<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี !จุฬาฯ วิจัยสารสกัดสมุนไพรกว่า 60 ชนิด  มาเป็นยารักษาโควิด 19  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา นวัตกรรมยาสมุนไพรรักษา โควิด-19 งานวิจัยสมุนไพรมากกว่า 60 ชนิด เพื่อการค้นหาสารตั้งต้นสำหรับผลิตยาที่สามารถนำมารักษาโรคติดเชื้อ โควิด-19 ในอนาคตผศ.ดร.ธัญญดา รุ่งโรจน์มงคล ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้ข้อมูลการวิจัยสมุนไพรที่สามารถนำมารักษาโควิด-19 ว่า สารเคมีจากสมุนไพรมีโครงสร้างซับซ้อนและมีโอกาสพัฒนาเป็นยาได้มากกว่าโครงสร้างทั่วไป แต่ต้องมีการปรับโครงสร้างเพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเป็นพิษ และเพิ่มความคงตัวจนสามารถใช้เป็นยาได้ โดยในการวิจัยครั้งนี้ใช้ทั้งสารที่มาจากยาแผนปัจจุบันที่มีอยู่เดิม และสารสกัดสมุนไพรที่ได้ศึกษาเพิ่มอีกกว่า 60 ชนิด ที่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นยา อาทิ สมุนไพรในกลุ่มสารไบโอฟลาโวนอยด์ แต่สมุนไพรกลุ่มนี้ในทางเภสัชวิทยา จะไม่แนะนำเพราะจะไม่มีความจำเพาะกับโปรตีนใดๆ ในทางกลับกันเราได้นำสมุนไพรกลุ่มนี้บางชนิด มาปรับปรุงโครงสร้าง ให้เกิดเป็นโครงสร้างใหม่ อาทิ สาร Baicalein ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้มาจากเปลือกของต้นเพกา โดยได้มีศึกษาวิจัยจากที่อื่นๆ ที่มีการตีพิมพ์แล้ว แต่สิ่งที่เราทำคือการต่อยอดในการนำไปปรับปรุงโครงสร้างให้มีความจำเพาะเพื่อให้มีการออกฤทธิ์ในการจับตัวและยับยั้งกับ&amp;quot;โปรตีเอส&amp;quot;ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เรียกรวมกันว่า เอ็นไซ์ โปรตีเอส เป็นสารคงที่ &amp;nbsp;ของไวรัสโควิด 19 &amp;nbsp;ที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อย มากกว่าโปรตีนชนิดอื่น ที่อยู่ในไวรัสโควิด ซึ่งถ้าหากหาสมุนไพรหรือยายับยั้งโปรตีเอสได้ ไม่ให้กระจายเชื้อได้ดี ก็จะรักษาอาการได้ &amp;nbsp;ซึ่งสารที่น่าสนใจที่สุดในงานวิจัย คือ สารลูติน ที่เป็นสารสกัดจากผิวเปลือกส้ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งสารที่ได้จากสมุนไพรดังกล่าว เราจะมีการทดลองใช้กับเป้าหมายของเราคือ เอนไซม์ โปรตีเอส ซึ่งเป็นหนึ่งในวงจรชีวิตของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีหน้าที่ในการตัดโพลีเปปไทด์ และยังสามารถช่วยให้ไวรัสแบ่งตัวได้ดี อีกทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีความคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย ดังนั้น หากเราสามารถหายาหรือสมุนไพรที่ยับยั้งการสร้างโปรตีเอสได้ ก็อาจจะเป็นการค้นพบสมุนไพรที่ต้านเชื้อโควิด-19 ด้วย โดยได้มีการศึกษาทางเคมีทางคอมพิวเตอร์ โดยการนำสารสมุนไพรมาออกแบบโครงสร้างให้สามารถจับโปรตีเอสได้ดี เข้าสู่การทดลองในห้องปฏิบัติการต่อไป&amp;rdquo; ผศ.ดร.ธัญญดา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ร.ต.อ.หญิง ภญ.ดร.สุชาดา สุขหร่อง ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ กล่าวเสริมว่า สมุนไพรในกลุ่มสารไบโอฟลาโวนอยด์ เป็นสารในสมุนไพรที่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว เพราะพืชเคลื่อนที่ไม่ได้ หากสัตว์มากินก็เป็นพิษและเสียชีวิต หากเราไปเด็ดลำต้นของพืชทำให้เกิดแผล สารชนิดนี้จึงช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้ ซึ่งจะพบในสมุนไพรหลายชนิด การค้นหาศึกษาสมุนไพรนับว่ามีโอกาสอย่างมากที่จะนำสารตั้งต้นของสมุนไพรมาดัดแปลง ในการพัฒนาเป็นยารักษาต่อสู้กับไวรัสโควิด- 19 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขั้นตอนการพัฒนายาจากสมุนไพรไม่ได้ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป ทั้งนี้เพื่อให้ยาที่ผลิตออกมามีคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.กิตติคุณ วังกานนท์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงในขั้นตอนของการนำสารสมุนไพรมาทดลองกับโปรตีเอสว่า ยาที่ยับยั้งการทำงานของโปรตีเอส อาจเป็นหนทางในการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ควบคู่ไปกับวัคซีน โดยความรู้ก่อนหน้าจากโรค SARS และ MERS บ่งชี้ว่าโปรตีเอส เป็นเป้าหมายสำหรับการพัฒนายาที่ดี ในปัจจุบันบริษัทยา เช่น Pfizer ก็กำลังพัฒนายาเพื่อยับยั้งการทำงานของโปรตีเอส &amp;nbsp;ซึ่งห้องปฏิบัติการของจุฬาฯ สามารถสังเคราะห์โปรตีเอสเองได้แล้ว &amp;nbsp;และนำไปทดสอบกับสารสกัดสมุนไพร เพื่อยับยั้งโปรตีเอส ซึ่งพบว่าได้ผลน่าพอใจ &amp;nbsp;สมุนไพรหลายชนิดสามารถยับยั้งโปรตีเอสได้ นอกจากนั้น เรายังสามารถหาโครงสร้างสามมิติของโปรตีเอสได้ ซึ่งจะทำให้เราทราบถึงกลไกการทำงานในระดับโมเลกุลและสามารถพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.กิตติคุณ กล่าวต่อว่า คณะวิจัยใช้ยีนของโปรตีเอสที่สังเคราะห์ขึ้นมา โดยวิธีการทางเคมี แล้วนำไปใส่ในเชื้อแบคทีเรียทำให้สามารถผลิตโปรตีเอสได้เป็นจำนวนมาก จนสามารถนำมาทดสอบกับยาได้ โดยเทคนิคนี้ทำให้รู้ว่ายาตัวไหนที่น่าจะจับกับโปรตีเอสตัวนี้ได้ ไม่เพียงแต่การทดสอบทางคอมพิวเตอร์ แต่สามารถทดสอบจริงในห้องปฏิบัติการได้ด้วย &amp;nbsp; ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาในการหายารักษาโรคโควิด-19 ซึ่งปกติใช้เวลานานถึง 10 ปี หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ซึ่งในขณะนี้ยังคงมีกาคทดลองเพื่อให้ได้ประสิทธิผลก่อนนำไปทดสอบในสัตว์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95018</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมุนไพร, คณะเภสัช จุฬาฯ, ดร.กิตติคุณ วังกานนท์, ศ.ร.ต.อ.หญิง ภญ.ดร.สุชาดา สุขหร่อง, โควิด19, โปรตีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040c9c05c9e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
