<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 รอบสอง เริ่มขาลงปลายเดือน ม.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปลายเดือน ม.ค.เลยจุดพีก ตัวเลขการติดเชื้อจะลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดและติดเชื้อโควิด-19 รอบสองในประเทศไทย ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทยในเวลานี้ โดยที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังใช้หลายมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อไม่ให้ลุกลามในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้มีความเห็นจาก &amp;quot;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย-แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ-อดีตประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย&amp;quot; ที่เป็นอาจารย์แพทย์ชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในวงการสาธารณสุข และเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ชั้นผู้ใหญ่ที่เคยไปให้ข้อเสนอแนะต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ตอนโควิดระบาดรอบแรกหนักๆ ช่วงมีนาคม จนนายกรัฐมนตรีนำความเห็นดังกล่าวไปสู้กับโควิด จนเกิดปรากฏการณ์ไทยชนะมาแล้ว โดย &amp;quot;นพ.อมร&amp;quot; ประเมินว่า สถานการณ์ต่อจากนี้โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน ม.ค. น่าจะเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในการควบคุมการแพร่เชื้อ จนตัวเลขการติดเชื้อในประเทศน่าจะลดลงมาได้ค่อนข้างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อมร&amp;quot; เกริ่นถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ว่า หลังเกิดกรณีพบการติดเชื้อโควิดในกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างด้าวที่จังหวัดสมุทรสาครร่วม 500 คน จากนั้นได้มีการล็อกดาวน์ในพื้นที่ทันทีพร้อมกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ ซึ่งแม้อาจมีแรงงานต่างด้าวเล็ดลอดออกนอกพื้นที่ไปจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่น่าจะมาก โดยตอนแรกคิดว่าก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อน่าจะลดลง แต่ผลก็อย่างที่เห็น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไปพบการติดเชื้อจากประชาชนที่เข้าไปเล่นการพนันใน &amp;quot;บ่อน&amp;quot; ที่แสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อในประเทศมีการไปพบในจุดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...คนติดเชื้อโควิดในบ่อนที่เป็นการเปิดโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ก็ทำให้เกิดความยากลำบากเช่นกันในการควบคุมระยะแรก&amp;nbsp; เพราะพอไปสอบสวนโรค คนที่ติดเชื้อจากบ่อนก็ไม่กล้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ จึงทำให้การทำงานของกองระบาดฯ กรมควบคุมโรคพบปัญหา เพราะคนที่ติดเชื้อโควิดไม่ต้องการบอกว่าไปเล่นการพนันจากบ่อนที่ไหน ส่งผลให้การสอบสวนโรคไม่สามารถบอกได้ว่า จุดที่เจอการติดเชื้อร่วมกันของคนจำนวนมากอยู่ที่จุดใด จนทำให้การควบคุมป้องกันทำได้ยากมากขึ้น เพราะไม่รู้แหล่งแพร่เชื้อที่ชัดเจน จึงทำให้ฝ่ายภาครัฐต้องใช้มาตรการควบคุมแบบครอบคลุมในจังหวัดใหญ่ๆ&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกคนพยายามไม่เคลื่อนย้ายตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ผมมีความคิดเห็นว่าหากเราสามารถคุมพื้นที่ไว้ได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ก็ขอความร่วมมือกลุ่มบุคคลที่ไปมั่วสุมตามสถานที่ต่างๆ ขอให้เลิก ให้เห็นแก่ชาติ หากร่วมมือกันได้ประมาณ 4 สัปดาห์จะทำให้เชื้อเริ่มนิ่ง ลดลง จนหายไป&amp;nbsp; หรือเหลือคนติดเชื้อน้อยมาก อาจพบแค่วันละ 2-3 คน ยิ่งหากทุกคนให้ความร่วมมือโดยพร้อมใจกันสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง และใช้ชีวิตแบบ new normal หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ซึ่งมีคนจำนวนมากมารวมตัวกันเช่นสถานบันเทิง ถ้าทำได้จะทำให้ตัวเลขการติดเชื้อต่างๆ ก็จะเริ่มนิ่ง นับจากช่วงนี้ไป ผลก็คือจะทำให้ตัวเลขการติดเชื้อโควิดในประเทศก็จะลดลง จนทำให้ในช่วง 4 สัปดาห์ต่อจากนี้ ทุกอย่างก็น่าจะฟื้นกลับมาได้โดยเร็ว ที่จะสะท้อนออกมาจากการตรวจหาการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการตรวจเพื่อหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะมีการแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงต่ำ กลุ่มไม่มีความเสี่ยง ซึ่งผมอยากเสนอว่าก็ควรตรวจประชาชนที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำและกลุ่มไม่มีความเสี่ยงด้วย เพื่อให้รู้ผลออกมาว่าบวกหรือไม่บวก เพราะส่วนมากจะไปเน้นการตรวจในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงที่ให้ตรวจฟรี ส่วนกลุ่มอื่นต้องจ่ายเงิน แต่ผมว่าช่วง 4 สัปดาห์นี้รัฐบาลควรต้องยอมลงทุน โดยให้บางพื้นที่บางจังหวัดให้ตรวจฟรีสำหรับคนที่อยากตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...หากพื้นที่ใดถ้าตรวจหาเชื้อโควิด แล้วพบว่าส่วนใหญ่ผลออกมาเป็นลบหมด แสดงว่าจุดที่จะเป็นแหล่งแพร่กระจายไม่มีแล้ว จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าระบบที่วางอยู่ทั้งการตรวจสอบ ติดตาม ควบคุม ทั้งของรัฐและที่ประชาชนให้ความร่วมมือกัน ทั้งหมดทำแล้วได้ผล เพราะหากไปตรวจเจอโควิดในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่มีความเสี่ยง ตรวจครั้งใดก็เจอต่อเนื่อง ก็สะท้อนว่าระบบที่วางกันไว้ยังพบข้อผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็หวังว่า ณ วันนี้เป็นต้นไปสถานการณ์น่าจะเริ่มคุมอยู่แล้ว แต่อันนี้ไม่นับรวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยที่มีโอกาสติดเชื้อโควิดได้ง่าย แต่ที่มีการพบการติดเชื้อแพร่เชื้อไปหลายสิบจังหวัด&amp;nbsp; หลังจากนี้ไปตัวเลขการติดเชื้อน่าจะเริ่มลงแล้ว และอีกไม่เกิน 7 วัน จำนวนเคสจากที่มีการตรวจ ที่ผมอยากเห็นมีการตรวจกันให้ได้มากๆ มันควรพบการติดเชื้อที่ต่ำกว่า 50 คนลงมา&amp;nbsp; อาจจะเหลือ 10-20 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย&amp;quot; ย้ำว่า สถานการณ์ในเวลานี้หากเราบล็อกไว้ได้ อย่างที่สมุทรสาครหากบล็อกไว้ได้ สุดท้ายตัวเลขการพบการติดเชื้อก็จะเริ่มค่อยๆ ลงมา หากให้ผมคาดการณ์ หากเราคุมกันได้อยู่ ก็คาดว่าถึงช่วง 14-15 มกราคม การพบการติดเชื้อในประเทศ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศก็อาจลดต่ำลงเหลือระดับต่ำกว่าสิบคนต่อวัน ถ้าไม่มีการแพร่กระจายอีกต่อไป เพราะจากการดำเนินการต่างๆ ที่ทำออกมา ก็น่าจะทำให้ถึงช่วง 15&amp;nbsp; มกราคมก็น่าจะจบลง คืออาจพบการติดเชื้อในระดับที่ตกลงมาจากเหลือวันละต่ำกว่าสิบคน ก็อาจจะพบวันละเล็กน้อยเช่น 3-4 ราย กระจายในจังหวัดต่างๆ แล้วก็อาจจะเหลือศูนย์เลย คือไม่พบเลย ถ้าทุกอย่างดำเนินไปตามระบบ โดยไม่มีเรื่องของแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายแล้วเราควบคุมไม่ได้ และต้องไม่มีการมั่วสุมตามจุดต่างๆ ก็น่าจะทำให้ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศลดลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะช่วง 15-30 มกราคม ตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อในประเทศน่าจะลดลงมา เหลือพบการติดเชื้อในระดับต่ำกว่าสิบคนต่อวัน ถ้าเราควบคุมกันโดยถูกต้อง อีกทั้งประชาชนทั่วไปต่างใช้ชีวิตป้องกันตัวเองแบบ new normal รวมถึงภาครัฐที่ต้องใช้กฎหมายเข้ามาช่วยควบคุม เพราะประชาชนส่วนใหญ่ร่วม 95 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าเขาพร้อมให้ความร่วมมือในการป้องกันควบคุม แต่จะมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ที่คิดว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร แล้วก็ไปทำปัญหา ไปมั่วสุมต่างๆ แล้วมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ จนเข้ามาร่วมใช้ชีวิตกับประชาชนจำนวนมากในบางสถานที่ โดยเฉพาะในสถานที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ที่ทำให้ง่ายต่อการแพร่เชื้อ-ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยืนยันรพ.สนามมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อมร&amp;quot; กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; หากถามว่าถึงขณะนี้คุมการแพร่เชื้อโควิดได้หรือไม่ได้ ก็คิดว่ายังคุมได้ เพราะเท่าที่ดูตัวเลขการติดเชื้อมันเริ่มลงมาแล้ว&amp;nbsp; จึงมองว่าตั้งแต่ 15 ม.ค.เป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม&amp;nbsp; เราจะเห็นตัวเลขชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหากออกมาแบบนี้ก็ถือว่า เป็นผลงานของประชาชนทั่วไปที่มีความตระหนักในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ สิ่งที่อยากขอก็คือเรื่องของ &amp;quot;โรงพยาบาลสนาม&amp;quot; ประชาชนอย่าไปกลัว เพราะถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทราบได้ว่า สุดท้ายจะต้องใช้โรงพยาบาลสนามหรือไม่ ซึ่งโรงพยาบาลสนามจะมีลักษณะเปิด ตั้งอยู่ในที่กว้าง มีการถ่ายเทอากาศ ก็ทำให้เชื้อจะอยู่ได้ไม่นานเพราะเชื้อที่ลอยอยู่ในอากาศ หากโดนแดดอากาศก็แห้งหายไป ซึ่งหากไม่ได้เดินเข้าในพื้นที่ก็ไม่มีทางติดเชื้อได้ โรงพยาบาลสนามจึงไม่ใช่แหล่งแพร่เชื้อ ประชาชนก็ควรให้ได้มีการทำ เพราะการตั้งหากทำก็คงใช้งานไม่ได้นาน ยิ่งตอนนี้ดูแล้วเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง ประชาชนก็ไม่ควรออกมาต่อต้าน เพราะโรงพยาบาลสนามก็จะตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่บ้านเรือนประชาชนอยู่แล้ว ไม่ได้ไปตั้งติดรั้วบ้านเรือนประชาชน จึงมีความปลอดภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ผมก็มองว่าถึงตอนนี้ เรื่องการควบคุมการแพร่เชื้อโควิดก็น่าจะคุมได้อยู่ ส่วนมาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐทำออกมา&amp;nbsp; ก็คิดว่ามีความเข้มข้นพอสมควร แม้อาจจะต้องกระทบกับเรื่องของระบบเศรษฐกิจ แต่หากเราร่วมมือกันจริงๆ ก็คงไม่นาน ก็ไม่เกินอีกประมาณสองสัปดาห์ต่อจากนี้ มันจะเริ่มดีขึ้นทันทีทันควัน และอยากให้เหตุการณ์ช่วงขณะนี้เป็นบทเรียนว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายอย่าให้มันเข้ามา หลังจากนี้ทุกคนต้องช่วยกันฟื้นฟูสภาพ เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อให้ได้ เพื่อให้เศรษฐกิจมันจะฟื้นขึ้นมาได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อจากนี้ถือว่าอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนที่จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ผมคิดว่าจะเป็นแบบนั้น คือจำนวนเคสมันจะลดลง ผมไม่คิดว่ามันจะระเบิดต่อไปอีกได้ ผมมองว่าตอนนี้กำลังคุมได้อยู่&amp;nbsp; แล้วหลังจากนี้ตัวเลขก็น่าจะลดลงมา โดยคิดว่าหลัง 15&amp;nbsp; มกราคม ตัวเลขพบการติดเชื้อในประเทศก็น่าจะลดลงไป&amp;nbsp; เหตุที่เชื่อว่าจะลดลงแบบนี้ เพราะหากที่สมุทรสาครคุมได้อยู่&amp;nbsp; ส่วนที่พบการติดเชื้อจากแหล่งต่างๆ เช่น บ่อน โกดังต่างๆ ที่ตอนแรกทำท่าจะไม่อยู่ แต่ตอนนี้รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; ที่เข้มข้นมากแล้วในการควบคุมการแพร่เชื้อ ที่สั่งการกันมาตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการจังหวัด ก็จะทำให้เริ่มคุมได้อยู่ อีกทั้งมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจหาการติดเชื้อให้ได้จำนวนที่มากในหลายแห่ง หากมีการลงทุนตรงนี้ มีการตรวจอย่างทั่วถึงแม้แต่กับกลุ่มเสี่ยงน้อย กลุ่มไม่มีความเสี่ยงก็ตรวจด้วยได้ แล้วพอตรวจแล้วไม่เจอ ผลออกมาเป็นลบ ก็เป็นการบอกว่าเราได้มาถูกทางแล้ว&amp;nbsp; ผมคิดว่าแบบนี้ที่เราอาจเจอช่วงโคม่าของเรื่องนี้ ก็คงเป็นช่วงสิ้นปี เข้าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาที่คนออกไปพบปะเจอกัน&amp;nbsp; จนอาจมีการแพร่กระจายเชื้อ แต่หลังจากนี้ไปการติดเชื้อก็จะเริ่มลดลง เพราะจุด-สถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นจุดแพร่กระจายเชื้อโควิดได้ถูกบล็อกไว้หมดแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ทำให้ถึงเวลานี้จากที่ให้สัมภาษณ์ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เรื่องการติดเชื้อโควิดต่อไปจะเข้าสู่ช่วงขาลงแล้ว เพราะโอกาสอย่างเช่น คนเดินกันไปกันมาสวนทางกันแล้วจะมาติดกันเอง-มันยาก เพราะโดยหลักจะติดเชื้อได้ก็ต้องเช่น มีการมั่วสุมกัน มีการดริงก์กัน อยู่ในที่แออัด มีการพูดการร้องตะโกนเชียร์กัน หรือร้องคาราโอเกะด้วยกัน อยู่ด้วยกันเป็นชั่วโมง เช่นมีคนอยู่ในสถานที่นั้นร้อยคน โดยไม่รู้ใครเป็นใคร แล้วหากมีแค่ 3-4 คนมีเชื้อ ก็อาจมีการแพร่เชื้อกัน เพราะหากไม่มั่วสุมกันมันก็ติดยาก อย่างการไปเดินในห้างสรรพสินค้าหรือซื้อของใน department store ใหญ่ๆ ก็ไม่ควรเข้าไปอยู่นาน ไม่ควรอยู่เป็นชั่วโมง ต้องคิดว่าจะเข้าไปเพื่อทำอะไรเช่นซื้อของ ซื้อเสร็จก็รีบกลับออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมถึงบอกตอนต้นว่า เท่าที่ประเมินตัวเลขการติดเชื้อโควิด ต่อจากนี้ตัวเลขการติดเชื้อมันน่าจะลดลง เพราะตัวเลขต่างๆ ดูแล้วมันทำท่าว่าทุกอย่างจะเริ่มดี เพราะตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมา จะพบว่ามีการเข้ามาสั่งการต่างๆ แบบหนักแน่นเข้มข้นมากขึ้น ประชาชนก็เอาด้วย ดูแล้วถึงวันที่ 15&amp;nbsp; ม.ค.ก็น่าจะเห็นทิศทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ข่าวเรื่องพบว่าไวรัสโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษเริ่มเข้ามาแพร่เชื้อในประเทศไทย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือตัวไวรัสเองจะมีไขมันเคลือบอยู่ ที่ปกติไวรัสการจะแบ่งตัวได้ ต้องเข้าไปในเซลล์ของร่างกายสิ่งมีชีวิต แล้วทำ&amp;nbsp; copy แล้วก็ออกมา ซึ่งการทำของไวรัสเอง มันไม่เคยทำได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เหมือนเครื่องจักรใหญ่ๆ ตัวไวรัส การ copy ก็อาจจะจับผิดจับถูกกันเองบ้าง อีกทั้งมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลาที่เป็นเรื่องปกติของไวรัสเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรณีโควิดที่อังกฤษ B.1.1.7 จะมีลักษณะจับเซลล์เก่งขึ้น แต่ยังไม่ถึงจุดที่จะก่อโรคได้มากขึ้น สายพันธุ์&amp;nbsp; B.1.1.7 ก็เลยจะมาแทนสายพันธุ์ G ที่จะถูกเบียดบังและตายไป เพราะพอตัว B.1.1.7 เข้าไปในเซลล์ร่างกายมนุษย์ได้ ตัวอื่นก็จะเข้าไปไม่ได้ เหมือนถูกแย่งที่ถูกบล็อกไว้ ก็เหมือนบ้าน มีบ้านหนึ่งหลัง คนแรกเข้าไปก็จองไว้ คนมาทีหลังก็เข้าไปไม่ได้ ถูกบล็อก ที่พบว่าสายพันธุ์ B.1.1.7 ทำให้มีการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น แต่ยังไม่เจอว่าจุดที่ทำให้มีการตายมากขึ้น&amp;nbsp; เกิดความรุนแรงของโรคมากขึ้นในร่างกายมนุษย์ ยังไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ทำให้แม้มีการแพร่กระจายง่าย แต่หากประชาชนป้องกันตัวเองได้ดี มันก็อาจจะแค่มีเชื้อสายพันธุ์&amp;nbsp; B.1.1.7 อยู่จำนวนหนึ่ง แต่คนเจ็บป่วยจะไม่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ประเทศไทยเรามีการบล็อก ควบคุมจนทำให้เชื้อโควิดสายพันธุ์ B.1.1.7 เหลือน้อย ก็ทำให้โอกาสที่ไวรัสจะมากลายพันธุ์ในบ้านเรามันจะเหลือน้อย เพราะเชื้อมันไม่แบ่งตัวเพราะเจอเชื้อน้อย เจอในคนน้อย เพราะฉะนั้น B.1.1.7 ในเมืองไทยถ้าจะเข้ามาได้ ต้องเป็นคนอังกฤษนำเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสจะไม่มีผลต่อการผลิตวัคซีนที่กำลังทำอยู่ขณะนี้ เพราะว่าเป็นการกลายพันธุ์ของตัวไวรัสในลักษณะต่างๆ เช่น ทำให้ตัวเองใหญ่ขึ้น&amp;nbsp; แต่จุดในตัวไวรัสที่เข้าไปในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตยังอยู่ที่เดิม ทำให้ไม่ว่าไวรัสโควิดจะกลายพันธุ์ไปอย่างไร แต่ยาวัคซีนต้านไวรัสโควิดที่กำลังผลิตและมีอยู่ขณะนี้ยังมีใช้ได้อยู่ ซึ่งบริษัทที่ผลิตวัคซีนพวกนี้สามารถทดสอบได้ไม่ยาก เพราะเมื่อใดที่พบว่ามีการกลายพันธุ์ ก็นำไปเลี้ยงและนำภูมิคุ้มกันที่ได้จากคนที่อาสาสมัครเข้ามาทำงานวิจัยมาทดสอบ ว่าวัคซีนที่ผลิตยังสามารถบล็อกเชื้อไวรัสโควิดได้หรือไม่ หากผลการทดสอบพบว่าบล็อกไม่ได้ บริษัทก็ต้องพัฒนาวัคซีนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในอดีตที่ผ่านมา หากต้องทำวัคซีนตัวใหม่จะใช้เวลานานมาก แต่ปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีของ Messenger RNA&amp;nbsp; ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ได้เร็วมากขึ้น แล้วนำไปทดลองกับสัตว์ทดลองจนได้สูตรใหม่ไปทำวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็มองว่า ถ้ามีไวรัสตัวใหม่ขึ้นมาโดยสามารถแพร่กระจายได้เร็ว ก็จะทำให้ความเร่งรีบในการผลิตวัคซีนจะยิ่งเร็วมากขึ้น เพราะอย่างนับแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดโควิดต้นปีที่แล้ว ก็พบว่าปีนี้ก็เริ่มจะมีการผลิตวัคซีนมาใช้กับมนุษย์แล้ว&amp;nbsp; ซึ่งในอดีตไม่เป็นแบบนี้ บางทีต้องรอกัน 8-9 ปี แต่หากถามว่าโอกาสจะเกิดไวรัสตัวใหม่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ ผมก็มองว่ายากที่จะมี เพราะถ้าทั่วโลกคุมกันจริง ไม่ใช่ปล่อยแบบบางประเทศเช่นอังกฤษ ที่เป็นแบบ herd immunity คนไหนจะติดก็ติดไป ซึ่งหากเราปล่อยแบบนั้นเราอาจจะได้สายพันธุ์ที่ 3 สายพันธุ์ที่ 4 ที่จะยุ่งมาก แต่คิดว่าโอกาสที่จะเกิดแบบนั้นได้น่าจะน้อย ถ้าเราคุมอยู่ ไม่ปล่อยให้มีการติดเชื้อกันทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเรื่องของวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้ประชาชน ก็เป็นวัคซีนที่หวังว่าจะมาคุม SARS-CoV-2 ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทางการแพทย์ก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.หากใครฉีดวัคซีนเข้าไปแล้วหากจะเจ็บป่วย ก็จะเจ็บป่วยน้อย หวังว่าจะไม่เสียชีวิต เพราะภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นเร็ว จะบล็อกเชื้อไว้ได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เมื่อคนที่ติดเชื้อ แล้วเชื้อเข้าไปอยู่ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เช่น ลำคอ ก็หวังว่าเมื่อฉีดวัคซีนแล้ว จะทำให้เกิดการบล็อกเชื้อทันที แล้วกันการแพร่กระจายไปสู่คนอื่นได้ ซึ่งตรงนี้เรายังไม่สามารถเช็กได้ว่าวัคซีนกันตรงนี้ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.เมื่อฉีดวัคซีนให้คนมีภูมิคุ้มกันในร่างกายแล้ว ก็จะเป็นการลดเชื้อที่จะเกิดกับคนให้น้อยเข้าไว้ จนทำให้โอกาสที่ไวรัสจะกลายพันธุ์เกิดเป็นพันธุ์ใหม่ก็จะน้อยลง เท่ากับเป็นการระงับไม่ให้เกิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น หากเราคุมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เชื่อช่วง 14 ก.พ.อาจได้ประกาศชัยชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หากสุดท้ายสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น ความพร้อมของระบบสาธารณสุขประเทศไทยจะรองรับได้แค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าสุดท้ายถึงช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ แล้วสมมุติว่าเกิดตัวเลขการติดเชื้อในประเทศขึ้นมาระดับพันคนต่อวัน ก็ถือว่าโชคไม่ดี ก็อาจต้องใช้มาตรการการควบคุมที่แรงมากขึ้น แต่ในส่วนของการดูแลคนติดเชื้อ สุดท้ายถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องใช้โรงพยาบาลสนาม โดยนำคนติดเชื้อที่อาการไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ ส่วนพวกรุนแรงมากคือมีอาการปอดอักเสบ ต้องใช้ออกซิเจนช่วย ก็ต้องนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทั่วไป แต่หนักมากก็เข้าไอซียู แต่ระหว่างทางตรงนี้ก็หวังว่าน่าจะมียา&amp;nbsp; ที่ตอนนี้ก็มียาที่จะระงับไม่ให้อาการมันรุนแรงอยู่ อย่าง&amp;nbsp; remdesivir แต่ก็ไม่ใช่ยาประเภทให้ไปแล้วคนไข้มีอาการดีขึ้นทันที ก็ต้องใช้เวลา รวมถึงก็มีน้ำเหลืองของคนที่เคยเป็นโควิดแล้วรักษาหาย ที่พร้อมอยู่แล้วที่จะใช้ ซึ่งมีอยู่ที่สภากาชาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สำหรับยาที่จะบล็อกไวรัสจึงคิดว่าไทยเราก็มีอยู่พอสมควร แต่หากมีการพัฒนายาที่ดีมากกว่าขึ้นมาได้ก็จะดี&amp;nbsp; แต่หากบล็อกไม่ได้จริงๆ ก็ต้องใช้ รพ.สนามมาช่วย ซึ่งระบบสาธารณสุขการแพทย์ของเราตอนนี้ผมว่า หมื่นคนก็ยังรับได้หากมีการใช้ รพ.สนามเข้ามารองรับ โดยในหมื่นคนก็อาจมี 5 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 500 คนที่อาจเข้าไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ที่หากเป็นแบบนี้ก็เชื่อว่าจำนวนเตียงและการรองรับผู้ป่วยเรายังรับได้อยู่ เพราะดูแล้วตอนนี้ยังไม่ถึงร้อยละ 20 ของศักยภาพที่เราจะทำได้-เพิ่มได้ แต่ก็อย่างที่บอกไว้ ผมว่าตอนนี้มันเริ่มจะเลยจุดพีก แล้วต่อไปตัวเลขการติดเชื้อจะเริ่มลดลง ในช่วงหลัง 15-30 ม.ค.ตัวเลขก็น่าจะลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สรุปว่าสถานการณ์โควิดรอบนี้ ตอนท้ายหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายภาพรวมถึงตอนนี้ ผมว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่เริ่มอยู่ตัวแล้ว กำลังอยู่ในช่วงขาลง เพราะอย่างแหล่งมั่วสุมต่างๆ&amp;nbsp; ตอนนี้ถูกบล็อกหมดแล้ว ก็คิดว่า 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์จะเป็นวันประกาศชัยชนะของเรา 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักของประเทศนี้ เราจะประกาศว่าคนไทยชนะโควิดอีกแล้ว จะเป็นรอบใหม่หรือระลอกสองก็แล้วแต่ และเราจะไม่กลับไปรอบที่สามอีกแล้ว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำให้ทุกอย่างอยู่ในระบบการควบคุมโควิดให้ได้ เช่น การเข้ามาในประเทศไทยก็ต้องทำให้ถูกต้องตามระบบ ต้องมีการกักตัว&amp;nbsp; 14 วัน ถ้าเราทำแบบนี้ได้ โดยไม่มีแรงงานที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีการกักตัวไว้ก่อน เราก็จะกลับไปเป็นเหมือนช่วงที่เราไม่พบคนติดเชื้อในประเทศเลยหลายเดือนติดต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ดูแล้วอาจถึงสิ้นปีนี้ก็อาจจะยังไม่จบ เพราะประเทศอื่นอาจยังมีอยู่แล้วเขาไม่ควบคุมแบบเข้มข้นเหมือนกับเรา ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น เรามียาต่างๆ ใช้รักษาป้องกันหรือไม่ หรือการฉีดวัคซีน จะฉีดให้ประชาชนได้มากขนาดไหน แต่ผมดูแล้วน่าจะฉีดได้เยอะมาก ถ้าเรามีพวกนี้หมดก็จะคุมได้ดีมาก&amp;nbsp; ทุกอย่างก็จะจบได้เร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นก็อาจจะต้องสู้กับโควิดไปจนถึงช่วงสิ้นปี หรือจนถึงเมื่อเราเห็นว่าคุมได้แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;....................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี, อมร ลีลารัศมี, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์, โควิด-19 รอบสอง เริ่มขาลงปลายเดือน ม.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210109/image_big_5ff9b566e3af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ก่อนประเทศถึง ๑๕ มิถุนา.&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พอไทย &amp;quot;เปิดเมือง&amp;quot; (๑๕ มิ.ย.๖๓)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนก็ &amp;quot;ปิดเมือง&amp;quot; รอบใหม่ คราวนี้ &amp;quot;ปักกิ่ง&amp;quot; ศูนย์กลางระบาด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบแรก &amp;quot;โควิด&amp;quot; มากับค้างคาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบสอง มากับเขียงปลาแซลมอนในตลาด เห็นทีแผนจับคู่เที่ยว &amp;quot;ไทย-จีน&amp;quot; จะเหี่ยวต่ออีกซักระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เชื่อมือว่าจีน &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; เพราะตอนนี้ ประสบการณ์ก็มีแล้ว อุปกรณ์, บุคลากร, หยูกยา ก็พร้อม กระทั่งวัคซีน ก็ริมๆ สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาคุยถึงบ้านเราดีกว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ประยุทธ์ กราบแทบอก พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยไปแล้วเมื่อวาน ซึ้งใจ &amp;quot;ยามมีศึกร่วมรบ-ยามสงบแยกเขย่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลให้ไทย อันดับ ๒ ของโลก .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจำนวน ๑๘๔ ประเทศ ไทยเป็นประเทศฟื้นตัวจากโควิด-๑๙ ดีที่สุด รองจากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นอันดับ ๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจาก ๒๐ อันดับแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประเทศในเอเชีย ๖ ประเทศ ได้แก่ ไทย, ฮ่องกง, ไต้หวัน,เกาหลีใต้, เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ฟื้นตัวดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทย คะแนน &amp;quot;อันดับที่ ๑&amp;quot; ของเอเชีย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่..สะท้อนถึงอะไร?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับแรก สะท้อนคุณภาพคนไทย รู้หน้าที่, รู้รัก, รู้สามัคคี ทำให้ทั้งโลกทึ่ง ที่เห็นคนไทยเชื่อฟังมาตรการรัฐ และครัดเคร่งระเบียบ-วินัย สวมหน้ากากอนามัย จนเป็นต้นแบบปลอดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแจกจ่าย-แบ่งปันซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทย สอนให้โลกรู้ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การให้&amp;quot; ยิ่งใหญ่เหนือยิ่งใหญ่ทั้งปวง ต่อให้จรวด นิวเคลียร์ อำนาจ, ทุน ทั้งปวง ยังสู้ข้าวกล่อง &amp;quot;กล่องเดียว&amp;quot; ไม่ได้ ในสงครามชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับที่สอง สะท้อนถึง แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะวิทยาการทางการแพทย์ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งไม่เป็นสองรองใครในโลก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับสาม นอกจากภาคประชาชนทั่วไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะท้อนแกร่งจิตใจแบกรับความย่อยยับของบุคคลในภาคธุรกิจ, เศรษฐกิจ, การค้า, การลงทุน, การบริการ และการผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายอมเสียสละเพื่อชาติ เพื่อสังคมชาติรอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเดียว เขาเหล่านั้น ไม่เคยบ่นให้เป็นที่ไม่สบายใจกันเลยซักคำ และ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับสี่ สะท้อนรัฐบาล &amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์&amp;quot; มีคำเดียวที่ให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยี่ยม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ ตำแหน่งอันดับ ๒ ของโลกที่ไทยได้รับ มาจากองค์ประกอบเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้่น ผมจึงอยากบอก อย่าไปเบื่อหรือตระหนก-ตกใจกับภาวะ &amp;quot;ยามสงบแยกเขย่า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตถตา โลกมันก็เช่นนี้แล ในความเป็นกลุ่มคนเห็นต่าง เป็นซ้าย-เป็นขวา เป็นขบวนการชังชาติ-พิทักษ์ชาติ แบ่งขั้ว-แบ่งค่าย ในเชิงปฏิปักษ์-หักล้างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทย .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเจริญวัฒนาสถาพร ต้องแบบนี้ จึงจะต้องตามโฉลก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไหนๆ ในโลกก็แบบนี้ ถ้าคนทั้งประเทศ คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน เฮไปทางเดียวกันหมด ก็จะ &amp;quot;หนักไปทางเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรือ ก็จม, เป็นตาชั่ง ก็เอียง, เป็นคน ก็เดี้ยง ด้วยอัมพฤกษ์-อัมพาตครึ่งซีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างฟุตบอล ถ้าคน ๒๒ คน ลงเล่นเป็นทีมเดียวกัน ใครจะดู เซ็งยิ่งกว่าน้ำล้างก้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องแบ่งเป็นคนละทีม ลงเตะแย่งลูกไปถล่มใส่กัน มันถึงจะมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ระบบเศรษฐกิจ ค้าขาย ก็ต้องแข่งผลิต แข่งทำตลาด แข่งขาย การแข่งขัน นำไปสู่การวิจัย-พัฒนา เป็นนวัตกรรมเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองก็เหมือนกัน .......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่เขย่ากันเอง ข้างนอกดูสดใส แต่ข้างในอาจต๊ะติ๊งโหน่ง ด้วยด้วง, หนอนแอบชอนไช โดยไม่มีใครระแคะ-ระคายเลยก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนั้น ผลัวะผละ &amp;quot;พังเลย&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีพวกเราออกมาเขย่า มันก็จะมีพวกเราอีกนั่นแหละ ออกตาฉุดดึงตรึงไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงฉุด-แรงต้าน ทำให้เกิด &amp;quot;จุดสมดุล&amp;quot; ประเทศทางแข่งขันพัฒนาในแต่ละฝ่าย เพื่อให้ &amp;quot;ดี&amp;quot; กับประเทศ เป็นทางชนะก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านเมืองสงบ&amp;quot; ไปหูเดียวกันหมด ไม่มีคนคิดต่าง-เห็นต่างดูเหมือนดี แต่เอาเข้าจริง มันอันตรายมากกว่าดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี ๔๔ ยุคทักษิณนายกฯ เป็นตัวอย่างชัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยฟีเวอร์ ก็ไปหูเดียวกันทั้งบ้าน-ทั้งเมือง ขนาดซุกหุ้นเห็นๆ ยังยกเป็นอัศวินควายดำ แห่ห้อมกดดันศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ทักษิณบอก &amp;quot;บกพร่องโดยสุจริต&amp;quot; ทุกหูในประเทศ ก็เฮ...เชื่อเป็นหูเดียว ให้เป็นนายกฯ ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณบอก &amp;quot;ผมรวยแล้วไม่โกง&amp;quot; ก็เฮ...สามัคคีคำฉันท์ เชื่อตามกันทั้่งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ปัญญาชนระดับ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์-เกษตรฯ ที่มีฤทธิ์วันนี้ วันนั้่น เชื่อกันจนเชื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณใช้นโยบายบริหาร &amp;quot;จังหวัดไหนเลือกผม จังหวัดนั้นได้เงิน-ได้งบ&amp;quot; จังหวัดไหนที่ไม่เลือก ได้แห้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทักษิณบอก &amp;quot;โกงไม่เป็นไร ได้เอามาแบ่งกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เฮ...ชอบอก-ชอบใจเป็นหูเดียวกันทั้งประเทศ ยกทักษิณเป็นเจ้ามูลเมือง ไปไหนๆ โบกธง ตะโกน...ทักษิณจงเจริญ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วผลของบ้านเมืองสงบเรียบร้อยไปหูเดียวกันหมดเป็นไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นว่า เมื่อ มกรา.๕๗&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ &amp;quot;เดอะท็อปเท็นส์ดอทคอม&amp;quot; ในต่างประเทศ เปิดให้คนทั่วโลกโหวต เพื่อจัดอันดับ &amp;quot;ผู้นำเลวสุด&amp;quot; ของโลก ผลปรากฏว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; อดีตนายกฯ ไทย ครองตำแหน่งผู้นำ &amp;quot;เลวอันดับ ๑&amp;quot; ของโลก!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ ๒ ใครจำได้มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น.ส.ยิ่งลักษณ์&amp;quot; นายกฯ ร่างทรงทักษิณขณะนั้นนั่นเอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฮิตเลอร์&amp;quot; ที่ครองแชมป์อยู่เดิม ยังต้องพ่าย เสียตำแหน่งให้ทักษิณ ก็คิดดูละกัน ว่าการเมืองที่ไม่มีคนออกมาต้าน กับที่มีออกมาต้าน อย่างไหนมีคุณและโทษกว่ากัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้าน-ถือซะว่า ถ่วงดุล, ตรวจสอบ คอยจ้องทุกคำเคี้่ยว งบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮไปหูเดียว การเมืองสงบ ดูแล้วสบายใจ แต่นั่นเท่ากับเปิดโอกาสให้ฟาดเรียบ อย่างทักษิณเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดวันที่ ๓๑ ธันวา.ยังให้ราชการทำงานตามปกติ เพียงแค่ให้เมียมาโอนที่ดินรัชดาได้ภาษีราคาถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นสมัยนี้น่ะเรอะ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ประยุทธ์ ไม่ถูกนักวิชาการ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และการเมืองฝ่าย &amp;quot;อ้างประชาธิปไตย&amp;quot; ถลกหนังไปขึงกลองตีแล้วรึนั่น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่พลเอกประยุทธ์ ยืนอยูบนแท่น &amp;quot;ผู้ชนะสิบทิศ&amp;quot; ในสนามรบร้อยเขี้ยวงาหมาหมู่ วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการที่พลเอกประยุทธ์ เป็นผู้นำมีชื่อเสียงระดับโลกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเอาเงินไปจ้างล็อบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ ไปจ้างฝรั่งสัมภาษณ์และลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือนายกฯ ประยุทธ์ ประจบ-ประแจง, ประจี๋-ประจ๋อ&amp;nbsp;
เลี้่ยงดูปูเสื่อ ถอดเสื้อ-กางมุ้ง ให้สื่อ ให้นักข่าวในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปล่าเลย.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นายกฯ ประยุทธ์ &amp;quot;สยบใจ&amp;quot; ทุกฝ่าย ก็ด้วย ดวงใจและสัจจะซื่อ &amp;quot;เพื่ออนาคตชาติ, อนาคตประชาชน และเพื่อธำรงคงอยู่ของสถาบันคู่ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายตรงข้าม แม้ปากไม่ยอมรับในสำเร็จของนายกฯ แต่ใจ.....ในความเป็นมนุษย์ มิอาจไม่ยอมรับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปลายมกรา.๖๓..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าศึก &amp;quot;โควิด-๑๙&amp;quot; ประชิดติดเมือง ร่ำๆ จะเสียเมืองถึงขั้นตายซับ-ตายซ้อน ช่วงมีนา.-เมษา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทย จากระบาดอันดับ ๒ ของโลก รองจากจีน จนถึง ๑๕ มิถุนา.คือวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทย &amp;quot;พลิกโลก&amp;quot; ขึ้นเป็นประเทศศักยภาพทางการแพทย์-การสาธารณสุขเยี่ยม นำประเทศฟื้นจากโควิด เป็นอันดับ ๒ ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้พวกเราทุกคน จดจำและระลึกรู้ถึงพระคุณ &amp;quot;๕ อาจารย์แพทย์&amp;quot; เหล่านี้ ท่านไม่เพียงช่วยให้พวกเรารอดตาย ด้วยคุณูปการของท่าน ยังเสริมหนุนให้ไทย, วงการแพทย์ กระทั่งคนไทย พลอยมีหน้า-มีตาไปด้วยกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงจำภาพประวัติศาสตร์กันได้ ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๖ มีนา.๖๓ บุคคลรอบโต๊ะรูปไข่ในทำเนียบฯ ที่นายกฯ เชิญมาให้คำแนะนำ เมื่อภาพเผยแพร่ออกไป เห็นแล้วกล่าวขานกันทั้งประเทศว่า &amp;quot;ไทยรอดแน่&amp;quot; ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร อดีตอธิการบดี ม.มหิดล อดีตรมว.กระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี อาจารย์แพทย์อายุรศาสตร์ นายกแพทยสมาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณหมออุดม คชินทร&amp;quot; เคยเล่ากับแทบลอยด์ &amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot; ไว้ตอนหนึ่งว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนั้นประชาชนไม่เชื่อกระทรวงสาธารณสุข ไม่เชื่อท่านนายกฯ ความศรัทธาลงอย่างมหาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านนายกฯ หาทางออกไม่ได้ ก็เชิญเราไปคุย แต่ท่านก็นึกไม่ถึง ผมก็นึกไม่ถึงว่า มิตินี้ มันจะมี impact มหาศาลเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างภาพที่คุยกันวันนั้น .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ได้รับส่งมาทางไลน์ คนต่างบอกมีความหวังแล้ว ผมเห็นแล้ว ผมก็ชื่นใจ ในฐานะเป็นหนึ่งในนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีก็ส่งไลน์มาหาผม นายกฯ บอกว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่หมอ มาทำให้คนเริ่มฟังผมมากขึ้น คือเดิมคนไม่ค่อยฟังผมเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านนายกฯ บอกประโยคนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาฯ, ทักษิณ ชินวัตร, ธรรมศาสตร์, นพ.อุดม คชินทร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี, ศ.นพ.อุดม คชินทร, ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์, เกษตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
