<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอนิธิ’แจงยอดฉีดซิโนฟาร์มที่ไม่ต้องใช้ภาษีสักบาทเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ย.2564 &amp;ndash; ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กว่าขอบคุณทุกๆ ภาคส่วนที่ช่วยกัน ร่วมมือในการกระจายและฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มครับ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนในการจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติม ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และทีมงานท่านรองนายกฯ ที่ช่วยประสานงานต่างๆ จนได้วัคซีนมาให้ประชาชน ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ให้สถานทูตไทยช่วยประสานงาน ขอบคุณรัฐบาลจีนที่สนับสนุนและช่วยประสานงาน ขอบคุณทีมงานจิตอาสาที่ช่วยกันทุกวันรวมวันหยุดในการฉีดวัคซีนและงานอื่นๆ ขอบคุณ พอสว.ที่ช่วยเร่งการฉีดวัคซีนให้ในท้องถิ่นไกลๆ ขอบคุณองค์กรที่ช่วยสนับสนุนจัดวัคซีนไปให้กลุ่มคนในองค์กร ทำให้วัคซีนซิโนฟาร์มทั้งหมดนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณภาษีประเทศสักบาทเดียว และขอบคุณประชาชนทุกๆคนที่อดทนทยอยรอรับวัคซีนกันครับ ต่อไปวัคซีนในเด็กเร็วๆนี้ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานการฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์มของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (syringe)รวมฉีดให้ประชาชนทั่วประเทศแล้วจำนวน 6,354,082 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(syringe)ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานคร ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มมากที่สุดรวม 3,685,453 โดส รองลงมาตามลำดับได้แก่ &amp;nbsp;(syringe) ภาคตะวันออก 788,726 โดส &amp;nbsp;(syringe) ภาคใต้ 602,932 โดส &amp;nbsp;(syringe) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 477,494 โดส (syringe) ภาคตะวันตก 385,058 โดส &amp;nbsp;(syringe)ภาคเหนือ 214,419 โดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มมากที่สุด ได้แก่ &amp;nbsp;1.กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;1,375,097 โดส 2.ปทุมธานี 657,308 โดส&amp;nbsp;3.ชลบุรี 624,682 โดส 4.สมุทรปราการ 500,246 โดส 5.พระนครศรีอยุธยา 287,818 โดส 6.ตรัง 171,166 โดส&amp;nbsp;7.นครปฐม 169,328 โดส 8.ระยอง 166,928 โดส 9.สงขลา 162,828 โดส และ 10.กาญจนบุรี 153,564 โดส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ซิโนฟาร์ม #SINOPHARM #ฉีดวัคซีนช่วยชาติ #ก้าวผ่านCOVIDไปด้วยกัน #COVID19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน #โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;#เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิก, ฉีดวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ed9f6dd104.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&#039; ประกาศนโยบายให้บริการฉีดวัคซีนโควิดในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์&amp;nbsp;เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ประกาศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนโดยรวม ร่วมกับความปลอดภัยและประโยชน์ในการลดการแพร่เชื้อ การมีอาการหนัก และความเสี่ยงในการเสียชีวิตหากได้รับเชื้อ หลังได้รับวัคซีนของผู้รับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงขอประกาศนโยบายการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ให้บริการเฉพาะผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาแล้วเท่านั้น และไม่รับฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันเว้นแต่อยู่ในโครงการศึกษาวิจัยที่ได้ผ่านคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ให้บริการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำจากผู้ผลิตโดยไม่ฉีดข้ามชนิด นอกจากอยู่ในโครงการวิจัยที่ได้ผ่านการพิจารณาและรับรองแล้วจากคณะกรรมการจริยธรรมฯ หรือมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากวัคซีนเดิม หรือมีใบรับรองจากแพทย์ว่ามีความจำเป็นและข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่สามารถให้ผู้รับการฉีดเลือกชนิดวัคซีนเองได้ ซึ่งโดยในหลักการตามปริมาณวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนกลางขณะนี้ วัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจะสงวนสิทธิ์ไว้สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่อาจมีความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับวัคซีนเร็วขึ้นในช่วงที่มีการระบาดสูง ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะปรับการฉีดเข็มที่สองของวัคซีนซิโนแวค เป็น 2-3 สัปดาห์ และ 4-6 สัปดาห์ สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ เพื่อลดโอกาสเจ็บหนักหรือเสียชีวิตร่วมกับลดความจำเป็นในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกับผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้บริการฉีดวัคซีนกับทุกสัญชาติเชื้อชาติที่มีที่อยู่ในประเทศไทย ด้วยการคำนึงถึงเหตุผลที่สำคัญในการลดการแพร่เชื้อ และลดโอกาสการติดเชื้อของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วที่มักได้รับเชื้อจากผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาเป็นส่วนใหญ่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมต้องได้วัคซีนโดยเร็ว ไม่ว่าจะสัญชาติใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน และโปรดติดตามนโยบายในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมีข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตหรือจากบทความวารสารวิชาการสากลเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ&#039; บ่นอุบเจอคนเห็นแก่ตัวฉีดวัคซีนแล้วเข้ามาลงทะเบียนอีก ทำเว็บล่ม-จองล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - หลังจากที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งประชาสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะลงทะเบียนและจองคิวนัดหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 หลัก (AstraZeneca หรือ Sinovac) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยขอสงวนสิทธิสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สามารถเดินทางมารับวัคซีน ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนฯ&amp;nbsp;CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สำหรับผู้ที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;ลงทะเบียนนัดหมายการฉีดผ่านเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีผู้เข้ามาลงทะเบียนจำนวนมากจนทำให้เกิดปัญหาเว็บล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ศ.นพ.นิธิ มหานนท์&amp;nbsp;เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทำไมจึงมีคนไม่อ่านหรือไม่เข้าใจ หรือตั้งใจเอาเปรียบผู้อื่น หรือแค่อยากก่อกวนกันมากขนาดนี้ล่ะครับ&amp;hellip;.คนที่ลงทะเบียนและได้นัดมาฉีดวัคซีนหลัก AZ และ SV ฟรีเริ่มวันนี้และต่อไปสองอาทิตย์ ถึงยังมีคนที่มีหลักฐานว่าไปฉีดวัคซีนที่อื่นมาแล้วล่ะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแบบนี้แหล่ะครับที่ทำให้ต้องมีการตรวจสอบ ตรวจหลายที่ การจองช้า เว็บล่ม&amp;nbsp;สงสารคนที่ยังไม่ได้วัคซีนกันเลยบ้างเถอะครับ ถ้ายังมาที่จัดฉีดท่านก็จะไม่ได้รับการฉีดให้ในทุกกรณีนะครับ จะเชิญซื้ออาหารกลับบ้านไปนั่งรับประทานสบายๆครับ &amp;quot;ไม่รับ&amp;quot; ฉีดเป็นอันขาดครับ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านจะไม่ได้ประโยชน์อันใด &amp;quot;ในขณะนี้&amp;quot; ที่จะได้วัคซีน (ไม่ว่าวัคซีนเทพ วัคซีนมาร หรือวัคซีนสำหรับมนุษย์) กระตุ้นภูมิในเวลานี้ เพราะจากหลักฐานจากทั่วโลกคือ ท่านยังอาจติดเชื่อโควิดได้อยู่ดี และคนที่นำเชื้อมาสู่ท่านนั้นคือ มาจากคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนสักเข็มเดียวทั้งสิ้น ภูมิที่สูงนั้นสูงอยู่แค่ชั่วคราว และระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์มีมากกว่าระดับที่วัดกันอยู่(แล้วโอกาสหน้าจะเขียนง่ายๆให้เข้าใจกันครับ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนป่วยหนัก&amp;rdquo;ส่วนใหญ่&amp;rdquo;ยังเป็นคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนกันเลย (หมอๆและ รพ.ก็จะรับกันไม่ไหวอยู่แล้ว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเสียชีวิต&amp;rdquo;ส่วนใหญ่&amp;rdquo;ก็ไม่เคยได้รับวัคซีนเลย เตียงรับคนไข้หนัก เครื่องช่วยหายใจ อ็อกซิเจนก็ ปริมาณเหลือจวนเจียนเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบขอร้องกันเถอะครับคนที่เคยได้รับวัคซีนจากที่อื่นมาแล้ว ขอให้คนที่ยังไม่เคยได้กันก่อน เพื่อประโยชน์ของตัวท่านและสังคมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลการเปิดลงทะเบียนฉีดวัคซีน พบว่า มีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 หรือรับครบ 2 เข็มแล้วจำนวน 90 คน ซึ่งถือว่าไม่เข้าข่ายที่จะได้รับวัคซีน แต่กลับมาลงทะเบียน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ระบบจองฉีดวัคซีนเกิดปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113818</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองฉีดวัคซีน, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนซิโนฟาร์ม, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ&#039; เผยแนวทางขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ตำรับรพ.จุฬาภรณ์ แจกฟรี 6 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลับจุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงแนวทางขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ตำรับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในกรณีที่แพทย์ประสงค์ใช้ในผู้ติดเชื้อโควิด 19 มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ให้อาหารทางสายที่มีผลการตรวจ RT- PCR ยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในระบบการดูแลของโรงพยาบาล หรือเข้าสู่ระบบการดูแลที่บ้าน Home Isolationที่มีแพทย์ติดตามหรือในผู้ที่แพทย์เห็นสมควรจากประวัติสัมผัสและผลตรวจ Rapid Antigen Test เป็นบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์สามารถผลิตยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ได้จำนวนจำกัดสำหรับผู้ป่วยไม่เกิน 100 รายต่อสัปดาห์ และยานี้ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น ทั้งนี้ โรงพยาบาลหรือแพทย์ สามารถส่งข้อมูลของผู้ป่วยเพื่อขอรับยาได้ทางเว็บไซต์ favipiravir.cra.ac.th หรือโทร 06-4586-2470 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้นตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นของอาการอย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยลดอาการป่วยรุนแรงของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ตั้งแต่วันศุกรที่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกพลังแห่งการให้ คือ โอกาสในการเข้าถึงยารักษาของผู้ป่วย สานหัวใจแบ่งปันให้พวกเราคนไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อต้านภัยโควิดกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ที่ บัญชีธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เลขที่บัญชี 236-1-00491-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ โพสต์อีกว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เมดิกา อินโนวา จำกัด พัฒนาและคิดค้นสูตรตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (Hospital preparation) ต้านเชื้อไวรัสสำหรับเด็กและผู้ป่วยที่มีความลำบากในการกลืนยาเม็ด ตำรับแรกในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัส ตำรับแรกในประเทศไทย โดยงานเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เมดิกา อินโนวา จำกัด พัฒนาและคิดค้นสูตรตำรับยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาลฟาวิพิราเวียร์สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (Hospital preparation) เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โดยปกติตัวยานี้มีไว้ใช้สำหรับรักษาไข้หวัดใหญ่ แต่มีรายงานเบื้องต้นว่าสามารถช่วยลดอาการป่วยรุนแรงของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้ยาเร็วในระยะเริ่มต้นของอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาชนิดน้ำเชื่อมนี้ทำไว้สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยสูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความลำบากในการกลืนยาเม็ด โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยเหลือประเทศไทยให้สามารถผลิตยาให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้และพบการติดเชื้อในเด็กเพิ่มมากขึ้น สนองพระนโยบายศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีความห่วงใยและตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 จะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคฟาวิพิราเวียร์ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตำรับยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาลฟาวิพิราเวียร์ ได้มีการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบตัวยาสำคัญ ตลอดจนมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธีการที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และการศึกษาความคงสภาพเพื่อยืนยันคุณภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาล ลักษณะเป็นยาน้ำใส สีส้ม รสราสเบอรี่ มี 2 ขนาด คือ ขนาด 800 มิลลิกรัมใน 60 มิลลิลิตร และ ขนาด 1,800 มิลลิกรัมใน 135 มิลลิลิตร รับประทานยาขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดและวิธีการใช้ยาในเด็ก วันแรก รับประทานขนาด 60 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งให้ วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบ่งให้ วันละ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดและวิธีการใช้ยาในผู้ใหญ่ วันแรกรับประทาน ขนาด 1,800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมาขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง กรณีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กก/ตรม. วันแรกรับประทาน ขนาด 2,400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่แพทย์มีความประสงค์จะใช้ยานี้ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด19 กลุ่มผู้ป่วยเด็กและผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีผลตรวจ RT- PCR ยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 หรือตามแพทย์เห็นสมควรจากประวัติสัมผัสและผลตรวจ Antigen rapid test &amp;nbsp;เป็นบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถติดต่อเพื่อขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยนำผลยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาพบแพทย์และรับยาได้ที่ favipiravir.cra.ac.th หรือโทร 0645862570 ***ทั้งนี้ตั้งแต่ วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม เป็นต้นไป***โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน โดยในระยะแรกโรงพยาบาลจุฬาภรณ์สามารถผลิตได้จำกัดเพียงไม่เกิน 100 รายต่อสัปดาห์ และยานี้ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112083</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์, ยาฟาวิพิราเวียร์สูตรน้ำเชื่อม, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af24aedf211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 06:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 06:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ&#039;เผยจะแจ้งจำนวนวัคซีนที่อปท.ได้รับการจัดสรร เริ่มลงทะเบียนเข้าระบบในอาทิตย์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09 ก.ค.64 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์&amp;nbsp; เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp; และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬา​ภรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
วันนี้ได้ประชุมรวบรวมข้อมูลกลุ่มกิจกรรมและกลุ่มตามคุณสมบัติต่างๆจากที่ อปท.ทำลำดับความสำคัญกันมาในระบบพร้อมหนังสือรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วได้ตัดสินใจเบื้องต้นว่าจะจัดสรรให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนใน 1)กลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข 2)กลุ่มการศึกษาและโรงเรียน 3)กลุ่มองค์กรการกุศล และผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่น จากกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนบริจาค1.คนพิการ 2.คนในชุมชน 3.พระนักบวช โดยจะมีหนังสือกลับไปให้เริ่มขบวนการ ลงทะเบียน นัดโรงพยาบาล และใส่ชื่อคนรับวัคซีนให้ตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะแจ้งจำนวนที่แต่ละอปท.ได้รับการจัดสรร(ไม่ทั้งหมด)ในรอบแรก(จะมีรอบต่อๆไป)&amp;nbsp; อปท.จะเริ่มลงทะเบียนเข้าระบบได้ในอาทิตย์หน้าได้แต่การนัดฉีดอาจเป็นปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าครับ
สำหรับหลาย อปท ที่ไม่ได้ส่งแผนเข้ามาในระบบตามเวลาที่กำหนทางทีมงานจะประสานแจ้งให้ทราบท่านจะยังไม่ได้รับการจัดสรรในคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในกลุ่มบุคคลทั่วไปที่บางอปท เสนอมานั้นทางราชวิทยาลัยฯในเบื้องต้นไม่สามารถจัดหาให้ได้เพราะจะไปซับซ้อนกันกับการฉีดแบบปูพรมที่รัฐบาลต้องทำให้ประชาชน
สำหรับรายบุคคลธรรมดานั้นเราก็จะเปิดให้ลงทะเบียนยิ่นความจำนงอาทิตย์หน้าเช่นกัน โดยวันนี้ที่ได้ประชุมได้นัดหารือทำความเข้าใจโรงพยาบาลต่างๆที่จะรับช่วยบริการฉีดให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิธิ มหานนท์
เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
8 กรกฎาคม 2564
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต&amp;nbsp; #วัคซีนช่วยชาติ #เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนวงการเสื้อกราวน์‘หมอนิธิ’ค้านฉีดเข็ม3ให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ก.ค.2564 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.ค.ว่า ด้วยความเคารพและเห็นใจความกลัวการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว จนมีประกาศกันว่าจะให้บุคลากรด่านหน้าได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังจากได้วัคซีนไปครบแล้วสองโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอให้ข้อคิดว่า&amp;hellip;..1.ต้องไม่ลืมว่าคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วไม่ว่าชนิดใดยังมีโอกาสติดเชื้อ &amp;nbsp;ได้ช่วงนี้มีรายงานว่าแพทย์พยาบาลติดเชื้อกันมากนั้นเป็นเพราะพวกเราด่านหน้าเสี่ยงได้รับเชื้อกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วแม้แต่จะมีอุปกรณ์ป้องกันเต็มที่อย่างดีแต่ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันทั้งโลก การที่พวกเรา(แพทย์)ตระหนกจะทำให้คนทั่วไปตื่นเต้นไปยิ่งกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เรา(แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า และทุกคนที่แม้แต่คิด)ดูเห็นแก่ตัวไปไหมในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่ได้วัคซีนสักเข็มเดียว ถ้าเราจะมารับการกระตุ้นด้วยเข็มที่สามกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยังไม่มีประเทศไหนในโลก ณ เวลานี้ที่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นวัคซีนโควิด19ด้วยเข็มสามในตอนนี้ จะเป็นเมื่อไหร่ สามเดือน หกเดือน แต่ทั้งนี้ถ้าอยากรู้ก่อนอยากทำก่อนก็ทำได้แต่&amp;hellip;.. ควรทำเป็นการศึกษาให้เป็นระบบไม่ควรทำแบบ &amp;nbsp;ทำไปมั่วๆเหมือนที่ผ่านมา ไม่เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ไม่วางแผนให้เป็นระบบประเทศไทยก็จะไม่มีข้อมูลอีกเช่นเคยเหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่แน่ใจจริงๆว่า ทำเช่นนี้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับ (บริจาค แลก ซื้อ)จำนวนพิเศษนี้หรือไม่ &amp;hellip;..ไม่รู้จริงๆครับ พยายามช่วยหาเหตุผลอธิบายว่านโยบายการให้ฉีดกระตุ้นในบุคลากรการแพทย์นี้มีเหตุมีผลลึกๆอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หลายแสนโดสที่จะได้รับบริจาคให้พวดเราส่วนหน้ามากระตุ้นภูมิถ้าจะฉีดให้คนไทยที่ยังไม่เคยได้วัคซีนได้ สามแสนห้าหมื่นคน จะสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ สามสี่พันคน ทีเดียว ดีกว่าไปหาทางเพิ่มเตียงไหมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ทำเช่นนี้(ออกข่าว ปชส.ว่าแพทย์ใช้การกระตุ้นภูมิเข็มสาม) เท่ากับสร้างกระแสความเชื่อให้คนมีเงิน(ขี้อวด และขี้กลัว) แห่กันไม่ฉีดวัคซีนหลักที่มีขณะนี้ของรัฐบาลอยู่แต่รอไปเสี่ยงติดเชื้อไปและแพร่เชื้อด้วยไปอีกหลายๆเดือนเพื่อ รอ mRNA vaccine ทางเลือก &amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากนี้จะมีคน วีไอพี (ที่คนละประเภทกับ VIP ผม) ที่ไม่มีเงิน(แต่มีเครือข่ายมีสายมีเส้น)แห่กันไปลัดคิวแย่งคิววัคซีนหลักเพื่อกระตุ้นภูมิ ของคนที่ยังไม่ได้วัคซีนสักเข็มเดียว สังคมเราจะยิ่งมีความเหลื่อมล้ำไปกันใหญ่ไหมครับ&amp;hellip;..ถ้าประเทศเรามีวัคซีนเกินพอ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์กับนโยบายนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ผมไม่แย้งไม่เถียงว่ามีข้อมูลทางการแพทย์มากมายที่ทำให้อาจคิดและอาจทำให้เชื่อต่อได้ว่าการได้รับวัคซีนกระตุ้นนั้นจะทำให้ป้องกันสายพันธุ์ใหม่ได้ดีขึ้น แต่รู้ได้อย่างไรล่ะครับว่ากระตุ้นเร็วหรือช้าในเวลานี้จะให้ผลเสียมากหรือน้อยกว่ากันอยาคิดแค่มุมที่ดีมากหรือน้อยกว่ากัน &amp;hellip;..อย่าหลงตามกันไป จะตอบคำถามนี้ได้&amp;rdquo;ต้อง&amp;rdquo;วิจัยและศึกษาให้เป็นระบบ อย่าสักแต่ว่า เชื่อ ฟัง และ ได้ยินเขาว่า ต่อๆกันมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ผมพูดมาตลอดว่าการระบาดของโรคใดๆนั้น เป็นเรื่องของสังคมศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ วัคซีนไม่ใช่คำตอบเดียว ถ้าทำตามแนวทางและประชาสัมพันธ์ส่งเสริมที่จะให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มที่สาม ณ เวลานี้มีแต่จะทำให้เกิดความสับสน และแตกแยก เหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้นอย่างแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่รู้ความตั้งใจของที่มาของการบริจาคมีเจตนาอย่างไรเล็งเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำที่จะเกิดขึ้นไหม&amp;hellip;..หรือเป็นเพียงแค่การตลาดบริษัทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติผมไม่ค่อยชอบค้านอะไรตรงๆแบบนี้ แต่คราวนี้ขอผิดกติกาตัวเอง สงสารคนไทยอีก หลายสิบล้านคนที่ยังไม่ได้วัคซีน &amp;hellip;&amp;hellip;..ผมขอค้านไม่เห็นด้วยในการให้ฉีดกระตุ้นเข็มสามในเวลานี้ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีนครับ ถ้าใครจะได้รับการกระตุ้นเข็มที่สามควรต้องอยู่ในการศึกษาวิจัยที่เป็นระบบเท่านั้น ไม่เช่นนั้น ท่านเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกเกินไปครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิธิ มหานนท์ (วันนี้ความเห็นส่วนตัวไม่ขอลงตำแหน่งครับ แค่แพทย์คนหนึ่งที่ไม่ขอเห็นแก่ตัว) 6 กรกฎาคม 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108883</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรทางการแพทย์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, เข็มสาม, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2025 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&#039;เสนอ5แผนกลยุทธ์ใหม่สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64-ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ความจริงไม่ค่อยได้คุยเรื่องนี้มานานเพราะเห็นใจน้องๆในกระทรวงสาธารณสุขที่ทำงานกันตัวเป็นน็อตหัวเป็นเกลียวอยู่แล้วประกอบกับ ไม่อยากสร้างความสับสนให้กับสังคมอีก แต่ผมคิดว่าขณะนี้สถานการณ์การระบาดในบ้านเราโดยเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล ขณะนี้มันระบาดไปมากไปไกลแล้ว คนเดินไปเดินมาเราไม่รู้แล้วว่าใครเป็นใคร ใครมีเชื้อในตัวบ้างเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสมควรจัดลำดับความสำคัญ( priority )ของแผนกลยุทธ์ใหม่ครับ&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;กลยุทธ์ ตอนนี้ความสำคัญลำดับแรกไม่ใช่การป้องกันคนติดเชื้อหรือคนแพร่เชื้อเหมือนก่อนหน้านี้(ตอนที่เรามีการระบาดน้อย) แต่ความสำคัญที่สุดที่ต้องทำกลับต้องเป็นเรื่องการบริหารทรัพยากรคือเตียงและ icu (ที่ไม่ใช่สักแต่ว่าเพิ่ม&amp;hellip;..ปลายเปิดไม่จำกัด) กับบุคลากรให้เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 1)คนที่สงสัยว่าได้สัมผัสหรือรับเชื้อและอยากตรวจต้องได้ตรวจและด้วยปริมาณการตรวจที่อาจมีจำกัดเราควรลดการตรวจเชิงรุก(proactive case finding)ลงเพื่อให้การตรวจมีเพียงพอในคนที่สงสัยและมีอาการ
เคสที่ไม่จำเป็น(ไม่มีอาการ ป้องกันตัวเองได้และสามารถถึงแพทย์ได้เร็ว)ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลให้เปลืองเตียงเปลืองบุคลากร&amp;hellip;&amp;hellip;ติดตามเฝ้าระวังกันที่บ้านได้ ที่รพจุฬาภรณ์ทำมาแต่แรกของการระบาด คัดกรองให้ดี ทำได้ไม่มีปัญหาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)เรื่องที่ 1)ต้องทำพร้อมๆกับประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงไปโรงพยาบาลและการป้องกันตัวเองและครอบครัวทำอย่างไร ย้ำกันอีกบ่อยๆ ไม่ต้องเบื่อว่าเคยพูดแล้ว &amp;hellip;&amp;hellip;คนไทยพร้อมฟังและสอนง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)คิดใหม่นอกกรอบบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ คิดใหม่ทำใหม่เรื่องการให้ยาให้เร็วป้องกันไม่ให้คนมีอาการหนัก เพราะทรัพยากรตรงนั้นจำกัด ถ้าจะให้คิดแบบฉลาดไม่ใช่รอให้ปอดอักเสบแล้วค่อยให้ยาต้านไวรัส&amp;hellip;..ถ้าจะไม่เห่อตามฝรั่งคืออาจต้องกล้าคิดและทำวิจัยไปให้สุดขั้ว(ไม่ใช่แค่ให้ยาต้านไวรัสเร็วขึ้นทุกคนในคนที่ตรวจพบผลบวก)ต้องให้ยาป้องกัน (prophylactic) แบบ ไข้หวัดใหญ่(influenza)คนที่คนในครอบครัวคนใกล้ชิดตรวจพบมีผลบวกคนหนึ่งให้ยาเลย และอย่ามาบอกว่าไม่มีข้อมูล&amp;hellip;&amp;hellip;ถ้าไม่หา ถ้าไม่ดูมันก็ไม่มี แน่นอน Absence of evidence doesn&amp;rsquo;t mean the evidence is absent ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)น้องๆหมอ อาจจะต้องปรับตัวกันในการทำงานข้ามความเฉพาะทางกันเพราะยามสงครามยามไม่ปกติความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามมาตรฐานฝรั่งใช้ไม่ได้ในสนามรบ คนข้างนอกทั่วไปเขามองเราเป็น หมอเป็นฮีโร่ ครับ ไม่ใช่หมอตา หมอหัวใจ หมอพยาธิ หรือหมออื่นๆที่จะดูคนไข้โควิดไม่ได้และเขามองเราเป็น&amp;ldquo;หมอ&amp;rdquo;ที่รักษาโควิดได้ดูแลคนไข้หนักในไอซียูได้ เราอาจต้องลดกำแพงความเฉพาะทางลง ไปช่วยเพื่อนๆร่วมวิชาชีพเรากัน พยาบาล เภสัช วิชาชีพอื่นๆก็เช่นกันครับ ยามศึกทหารราบ ทหารม้า ทหารเรือ ตำรวจ อาสาประชาชนจับปืนสู้โควิดได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)มาตรฐานโรงพยาบาลต่างๆที่มีไว้ตรวจกันตามฝรั่งในเวลาปกติก็เช่นกัน บางอย่างที่เคร่งครัดว่าทำไม่ได้ให้คิดเหตุผลกันใหม่แล้วปรับเพื่อคนไข้ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้ายไหนๆถ้าไม่พูดเรื่องวัคซีนเลยเดี๋ยวจะตกเทรนด์ วัคซีนไม่มีอะไรมากครับ รีบๆฉีดเข้าตัว 1)อย่ารอเลือก 2)คนได้ครบแล้วอย่างกรีบแย่งเข็มสามเห็นใจคนที่ยังไม่ได้บ้าง ใครอยากได้มาอยู่ในโครงการวิจัยกันครับ 3)ตัวเลขไม่ใช่สาระสำคัญครับคนทั่วไปที่แยกไม่ได้ถึง นัยสำคัญทางสถิตินัยสำคัญทางคลินิกและนัยสำคัญทางสังคมท่านจะแปลผลผิดๆพลาดๆครับ 4)ตัวเลขระดับภูมิคุ้มกันก็เช่นกันครับข้อมูล ณ เวลานี้ ไม่ต้องไปรู้หรืออยากรู้กันเพราะสูงต่ำมีความหมายเท่าไหร่อย่างไร ยังไม่ชัด การที่ว่าระดับต่ำป้องกันไม่ได้ สูงป้องกันได้นั้น ดูจะเหมือน ยุคดิจิตอล ขาวดำ 0/1 ไปหน่อย การป้องกันการติด การมีอาการ จากโรคนั้นมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้มีหลายโทนของเทาๆครับ&amp;hellip;&amp;hellip;อย่าไปรีบตื่นเต้นเกินเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลยุทธ์ใหม่, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af24aedf211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
