<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; รมว.การอุดมศึกษาฯ เผย อว. พร้อมเป็นกองหนุนในทุกสถานการณ์ ทุ่มกำลังและเทคโนโลยีร่วมดูแลสถานการณ์การระเบิดและไฟไหม้โรงงานที่สมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 64 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง อว. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ต.ราชเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดย อว. ได้ระดมเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลสถานการณ์นี้ เช่น ให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบทันต่อสถานการณ์ แผนที่แบบละเอียดถึงบริเวณเสี่ยง รวมทั้งทิศทางลม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยแผนที่ละเอียดการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของชุมชนบริเวณรอบๆ โรงงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนเข้าใจ สามารถประเมินสถานการณ์ของโรงงาน ชุมชน หมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้ในเบื้องต้น หรือเตรียมการเคลื่อนย้ายได้ทันการณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนทีม &amp;ldquo;Novy โดรน&amp;rdquo; สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ที่สนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้เข้ามาร่วมทีมเฉพาะกิจ โดยการปล่อยโดรนบินเพื่อหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน จนพบจุดสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงฉีดโฟมเข้าสกัด และปิดวาล์วดังกล่าวได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้ามาเป็นหน่วยให้ข้อมูลชนิดของสารเคมี ความเสี่ยง อันตราย ข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะการป้องกันและการทำงานสะอาดหากมีการสัมผัสสารสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) และยังมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยทางรังสีจากการเข้าไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลใบอนุญาติมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีของโรงงานในบริเวณนั้นแล้ว พบว่าทั้งโรงงานหมิงตี้ฯ และโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรัศมี 5 กม.โดยรอบไม่มีการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี อีกทั้งรายงานตรวจวัดปริมาณรังสีในอากาศจากสถานีเฝ้าระวังทางรังสียังพบว่าอยู่ในระดับปกติอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่ของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น อว. ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพร้อมในการดูแลในสถานการณ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ ก็ได้จัดเตรียมอาคารสถานที่ไว้รองรับ หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหรืออพยพคนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงออกมา ในส่วนของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่มีที่พักอาศัยหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียง ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ และจุดอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เตรียมการที่จะดูแลให้สถานที่และที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชัด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ฯ วัตถุดิบที่ติดไฟและระเบิดคือ &amp;ldquo;สไตรีน&amp;rdquo;(Styrene) เป็นของเหลวใส ติดไฟง่าย มีกลิ่นแรงเฉพาะตัว และมีความหนาแน่นที่น้อยกว่าน้ำ และละลายน้ำได้น้อยมาก ซึ่งควันดำที่เห็นลอยไกลๆ คือสิ่งที่เกิดจากการเผาไหม้สไตรีน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนมอนออกไซด์ รวมถึงสารในกลุ่มอะโรมาติก คล้ายการเผาไหม้เชื้อเพลิงทั่วไป จริงๆ แล้วไม่น่ากลัวเท่าไอสไตรีน โชคดีที่สไตรีนหนักกว่าอากาศ ไม่ลอยไกล อยู่ในอากาศ 7-8 ชม. ก็สลายตัว การดับไฟจากสไตรีน ใช้น้ำ โฟม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสารเคมีแห้ง ใช้น้ำควบคุมไฟได้ แต่ต้องระวังเนื่องจากสไตรีนเบากว่าน้ำและไม่ละลายน้ำ จะลอยน้ำและนำไฟไปลุกลามจุดอื่น ยืนยันว่าควันดำลอยไกลไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือการระเบิดของถังบรรจุสไตรีน และสไตรีนตกค้างรอบๆ จุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108926</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, Novy โดรน, Styrene, styrene monomer, กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม, จิสด้า, บรรเทาความรุนแรง, รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชั, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.), สารสไตรีนโมโนเมอร์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, สไตรีน, อว., โดรนเพื่อการเกษตร, โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e547a679ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีแดงในเชียงใหม่ สีชมพูในหัวใจ “เอนก&quot; บินด่วนให้กำลังใจบุคลากรใน รพ.สนามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา นาย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงฯ บินด่วนไปให้กำลังใจกับบุคลากรที่ทำหน้าที่ใน รพ.สนามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และของมหาวิทยาลัยแม่โจ้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (21 เม.ย. 64) ผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีบินไปให้กำลังใจกับบุคลากรที่ทำหน้าที่ใน รพ.สนามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยความที่ทราบว่าสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ผมจึงตัดสินพาทีมเล็กๆ ไป มีผม ท่านปลัด อว. คณะผู้ติดตามอีก 3 ท่านเท่านั้น การไปก็หลีกเลี่ยงการรับรอง ดูแล เพราะตั้งใจไปทำงานให้มาก ใช้เวลาในพื้นที่แบบกระชับ และเป็นภาระกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนลงพื้นที่ ผมได้รับการรายงานข้อมูลถึงการติดเชื้อในอัตราที่สูงในช่วงแรก จน จ.เชียงใหม่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่เมื่อไปประชุมก็ทราบว่า&amp;nbsp; สถานการณ์มีแนวโน้มจะดีขึ้น แม้ว่าในช่วงแรกนั้นถือว่าวิกฤติ โกลาหล ทีเดียว จ.เชียงใหม่ ดูไม่มีตำราใดจะเปิดอ่านรับมือวิกฤตทันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่าน นพ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้เล่าให้ผมและที่ประชุมฟังว่า การระบาดนั้นรวดเร็วแพร่กระจายมาก การตั้งรับนั้นจุดสำคัญคือ ต้องมี รพ สนามที่พอเพียง แต่ถ้ามีผู้ป่วยจำนวนมาก โรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ ย่อมไม่มีทางที่จะรับคนป่วยได้เพิ่มอย่างแน่นอน นี่ขนาด จ.เชียงใหม่ ที่มี รพ. มีชื่อ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนมากมายนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่าน นพ. สสจ. บอกว่า ในสถานการณ์ตอนนั้นเสมือนมีข้าศึกกำลังโหม กระหน่ำโจมตีเมืองเชียงใหม่ อย่างหนัก จนทัพหลวงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รอมร่อจะต้านไม่อยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โชคดีที่ได้กองหนุนในชื่อ &amp;quot;โรงพยาบาลสนามแม่โจ้ของกระทรวง อว.&amp;quot; มาช่วยทันในยามวิกฤติสุดขีด ไม่เช่นนั้นแล้วระบบสาธารณสุขของ จ.เชียงใหม่ คงล่มไปแต่ตอนนั้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จริงๆ แล้ว นอกจากที่ อว. จะสนับสนุนการทำงานของ สธ. แล้ว ยังประสานงาน สนับสนุน กระทรวงมหาดไทย หรือ มท. ด้วย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นอีก 1 แม่ทัพที่เชื่อมร้อยรัดทุกส่วนเข้าด้วยกัน มีความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็งมากครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สงครามครั้งนี้จึงเป็นการทำงานร่วมกันของ สามกระทรวงก็ว่าได้ คือ สธ. มท . และ อว. เป็นเสมือน 3 ขาหยั่งที่รองรับความหนักกน่วงของความยากลำบากของชาวเชียงใหม่ในช่วงนี้ ผมประทับใจในความร่วมมือนี้มากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยิ่งตอนไปตรวจไปเยี่ยม รพ.สนามทั้ง 2 แห่ง ได้เห็นความตั้งใจ เสียสละ ทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัย อาสาสมัคร การแสดงออกทางสีหน้า แววตาของผู้ติดเชื้อ และเห็นสิ่งของจำเป็นที่ได้รับบริจาคเข้ามาแบบไม่ขาดสาย แบบนี้เชียงใหม่มีความหวัง ประเทศไทยมีความหวังครับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าว ในตอนท้ายว่า &amp;ldquo;ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ กทม. ผมเหลือบมอง dash board รายงานสถานการณ์ว่า กำลังดีขึ้น แม้ว่า สีของ จ.เชียงใหม่ยังเป็นสีแดง แต่ผมมองเห็นสีชมพูจากความรัก ความปรารถนาดีของคนที่ผมไปพบมา&amp;nbsp; ไปเชียงใหม่มาแล้ว ผมเชื่อมั่นในคนไทยและในประเทศไทยยิ่งขึ้นอีกครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(, ท่าน นพ สาธารณสุขจังหวัด, นาย เอนก เหล่าธรรมทัศน์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, รพ.สนาม, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สสจ., สาธารณสุขของ จ.เชียงใหม่, อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60824393c05db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot;ลงพื้นที่จ.นราธิวาส​ กระตุ้นชาวบ้านทำธุรกิจท่องเที่ยว​ชุมชน​ ชู​ &quot;ฮาลาบาลา&quot;สวยไม่แพ้ใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ศาลาศิลปาชีพบ้านโต๊ะโม๊ะ หมู่ 3 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. พร้อมผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่เพื่อติดตามการจ้างงานในโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ ( U2T) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผลงานที่ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการทำร่วมกับชุมชนมาจัดแสดง อาทิ กลุ่มกระจูดบ้านโคกพยอม และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูป ชุมชนผลิตแป้งสาคูหลากสี ชุมชนพัฒนากระบวนการเลี้ยงผึ้งชันโรงและทำสบู่จากน้ำผึ้งชันโรง และสารสกัดจากสาบเสือ กลุ่มแปรรูปลูกหยี ชุมชนสปาสมุนไพร เป็นต้น ทั้งนี้ ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า จ.นราธิวาสเป็นจังหวัดที่ 3 ที่ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดต่อการจ้างงานในโครงการ U2T ซึ่งน่าดีใจที่ผู้ได้รับการจ้างงานใน จ.นราธิวาส 15 ตำบล ใน 6 อำเภอ จำนวน 300 อัตรา ล้วนแต่เป็นคนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงทั้งสิ้น การจ้างงานทำให้ตำบลต่างๆ คึกคัก ชุมชนมีชีวิตชีวา ขณะที่สภาพในพื้นที่ก็สวยงามและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าฮาลาบาลา ที่สำคัญในพื้นที่ อ.สุคิริน ถือว่ามีความมหัศจรรย์ที่มีคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือคนอีสาน ซึ่งเป็นไทยพุทธและชุมชนมุสลิม รวมถึงชุมชนชาวคริสต์มาอยู่รวมกันได้อย่างสันติ มีความรัก ความสามัคคี เป็นการผสมผสานด้านพหุวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว.กล่าวต่อว่า สำหรับงานที่ผู้ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T ได้มาทำร่วมกับชุมชนมีหลายประเภท เช่น เรื่องของสมาร์ทฟาร์ม ปลูกผักด้วยเทคโนโลยี ถือเป็นการเกษตรที่แม่นยำ ใช้นำ้ ใช้ปุ๋ย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผักที่ปลูกได้ราคาดี ในพื้นที่ไม่พอจำหน่าย อีกเรื่องคือการสอนให้ชาวบ้านทำสปาด้วยหลักแพทย์แผนไทย มีการใช้น้ำผึ้งชันโรงกับหญ้าสาบเสือเพื่อสมานผิว เป็นการเพิ่มมูลค่า รวมทั้งเรื่องการสอนให้ชาวบ้านทำธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน เพราะนักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวแต่ยังขาดคนบริการการท่องเที่ยว อ.สุคิริน สวยไม่แพ้ &amp;ldquo;อัยเวง&amp;rdquo; ที่ จ.ยะลา การที่ผู้ได้รับการจ้างงานมาใช้ชีวิตในชุมชนกับชาวบ้านทำให้เศรษฐกิจฐานรากเจริญขึ้น โดยตนจะนำเสนอโครงการ U2T กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะพล.อ.ประยุทธ์ อยากฟังว่าชุมชน ชาวบ้าน คิดอย่างไรกับโครงการของรัฐบาลว่ารู้สึกอย่างไร พอใจหรือไม่ ที่สำคัญ อยากให้รู้ว่ารัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การมาเยี่ยมชุมชนภูเขาทอง อ.สุคิริน ในวันนี้ ผมตั้งใจมาให้กำลังใจคนทำงานและชาวบ้าน แต่สิ่งได้คือกำลังใจที่ส่งกลับมาถึงผม ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงานให้หนักขึ้น เพราะหัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ การปลูกคน สร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นการติดอาวุธเพื่อให้พวกเขานำไปต่อยอดในการทำมาหาเลี้ยงชีพในอนาคตต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99157</URL_LINK>
                <HASHTAG>U2T, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศ.ดร.เอนก เกล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สมาร์ทฟาร์ม, อว., ฮาลาบาลา, โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072969cbb7b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยํ้า!วัคซีนมาตามแผน &#039;บิ๊กตู่-เสี่ยหนู&#039;แจงหลังตปท.เริ่มวุ่น/สธ.ผวาชายแดนมาเลย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นทำทุกวิถีทางให้ได้วัคซีนตามแผน หลังบางบริษัทอ้างการผลิตไม่เป็นไปตามแผนส่งมอบ ยันยึดหลักการกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; หวังผู้ผลิตวัคซีนจากยุโรปส่งมอบภายใน &amp;nbsp;ก.พ. ศบค.เผยติดเชื้อใหม่ 829 ราย มาจากค้นหาเชิงรุก &amp;nbsp;731 ราย ลุยตรวจสมุทรสาครต่อเนื่อง สธ.ห่วงผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายที่ชายแดนไทย-มาเลเซียนำไปสู่การแพร่ระบาดในครอบครัว อว.มั่นใจมหาวิทยาลัยพร้อมเปิดเรียนในสถานที่ตั้งแต่ 1 ก.พ. พร้อมกำชับใช้มาตรการป้องกันการระบาดอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 15.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า &amp;quot;ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีความวุ่นวายเกิดขึ้นกับกำหนดการส่งมอบวัคซีนของหลายประเทศทั่วโลก หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตวัคซีนออกมาเปิดเผยว่าการผลิตวัคซีนไม่เป็นไปตามแผน &amp;nbsp;ถึงขั้นที่บางบริษัทออกมาชี้แจงว่าจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบให้ผู้สั่งจองจะได้ไม่ถึงครึ่งนึงของจำนวนที่วางแผนไว้ด้วยซ้ำ ส่งผลให้หลายประเทศต้องรื้อแผนการฉีดวัคซีน และหลายประเทศอาจจะไม่สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนได้ถึงเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องยึดแนวทางที่ทำมาตั้งแต่ต้น ที่พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเป็นแนวทางที่ได้ผลถูกต้อง คือดำเนินการเชิงรุกอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้น ควบคุมและป้องกันไม่ให้โควิดเข้ามาในประเทศไทย และหากเจอเล็ดลอดเข้ามาเราต้องจัดการโดยทันที คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน แบบนี้คือหนทางที่จะช่วยทำให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่พอจะสามารถใช้ชีวิตและทำมาหากินกันได้บ้างในระดับหนึ่ง แทนที่จะเลือกใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ แล้วฝากความหวังไว้ว่าวัคซีนจะมาแก้ปัญหา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า &amp;quot;นี่คือแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นแล้วว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการมีโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และอาจเกิดขึ้นใหม่ได้อีก ผู้เชี่ยวชาญในหลายประเทศยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า วัคซีนปัจจุบันจะสามารถปกป้องเราจากโควิดทุกสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น อาวุธสำคัญที่จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดอยู่ในมือของเรา นั่นคือทุกคนต้องทำหน้าที่เพื่อชาติ คือสวมหน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามแนวทางสาธารณสุข และอย่าปกปิดข้อมูล ขอให้ทุกท่านอย่าคิดว่าการไม่ทำตามมาตรการบ้างนิดๆ หน่อยๆ จะไม่เป็นอะไรนะครับ สิ่งเล็กๆ ที่ทุกคนทำมีผลต่อประเทศทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่พวกเราได้ทำกันมา ช่วยทำให้วันนี้พวกเราไม่ต้องเจอกับปัญหาแบบที่ประเทศอื่นยังต้องเผชิญกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ ปิดร้านค้า หรือห้ามออกจากบ้าน &amp;nbsp;ผมขอให้ทุกคนตระหนักและร่วมมือกันต่อไปครับ ในขณะเดียวกันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และจะยังคงต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้ประเทศไทยได้รับวัคซีนตามแผน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมอบแนวทางเกี่ยวกับการบริหารวัคซีนโควิด-19 ยึดหลักให้มีการกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติจะบริหารแผนการฉีดวัคซีนและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะติดตามประเมินผลการฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนคนไทยคนแรกได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 2/2564 ได้มีการรายงานลำดับกลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด ดำเนินการในพื้นที่ที่มีการระบาด เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต รักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ จะดำเนินการฉีดวัคซีนโควิดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ผู้มีโรคประจำตัว 6 โรคกำหนด คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง &amp;nbsp;เบาหวาน และโรคอ้วน ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&amp;nbsp;
หวัง ก.พ.ได้วัคซีนตามแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะที่ 2 ช่วงที่มีวัคซีนเพิ่มขึ้น ขยายพื้นที่ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อรักษาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ โดยกำหนดฉีดวัคซีนโควิดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่นอกเหนือจากด่านหน้า เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อโควิด ผู้ประกอบอาชีพที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก และผู้เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ และระยะที่ 3 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณเพียงพอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร จะดำเนินการฉีดวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อฟื้นฟูให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแผนปฏิบัติงานในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้ประชาชนแต่ละกลุ่มในรายละเอียด รวมทั้งการขนย้าย การขนส่งและการจัดเก็บวัคซีนเพื่อรักษาประสิทธิภาพวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่สหภาพยุโรป (EU) มีคำสั่งห้ามส่งออกวัคซีนโควิด-19 ออกนอก EU ว่า ประเด็นดังกล่าวมีการหารือกับทีมผู้ผลิตต่างประเทศแล้ว ซึ่งทีมผู้ผลิต กำลังหาทางช่วยเหลืออยู่ ก็หวังว่าจะได้วัคซีนในเดือนกุมภาพันธ์ตามแผนล่าสุดที่วางไว้ คาดว่าการนำเข้าวัคซีน น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะประเทศไทยได้ตกลงเรื่องการจัดหากับผู้ผลิตไว้ตั้งแต่ก่อนที่ EU จะมีคำสั่งห้ามส่งออกวัคซีน ตรงนี้น่าจะใช้เป็นเหตุผลที่รับฟังได้ อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่ได้หารือกับผู้ผลิตวัคซีนเพียงเจ้าเดียว &amp;nbsp;ดังนั้นหากวัคซีนแบรนด์หนึ่งไม่สามารถนำเข้าไทยได้ทันเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังมีโอกาสจากผู้ผลิตรายอื่นอยู่ ส่วนความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนจากประเทศจีน ล่าสุดองค์การเภสัชกรรมกำลังทำเอกสารการจัดซื้อ ในขณะที่ อย.กำลังรอเอกสารด้านความปลอดภัยจากประเทศต้นทาง &amp;nbsp;ประเทศไทยพยายามเตรียมทุกอย่างเพื่อให้การจัดหาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า กรณีที่หลายประเทศได้รับวัคซีนไปก่อนหน้าไทยนั้น ต้องดูด้วยว่าแต่ละประเทศมีการระบาดหนักมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย สำหรับประเทศไทยการจัดหาวัคซีนสิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุด คือเรื่องของความปลอดภัยเป็นสำคัญ และสถานการณ์ในไทยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติที่จะต้องรีบจัดหาวัคซีนเข้ามาอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ประเทศไทยยังควบคุมการระบาดได้ดี ทำให้มีโอกาสเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อมาให้บริการคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;quot;คนไทยกับวัคซีนโควิด-19&amp;quot; &amp;nbsp;จำนวน 1,570 คน สำรวจวันที่ 22-29 มกราคม 2564 พบว่า สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ ผลข้างเคียงของวัคซีน ร้อยละ &amp;nbsp;82.71 โดยต้องการจะฉีดวัคซีน แต่ขอดูผลข้างเคียงก่อน &amp;nbsp;ร้อยละ 65.99 ทั้งนี้ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเมื่อฉีดวัคซีนแล้วจะป้องกันโควิด-19 ได้ ร้อยละ 63.88 และหลังจากฉีดวัคซีนแล้วจะยังดูแลสุขภาพตัวเองเหมือนช่วงที่ผ่านมา ร้อยละ &amp;nbsp;60.83
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 829 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 822 ราย โดยมาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 91 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 731 ราย &amp;nbsp;ในจำนวนนี้มาจากการค้นหาเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร 722 &amp;nbsp;ราย, มหาสารคาม 4 ราย, กทม. 1 ราย, ชลบุรี 1 ราย, &amp;nbsp;ปทุมธานี 1 ราย, ระยอง 1 ราย และสมุทรสงคราม 1 ราย &amp;nbsp;นอกจากนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 18,782 ราย หายป่วยสะสม 11,615 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา 7,090 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 77 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 103,132,381 ราย เสียชีวิตสะสม 2,229,405 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;
เขตดอนเมืองใส่หน้ากากต่ำ 90%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวว่า หากดูจากแผนที่ประเทศไทยจะพบว่าสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. มีจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเหลือเพียง 12 จังหวัด แตกต่างจากสัปดาห์ที่หนึ่งและสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ม.ค.ที่มีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อถึง 63 &amp;nbsp;จังหวัด อย่างไรก็ตาม สำหรับ จ.สมุทรสาครจะยังทำการค้นหาเชิงรุกต่อเนื่อง โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน โดยจะค้นหาเชิงรุกให้ได้มากที่สุด และจะมีการปรับมาตรการของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดให้เหมาะสมกับการแพร่ระบาด เพราะการระบาดในแต่ละอำเภอมีความแตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวด้วยว่า ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้รับรายงานเรื่องการวิจัยของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) &amp;nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้มีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ในการประเมินการใส่หน้ากากอนามัย หรือ ระบบ AIMASK โดยใช้กล้องซีซีทีวีตามเขตพื้นที่ต่างๆ ทำการวิเคราะห์การใส่หน้ากากอนามัยของประชาชน โดยทำใน 15 เขตของ กทม.ก่อน &amp;nbsp;โดยพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 21-27 ม.ค. ภาพรวมของ &amp;nbsp;กทม. ใส่หน้ากากถูกต้อง 97.53% ใส่ไม่ถูกต้อง 1.42% &amp;nbsp;และไม่ใส่หน้ากาก 1.05% แต่พบว่าที่เขตดอนเมือง ใส่หน้ากากน้อยกว่า 90% นอกจากนี้ยังพบอีกว่าประชาชนมีแนวโน้มใส่หน้ากากไม่ถูกต้องและใส่หน้ากากน้อยลงในช่วงเย็น และกลุ่มที่ใส่หน้ากากไม่ถูกต้องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเสาร์-อาทิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังไม่ดีขึ้น มีผู้ติดเชื้อราว 500,000 คนต่อวัน ขณะที่ประเทศในเอเชียยังมีการแพร่ระบาดที่รุนแรง เช่น อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น รวมทั้งมาเลเซียและเมียนมา ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราววันละ 3,000 คน สำหรับประเทศไทยวันนี้มีผู้เชื้อรายใหม่ 829 ราย ส่วนมากเป็นการคัดกรองเชิงรุก พบมากที่จังหวัดสมุทรสาคร โดย สธ.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งเป้าคัดกรองเชิงรุกให้ได้ 10,000 รายต่อวัน &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ภาพรวมในต่างจังหวัดพบว่าดีขึ้นมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สธ.กำลังจับตาอย่างใกล้ชิดกับการระบาดในประเทศมาเลเซีย ที่ในประเทศมีการล็อกดาวน์ยาวนาน มีการปล่อยผู้ต้องขังที่ไม่ใช่คนมาเลเซียกลับประเทศ ทำให้มีการเดินทางกลับเข้ามายังไทยแล้วส่วนหนึ่ง และเข้าสู่ระบบกักกันหลายคนแล้ว แต่ยังมีคนไทยหลายคนลักลอบเข้ามาตามด่านพรมแดน ตัวอย่างหญิงไทยอายุ 31 ปี ทำงานที่สถานบันเทิงในมาเลเซีย มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 14 &amp;nbsp;ม.ค. เดินทางเข้ามาวันที่ 27 ม.ค. แต่ไม่เข้าตามช่องทางปกติ ร่วมกับเพื่อนอีกสองคน ตามไทม์ไลน์พบว่ามีการเดินทางไปยังที่ต่างๆ เมื่อตรวจพบเชื้อโควิดจึงต้องกลับมารักษาที่จังหวัดสมุทรปราการ จึงอยากสื่อสารให้คนไทยที่มีญาติอยู่มาเลเซีย ช่วยสื่อสารให้พวกเขาเข้ามาตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย รัฐบาลไทยและ สธ.พร้อมดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกอย่างเป็นอย่างดี และจากกรณีหญิงวัย 31 ปีนี้ยังทำให้ผู้เป็นสามีติดเชื้อด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อ 21 รายที่จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;คลัสเตอร์ใหญ่เป็นการติดเชื้อภายในบริษัทแห่งหนึ่ง จากการตรวจหาเชื้อในพนักงาน 281 ราย พบเชื้อ 18 ราย &amp;nbsp;เกี่ยวเนื่องกับ 2 เหตุการณ์ ในจำนวนนี้เป็นเมียนมา 15 &amp;nbsp;ราย ไทย 2 ราย กัมพูชา 1 ราย ซึ่งถือว่าควบคุมได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำผู้ติดเชื้อทั้งหมดเข้าไปอยู่ในสถานที่กักตัวแล้ว แต่ถ้าหากผู้ใดที่อยู่ในชุมชนที่มีการแพร่ระบาดดังกล่าว ให้ขอเข้ารับการกักตัวโดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการติดเชื้อของพนักงานในร้านอาหาร ที่ไอคอนสยามพบ 7 ราย ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว&amp;nbsp;
ขอนแก่นวุ่น! กักตัว 8 บุคลากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และคณะแถลงข่าวหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัด ซึ่งรายที่ 11 &amp;nbsp;เป็นชาย อายุ 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากปอดมีอาการติดเชื้อลุกลามจากปอดด้านขวาไปซ้าย ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับและอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของบุคลากรโรงพยาบาลเอกชนซึ่งรับตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลนั้น มีบุคลากรที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 6 คน ขณะนี้ได้เข้าสู่กระบวนการสังเกตตัวเองและรายงานต่อทีมงานทุกวัน ขณะเดียวกันยังคงมีบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 8 คน ซึ่งโรงพยาบาลได้มีคำสั่งกักตัว &amp;nbsp;14 วัน และเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว ตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีดีเจชื่อดังติดโควิดและในไทม์ไลน์มีการเปิดเผยเรื่องการเข้าร่วมปาร์ตี้ โดยบางคนในกลุ่มปกปิดไทม์ไลน์ว่า ตาม &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นผับบาร์ต้องปิด ร้านอาหารเปิดได้ถึง 3 &amp;nbsp;ทุ่ม และห้ามให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คลัสเตอร์นี้ ผิดข้อไหนต้องให้กระบวนการทางกฎหมายจัดการ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องปกปิดข้อมูลขอให้คำนึงถึงส่วนรวมให้มาก &amp;nbsp;และขอให้เชื่อมั่นในจรรยาบรรณบุคลากรด้านสาธารณสุข &amp;nbsp;ที่จะช่วยดูแลข้อมูลของประชาชนอย่างดีที่สุด สำหรับผู้ที่ปกปิดข้อมูลขอให้ทราบไว้ โทษนั้นมีทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสาทรเข้าลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อขอให้ตรวจสอบความผิดดีเจมะตูมและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดจนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดภายในโรงแรมบันยันทรี เขตสาทร เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นฝ่ายสืบสวนได้เริ่มตรวจสอบไปบางส่วนแล้ว เช่น ภาพวงจรปิดที่จะบอกช่วงเวลาที่เกิดเหตุว่า โรงแรมเปิดให้บริการเกินเวลาหรือไม่ ส่วนเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องรอสอบสวนพนักงานเสิร์ฟที่ทำงานในวันดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน คาดว่าจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนการดำเนินคดีกับดีเจมะตูมและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรอเอกสารสอบสวนโรค จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสอบปากคำอีกหลายปาก &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังต้องเรียกสอบปากคำดีเจมะตูม เพื่อซักถามข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุด้วย แต่หากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ชัดเจนแล้ว ก็จะออกหมายเรียกดีเจมะตูมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทันที ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะชัดเจนในเดือนกุมภาพันธ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เตรียมการเปิดการเรียนการสอนในสถานที่ได้ตามมาตรการของ ศบค.แล้วตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ซึ่ง อว.ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 อย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบนโยบายให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งดูแลช่วยเหลือนักศึกษาอย่างเต็มที่ และให้เตรียมความพร้อมเพื่อจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีการผ่อนคลายตามที่ ศบค.กำหนด โดยกำชับให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด &amp;nbsp;กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,079 &amp;nbsp;ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคมที่ผ่านมา พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 47.8 ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 ระดับมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือ &amp;nbsp;ร้อยละ 25.6 ระบุ การเรียนแบบผสมผสานระหว่างออนไลน์กับสลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 11.7 ระบุ การเรียน ออนไลน์ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91585</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, นพดล กรรณิกา, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016be5bc05ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
