยมแพทย์และคณะทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงปักกิ่ง ดูการรักษาผู้ป่วยและได้พูดคุยกับแพทย์ที่เมืองอู่ฮั่นผ่านวิดีโอลิงก์ ภาพข่าวโทรทัศน์เผยให้เห็นด้วยว่า สีวัดอุณหภูมิร่างกายผ่านเทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรดสี และยังออกเยี่ยมทักทายประชาชนในชุมชนแห่งหนึ่งเพื่อตรวจและชี้แนะความพยายามควบคุมการแพร่ระบาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56834</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ, ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, สี จิ้นผิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e416b9291e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!แพทย์เผยใช้ภูมิคุ้มกัน&#039;คนขับแท็กซี่&#039;ที่หายป่วย รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.63- นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีคนขับแท็กซี่ที่หายป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้วเกิดภูมิคุ้มกัน โดยมีการมาบริจาคเลือดเพื่อนำภูมิคุ้มกันไปใช้ประโยชน์ในการรักษา ว่า จากโรคเก่าที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อคนที่หายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันขึ้น แต่จะมีภูมิขึ้นชัดเจนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากเริ่มป่วย แต่ถ้าดีที่สุดคือประมาณ 4 สัปดาห์หรือ 1 เดือน เพราะหากหลังจากนี้ภูมิคุ้มกันก็อาจจะค่อยๆ ลดลงไปอย่างช้าๆ โดยเอาเลือดมาแล้วสกัดเอาน้ำเหลืองที่มีภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี ซึ่งถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีกว่ายา เพราะภูมิคุ้มกันก็จะเข้าไปจับเชื้อโรคเลย ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ก็เอามาจากสมัยโรคซาร์ส ที่ใครป่วยแล้วรอดตายแล้วก็ขอเลือดมาใช้รักษา รวมถึงสมัยอีโบลาที่มีแพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งติดเชื้อ และได้รับเลือดจากเด็กชายชาวแอฟริกันรายหนึ่งที่หายจากโรคอีโบลาแล้ว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีกล่าวว่าในขณะที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังไม่มียา ภูมิคุ้มกันในคนที่หายแล้ว ก็เหมือนยา ยิ่งกว่ายา โดยเชื่อว่าขณะนี้จีนกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งมีจีนมีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วจำนวนมากเป็นพันคนก็สามารถเลือกได้ว่า จะเอาเลือดของคนไหนมาใช้ สำหรับประเทศไทยตอนนี้มีแค่คนขับแท็กซี่คนเดียว เพราะที่เหลือเป็นคนจีนกลับประเทศไปแล้ว ส่วนรายนครปฐมเป็นหญิงสูงอายุ ซึ่งไม่สามารถเข้าหลักเกณฑ์การบริจาคเลือดได้ เพราะเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวคือหัวใจด้วย จึงเหลือเพียงคนขับแท็กซี่ ที่เป็นคนหนุ่มอยู่ในช่วงอายุ 40 ปี และมีสุขภาพแข็งแรงพอ โดยเลือดที่ใช้ก็จะใช้ปริมาณเหมือนกับการบริจาคเลือดตามปกติทั่วไป ส่วนต่อไปหากมีคนหายเพิ่มก็อาจต้องขอนำมาภูมิคุ้มกันมาใช้ศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เลือดของผู้ป่วยที่หายดีแล้วที่จะเอามาใช้ เดิมต้องดูว่ากรุ๊ปเลือดตรงกันหรือไม่ แต่ตอนนี้ไม่สำคัญ เพราะสามารถเอากรุ๊ปเลือดออกได้ ให้เหลือเฉพาะภูมิคุ้มกัน แต่จะต้องพิจารณาว่ามีเชื้อพาหะอื่นอีกหรือไม่ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี และเอชไอวี เป็นต้น หากมีก็ไม่สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ แม้ขณะนี้ประเทศไทยจะมีคนเดียวคือรายแท็กซี่ที่หาย แต่เราก็อยากลอง โดยขณะนี้ได้นำมาให้คนไข้หนัก 2 คนแล้ว คือ รายที่ติดเชื้อวัณโรคร่วมและรายอายุ 30 กว่าปีที่มีอาการค่อนข้างหนัก โดยต้องรอผลใน 48 ชั่วโมง สำหรับการให้ก็คงเลือกให้ในคนไข้ที่มีอาการปานกลางถึงหนัก มากกว่าที่จะให้คนไข้ธรรมดา ก็เหมือนกรณีการให้ยาต้านไวรัสที่ให้ในรายที่อาการหนัก แต่หากมีอาการหนักมากก็จะไม่ให้ เพราะให้ไปแล้วหากอาการแย่ลงก็จะไปโทษว่ายาไม่ได้ผล ส่วนภูมิคุ้มกันนี้เอาไปทำวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ได้ เพราะวัคซีนต้องทำจากเชื้อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวี ยังเผยว่า การผลิตวัคซีนป้องกันในกลุ่มเชื้อไวรัสโคโรนานั้น มีการทำมาตั้งแต่สมัยโรคซาร์ส เมื่อ 17 ปีที่แล้ว แต่โรคกลับสงบก่อน ก็ไม่ได้มีการทำต่อเก็บเข้าลิ้นชัก ส่วนโรคเมอร์สมีปัญหาหลักๆ มากที่สุดอยู่ที่ซาอุดิอาระเบียก็มีพัฒนาเช่นกัน สำหรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก็มีการเอาพิมพ์เขียวของเก่าออกมาเริ่มทำ เพราะเป็นเชื้อโคโรนาเช่นกัน โดยประเทศที่มีเทคโนโลยีระดับสูงก็ต้องการเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไปพัฒนาต่อ โดยขอเชื้อจากจีนบ้าง จากไทยบ้าง แต่การจะให้เชื้อไปเลยก็คงไม่ได้ เพราะหากให้ไปแล้วพัฒนาเป็นวัคซีนสำเร็จแล้วเอากลับมาขายเราเข็มละแพงๆ เป็นหลักพันบาทก็คงไม่ได้ อาจเอาเปรียบกันเกินไป มองว่าผู้บริหารประเทศอาจจะต้องมีการทำเอ็มโอยูร่วมกันก่อนหรือไม่ ว่าหากให้ไปแล้วเมื่อพัฒนาสำเร็จจะตอบแทนเราที่เป็นเจ้าของเชื้ออย่างไร เช่น อาจจะลดราคาลง 10 เท่า เป็นต้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือ ซึ่งจีนก็น่าจะทำวัคซีนของตัวเองอยู่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีกล่าวว่า ส่วนไทยยังพัฒนาเองไม่ได้ เพราะต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งแตกต่างจากการทำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่ไทยอยู่ระหว่างการทำโรงงานผลิตเอง เพราะโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีความยากกว่า แต่ไข้หวัดใหญ่มีหลายประเทศทำมาเยอะแล้ว และไทยได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีและกระบวนการจากญี่ปุ่น จึงสามารถตั้งโรงงานเพื่อผลิตเองได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเฟสที่สาม คือ การวิจัยทดลองใช้อยู่ ซึ่งต้องใช้จำนวนคนมากและใช้เวลานาน ซึ่งหากสำเร็จก็จะเข้าสู่เฟสสี่ที่สามารถขึ้นทะเบียนและนำออกมาใช้ได้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56801</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับแท็กซี่, ภูมิคุ้มกัน, ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, แอนติบอดี, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e41150092c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโคโรนาแซง&#039;ซาร์ส&#039; WHOกัดฟันระบาดคงที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหยื่อไวรัสโคโรนาจีนพุ่งแซงยอดโรคซาร์สทั่วโลก ด้านองค์การอนามัยโลกเชื่อสถานการณ์ระบาดเข้าสู่ช่วงคงที่ &amp;nbsp; ขณะที่ไทยตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 22 ราย รองอธิบดีกรมควบคุมโรคยันยังไม่มีเพิ่ม ส่วนคนไทยจากอู่ฮั่นกักตัวในโรงพยาบาล 5 ราย &amp;nbsp;ด้านสถานที่ท่องเที่ยวระส่ำ นักท่องเที่ยวขาดแคลนหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้สังเวยไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นในจีนพุ่งแซงยอดผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์สทั่วโลกไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ซึ่งรวบรวมจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตถึงวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ระบุว่าแม้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากวันก่อน แต่ผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันลดน้อยลง โดยวันเสาร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 89 ราย จำนวนรวมเพิ่มเป็น 811 ราย แซงหน้ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์สทั่วโลกที่มี 774 รายเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนลดลงเป็นครั้งแรกนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยอยู่ที่ 2,656 ราย ผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีนอยู่ที่ 37,198 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะยังเพิ่มต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงมาเรื่อยนับแต่วันพุธที่แล้วที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในวันเดียวถึงเกือบ 3,900 ราย ทำให้องค์การอนามัยโลกเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของจีนอยู่ในช่วงคงที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นผลจากมาตรการควบคุมของทางการจีน กระนั้นตัวเลขยังมีโอกาสพุ่งขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของโจเซฟ ไอเซนเบิร์ก อาจารย์ด้านระบาดวิทยาประจำวิทยาลัยสาธารณสุข แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ว่ายังเร็วไปที่จะบอกว่าการระบาดถึงจุดสูงสุดแล้วหรือไม่ ถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานยืนยันอาจถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้แน่ว่ากรณีที่ยังไม่มีการรายงานเป็นอย่างไร โดยเฉพาะข้อมูลจากพื้นที่ในชนบทบางแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมามีชายชาวอเมริกันในเมืองอู่ฮั่นเป็นผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชาวจีนคนแรกที่เสียชีวิต วอชิงตันโพสต์รายงานว่าชายคนนี้เป็นนักพันธุศาสตร์วัย 53 ปีชื่อ หง หลิง ที่ศึกษาโรคหายาก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชายชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตที่อู่ฮั่น เป็นผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ผู้เสียชีวิตยังเท่าเดิมที่ 2 ราย โดยเป็นผู้ป่วยชาวจีนที่เสียชีวิตในฟิลิปปินส์ และชาวจีนในฮ่องกง เมื่อวันเสาร์ทางการฮ่องกงเพิ่งประกาศใช้มาตรการกักกันโรคนาน 14 วันสำหรับนักเดินทางทุกคนที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือผู้ที่เคยอยู่ที่นั่นในช่วง 14 วันก่อนหน้านี้ ส่วนมาเลเซียขยายคำสั่งห้ามครอบคลุมนักเดินทางทุกคนที่มาจากจีน ฝรั่งเศสมีคำแนะนำด้านการเดินทางฉบับใหม่เตือนพลเมืองเลี่ยงการเดินทางไปจีนเว้นแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอิตาลีขอให้เด็กที่เคยเดินทางไปจีนงดการไปโรงเรียนนาน 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่ภายนอกจีนรวมถึงชาวอังกฤษ 5 คนที่พักอยู่ในกระท่อมหลังเดียวกันที่หมู่บ้านสกีในเขตโอต-ซาวัวบนเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส อีกด้านหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ เที่ยวบินอพยพเที่ยวสุดท้ายของอังกฤษนำ 200 ชีวิตมาลงที่ฐานทัพอากาศในภาคกลางของอังกฤษแล้ว ขณะที่เครื่องบินของออสเตรเลียอพยพคน 266 คนมาลงที่เมืองดาร์วินของออสเตรเลียในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศจัดเที่ยวบินเที่ยวที่ 2 อพยพชาวสิงคโปร์และครอบครัว 174 ชีวิตจากอู่ฮั่น ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ติดเชื้อภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 350 คน จากกว่า 27 ประเทศและดินแดนนั้น สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว 40 ราย เป็นรองเพียงแค่ญี่ปุ่นซึ่งพบผู้ติดเชื้อ 25 ราย ยังไม่รวมในเรือสำราญอีก 64 ราย
ไทยยอดยังอยู่ที่ 22 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ล่าสุดที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค และ ภก.พิพัฒน์ นิยมการ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp;แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย รวมสะสม 32 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 679 ราย คัดกรองจากสนามบิน 51 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 628 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 284 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 395 ราย โดยวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 25 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์กล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกใน 28 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยัน ติดเชื้อจำนวน 34,880 ราย เสียชีวิต 724 ราย ส่วนประเทศจีน พบผู้ป่วย 34,546 ราย เสียชีวิต 722 ราย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง &amp;ldquo;เช็กก่อนแชร์&amp;rdquo; งดแชร์ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ และมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์ระบุว่า โปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ h ttps://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ และ Line@/เฟซบุ๊ก : รู้กันทันโรค, Coronavirus2019, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประชาชนตรวจสอบข่าวลวงได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม w ww.antifakenewscenter.com&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกยังคงต้องติดตามใกล้ชิด ในส่วนของประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม จำนวนผู้ป่วยยืนยันมี 32 รายเท่าเดิม ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นผู้ติดเชื้อที่ได้จากการตรวจในผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพิ่มเติม มีอาการเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคของไทย โดยยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 22 ราย ทุกรายอาการดีขึ้น รายที่มีอาการมากรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการทรงตัว แพทย์ให้การดูแลใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลราชวิถีอาการดีขึ้นมากแล้ว รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้ง&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุด้วยว่า สำหรับกลุ่มคนไทยกลับบ้าน ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ 133 คน ทุกคนอาการปกติ ไม่มีไข้ ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่มี 1 ราย รักษาตัวในห้องแยก รพ.ชลบุรี อาการทั่วไปปกติ ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 5 ราย แยกรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการปกติ ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและเฝ้าระวังต่อเนื่องที่อาคารรับรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเข้มข้นการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคทุกด่าน ทั้งทางอากาศ ทางบก ที่ด่านชายแดน และท่าเรือ ที่สำคัญคือการให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเร่งรณรงค์ให้ความรู้ผู้ประกอบการ พนักงานขับรถสาธารณะ ในการทำความสะอาดสถานที่ และจุดสัมผัสเสี่ยงภายในรถ รวมทั้งได้ให้เร่งสำรวจปริมาณการใช้หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรค แจ้งมายังศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสำรองไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้งานของโรงพยาบาลและประชาชนในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่า ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 3-23 มกราคม 2563 ได้เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563 ขยายเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงราย และตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2563 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ขยายการคัดกรองเป็นทุกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก รวมคัดกรองเที่ยวบินสะสม 616 เที่ยวบิน รวมคัดกรองผู้เดินทางและลูกเรือสะสม 49,812 ราย (ไม่รวมข้อมูลของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังขยายการคัดกรองเป็นทุกเที่ยวบิน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 ได้คัดกรองพื้นที่นอกสนามบิน ณ ท่าเรือกรุงเทพมหานคร สะสมรวม 899 ราย และที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 30 มกราคม 2563 มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมรวม 15,733 ราย นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค
จากอู่ฮั่นกักตัว รพ. 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ สโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 6, นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นพ.สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และ &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ร่วมแถลงรายงานความคืบหน้ากรณี คนไทย 138 ชีวิตกลับจากอู่ฮั่น ในพื้นที่กักกัน กิจการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวด้วยว่า นับเป็นวันที่ 5 ของการเฝ้าระวังกลุ่มคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญรายงานยืนยันขณะนี้ เมื่อคืนวันที่ 7 ก.พ. พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้ว 1 ราย ถูกนำตัวนอนพักห้องแยกในโรงพยาบาลชลบุรี ส่วนอีก 1 รายที่อยู่ห้องเดียวกัน แยกพักยังโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ผลตรวจห้องแล็บรายนี้ไม่พบเชื้อ ยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ซึ่งทั้ง 2 รายอาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่มีการตรวจพบผู้ป่วย 4 ราย ถูกนำตัวเข้าห้องกักกันยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัส ทั้งหมดอาการเป็นปกติ ล่าสุดกลับเข้าที่กักกันแล้ว 1 ราย ส่วน 3 รายเฝ้าดูอาการเตรียมส่งคืนสู่พื้นที่กักกัน ยอดคนไทยในพื้นกักกันขณะนี้ 133 ราย ถูกกักตัวในโรงพยาบาล 5 ราย และในวันนี้ได้มอบอุปกรณ์กีฬาไม้แบดมินตันให้ผู้กักกันได้ทำกิจกรรมเล่นกีฬากลางแจ้งร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และคลายความตึงเครียดในจิตใจอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจตามร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์และร้านขายยาที่จำหน่ายแมสก์หรือผ้าปิดจมูก จากการตรวจสอบพบว่าตามร้านที่ไปตรวจนั้นบอกว่าผ้าปิดจมูกไม่มีจำหน่ายมาสองสัปดาห์แล้ว เนื่องจากกระแสข่าวของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ประชาชนมาหาซื้อผ้าปิดจมูกจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ในจังหวัดตรัง ส่วนใหญ่จะมาซื้อแล้วส่งไปให้บุตรหลานที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว เช่น กระบี่ ภูเก็ต จึงทำให้ผ้าปิดจมูกของจังหวัดตรัง ขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรวีพรรณระบุด้วยว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง ก็มาหาซื้อผ้าปิดจมูกเช่นกัน แต่ก็ผิดหวังเนื่องจากไม่มีสินค้าจำหน่าย ทางร้านค้าขอให้ภาครัฐเร่งบริษัทผู้ผลิตให้ผลิตผ้าปิดจมูกออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;และยังพบอีกว่าที่ร้านขายยาบางร้านในเขตเทศบาลนครตรัง มีผ้าปิดจมูกชนิดผ้าจำหน่ายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว จำหน่ายโหลละ 80 บาท หรือขายปลีกชิ้นละ 10 บาท อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายผ้าปิดจมูกไม่มีการขายเกินราคาแต่อย่างใด ซึ่งผ้าปิดจมูกเป็นสินค้าควบคุม ผู้ทำการค้าต้องมีการแจ้งต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, สาธิต ปิตุเตชะ, หง หลิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจเซฟ ไอเซนเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e4008c1460ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
