<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มช.&quot;จับมือ&quot;หัวเว่ย&quot; ประกาศเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - ศ. คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) และ นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วย &amp;ldquo;5G Powered Smart University Enabledwith Cloud and AI&amp;rdquo; วันที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. ณ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการใช้เทคโนโลยี 5G ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้มีห้องเรียนอัจฉริยะและโซลูชั่นเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือไปจากการมีความร่วมมือด้านวิจัยที่กว้างขึ้นแล้ว ยังให้บริการเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Big Data และบริการ Cloud ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ศูนย์บริหารและการจัดการเมืองอัจฉริยะ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ จะกลายเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะโดยได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลล่าสุดและบริการขั้นสูงด้วยเทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีด้านอื่น ๆบันทึกข้อตกลงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนและเป็นผู้นำด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มพูนเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะซึ่งนอกเหนือจากข้อได้เปรียบทางวิชาการแล้วยังเป็นแบบอย่าง สำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆที่จะรับทราบถึงประโยชน์ของโซลูชันที่รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ &amp;nbsp; ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจเฉพาะของตน &amp;nbsp;และความร่วมมือของ มช. กับ หัวเว่ย ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยที่จะนำความทันสมัยของเทคโนโลยี 5G มาขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาพร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีสนับสนุนการวิจัยที่รองรับการเติบโตของโลกยุคดิจิทัลและนำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน CMU : MovingForward to &amp;ldquo;5G Campus : First in ASEAN&amp;rdquo; (The First 5G campus in ASEAN) ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทยให้ดียิ่งขึ้น &amp;quot;ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว &amp;nbsp;ได้รับเกียรติ จากศ.เกียรติคุณ นพ. เกษม วัฒนชัย องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย นายพิริยะ เข็มพลอดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ. เกียรติคุณ นพ. เกษม วัฒนชัย นายกสภา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ &amp;nbsp; สำหรับการพัฒนาในยุคดิจิทัลเทคโนโลยี 5G &amp;nbsp;นับว่าเป็นกุญแจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในทุกๆ ด้าน อาทิ Smart Agriculture, Smart Hospital,Smart City, Smart Port, Smart Campus, Smart Store และ Smart Entertainment &amp;nbsp; เพื่อสร้างการเติบโตทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G &amp;nbsp; เพื่อการศึกษาและนำไปสู่ Digital Transformation ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวไปเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำ และยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศ. &amp;nbsp;ดร. นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดี ได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหัวเว่ยประสบความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรทางวิชาการเป็นอย่างดีและผมมั่นใจว่าความร่วมมือในวันนี้จะก่อให้เกิดความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ไม่เพียงแต่ด้านการศึกษา แต่รวมทั้งการพัฒนาในด้านอื่นๆ ต่อไปเพราะนโยบายของเราคือการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลโดยเราจะสร้างความร่วมมือกับองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อการเป็น&amp;amp;#39;มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้งหัวเว่ยมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนางานร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีจำนวนนักศึกษากว่า 35,000 คน โดยการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวไม่เพียงแต่นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังคม ท้องถิ่น และประเทศโดยรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงนาม บันทึกความร่วมมือดังกล่าว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงนามกับหัวเว่ยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT ผ่านโครงการ Huawei ICT Academyซึ่งเปิดสอนหลักสูตรภาคปฏิบัติและการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพที่ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ. คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย, หัวเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ad9c7ee2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบหน้ากากผ้าคุณภาพให้เด็กประถมในถิ่นทุรกันดาร  1แสนชิ้น ป้องกันโควิดระลอกสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 ก.ค.63- ที่อาคารอเนกประสงค์ ชั้น P10 เอสซีจี(สำนักงานใหญ่) มูลนิธิเอสซีจีมอบหน้ากากผ้าสำหรับเด็กที่มีคุณภาพจำนวน100,000 ชิ้นมูลค่า3,500,000 บาท ผ่านมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อส่งมอบต่อให้นักเรียนระดับประถมต้นในถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ขาดแคลนหน้ากากผ้าภายใต้โครงการ&amp;rdquo;เด็กไทยสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; (Thai kids Fight COVID)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย&amp;nbsp; องคมนตรี ในฐานประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า โรคโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างในโลกชะงักงันทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา แต่เราไม่ยอมแพ้ ต่อสู้กับโรคระบาดและปรับตัวสู้ภัยโควิด ภาคเอกชนช่วยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาดอย่างหน้ากากผ้าให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารประโยชน์ไม่ตกแก่เด็กนักเรียนเท่านั้น แต่เกิดกับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน เพราะหากเด็กติดเชื้อเพียง 2-3 คน สามารถแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนและชุมชน ดังที่มีตัวอย่างในต่างประเทศที่การ์ดตกหรือไม่ยอมยกการ์ด แต่ไทยป้องกันโรคได้ดีมากองค์การอนามัยโลก(WHO) ตั้งข้อสังเกตุประเทศที่สู้ภัยโควิดได้ขึ้นกับนโยบายสาธารณะวางบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และการแพทย์ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง มีระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่เข้มแข็ง สุดท้ายประชาชนมีความรู้ให้ความร่วมมือและมีอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ศบค.เตือนอย่าการ์ดตก โควิดจะกลับมาอีกระลอก ไทยเจอคลื่นลูกแรกก.พ.-มี.ค. เราเรียนรู้และมีมาตรการเข้มแข็ง ขณะนี้รัฐบาล วงการแพทย์นักธุรกิจเฝ้ามองจะเกิดคลื่นลูกที่สอง ซึ่งจะน่ากลัวมากกว่า มีตัวอย่างเมืองโตเกียวและฮ่องกงเจอระลอกสองหนักกว่าลูกแรก การมอบหน้ากากให้เด็กครั้งนี้เราป้องกันคลื่นลูกสองไม่ให้ระบาดกันเองในไทยทเด็กในถิ่นทรุกันดารยังขาดแคลนหน้ากากเด็ก &amp;nbsp;ส่วนเด็กในเมืองมีหมดแล้ว โดยมอบผ่านรพ.สมเด็จพระยุพราช จำนวน21 แห่ง ก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษาในหลวงรัชกาลที่9 จำนวนท11 แห่งซึ่งทั้งสองโรงพยาบาลตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทีมแพทย์และพยาบาลทำงานใกล้ชิดกับโรงเรียนและชุมชน นอกจากมอบหน้ากากแล้วยังนำความรู้ที่ถูกต้องไปให้ สวมหน้ากาก การล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างให้เด็กปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดีตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษมกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาสืประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่าสืบเนื่องจากศ.เกียรติคุณนพ.เกษม วัฒนชัยองคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ได้มีความใส่ใจและห่วงใยเด็กๆในท้องถิ่นทุรกันดารโดยเฉพาะเด็กนักเรียนระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประถมศึกษาที่ใส่หน้ากากของผู้ใหญ่ไม่ได้ตลอดจนมีความห่วงใยในมาตรฐานคุณภาพของหน้ากากสำหรับเด็กเช่นเดียวกับมูลนิธิเอสซีจี ด้านการพัฒนาทรัพยากรคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของหน้ากากผ้าที่จะช่วยปองกันการติดเชื้อโรคของเด็กๆในช่วงเปิดเทอม ซึ่งมาตรการป้องกันและคัดกรองเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนที่สำคัญ คือการสวมหน้ากากในระหว่างอยู่ที่โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; หน้ากากผ้าสำหรับเด็กมีความแตกต่างกับของผู้ใหญ่ เช่น ขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้า และวัสดุที่นำมาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความทนทาน รวมทั้งสีสันพื่อเพิ่มความน่าใช้ มีขนาดที่เหมาะสม สามารถปรับขนาดได้ อีกทั้งต้องมีคุณภาพที่ดีปลอดภัยและดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ เด็กๆ &amp;nbsp;ยังสามารถเขียนชื่อที่หน้ากากเพื่อป้องกันการสูญหายหรือสลับกัน ทั้งนี้ หน้ากากจากโครงการจะมอบให้เด็กระดับประถมตันป.1 ถึงป.4 คนละ1 ชุดชุดละ2 ชิ้น &amp;nbsp;การสวมหน้ากากระหว่างอยู่โรงเรียนช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิดฝากให้เด็กๆป้องกันตัวเองให้ดีเวลาอยู่รวมกันในโรงเรียนอย่าการ์ดตก&amp;ldquo; นายรุ่งโรจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72014</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์, มูลนิธิเอสซีจี, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย, เด็กไทยสู้ภัยโควิด” (Thai kids Fight COVID), โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช, โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15677b9de0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
