<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.จัดมหกรรมการศึกษาไทย “Education in Thailand”ผ่านระบบออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ก.ย.64-สกศ.จัดมหกรรมการศึกษาไทย &amp;ldquo;Education in Thailand&amp;rdquo;ผ่านระบบออนไลน์ เชิญ &amp;ldquo;ตรีนุช &amp;ndash; คุณหญิงกัลยา &amp;ndash; กนกวรรณ&amp;rdquo; ร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาไทยหลังโควิด ด้าน &amp;ldquo;สุวิทย์&amp;rdquo;ชู 7 ประเด็นต้องทำ ขณะที่องคมนตรี &amp;ldquo;หมอเกษม&amp;rdquo;ย้ำต้องไม่ลืมสร้างความเป็นไทยยั่งยืน

ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - สกศ.จัดประชุมมหกรรมการศึกษาไทย &amp;ldquo;Education in Thailand&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Cisco Webex meeting และ ถ่ายทอดสดบน Facebook และ YouTube ของ สกศ. โดยมีนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช , นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และนายสุวิทย์&amp;nbsp; เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อดีตรมว.อว.) ร่วมเปิดการประชุม มอบนโยบาย และปาฐกถาพิเศษ

โดยนางสาวตรีนุช กล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2565 ตอนหนึ่งว่า สกศ.ถือเป็นองค์กรสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศ ซึ่งตนขอให้ สกศ.ประเมินผลการดำเนินงานของแผนปฏิรูปการศึกษา 5 ปีที่ผ่านมา และการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่ 11 เรื่อง การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และ 12 เรื่องการพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อนำผลมาใช้ขับเคลื่อนการศึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขณะเดียวกัน สำหรับนโยบายการจัดการศึกษาทั้ง 12 ข้อ และ นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) อีก 7 ด้าน ของตนนั้น มีเป้าหมายหลักสำคัญครอบคลุม 4 เรื่องหลัก คือ การพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาโดย Big Data ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง และการสร้างอาชีพสร้างคนให้เหมาะกับงานและตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิต และการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง จึงเป็นโจทย์สำคัญให้ สกศ.เตรียมข้อมูล และแนวทาง ที่จะช่วยสนับสนุนองคาพยพ การจัดการศึกษาของ ศธ. เช่น การเตรียมความพร้อม การเปิดภาคเรียน หรือการจัดการเรียนการสอนที่ต้องจัดหลังจากนี้ การประเมินและวัดผลผู้เรียนอย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ด้านคุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2565 ตนมีนโยบายที่อยากให้ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ Coding for All คนไทยต้องเรียนรู้ Coding โดย ศธ. จะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายการเรียนรู้ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันเราอบรมครูของ ศธ.ได้มากกว่า 300,000 คนแล้ว มีการปรับการเรียนรู้ สเต็มศึกษา (STEM) เป็น STEAM โดยเพิ่มเรื่องของ Arts หรือ คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ซึ่งเป็นต้นทุนของคนไทย เข้าไปผสานกับการเรียนสะเต็มศึกษา และเดินหน้าดำเนินโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เพื่อให้คนไทยทุกช่วงชั้นได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพ ถือเป็นการขยายโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ด้านนางกนกวรรณ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน 2 ปีนี้ ได้บอกอะไรกับศธ. และประชาชนมากมาย ว่า มิติการจัดการศึกษาจะไม่ได้มองแต่การศึกษาในระบบเท่านั้น แต่ต้องมองถึงการศึกษานอกระบบ และการศึกษาเอกชนด้วย ซึ่งจากการลงพื้นห่างไกล ทำให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น จำเป็นที่ ศธ.ต้องร่วมกับทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ทุกมิติ ต้องสร้างเด็กให้เป็นนวัตกรน้อย&amp;nbsp; เป็นนักคิด และนักปฏิบัติ&amp;nbsp; การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความสำคัญอย่างมาก การศึกษานอกระบบจะต้องไม่ใช่เน้นแต่การเรียนแบบการศึกษาพื้นฐานเท่านั้น ต้องให้บริการประชาชนที่เข้ามาอย่างหลากหลายรูปแบบ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในเรื่องการศึกษาเอกชน เราจะต้องทำให้เรื่องค่าใช้จ่ายรายหัวให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อ สะท้อนภาพแห่งความเป็นจริงในการลงทุนทางการศึกษา และดูแลให้โรงเรียนเอกชนได้รับการพัฒนา ผู้ปกครองก็มีความสุข นักเรียนก็มีความสุข

ขณะที่นพ.เกษม กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการศึกษาเพื่อความยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การจัดการศึกษาเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไหนจะเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนแค่ไหน เราจัดจัดการศึกษาไปทำไม ถ้าบ่อนทำลายความเป็นไทยไปทุกขณะ ซึ่งทุกประเทศมีเป้าหมายการศึกษา คือ ต้องการสร้างความยั่งยืน ในความเป็นอารยธรรม วัฒนธรรมของเขาเสมอ ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน เราต้องทำให้มีความยั่งยืนในความเป็นไทย-ครอบครัว-ชุมชน และความยั่งยืนขององค์กรทั้งรัฐและเอกชน ซึ่ง ศธ. และ อว.ต้องสนับสนุนดูแลภาพรวมของการศึกษา ขณะเดียวกัน สกศ. ถือเป็นหัวใจ เป็นมันสมอง และดูแลปรับปรุงการศึกษาให้ทันสมัยอยู่เสมอ ระบบการแนะแนวต้องทำให้เด็กมีเป้าหมายในชีวิต มีสัมมาอาชีวะ แนะแนวการเป็นคนดี ไม่ใช่แนะแนวจะต้องเรียนต่อในด้านใดเท่านั้น สิ่งที่ตนของฝาก ศธ. อว. และ สกศ. มี 5 เรื่อง คือ 1.เรื่องประวัติชนชาติไทย ต้องสืบสานให้ยั่งยืน 2.วิเคราะห์สังคมไทยในปัจจุบัน 3.นำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 ทั้ง 4 ด้าน ไปปฏิบัติ&amp;nbsp; 4.สานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 5.ศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ

ขณะที่นายสุวิทย์&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการศึกษาไทยหลังโควิด-19 ตอนหนึ่งว่า เราจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยเพื่อให้สอดรับกับพลวัตโลกหลังโควิด ใน 7 เรื่อง คือ 1.อยู่ในโลกที่ไม่ใช่ใบเดิม โดยปรับเปลี่ยนMindset ก่อนเปลี่ยนSkill-Set&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ท่องโลกกว้าง เรียนรู้เชิงประจักษ์ จาก My School is My World สู่&amp;nbsp; My World is My School 3.เติมเต็มศักยภาพ มุ่งสิ่งที่ชอบ ทำสิ่งที่ใช่&amp;nbsp; จาก Basic Academic Disciplines สู่ Personalized Education&amp;nbsp; 4. ผนึกกำลัง ร่วมรังสรรค์ จาก Teacher-Centric Education สู่ Teacher / Parent / Youth Partnership&amp;nbsp; 5. รับมือกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต จาก 3-Stage Life สู่ Multi-Stage Life&amp;nbsp; 6. เตรียมพร้อมสู่การเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ จาก On-Site / Online Education สู่ Hybrid Education และ 7. เสริมปัญญามนุษย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ จาก Human / Artificial Inteligences&amp;nbsp; สู่ Collaborative Intelligences&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, สกศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151bbcd77582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อคุณธรรม...ยังไม่กลับคืนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่มีโอกาสได้ฟังคนแก่ คนเก่า ท่านนำมาเล่าสู่กันพอให้ได้รับรู้ รับทราบ อย่างเช่น ท่านองคมนตรี อาจารย์ จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นต้น ขณะยังนั่งรักษาการอยู่ ณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า สายพระเนตร หรือ (ประทานโทษ) พระวิชั่น ของล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ซึ่งได้สวรรคตไปแล้วนั้น ช่างเป็นอะไรที่ยาวเหยียด ยาวไกลมากๆ เอาจริงๆ จนผู้คนธรรมดาหรือไม่ธรรมดาก็แล้วแต่ อาจ ตามไม่ทัน เอาง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเรื่อง ปัญหา ของบรรดาพวกหนูเล็กๆ และเด็กๆ ทั้งหลายในช่วงนี้...ที่จะด้วย เทคโนโลยี หรือด้วยการเลี้ยงดู ปูเสื่อ แบบไหน อย่างไร ก็แล้วแต่ จนทำให้กลายเป็น เด็กสร้างบ้าน โดยเมื่อดันต้องเจอกับพวก หัวล้านสร้างเมือง เข้าไปอีกดอก เลยก่อให้เกิดความเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน เละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก ยากจะหาทางรับมือ เช็ดถู ปัดกวาด ได้ง่ายๆ จะไล่ทุบ ไล่กระทืบ ก็น่าจะลำบาก เพราะแค่ ฉีดน้ำ เข้าใส่ ก็โวยกันไม่จบ หาว่าโหดเหี้ยม อำมหิต เผด็จการไร้เมตตาและปรานี ทั้งที่พวกนักประชาธิปไตยฉบับของจริง-ของแท้ มันหนักซะยิ่งกว่าไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า มีทั้งกดคอ ตีเข่า ไล่ทุบ ไล่ถีบ ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยางเข้าใส่ แต่ก็ยังดันอยากจะเป็นประชาธิปไตยแบบอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ชนิดตัวสั่นเร่าๆ อยู่จนบัดนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะด้วยเพราะเหตุนี้ แนวนี้ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้...เลยทำให้ช่วงที่ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ว่ากันว่า...เมื่อท่านอดีตประธานองคมนตรี ป๋าเปรม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่วายชนม์ไปแล้วอีกเช่นกัน ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และทูลถามถึงสิ่งที่ทรงปรารถนาและต้องการเป็นสิ่งสุดท้าย หลังจากทรงเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ต่อบรรดาโครงการไม่รู้จะกี่ร้อยกี่พันโครงการมาโดยตลอด ว่าอยากทอดพระเนตรเห็นโครงการใดๆ ปรากฏขึ้นมาอีกมั่ง จากคำพูด คำจา ของท่านองคมนตรี หรือรักษาการผู้อำนวยการทรัพย์สิน ฯลฯ ขณะนั้น กลายมาเป็นคำตอบ ว่าด้วยเรื่อง โรงเรียนคุณธรรม ที่มีท่านองคมนตรี คุณหมอ เกษม วัฒนชัย ได้กลายมาเป็นผู้รับหน้าเสื่อ หรือเป็นผู้โดดลงมาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว นับตั้งแต่เริ่มแรกนั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็แน่นอนนั่นแหละว่า...ถ้าหากโครงการ หรือสิ่งที่เรียกๆ กันว่า โรงเรียนคุณธรรม นั้น สามารถผลิดอก ออกผล ได้อย่างเป็นจริง เป็นจัง เต็มเม็ด เต็มหน่วย ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ ไม่ว่าโดยภาครัฐ หรือภาคเอกชน ชนิดอาจถือเป็น วาระแห่งชาติ เอาเลยก็ยังได้ โอกาสที่เราทั้งหลายจะต้องตกตะลึง ตาค้าง มึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ สับสน ระส่ำระสาย กับความห้าว ความกร้าว ความถ่อยและหยาบคาย ไปจนความลามก จกเปรต ฯลฯ ของพวกเด็กๆ สร้างบ้านในช่วงระยะนี้ อาจแทบไม่มีโอกาสได้พบ ได้เห็น เอาเลยก็ไม่แน่ เพราะสิ่งที่เรียกๆ กันว่า คุณธรรม หรือ ศีลธรรม ทั้งหลาย ออกจะเป็นอะไรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเอามากๆ ในการชะล้าง ปัดกวาด และเช็ดถู สิ่งใดๆ ก็ตาม ที่ออกไปทางสกปรก รกรุงรัง ให้หายเกลี้ยงไปได้ไม่ยาก เหมือนอย่างที่อภิมหาพระ ท่าน พุทธทาสภิกขุ ท่านเคยบ่งบอกถึงอานุภาพและศักยภาพของสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยข้อสรุปแบบสั้นๆ ง่ายๆ นั่นแหละว่า...ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ นั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...สิ่งที่เรียกว่า โรงเรียนคุณธรรม ของ หมอเษม เอาไป-เอามาก็อาจคล้ายๆ กับสิ่งที่เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง คือเป็นสิ่งที่ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทอดสายพระเนตร สายพระวิชั่น มองเห็นถึงความสำคัญ ความจำเป็น เอาไว้ ประมาณกว่า 30-40 ปี ก่อนหน้าที่ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัย และได้พยายามนำเอาความสำคัญและความจำเป็นเหล่านั้น มาเปิดเผย ชี้แจง ให้บรรดา ทวยไทย ทั้งหลายได้รับรู้ รับทราบอย่างจริงๆ จังๆ และอย่างเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า มาโดยตลอด แต่สุดท้าย...ก็คงได้แค่ ประมาณนั้น หรือได้เท่าที่พอไปได้ นั่นแหละทั่น ไม่ถึงกับต้องจริงๆ จังๆ อะไรกันมากมาย ฟังหูซ้ายแล้วร่วงทะลุไปทางหูขวามาเป็นสิบๆ ปี กระทั่งแม้โลกทั้งโลกเกิดความอับตันกับ เศรษฐกิจทุนนิยม จนหาทางออก ทางไปแทบไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เศรษฐกิจพอเพียง อันถือเป็น ทางเลือก และ ทางรอด ก็ยังไม่ถึงกับถูกหยิบมาเป็น วาระแห่งชาติ แต่อย่างใด ยังไปกันแบบเรื่อยๆ เจื้อยๆ เป็นคาถา หรือเป็นคำพูดติดปาก แบบของใคร-ของมัน กันไปตามสภาพ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ก็เลยอาจไม่ถึงกับถือเป็นเรื่องแปลก ที่เมื่อต้องเจอกับอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช ของท่านเชื้อไวรัส COVID-19 เข้าไปไม่กี่ดอก ประเทศที่ต้องพึ่งพาตลาดโลก พึ่งพาการส่งออก พึ่งพานักท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ก็เลยแทบหงายท้อง หลับกลางอากาศ เอาดื้อๆ ไม่ต่างอะไรไปจากที่ต้องเจอกับพวก เด็กอาจารย์กู้ ที่ทั้งหยาบ ทั้งถ่อย ทั้งก้าวร้าวรุนแรง ไม่คิดจะฟังเหตุ ฟังผล ไม่สนใจกาละและเทศะใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย อันเนื่องมาจาก ศีลธรรม...ไม่กลับมา นั่นเอง หรืออันเนื่องมาจากความไม่มุ่งมั่น ไม่เพียรพยายาม ไม่พยายาม เข้าถึง และ เข้าใจ ต่อสายพระเนตร พระวิสัยทัศน์ อันยาวไกล ของล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างจริงๆ จังๆ อย่างเอาเรื่อง เอาราว อย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...โอกาสที่จะแก้ไข เยียวยา บรรเทาเบาบางสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นมาแล้ว อุบัติขึ้นมาแล้ว ก็คงไม่ถึงกับ ง่าย กันซักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ...คงไม่ถึงกับช้าไป หรือสายไป เพราะการหวนกลับคืนมาสู่ความถูกต้อง ความเป็นไปตามครรลองคลองธรรมนั้น ยังไงๆ ย่อมต้องดีกว่าการจ่อมจมไปกับกิเลสและอวิชชา หรือการไม่คิดจะ รู้ตื่น แต่อย่างใด ส่วนจะออกไปในแนวไหน แบบไหน อันนี้...คงต้องถือเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ คงต้องไปว่ากันเอาเองก็แล้วกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Chinese proverb (อีกครั้ง)... &amp;ldquo;There is a wide avenue to Haven, but few people walk on it; there is no door to Hell, but many choose to bore a hole in order to get in. &amp;ndash; ทางไปสวรรค์นั้นกว้าง แต่ไม่ค่อยมีผู้คนสนใจจะเดิน นรกไม่มีประตู แต่คนจำนวนมากพยายามเจาะช่องเพื่อที่จะมุดเข้าไปให้จงได้...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81873</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ท่านขุนน้อย, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb5a961108f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&quot;มาเรียม”สู่การจัดการขยะยั่งยืน&quot;เกาะลิบง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาบาตูปูเต๊ะมีจุดชมพะยูนและเป็นแหล่งเรียนรู้พะยูน ในภาพ &amp;quot;แม่ส้มของน้องมาเรียม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์พะยูนปัจจุบันยังน่าเป็นห่วง กรณีพะยูนมาเรียมที่จากไป ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัวที่จะช่วยดูแลชีวิตพะยูนในท้องทะเลไทยกว่า 250 ตัว ซึ่งสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หน้าที่ของการอนุรักษ์พะยูน ทุกภาคส่วนต้องผนึกกำลังกันไม่ให้พะยูนเหลือเพียงภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือความทรงจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะทะเล ของเสีย ที่เกิดจากคนทิ้งลงสู่ทะเล ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่เบาและย่อยสลายยาก ทั้งถุง ขวด หลอด รวมทั้งแห อวน ลอบ เครื่องมือประมงเป็นสาเหตุใหญ่ ทำให้พะยูนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลแหล่งอาหารที่สำคัญของพะยูนถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้านมดตะนอย จ.ตรัง ชุมชนต้นแบบจัดการขยะชายฝั่งทะเล คุ้มครองบ้านพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างพะยูน ซึ่งรวมฝูงใหญ่อาศัยท้องทะเลตรังในการดำรงชีวิต เกาะแห่งนี้มีการรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจัง ชาวบ้านบนเกาะรวมตัวกันช่วยอนุรักษ์พะยูนร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ชุมชนบ้านมดตะนอย ร่วมกับเอสซีจี กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง จัดกิจกรรม &amp;quot;Save Mariam&amp;rsquo;s Family ฟื้นคืนระบบนิเวศ ลดต้นเหตุขยะทะเล&amp;quot; ขึ้นในพื้นที่เกาะลิบง มีการแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการขยะในชุมชนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน การวางอวนดักขยะที่คลองต่างๆ ป้องกันขยะถูกพัดพาลงทะเลตรัง การขยายร้านค้าต้นแบบลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งเก็บขยะทะเลร่วมกับเยาวชนเกาะลิบง ปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่เพื่อวันข้างหน้าจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์ทรัพยากรรมชาติทางทะเลให้อยู่คู่ทะเลไทย โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวดตรัง ตลอดจนนายศาณิต&amp;nbsp; เกษสุวรรณ ที่ปรึกษาธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษม วัฒนชัย และศาณิต เกษสุวรรณ วางบ้านปลาในคลองลัดเจ้าไหม รักษาระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ศาลา ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ แหล่งอนุบาลมาเรียม คนเรียกขานว่า &amp;ldquo;บ้านมาเรียม&amp;rdquo; ขณะนี้ได้ปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพะยูนสัตว์ทะเลหายาก มีป้ายให้ความรู้การกระจายของพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในเกาะลิบงภารกิจการอนุบาลมาเรียม ตลอดจนจัดแสดงเรือแคนูสีส้ม หรือ &amp;ldquo;แม่ส้ม&amp;rdquo; ที่เจ้าหน้าที่ใช้พายป้อนนม น้องมาเรียมว่ายน้ำเล่นข้างๆ และนอนกอด เพื่อกระตุ้นเตือนปัญหาทะเลไทยต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บังจ้อน &amp;rdquo; สุวิท สารสิทธิ์ กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง กล่าวว่า เกาะลิบงมีความหลากหลายทางชีวภาพมีหน้าทะเล 11 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลนี้ ประกอบกับการป้องกันเรือประมงและเรือในชุมชนไม่ให้สัญจรรบกวนถิ่นอาศัยของพะยูน ส่งผลมีฝูงพะยูนกระจายในพื้นที่จำนวนมาก กรณีมาเรียมที่จากไปเพราะกินถุงพลาสติก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมา มองข้ามการจัดการขยะ ส่วนมากเก็บขยะหน้าหาดและดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง จากนี้จะเพิ่มเก็บขยะแนวหญ้าทะเล เวลานี้เมื่อน้ำลงพบถุงพลาสติกเยอะมาก เป็นภัยคุกคามต่อพะยูน โลมาและเต่า กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยงจะร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 6 หมู่บ้าน โรงเรียนเกาะลิบง&amp;nbsp; โรงเรียนบาตูปูเต๊ะ และกลุ่มเยาวชนเพื่อต่อยอดจัดการขยะที่ถูกต้องตามแนวทางใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก ซึ่งทางเอสซีจีมาส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาล รพ.สต.บ้านมดตะนอย พาชมจุดคัดแยกขยะริมทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูนเป็นหลักฐานสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เกาะลิบงจึงเดินสู่พื้นที่ต้นแบบจัดการพะยูนและจัดการขยะ นายวิเชียร ขำนุรักษ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า มีแผนบริหารจัดการในพื้นที่ โดยจัดประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนวางทุ่นผูกเรือจุดชมพะยูน ส่วนพื้นที่ไข่แดงมีแนวหญ้าทะเลอ่าวทุ่งจีน หน้าแหลมจูโหย หน้าเขาปาตูปูเต๊ะ ซึ่งมีประชากรพะยูนมากที่สุดในประเทศไทยบินสำรวจปี 61 เจอพะยูน 210 ปี แต่ปีนี้มีพะยูนตายมากกว่า 10 ตัว ประชากรจึงลดลง ในแผนกำหนดห้ามใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ห้ามเรือใช้ความเร็วสูงสุดเข้าพื้นที่ มีการวางทุ่นแนวเขตห้ามเรือทุกชนิดสัญจรเด็ดขาดในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ไม่เพียงอนุรักษ์พะยูน แต่รวมปลิงทะเล หอยชักตีน เต่า โลมา และมีแผนวางทุ่นทะเลเพิ่มปีหน้าอีก 10 ลูกในแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ โดยเลือกพื้นที่สุดขอบแนวหญ้าทะเล เป็นจุดที่พบพะยูนชุกชุมที่สุด เพื่อวางทุ่นผูกเรือรับชมพะยูนโดยมีกฎกติกาชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เช่น เบ็ดราไว อวนสามชั้น อันตรายมาก พะยูนตายจากเครื่องมือเหล่านี้ ขยะทะเลก็กระทบมาก ส่วนใหญ่ขยะมาจากบนบก ขณะนี้บนเกาะลิบงมีความตื่นตัวเรื่องขยะ มาเรียมตายจากขยะ ทุกคนเสียใจ เราพบกรณีเต่า โลมากินขยะตาย ส่วนพะยูนเสียชีวิตเมื่อผ่าพิสูจน์พบขยะในท้อง 20-30% ปะปนกับหญ้าทะเล ขยะเป็นปัญหาทั้งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เกาะลิบงมีแผนจัดการขยะที่ครัวเรือน มีการคัดแยกนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่างๆ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากทุกภาคส่วนเข้มแข็งช่วยลดขยะ ลดใช้พลาสติก ดูแลทรัพยากรทั้งสัตว์น้ำหายากและแหล่งหญ้าทะเล&amp;rdquo; วิเชียรย้ำต้องช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบ้านมาเรียมเดินทางต่อโดยเรือสู่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง เป็นชุมชนติดกับทะเล คลองบ้านมดตะนอยและคลองลัดเจ้าไหมประสบปัญหาขยะและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เริ่มจากจัดการขยะในบ้านก่อนขยายผลไปทั้งหมู่บ้าน มีการคัดแยกขยะนำมารีไซเคิล อีกทั้งเมื่อพบคนในชุมชนเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น สันนิษฐานว่ามาจากใช้โฟมบรรจุอาหารเป็นเวลานาน จึงมีการรณรงค์และเลิกใช้โฟมในหมู่บ้าน นับเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดโฟมรับรองจากกรมอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1 ใน 30 ร้านค้าต้นแบบเลิกถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม ลดขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาโฟมในชุมชนหมดไป แต่ภารกิจจัดการขยะทะเลยังรออยู่ โดยเฉพาะมหันตภัยถุงพลาสติก หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมดตะนอย (รพ.สต.บ้านมดตะนอย) กล่าวว่า ชุมชนบ้านมดตะนอยมี 4 โซน แต่ละพื้นที่วิธีการจัดการขยะแตกต่างกันไป ชุมชนริมชายฝั่งจะประสบปัญหาขยะริมทะเลเยอะในช่วงมรสุม เดิมเก็บขยะไปทิ้ง สุดท้ายขยะก็กลับลงทะเลอีกเพราะขาดความรู้ แต่ปี 2561 เอสซีจีเข้ามาให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบองค์รวม ได้จัดทำจุดคัดแยกขยะริมทะเลขยะที่พบมาก เช่น&amp;nbsp; ไฟแช็ก 2 กิโลกรัมต่อวัน รองเท้า 13 กก. ขวดพลาสติก 2 กก. และโฟม 3 กก. ชาวบ้านเก็บแล้วทำอย่างไรต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขยะมีที่ไปใช้ประโยชน์ต่อได้บ้านมดตะนอยได้รู้จักกับกลุ่ม TRASH HERO และทะเลจร ซึ่งทำรองเท้ารีไซเคิลจากขยะทะเล เราส่งรองเท้าขยะไปให้ รวมถึงขยะพลาสติกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็นำใส่ขวดน้ำเพื่อทำ Eco-Brick สำหรับขยะอันตรายจะนำไปส่งให้ อบต.เกาะลิบงกำจัดอย่างถูกวิธี ขยะทะเลยังนำมาสร้างสรรค์เป็นจุดเช็กอินให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะลิบงด้วย ช่วยสร้างจิตสำนึกเปลี่ยนโลกด้วยตัวเอง&amp;quot; หนึ่งฤทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะรองเท้าแตะรวบรวมส่ง Trash Hero ทำรองเท้าแตะรีไซเคิล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่นั้น รพ.สต.ได้ประสานกับร้านค้าในชุมชน 30 ร้าน ลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม กิจกรรมครั้งนี้หนึ่งฤทัยพาไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ เด็กในหมู่บ้านนำถ้วย แก้วน้ำหรือถุงผ้ามาใส่อาหารและเครื่องดื่ม จะมีการสะสมดาวไปแลกรางวัล กล่องใส่ข้าว ถุงผ้า จนกระทั่งหม้อหุงข้าว ที่ รพ.สต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งฤทัยบอกอีกว่า ตามร้านยังมีจุดทิ้งหลอดพลาสติก&amp;nbsp; จากนั้นจะรวบรวมให้กลุ่มขยะ รพ.สต. มีเยาวชนและผู้สูงวัยนำไปทำไส้หมอนให้ผู้ป่วยติดเตียง การจัดการขยะรูปแบบต่างๆ จะช่วยลดขยะทะเล เพราะขยะทะเลไม่ได้มาจากทะเลจริงๆ มาจากบนฝั่ง ปีนี้เราประกาศเป็นชุมชนต้นแบบการจัดการขยะทะเลชายฝั่งในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ณัฐวัฒน์ ทะเลลึก ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวว่า เราเป็นชุมชนชายฝั่งทำให้ตระหนักในการแก้ปัญหาขยะจากชุมชน ขยะบริเวณท่าเรือและการท่องเที่ยวชายหาดขยะจากประมง ก็วางแผนและมีข้อตกลงจัดการขยะในชุมชน ล่าสุด ชุมชนได้ต่อยอดการพัฒนาอวนดักขยะจากภูมิปัญญาชุมชนเพื่อป้องกันขยะไม่ให้ไหลลงคลองต้นทางก่อนไหลออกสู่ทะเล จะใช้สำหรับตักเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นและเก็บกวาดขยะใต้ถุนช่วงน้ำลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วางอวนดักขยะในคลองต้นทาง ป้องกันขยะไหลลงทะเล กระทบพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กรณีมาเรียมตายในท้องพบพลาสติกและเต่าอีกหลายตัว ชาวบ้านจึงรวมตัวกันคิดค้นอวนดักขยะ ทำจากอวนลอบหมึก จะวางทุกจุดของชุมชน เวลานี้มี 5 จุดในคลอง พบขยะพลาสติกมากกว่า 30% ที่เหลือเป็นเศษไม้ชายเลนโดยหน้ามรสุมจะวางอวนดักขยะให้มากขึ้น เป็นอีกแนวทางจะส่งผลดีต่อพะยูนและสิ่งมีชีวิตในทะเล อย่างไรก็ตาม ชุมชนตั้งเป้าภายในปี 2565 บ้านมดตะนอยจะปลอดขยะ 100% และพร้อมเป็นพื้นที่ตัวอย่างแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติพิชิตขยะให้ชุมชนที่สนใจ&amp;quot; ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวทิ้งท้ายเป้าหมายที่เรียกว่าการรักษาทรัพยากรรมชาติให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48934</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, การจัดการขยะเกาะลิบง, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, จ.ตรัง, มาเรียม, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, ศาณิต เกษสุวรรณ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51474e09a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวดมนต์พิธีมหามงคลระลึก3พระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต &amp;nbsp;รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 พร้อมอัญเชิญ &amp;quot;พระแก้วมรกตน้อย&amp;quot; ประดิษฐานเป็นประธานในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารมาเป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์รวม 207 รูป นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) พระแก้วประจำรัชกาลที่ 6 มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ อันจะเป็นมงคลแก่ชีวิต ประเทศชาติ และสืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์เพื่อพระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระชั้น 3 &amp;nbsp;วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรประดิษฐานบนรถยนต์พระประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อรถยนต์พระประเทียบถึงพระลานพระราชวังดุสิต พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;ให้นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญขึ้นพระราชยาน โดยพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข &amp;nbsp;เข้าริ้วขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเกษม &amp;nbsp;วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เดินทางมาถึงยังพระลานพระราชวังดุสิต ได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเข้าพลับพลาพิธี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ 207 รูปสวดมาติกา จบแล้วผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวหน้า 10 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทอดผ้าไตรจนครบ 207 &amp;nbsp;รูป พระสงฆ์ 207 รูปสดับปกรณ์ ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 207 รูปเจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระสยามเทวาธิราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชน ณ พระลานพระราชวังดุสิตและในต่างจังหวัดสวดมนต์พร้อมกัน จบแล้วผู้แทนพระองค์ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จนครบ 207 รูป ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ กราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ แสดงความเคารพราชอาสน์ ผู้แทนพระองค์เดินออกจากพลับพลาพิธีไปยังรถยนต์ประเทียบ ขึ้นรถยนต์ประเทียบแล้วเดินทางกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข กราบราบพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรที่โต๊ะหมู่บูชา นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรขึ้นพระราชยาน พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ผู้ร่วมในพิธียืนพนมมือส่งพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร และเดินนำขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรออกจากพลับพลาพิธีกลับไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตน้อย เป็นพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ขนาดหน้าตักกว้าง 23.40 เซนติเมตร องค์พระสูง 36.80 เซนติเมตร สร้างจากหยกสีเขียวเข้ม ประภามณฑลและฐานเป็นไม้จำหลักปิดทอง ตามประวัติกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระราชวังดุสิตเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมควรจะมีพระพุทธรูปเพื่อทรงสักการบูชา เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หาแก้วมรกตขนาดใหญ่ พร้อมช่างฝีมือดีเพื่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเสาะหาหินหยกสีเขียวได้ในรัสเซีย และโปรดให้นายปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช &amp;nbsp;เจ้าของร้านทองประจำราชสำนักรัสเซียเป็นผู้สร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อปี 2457 จึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากประเทศรัสเซียมายังประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกกันอย่างย่อว่า พระแก้วมรกตน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศ ณ พระลานพระราชวังดุสิต มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและสวมเสื้อสีเหลืองมาร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลอย่างเนืองแน่น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.กัญญาณี สืบชุมภู อายุ 64 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านเขตสวนหลวง กล่าวว่าเดินทางมาถึงพระลานพระราชวังดุสิตเวลา 15.30 น.เพื่อร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ สมเด็จย่า และถวายพระพรชัยมงคลพระราชินีในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเริ่มพิธีได้นำพวงมาลัยดอกไม้สดถวายพ่อหลวง รัชกาลที่ 5 ก่อนนั่งรอพิธีพร้อมกับเพื่อนอีก 4 &amp;nbsp;คน ตนมาร่วมสวดมนต์เป็นครั้งที่ 2 ตั้งใจมานมัสการพระแก้วมรกตน้อย และสวดถวายพระราชกุศลในโอกาสครบ 2 ปีในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน จากนั้นเดินทางมาร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง รู้สึกพระองค์ยังอยู่ ไม่จากไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.จินตนา กูลวิริยะ ครูโรงเรียนพระดาบส นำนักเรียนหลักสูตรเคหะบริบาลจำนวน 18 คนมาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ กล่าวว่าตั้งใจพานักเรียนมาร่วมกิจกรรมนี้เพื่อรับรู้พระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ให้คนไทย ในหลวง ร.9 ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงการศึกษาเมื่อปี 2549 ทรงเล็งเห็นว่าสังคมไทยขาดคนดูแลเด็กและผู้สูงอายุ พระราชทานแนวพระราชดำริตั้งหลักสูตรเคหะบริบาล นำมาสู่การสร้างคนดูแลผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง 10 ปีให้หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แม้เสด็จสวรรคตแต่ครูและนักเรียนจะสืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.9 และในหลวง ร.10 อุทิศตนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19992</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญญาณี สืบชุมภู, จินตนา กูลวิริยะ, พระลานพระราชวังดุสิต, พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc49f08e2799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost เริ่มต้นบันทึกวันนี้ด้วยสุภาษิตไทยจำให้ขึ้นใจ &amp;quot;กงเกวียนกำเกวียน&amp;quot; แปลว่าทำอะไรไว้อย่างไร ก็จะได้รับผลอย่างนั้น ...0 ยกตัวอย่าง ทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; ตั้งพรรคไทยรักไทยครั้งแรกเริ่มต้นด้วยการใช้พลังทุนมหาศาลดูด ส.ส.ของพรรคการเมืองต่างๆ โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านทัดทานของนักวิชาการแถวหน้า ที่อยากเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลง และแล้วบัดเดี๋ยวนี้ &amp;quot;กงเกวียนกงกรรม&amp;quot; ก็หมุนกลับมา เมื่อพลพรรคเพื่อไทยภายใต้อิทธิพลของ ทักษิณ ชินวัตร ก็ถูกพลังดูดของ พรรคพลังประชารัฐ เล่นงาน!!! ...0 โวยวายไปไม่อายปากว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง (มาก่อน) ก็สมควรสำนึกเสียใจบ้างนะ ว่า ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หากเชื่อนักวิชาการกลุ่มผู้นำอย่าง ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย หรือจะเป็น ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อนาคตคงไม่จบตรงที่หาแผ่นดินอยู่ไม่ได้ ...0&amp;nbsp;&amp;nbsp; บันทึกว่าด้วยอนาคตแล้วก็อดเป็นกังวลแทน พรรคอนาคตใหม่ ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าอนาคตอาจจะดับตั้งแต่ยังไม่เกิด หากมีสมาชิกพรรคที่ชื่อ พานทองแท้ ชินวัตร นะจ๊ะ ...0 ถึงแม้เป็นคนรุ่นใหม่ คิดแบบหนุ่มสาวยุคดิจิตอล แต่ก็อย่าลืมว่า ระหว่างประชากรรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่นั้น ใครกันที่จะรู้รักสิทธิแลหน้าที่ในการลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือวางมือหยุดเล่นสมาร์ทโฟนสักครึ่งชั่วโมงแล้วเดินเข้าคูหาไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่ากัน??? ...0 ตัวเลขในโลกออนไลน์กับชีวิตจริง ทำนักเลือกตั้งตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว!!! ...0 พรรคการเมืองต่างๆเริ่มออกตัวเคลื่อนไหวกันคึกคักทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ เพื่อวิ่งให้ทันโรดแมปคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน ..แต่ขอโทษที!! ผู้จัดการเลือกตั้งอย่าง &amp;quot;กกต.&amp;quot; กลับยังไม่มีบทสรุป 10 พ.ค.จะได้ลุ้นกับอีกรอบว่า กกต. 7 คนจะผ่านการเห็นชอบจาก สนช.หรือเปล่า??? ...0 มองไปมองมารายชื่อส่วนใหญ่ดูเหมือนอยู่ในคาถาและเข้าตำรา &amp;quot;ยุคใครยุคมัน&amp;quot; จะมีก็แต่ กกต.จากสายศาลฎีกานี่แหละ ที่เป็นอิสระไว้ใจได้ และที่ประชุม สนช.ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะโหวตไม่รับ สำหรับ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนดแล้วนั่นเอง ...0 ถกกันกว้างขวาง ..ใครได้ใครเสียเมื่อ &amp;quot;แจ็ก หม่า&amp;quot; เยือนไทย ..พฤหัสฯ 17 พ.ค. คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะที่ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ...0 บันทึกไว้เตือน ณ บรรทัดนี้ ..ไทยจะได้ไทยจะเสียด้วยเหตุผลอะไรนั้น คงต้องพิจารณากันเป็นเคสบายเคส หรือทีละกรณีทีละเรื่องทีละราว แต่รับรอง 100% ได้เลยว่า แจ็ก หม่า กับเว็บไซต์อาลีบาบานั้น มีแต่ได้กับได้ ที่สำคัญได้อักโขเลยทีเดียวเชียวแหละ!!! ...0 เพราะโลกวันนี้แข่งขันกันด้วยข้อมูล การเปิดบ้านให้อาลีบาบามาดูดข้อมูลของผู้บริโภคในประเทศไทยแบบเต็มใจไม่มีกั๊ก มันคือทรัพยากรมูลค่ามหาศาลที่อาลีบาบาแทบไม่ต้องขวนขวายลงทุนเลยสักนิด..คิดกันบ้างไหม?? ...0 หวังว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่มัวแต่ปลื้ม จนลืมกฎกติกา ปลาใหญ่มากินปลาเล็กนะเออ ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย ..ครม.สัญจรไปบุรีรัมย์ 7-8 พ.ค.นี้ ..อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ใครที่บอกว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ว่าด้วยกลุ่มการเมืองที่มี เนวิน ชิดชอบ เป็นเสี่ยวกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นั้น ..ก็ดูๆ กันต่อไปนะ ..อุตส่าห์เปิดประตูบ้านให้พร้อมมีเครื่องดูดแถมอีก มีหรือจะไม่รีบปรองดอง ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8619</URL_LINK>
                <HASHTAG>กงเกวียนกำเกวียน, ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า 4, ปิยสาร์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคอนาคตใหม่, พรรคไทยรักไทย, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, เว็บไซต์อาลีบาบา, แจ็ก หม่า, ใช้พลังทุนมหาศาลดูด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
