<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาลัยราษฎรอาวุโส &#039;ต่อตระกูล&#039; เปิดภาพ &#039;ด.ช.ระพี สาคลิก&#039; เมื่อปี 2473</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ. 61 &amp;ndash; &amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ราษฎรอาวุโส ปรมาจารย์ด้านกล้วยไม้ ที่ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล&amp;nbsp; ได้เผยแพร่รูปภาพของศาตราจารย์ ระพี&amp;nbsp; พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ภาพนักเรียนรุ่นแรก ของ รร.เยาวกุมาร ในสวนจิตรลดา เมื่อปี 2473 มี ดช.ระพี สาคริก นั่งอยู่ตรงกลาง แถวหน้าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประวัติ ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก เมื่อตอนอายุ 8 ขวบ ว่าได้เข้าเรียนใน รร. จิตรลดา ซึ่งน่าจะหมายถึงโรงเรียนที่เพิ่งเปิดใหม่ในบริเวณพระราชวังจิตรลดา ที่ได้รับการจัดตั้งและพระราชทานนามจากรัชกาลที่ ๗ ให้มีชื่อว่า &amp;ldquo;โรงเรียนเยาวกุมาร ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;rdquo; ไม่ใช่ รร.จิตรลดา โรงเรียนปัจจุบันซึ่งขณะนั้นยังไม่มี จนต่อมาอีก 25 ปีหลังจากนั้นในปี พศ. 2498 จึงได้ทรงก่อตั้งขึ้นโดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รร. เยาวกุมารนี้มีนักเรียนซึ่งเป็นเจ้านายและบุตรข้าราชบริพารฝ่ายในรวมทั้งหมด ๑๖ คน อาจารย์ระพี บันทึกไว้ในแฟ้มฯหน้า ๒๓ ว่า.... &amp;quot;&amp;hellip;บรรดานักเรียนเหล่านี้ มีพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช กับผมเป็นคู่ซึ่งเล็กที่สุด จึงสนิทชิดชอบกันมากเป็นพิเศษ ...&amp;quot;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ระพี สาคริกเกิดเมื่อ 4 ธันวาคม 2465 เกิดที่วรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของขุนตำรวจเอก พระ มหาเทพกษัตริยสมุห (เนื่อง สาคริก) และคุณแม่สนิท ภมรสูตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 กพ. 2561 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก ได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้รวม 95 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ อาลัย ในคุณงามความดี ที่ท่านได้ทำไว้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติตลอดชั่วชีวิต เป็นอย่างยิ่งครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อตระกูล ยมนาค, ถึงแก่อนิจกรรม, บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย, ศ.ระพี สาคลิก, ไว้อาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a89328c0ca5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2018 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2018 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039; โพสต์เศร้า!วันเดียวสูญเสียทั้งผู้เป็นครูและลูกศิษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 61 - นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;ได้โพสต์เรื่องราว &amp;quot;ในวันที่ผมสูญเสียทั้งผู้เป็นครูและลูกศิษย์&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;สุริยะใส กตะศิลา&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;วันนี้ตื่นมาต้องเจอกับข่าวร้าย 2 ข่าว ข่าวแรกคือการถึงแก่อนิจกรรมของ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวผมสมัยเรียนปริญญาตรีที่ ม.เกษตรศาสาตร์ ได้มีโอกาสฟังท่านอาจารย์บรรยายหลายครั้ง ในช่วงที่มาเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงหลังก็ได้พูดคุยกระทั่งขอคำปรึกษาจากท่านในหลายๆเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไม่ใช่แค่ผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ไทยให้โด่งดังไปทั่วโลกจนเรียกขานว่าเป็น &amp;ldquo;บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ท่านยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเสนอแนะขับเคลื่อนนโยบายที่ยั่งยืนต่อภาคเกษตร แม้แต่บทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะที่ท่านเคยเป็นอธิการบดี ที่ควรจะเป็นในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ภาคเกษตรตกเป็นเหยื่อรุนแรงที่สุด &amp;nbsp;ท่านก็มีข้อเสนอที่กระตุกเตือนสังคมมาแล้วหลายครั้งหลายครา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมท่านอาจารย์เป็นปราชญ์แห่งผ่นดินอีกคนที่ควรค่าแก่การจดจำและเราควรสานต่อภารกิจเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจากไปครั้งนี้ก็ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกข่าวที่ผมใจหายจนแทบจะออกไปสอนหนังสือไม่ได้ เช้าที่ผ่านมาเมื่อทราบว่าลูกศิษย์ผม นายธนกร เกษตริกะ หรือเบย์ &amp;nbsp;นักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม &amp;nbsp;ม.รังสิต ปี 2 &amp;nbsp;ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำได้ดีวันที่เบย์ จบ ม .6 ใส่กางเกงขาสั้นชุดนักเรียนมายื่นสมัครเรียนที่วิทยาลัยนวัตกรรมสังคมเขามาส่งใบสมัครกับผม &amp;nbsp;ผมนั่งคุยกับเขา ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมตั้งใจมาเรียนวิทยาลัยแห่งนี้ ในขณะที่เด็กทั่วไปสนใจอยากเรียนคณะอื่นที่อยู่ในกระแสหลัก เขาตอบผมว่าชอบ ดูเนื้อหาหลักสูตรแล้วใช่ &amp;nbsp;น่าจะเหมาะกับเขา เพราะเขาสนใจเรียนด้านสังคม จึงไม่แปลกทุกครั้งที่ไปค่ายไปลงพื้นที่หลายๆครั้ง ก็เจอเขาแทบทุกครั้งและเราก็สนทนาพูดคุยกันตามประสาครูกับลูกศิษย์ เขาเป็นคนพูดน้อย ยิ้มง่าย แต่แววตาเขาครุ่นคิดและพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งก่อนเขาเสียชีวิต ในตอนกลางวัน เบย์กับเพื่อน นศ.วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม รังสิต 10 กว่าคน &amp;nbsp;ก็ไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใชชาวบ้านเทพาที่มาชุมนุมหน้า UN เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เบย์ไม่ได้ไปชุมนุมเพียงเพราะเขาเป็นคนใต้ เป็นคนกระบี่ที่เป็นพื้นที่เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเท่านั้น แต่ผมว่าเบย์ไปเพราะแรงบันดาลใจที่เขาอยากช่วยเหลือแบ่งปันทุกข์สุขกับผู้คนในสังคมโดยเฉพาะคนด้อยโอกาส ซึ่งวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมพร่ำบอกและสอนนักศึกษาตลอดว่าเราต้องรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่ต้องบอกว่าผมเสียใจขนาดใหน กับการจากไปกะทันหันก่อนวัยอันควรของเบย์ ผมเห็นแววตาและใบหน้าที่ครุ่นคิดตั้งใจเรียนทั้งในห้องและนอกห้องเรียนลอยวนอยู่บนแป้นพิมพ์ตลอดระหว่างผมพิมพ์ข้อความเหล่านี้ เพราะวันพุธที่ผ่านมาเบย์เรียนกับผมในวิชา ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าทั้งท่านอาจารย์และเบย์ รวมทั้งผม จะไม่ได้รู้จักหรือเป็นเครือญาติอะไรกัน แต่ช่วงชีวิตของทั้งคู่ที่วัยอาจแตกต่างกันก็ตามได้แบ่งปันพื้นที่ของชีวิตให้กับเรื่องราวทุกข์สุขของสังคม ที่คนส่วนใหญ่อาจจะมองไม่เห็นหรือคิดว่าไม่ใช่ธุระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสพบเจอคนทั้งสอง ผมจะจดจำความดี ความเสียสละของทั้งคู่ไปจนชีวิตจะหาไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ดวงวิญญาณของทั้งท่านอาจารย์ระพี สาคริก และเบย์ ธนกร สู่สุคติครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยะใส, ลูกศิษย์, ศ.ระพี สาคลิก, สุริยะใส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a87dc616e874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2018 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2018 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้น &#039;ศาสตราจารย์ ระพี&#039; บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.61 -&amp;nbsp; นายภาสกร จำลองราช &amp;nbsp;สื่อมวลชนอิสระ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Paskorn Jamlongrach &amp;nbsp;ว่า &amp;ldquo;ได้รับแจ้งจากครอบครัวท่าน ศ.ระพี สาคริก กลับคืนสู่ผืนดินแล้ว เมื่อเช้านี้(17 กพ.61) กราบลาท่านอาจารย์ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเกียรติประวัติของ ศาสตราจารย์ ระพี &amp;nbsp;เป็นนักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล จนได้รับฉายาว่า &amp;ldquo;บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย&amp;rdquo; เคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2518-2522 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ปี 2522-2523 เป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์ และเคยได้รับการยกย่องให้เป็นราษฎรอาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ระพี &amp;nbsp;เกิดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.&amp;nbsp;2465 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรชายคนโตของขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตริยสมุห (เนื่อง สาคริก) และคุณแม่สนิท ภมรสูตร เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนสามเสนวิทยาคาร และจากนั้นได้ย้ายโรงเรียนอีกหลายแห่ง ตั้งแต่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนนาฏศิลป์ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร หรือ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน จนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ และได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการถึง 2 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ต่อมาสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี เมื่อ พ.ศ. 2486) ซึ่งเปิดสอนระดับเตรียมมหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ (แม่โจ้รุ่น 7) โดยศึกษาในคณะเกษตร ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้เลือกศึกษาด้านกสิกรรมและสัตวบาล สาขาปฐพีวิทยาระดับปริญญาตรีและได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อ พ.ศ. 2490 ศาสตราจารย์ระพี ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมเกษตรจาก มหาวิทยาลัยรังสิต ในวันที่ 23 ก.พ.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 60 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคําสั่งให้ศาสตราจารย์ระพี เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก ผู้ร้อง หลังศาลไต่สวนเห็นว่าศาสตราจารย์ระพี ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคพาร์กินสัน มีอาการสมองเสื่อม และโรคถุงลมเรื้อรัง ไม่สามารถประกอบกิจการงาน และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถึงแก่อนิจกรรม, บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย, ศ.ระพี สาคลิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a879bddd6a40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
