<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอธีระ’ชี้ทั่วโลกแนวโน้มติดเชื้อโควิดลดแต่‘พี่ไทย’กลับพุ่งสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ทั่วโลก 9 มิถุนายน 2564 อินเดียติดเชื้อต่ำกว่าแสนคนติดต่อกันเป็นวันที่ 2 การระบาดของเค้าเป็นขาลงอย่างชัดเจน เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 336,496 คน รวมแล้วตอนนี้ 174,709,297 คน ตายเพิ่มอีก 8,873 คน ยอดตายรวม 3,761,059 คน 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังเป็นเช่นเดิม คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 9,994 คน รวม 34,239,313 คน ตายเพิ่ม 353 คน ยอดเสียชีวิตรวม 613,084 คน อัตราตาย 1.8% อินเดีย ติดเพิ่ม 91,227 คน รวม 29,088,176 คน ตายเพิ่ม 2,213 คน ยอดเสียชีวิตรวม 353,557 คน อัตราตาย 1.2% &amp;nbsp;บราซิล ติดเพิ่ม 51,317 คน รวม 17,037,129 คน ตายเพิ่มถึง 2,178 คน ยอดเสียชีวิตรวม 476,792 คน อัตราตาย 2.8% &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 6,018 คน ยอดรวม 5,719,937 คน ตายเพิ่ม 73 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,137 คน อัตราตาย 1.9% ตุรกี ติดเพิ่ม 6,609 คน รวม 5,300,236 คน ตายเพิ่ม 86 คน ยอดเสียชีวิตรวม 48,341 คน อัตราตาย 0.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี โบลิเวีย สเปน เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่แนวโน้มลดลง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นยูเครน จอร์เจีย มองโกเลียที่ยังหลักพัน แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แนวโน้มลดลง ยกเว้นบางประเทศเช่น คูเวต ยูเออี อัฟกานิสถาน เป็นต้น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ดูจาก Worldometer เช้านี้ สถิติเมื่อวานไทยเราติดเชื้อเพิ่มมากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก จำนวนเสียชีวิตต่อวันมากเป็นอันดับที่ 30 จำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการดูแลรักษาหรือ active case อันดับที่ 34 ส่วนจำนวนผู้ป่วยรุนแรงหรือวิกฤติ อยู่อันดับที่ 17&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์จึงยังชัดเจนว่า แม้ทั่วโลกมีแนวโน้มการระบาดที่ลดลง แต่ไทยเรายังมีการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ยังดูไม่มีแนวโน้มลดลง ยังย้ำเช่นเดิมว่า หัวใจสำคัญในการจัดการโรคระบาดรุนแรงนั้น คือ หนึ่ง ระบบการตรวจคัดกรองโรคต้องมีศักยภาพทำได้มากและต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ จำเป็นที่ต้องหาทางทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการตรวจได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องติดกฎเกณฑ์อาการหรือความเสี่ยง ยืนบนพื้นฐานความจริงที่ว่า การระบาดกระจายไปทั่ว มีสิทธิที่ทุกคนจะติดเชื้อได้ ไม่จำเป็นต้องมีอาการ และคนเราไม่มีใครที่อยากจะทรมานกายเพื่อไปแยงจมูกตรวจโดยไม่จำเป็น &amp;nbsp;การทำให้ระบบบริการสามารถเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยให้คนทราบสถานะของตนเอง และวางแผนการป้องกันตัวและปฏิบัติตัวได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง นโยบายและมาตรการของรัฐ ต้องไม่นำพาความเสี่ยงต่อการระบาดเพิ่มมาสู่ประเทศ ตราบใดที่ยังควบคุมการระบาดไม่ได้ การเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จะมีโอกาสสูงที่จะทำให้ระบาดหนักขึ้น ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงต่อการนำพาเชื้อกลายพันธุ์ต่างๆ เข้ามา แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ จะทำให้ population mobility มากขึ้น การพบปะสังสรรค์มากขึ้น การสัมผัสมากขึ้นจากการค้าขาย บริการ เดินทาง หรือท่องเที่ยว ทำให้การระบาดเดิมในประเทศที่มีอยู่ ทวีความรุนแรงขึ้น และยากต่อการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย หลายหลาย และมีปริมาณเพียงพอสำหรับ&amp;quot;ทุกคน&amp;quot;ในประเทศ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่อาศัยในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีคือ เมื่อคืนนี้มีการปลดล็อกให้ภาคส่วนอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาและบริการวัคซีนให้แก่ประชาชน ทั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพและสาธารณสุข &amp;nbsp;แต่หากติดตามมาตลอดจะทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาคอขวดในการนำเข้าวัคซีน มิใช่แค่ตัวระเบียบหรือกฎหมาย แต่จะดีขึ้นกว่าเดิมหากกลไกการทำงานของหน่วยงานนโยบายด้านสาธารณสุขมีการปรับให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าที่เคยทำมา โดยไม่ควรให้เรื่องนี้อยู่ในมือหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่จำเป็นจะต้องให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทขับเคลื่อน ภายใต้ข้อตกลงและการรับรู้ว่าระบาดรุนแรง วัคซีนป้องกันที่ใช้หรือนำเข้ามาได้รับการกลั่นกรองและอนุมัติให้ใช้กรณีฉุกเฉินจากองค์กรสากลอย่างองค์การอนามัยโลกแล้ว ดังนั้นกระบวนการต่างๆ ภายในประเทศจึงควรผ่อนคลาย และทำให้ใช้เวลาน้อยที่สุดเพื่อหาวัคซีนหลากหลายมาให้ได้ทันต่อการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสุดท้าย ปัญหาการระบาดของเราตั้งแต่ระลอกแรก ระลอกสอง จนมาถึงระลอกสาม ต้องยอมรับว่าเกิดจากปัญหาเชิงระบบ ตั้งแต่นโยบายด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว เดินทาง รวมถึงช่องโหว่ในการใช้อภิสิทธิ์ของหลายต่อหลายคน หลายต่อหลายกลุ่ม จนทำให้เกิดผลกระทบต่อมาในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายดังกล่าวให้เหมาะสม ใช้คนให้ถูกกับคุณสมบัติและทักษะที่มี&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยิ่งหากเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนนั้น การเห็นข่าวปรากฏการณ์ที่ใช้ &amp;quot;รหัสเรียกขาน&amp;quot; เพื่อลัดเลาะได้บริการก่อน ทั้งที่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ ก็เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากเป็นจริง ก็จำเป็นจะต้องกำจัดเหลือบที่เป็นต้นตอเหล่านั้นออกไปจากระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองได้ ต้องหาต้นตอสาเหตุของปัญหา และจัดการแก้ไข ขอให้เราทุกคนมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคระบาด ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า...ล้างมือบ่อยๆ เจอคนน้อยๆ สั้นๆ อยู่ห่างมากๆ... ด้วยรักและห่วงใย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105728</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, เฟซบุ๊ก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เปิดข้อมูลจากอังกฤษ Pfizerครบสองเข็มป้องกันสายพันธุ์อินเดียได้88% ส่วนAZได้66%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 มิ.ย.64 - ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 8 มิถุนายน 2564...ล่าสุดอินเดียติดเชื้อสะสมกำลังจะแตะ 29 ล้าน จำนวนเพิ่มต่อวันมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวานต่ำกว่าแสนคนเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน นับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2564 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 305,770 คน รวมแล้วตอนนี้ 174,360,879 คน ตายเพิ่มอีก 7,727 คน ยอดตายรวม 3,751,666 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 10,515 คน รวม 34,225,127 คน ตายเพิ่ม 287 คน ยอดเสียชีวิตรวม 612,670 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 87,345 คน รวม 28,996,949 คน ตายเพิ่ม 2,115 คน ยอดเสียชีวิตรวม 351,344 คน อัตราตาย 1.2%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 38,750 คน รวม 16,985,812 คน ตายเพิ่มถึง 1,119 คน ยอดเสียชีวิตรวม 474,614 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 1,164 คน ยอดรวม 5,713,917 คน ตายเพิ่ม 64 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,062 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกี ติดเพิ่ม 5,647 คน รวม 5,293,627 คน ตายเพิ่ม 91 คน ยอดเสียชีวิตรวม 48,255 คน อัตราตาย 0.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่แนวโน้มลดลง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นมองโกเลียที่ยังหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แนวโน้มลดลง ยกเว้นบางประเทศเช่น คูเวต ยูเออี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ข้อมูลจาก European Centre of Disease Prevention and Control (ECDC) เกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์ อัพเดตล่าสุดเมื่อ 3 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ที่เป็นที่กังวล (Variants of Concern: VOC) ของเค้ามี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ อัลฟ่า เบต้า แกมม่า และเดลต้า ซึ่งพบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดียตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าโดยรวมแล้ว ทั้ง 4 สายพันธุ์สามารถแพร่ได้ไวกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายสายพันธุ์ที่ติดเชื้อแล้วทำให้มีความรุนแรงกว่าเดิม เช่น อัลฟ่า เบต้า แกมม่า ในขณะที่สายพันธุ์เดลต้ายังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าจะทำให้รุนแรงขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสิ่งหนึ่งที่กังวลกันมากคือ การดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่เราใช้กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสายพันธุ์เบต้า และเดลต้านั้น มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่าดื้อต่อภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลการวิจัยจากสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ 5 เมษายน 2564 ถึง 16 พฤษภาคม 2564 พบว่า หลังฉีดวัคซีน Pfizer-BioNTech ครบสองเข็มไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์จะสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการจากสายพันธุ์ B.1.672 (เดลต้า, อินเดีย) ได้ 88% ซึ่งลดลงจากเดิม ที่ป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่า (B.1.1.7, สหราชอาณาจักร) ได้ 93%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่หากฉีดวัคซีน AstraZeneca ครบสองเข็มจะป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ 60% ซึ่งลดลงจากเดิม ที่ป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่าได้ 66%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญคือ เมื่อประเมิน ณ 3 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนไปเพียงเข็มเดียว ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการจากสายพันธุ์เดลต้า จะได้เพียง 33% ซึ่งลดลงจากเดิม ที่ป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่าได้ 50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่จึงเป็นข้อมูลที่เน้นย้ำให้แต่ละประเทศหาทางป้องกันการระบาดของสายพันธุ์กลายพันธุ์ดังกล่าว และการเว้นระยะฉีดวัคซีนเข็มที่สองที่ห่างเกินไปนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรา...ข่าวออกมาชัดเจนว่า ตอนนี้มีสายพันธุ์กลายพันธุ์เข้ามาในประเทศแล้ว จึงจำเป็นที่เราทุกคนต้องป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้างมือบ่อยๆ พบคนน้อยๆ สั้นๆ อยู่ห่างกันมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105652</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b1aa39fb23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;สรุปบทเรียนระบาดซ้ำเกิดจากความประมาทหรือประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 - ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รายงาน สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกประจำวันที่&amp;nbsp; 21 พฤษภาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
อัพเดตจาก Worldometer เช้านี้ เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 633,618 คน รวมแล้วตอนนี้ 165,820,544 คน ตายเพิ่มอีก 12,418 คน ยอดตายรวม 3,443,806 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา อเมริกา และโคลอมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 28,918 คน รวม 33,831,885 คน ตายเพิ่ม 631 คน ยอดเสียชีวิตรวม 602,588 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 259,269 คน รวม 26,030,674 คน ตายเพิ่ม 4,209 คน ยอดเสียชีวิตรวม 291,365 คน อัตราตาย 1.1%
บราซิล ติดเพิ่ม 83,367 คน รวม 15,898,558 คน ตายเพิ่มถึง 2,527 คน ยอดเสียชีวิตรวม 444,391 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 15,415 คน ยอดรวม 5,568,551 คน ตายเพิ่ม 133 คน ยอดเสียชีวิตรวม 108,314 คน อัตราตาย 1.9%
ตุรกี ติดเพิ่ม 9,385 คน รวม 5,160,423 คน ตายเพิ่ม 207 คน ยอดเสียชีวิตรวม 45,626 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมัน และสเปน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างอาร์เจนติน่า โคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
มาเลเซียระลอกที่ 3 ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มถึง 6,806 คน ยอดติดเชื้อรวมตอนนี้ 492,302 คน ตายเพิ่มอีกถึง 59 คน จำนวนเสียชีวิตสะสมสูงถึง 2,099 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อยู่ระดับหลักร้อยถึงพันกว่า หลายประเทศกดลงมาอยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน ยูเครน เบลารุส จอร์เจีย ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน แต่อิหร่านตอนนี้ยังเกินหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...ไต้หวันยังคงติดเพิ่มถึง 295 คน ถือว่าติดเพิ่มหลักร้อยมาต่อเนื่องเกือบสัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากดูจำนวนการติดเชื้อใหม่ต่อวันของเมื่อวานนี้ ไทยเราติดเชื้อเพิ่มสูงเป็นอันดับที่ 31 ของโลก โดยมีจำนวนเคสที่ป่วยรุนแรงและวิกฤติมากเป็นอันดับที่ 22 ของโลก
คาดว่าหลังจากรวมยอดติดเชื้อใหม่ของวันนี้ จะแซงนอร์เวย์ขึ้นเป็นอันดับที่ 90 และอาจแซงเกาหลีใต้และเมียนมาร์ได้ภายในกลางเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากบทเรียนต่างประเทศที่กำลังเผชิญการระบาดซ้ำ ล้วนวิเคราะห์กันและชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนที่เกิดจากความประมาท หรือประเมินความเสี่ยงในการระบาดที่ต่ำเกินไป
สำหรับไทยเรานั้น เห็นชัดเจนว่าการระบาดระลอกที่สองเมื่อปลายปีก่อนถึงต้นปีนี้ และระลอกสามตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มาจากเหตุใด และส่งผลกระทบมากมายเพียงใด
ดังนั้นจึงขอให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เรียนรู้จากบทเรียนที่เจอมา และป้องกันอย่าให้เกิดขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระมัดระวังการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยกิเลส และเล่นกับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน สัจธรรมของสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน มักต้องมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องค้นหาข้อมูล ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง เพื่อให้รู้แจ้งในสิ่งนั้นๆ จะได้ตัดสินใจประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ...ทำในสิ่งที่ควรทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ความรู้ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ พิสูจน์ได้ เป็นแสงส่องทาง ช่วยในการตัดสินใจด้วยหลักเหตุและผล
สถานการณ์ระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ต้องป้องกันตัวเองและสมาชิกในครอบครัวอย่างเคร่งครัด
ตะลอนนอกบ้านน้อยๆ ใช้เวลาสั้นๆ มุ่งเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ล้างมือบ่อยๆ หลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ
พบเจอคนน้อยๆ สั้นๆ อยู่กันห่างมากๆ ไม่เจอกันตัวเป็นๆ จะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนกดชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ
เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับไปแยกกินเองจะปลอดภัยกว่า
ไม่ตะลอนท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับถึงบ้าน ไปอาบน้ำก่อน อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในบ้าน
คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้แยกจากสมาชิกในบ้าน แล้วรีบไปตรวจรักษา
แบ่งปันช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ตามกำลัง
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, โควิดระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; ชี้ไทยยังตรวจโควิดเชิงรุกน้อยกว่าประเทศอื่น คาดมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ตรวจอีกไม่น้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 23 มกราคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศสทะลุสามล้านไปแล้วเป็นประเทศที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 707,690 คน รวมแล้วตอนนี้ 98,656,163 คน ตายเพิ่มอีก 17,458 คน ยอดตายรวม 2,113,245 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 207,562 คน รวม 25,342,603 คน ตายเพิ่มอีก 4,307 คน ยอดตายรวม 423,079 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 15,044 คน รวม 10,640,464 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 56,552 คน รวม 8,753,920 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,513 คน รวม 3,677,352 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 40,261 คน รวม 3,583,907 คน ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าไวรัสสายพันธุ์สหราชอาณาจักรที่ระบาดอยู่นั้นมีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์เดิม เนื่องจากพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม หากเป็นเช่นนั้นจริง แต่ละประเทศทั่วโลกอาจต้องเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจต้องติดตามสเปนอย่างใกล้ชิด รายงานจำนวนติดเชื้อใหม่รายวันดูสูงขึ้นกว่าเดิมพอสมควร ลักษณะการระบาดเป็นระลอกสาม ซึ่งยอดติดเชื้อสูงสุดต่อวันมากกว่าระลอกแรก 4 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ไทย และจีน ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ กัมพูชา และเวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 425 คน ตายเพิ่มอีก 18 คน ตอนนี้ยอดรวม 136,591 คน ตายไป 3,031 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรานั้น ยังขอยืนยันว่า การตรวจเชิงรุกด้วยวิธี&amp;quot;สุ่มตรวจ&amp;quot;นั้น ต่อให้ผลออกมาไม่เจอผู้ติดเชื้อ แต่คนที่ไม่ถูกสุ่มตรวจนั้นอาจมีการติดเชื้ออยู่และแพร่ระบาดได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปสุ่ม 50 คนจากแต่ละโรงงานนั้น ไม่เกิดประโยชน์ เพราะไม่สามารถสะท้อนสถานการณ์จริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือแม้แต่การจะไปคัดเลือกแค่บางโรงงานในจังหวัดมาตรวจ โดยอ้างว่าเคยมีประวัติตรวจพบคนติดเชื้อมาก่อนนั้น ก็ไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน เพราะเวลาที่ผ่านมานั้นนานพอที่จะเกิดการแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่จังหวัด โรงงานอื่นที่ไม่เคยมีเคสติดเชื้อมาก่อน ก็อาจมีอยู่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่จังหวัดใดที่มีการระบาดเป็นสีแดงเข้ม และแดง จำเป็นต้องมีระบบการตรวจที่สามารถจำนวนมาก ครอบคลุม และต่อเนื่อง ต้องใช้เวลา ไม่สามารถเร่งรีบทำเพื่อหวังจะสรุปปิดยอดสิ้นเดือนอย่างที่หวังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเทียบตัวต่อตัว เกาหลีใต้ อัตราตรวจพบติดเชื้อจากการส่งตรวจพอๆ กับเรา แต่เค้าตรวจจำนวนมากกว่าเราถึง 5 เท่า จำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันที่รายงานก็เยอะกว่าเรา 3-5 เท่ามาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรมีประชากร 66.5 ล้านคน พอๆ กับเรา ตอนนี้ระบาดหนัก ติดเชื้อหลายหมื่นต่อวัน เค้าตรวจแต่ละวันกว่า 500,000 ครั้ง จำนวนการตรวจต่อประชากร 1,000 คนของสหราชอาณาจักรมากกว่าเราถึง 40 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจำนวนการตรวจที่ไทยทำ ถือว่าน้อยกว่าประเทศอื่น และทำให้เราพอคาดการณ์ได้ว่าจะมีคนที่ติดเชื้อโดยยังไม่ได้รับการตรวจอีกจำนวนไม่น้อยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือ อยู่ห่างๆ คนอื่นหนึ่งเมตร และสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายคล้ายไข้หวัด ขอให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
