<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะสร้างวินัยแก่เยาวชน กู้วิกฤติคุณธรรมแก่สังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาหลายๆ ด้านของประเทศที่ปรากฏเห็นชัดเช่น เช่น ทุจริตคอร์รัปชัน อาชญากรรม การเสพและค้ายาเสพติด ทะเลาะวิวาท ฯลฯ ที่บัดนี้ลุกลามลงมาที่กลุ่มเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็วแล้ว เบื้องต้นประเมินได้ว่าเป็นเพราะขาดการปลูกฝังค่านิยมด้านการสร้างวินัย คุณธรรมและจริยธรรม ที่อาจยังไม่เพียงพอจึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนจะต้องรีบแก้ไขเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ค่ายเยาวชนปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอน เปิดกล่องแห่งการเรียนรู้ ผู้นำคุณธรรม 4.0&amp;rdquo; โดยเลือกตัวแทนของสภาเด็กและเยาวชน 70 จังหวัด และแกนนำเยาวชนจาก 4 ภูมิภาค จำนวน 160 คน เข้าร่วมกิจกรรม จัดขึ้นที่หมู่บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม เมื่อไม่นานนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สุทธิ จันทรวงษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิ จันทรวงษ์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการพัฒนาคนสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;20 ปี ได้กำหนดสมรรถนะคนไทยในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะคุณลักษณะของคนในประเทศที่มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม จะมีส่วนสำคัญที่จะฝ่าวงล้อมวิกฤติที่เกิดขึ้นได้ จึงวางเป้าหมายพัฒนาให้คนไทยมีคุณธรรมที่พึงประสงค์ 5 ประการคือ ความพอเพียง มีวินัย สุจริต จิตอาสา และรับผิดชอบ โดยเฉพาะเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน และแกนนำกลุ่มเยาวชนที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงคุณธรรม 4.0 ให้เห็นผลในกลุ่มเครือข่ายเยาวชน เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน และประเทศให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิกล่าวต่อว่า ตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนโดยสร้างคุณลักษณะพึ่งประสงค์ เช่น คนญี่ปุ่นมีระเบียบวินัย และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ขณะที่ประเทศมาเลเซียได้กำหนดคุณลักษณะของคนในชาติไว้ใน &amp;ldquo;พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ชาติมาเลเซีย&amp;rdquo; หรือ Malaysia Blueprint ที่เน้นความสามัคคีของคนในชาติ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ 2020 ไว้ว่า เสริมสร้างความสามัคคี และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นระบบ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ที่กำหนดคุณลักษณะของคนในชาติในแผนการศึกษาชาติไว้ว่า &amp;ldquo;โรงเรียนนักคิด ชาติแห่งการเรียนรู้&amp;rdquo; ดังนั้นการสร้างคนของประเทศให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระหว่างวันที่ 1-20 สิงหาคม 2559 จำนวน 2,166 คน พบว่า ปัญหาวิกฤติด้านคุณธรรมที่มีความรุนแรงในสังคมไทย อันดับ 1 คือ ปัญหาความซื่อสัตย์ สุจริต การทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 20.73 อันดับ 2 ปัญหาขาดความสามัคคี เกิดความขัดแย้งในสังคม ร้อยละ 19.3 อันดับ 3 ปัญหาจิตสำนึกสาธารณะ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ร้อยละ 14.69 อันดับ 4 ปัญหาขาดระเบียบวินัย ไม่เคารพกติกา กฎหมาย ร้อยละ 12.51&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคุณธรรมที่เยาวชนไทยควรได้รับการปลูกฝัง 5 อันดับ พบว่า ร้อยละ 76.59 เป็นเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 75.35 ความซื่อสัตย์ สุจริต ร้อยละ 57.94 น้ำใจ/เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ร้อยละ 52.82 ความกตัญญูกตเวที และร้อยละ 47.51 ความขยันหมั่นเพียร ผลการสำรวจสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างกระบวนทัศน์และหลักคิดใหม่ของคนไทย โดยสร้างคุณลักษณะพึงประสงค์ 5 ข้อ รวมถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดขับเคลื่อนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างผู้นำในสภาเด็กและเยาวชน เพราะเชื่อในพลังของเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ หรือเป็น Change Agent ที่สำคัญ โดยนำแนวคิดและรูปแบบที่ได้จากค่ายจะเป็นตัวอย่างกิจกรรมในการขยายผลต่อเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ และเป็นการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงปิดเทอมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศตวรรษ จันทร์รักษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน้องก๊อต-ศตวรรษ จันทร์รักษ์ อายุ 19 ปี รองประธานสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดพัทลุง บอกว่า ตนเองมีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ค่ายเยาวชนปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอน เปิดกล่องแห่งการเรียนรู้ ผู้นำคุณธรรม 4.0&amp;rdquo; เนื่องจากสะดุดใจตั้งแต่ชื่อค่าย ซึ่งเป็นเรื่องของคุณธรรมที่ทางภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ให้การรณรงค์กันอยู่ จึงอยากเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำที่มีคุณธรรม แล้วนำความรู้ไปถ่ายทอดในพื้นที่และส่งต่อให้กับน้องๆ แกนนำสภาเด็กและเยาวชนในจังหวัดของเราเพื่อขยายผลต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสิ่งที่อยากจะปลูกฝังให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็คือเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน หากแก้ไขการสร้างคนให้เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ ประเทศของเราก็จะพัฒนาขึ้นได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กชกร รุ่งสว่าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่น้องแบม-กชกร รุ่งสว่าง อายุ 23 ปี ประธานสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดนครนายก บอกว่า ในเรื่องของผู้นำคุณธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายครั้งนี้จึงอยากนำความรู้จากผู้จัดกิจกรรมอย่าง สสส.และ พม.ในการถ่ายทอดองค์ความรู้นำไปต่อยอดในพื้นที่ชุมชนของตนเอง โดยสิ่งที่ตนอยากจะปลูกฝังให้กับเยาวชนก็คือ เรื่องของวินัย และความพอเพียง เพราะสังคมของเราปัจจุบันนี้มีสิ่งยั่วยุมาก ดังนั้นหากเรามีวินัยในตัวเอง และรู้จักอยู่อย่างพอเพียง ก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น และจะไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเด็กและเยาวชนได้รับการสร้างวินัย คุณธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะเป็นผู้นำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญทางด้านวัตถุและจิตใจอย่างแน่นอน.&amp;nbsp;

ห้องเรียนพ่อแม่สัญจร&amp;nbsp;
กระตุ้นเลี้ยงลูกเชิงบวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิ เครือข่ายครอบครัว จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ห้องเรียนพ่อแม่สัญจร ตอน เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ&amp;rdquo; โดยมีครอบครัวเข้าร่วมถึง 50 ครอบครัว จัดขึ้นที่โรงแรมพาวิลเลี่ยน ริมแคว รีสอร์ท อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่ต้องทำงานนอกบ้าน ทำให้เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเทคโนโลยี อาทิ โทรทัศน์ เกม คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต หรือฝากการดูแลรับผิดชอบเรื่องการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกไว้กับสถาบันพัฒนาการเด็ก สสส.เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพในเด็ก โดยเฉพาะตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงอายุ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดที่เด็กจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ มีทักษะและพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างเต็มศักยภาพ โดยจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ห้องเรียนพ่อแม่สัญจร ตอน เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ&amp;rdquo; สนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐบาล สามารถสร้างความเชื่อมั่นและสร้างแรงกระตุ้นให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยเน้นการสร้างวินัยเชิงบวก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก ได้แก่ รศ.นพ.ศิริไชย หงส์สงวนศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สสส.จัดกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมแล้วกับการเดินทางต่อ โดยจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ห้องเรียนพ่อแม่สัญจร ตอน เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ&amp;rdquo; ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ 1.ภาคตะวันตก ที่ จ.กาญจนบุรี 2.ภาคใต้ ที่ จ.สงขลา 3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.อุบลราชธานี 4.ภาคตะวันออก ที่ จ.ชลบุรี และ 5.ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อขยายฐานความรู้ความเข้าใจเรื่องพัฒนาการลูกไปยังพ่อแม่ทั่วประเทศ รวมถึงสร้างแรงกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกเชิงบวก และกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับลูก ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2561&amp;rdquo; นางเบญจมาภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ศิริไชย หงส์สงวนศรี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า พัฒนาการที่ดีเริ่มต้นที่พ่อแม่และผู้ปกครอง จึงไม่อยากให้กังวลว่าการที่ลูกจะมีพัฒนาการที่ดีจะต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมากหรือมีเวลาที่มาก แต่มีจุดเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน ด้วยกิจกรรมธรรมดาที่เติมความรัก ความเข้าใจ ความเอาใจใส่และความสม่ำเสมอ อาทิ เล่นกับลูก อ่านกับลูก ชวนลูกพูดคุย พาลูกท่องเที่ยว ซึ่งแฝงความมหัศจรรย์ที่ช่วยให้สมองและพัฒนาการของเด็กในหลายด้านถูกกระตุ้นอย่างที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องการคงอยู่ของสิ่งต่างๆ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการสื่อสารระหว่างกัน ฝึกการจดจำข้อมูล และเกิดสายสัมพันธ์ความผูกพันในหัวใจของลูก เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเป็นศูนย์กลาง การสบตา การใช้เสียงสูงต่ำ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้ถักทอสายสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โทรศัพท์ 0-2933-9750 หรือ www.thaihealth.or.th.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กชกร รุ่งสว่าง, ค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ทะเลาะวิวาท, ทุจริตคอร์รัปชัน, ศตวรรษ จันทร์รักษ์, สสส., สุทธิ จันทรวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07e90b08d72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
