<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. แต่งตั้ง ศธภ. 2 ตำแหน่ง &#039;ตรีนุช&#039; เผยซี 10 ที่ว่างอยู่ระหว่างการพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้ 1.นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 13 2.นายชูสิน วรเดช รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 7 ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 6 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ส่วนตำแหน่งผู้บริหารระดับ 10 ของศธ.ในตำแหน่งรองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) &amp;nbsp;1 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการศธ. 4 ตำแหน่งนั้น ตนอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ศธ.เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนและยุโรป ครั้งที่ 8 ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2564 นี้ในรูปแบบออนไลน์ โดยมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 50 ประเทศ ซึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์การจัดการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ด้วย&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117423</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครม., #ตรีนุช เทียนทอง, ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f0c520cb8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ปลัด ศธ.” ติวเข้ม ศธภ.-ศธจ. แนวทางการยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ธ.ค.63- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้มอบนโยบายการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้แก่ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหารระดับสำนัก จำนวน 200 คน ซึ่งได้เน้นย้ำนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการขับเคลื่อนโมเดลการศึกษายกกำลังสองที่ต้องการให้การศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวทางการยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษาที่จะให้ศธจ.เป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ ซึ่งรมว.ศธ.ได้กำหนดให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องโมเดลดังกล่าว
&amp;nbsp;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับภูเก็ตโมเดลจะมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 49 แห่ง และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา &amp;nbsp;(สพม.) 7 แห่ง &amp;nbsp;และโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อีก 29 แห่ง ที่ได้กำหนดโมเดลในแต่ละแนวทางไว้แล้ว เช่น โมเดลกลุ่มป่าคลอกใช้แนวทางโรงเรียนเครือข่ายวางแผนรวมกลุ่มโรงเรียนกัน เพื่อให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเมื่อรวมกลุ่มกันแล้ว ต่อไปในอนาคตหากโรงเรียนใดไม่มีการจัดการเรียนการสอนอีกต่อไป ก็สามารถนำพื้นที่โรงเรียนนั้นมาใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ เช่น ปรับเป็นหอพักครูและข้าราชการในพื้นที่ หรือยกเลิกการเช่าพื้นที่ของโรงเรียนได้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ศธภ.และศธจ.ทุกแห่งจะต้องกลับไปจัดทำแผนที่โรงเรียนในจังหวัดของตัวเองร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพราะเมื่อได้เห็นภาพของภูเก็ตโมเดลแล้วจะต้องจัดทำแผนที่โรงเรียนของจังหวัดนั้นๆ เพื่อจะได้รู้ข้อมูลว่าโรงเรียนแต่ละแห่งในจังหวัดที่ตัวเองรับผิดชอบมีข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งผมกังวลว่าในจังหวัดใหญ่ๆศธภ.และศธจ.จะสามารถจัดทำแผนที่ได้หรือไม่ เพราะต้องเจาะลึกรายละเอียดโรงเรียนจำนวนมาก ทั้งนี้แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดเราไม่อยากใช้คำว่าควบรวมโรงเรียน แต่จะเป็นการสร้างโรงเรียนแม่เหล็กที่มีคุณภาพที่มีการเติมทั้งงบประมาณ สื่อการเรียนการสอน เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อดึงเด็กให้เข้ามาเรียนในโรงเรียนแม่เหล็กนี้ เพราะเท่าที่ทราบนายกรัฐมนตรีสนับสนุนแนวคิดนี้และต้องการให้เห็นภาพการยกระดับของทุกจังหวัด&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86954</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., ยกระดับรายได้จังหวัดด้วยการศึกษา, ศธภ., สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd894bc34535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชะลอตั้ง ศธภ.รอปรับโครงสร้างชัดเจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ขณะนี้ ศธ.ยังคงมีตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 ว่างอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) ผู้ตรวจราชการ ศธ.และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ซึ่งตนคาดว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ศธ.จะสามารถเสนอรายชื่อบุคคล เพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งประเภทผู้บริหารระดับสูง ให้ ครม.พิจารณาได้ เนื่องจากได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจากที่ตนได้พิจารณารายชื่อตามที่มีการเสนอมาก็น่าจะครบในทุกตำแหน่งที่ว่างอยู่ เพียงแต่จะมีในตำแหน่งบางส่วนที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง เพราะต้องดูเรื่องความชัดเจนของโครงสร้าง ศธ. และความเหมาะสมด้วย เราไม่ต้องการที่จะตั้งขึ้นมาแล้ว เมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งในส่วนของตำแหน่ง ศธภ.คงต้องรออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่า การที่ ศธ.ยังไม่มีการเสนอชื่อข้าราชการ เพื่อพิจารณาตั้งข้าราชการระดับ 10 เนื่องจากมีการรอให้บางคนที่คุณสมบัติครบถ้วน ตามเกณฑ์คัดเลือกก่อนนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่มีกรณีดังกล่าวแน่นอน เพราะคนที่ได้รับการพิจารณาก็เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปรับโครงสร้างศธ., ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db837fdaea8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง&quot;วราวิช&quot;ประธานปรับโครงสร้าง&quot;ศธจ.-ศธภ.&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ต.ค.62-&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; ตั้ง &amp;ldquo;วราวิช&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ศธ.ในภูมิภาค &amp;nbsp;ปรับโครงสร้าง ศธจ.-ศธภ.หวังลดความซ้ำซ้อนการทำงานกับสพท. &amp;nbsp;ย้ำ2เดือนที่เข้ารับตำแหน่งเจอปัญหาขาดความเป็นเอกภาพในการทำงานของภูมิภาค จึงต้องปรับโครงสร้างพร้อมส่วนกลาง


นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค และกรรมการก็จะมาจากผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. ซึ่งหลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้วคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะทำหน้าที่ประชุมวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด รวมถึงดูผลกระทบข้อดีข้อเสียของการมีศึกษาธิการในภูมิภาค และการทำงานการศึกษาในบริบทต่างๆ รวมถึงนำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. และข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาดูด้วย เพราะเป็นกฎหมายฉบับใหญ่ ซึ่งตนได้มอบโจทย์ให้คณะกรรมการชุดนี้ไปแล้วว่า ต้องการขับเคลื่อนการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพราะไม่เช่นนั้น ศธ. จะสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมาก โดยการปรับโครงสร้าง ศธ.ทั้งหมดนี้ก็เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ

&amp;ldquo;ในช่วงการทำงานของตำแหน่ง รมว.ศธ. ของผม ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนแล้ว พบว่าเรามีปัญหาการขาดความเป็นเอกภาพในระดับภูมิภาค เขตพื้นที่ และจังหวัด ไม่มีความเชื่อมโยงในการขับเคลื่อนงานการศึกษาในระดับพื้นที่เท่าที่ควร ซึ่งส่งผลไปถึงการทำงานในระดับส่วนกลาง ดังนั้นการปรับโครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาค ผมมองว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำไปพร้อมกันกับการแก้ไขโครงสร้าง ศธ.ส่วนกลางด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีมมากขึ้น ไม่ใช่การทำงานที่ซ้ำซ้อนเหมือนที่ผ่านมา&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48013</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค, วราวิช กำภู ณ อยุธยา, ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d69f15b92ad9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ยันต้องรื้อโครงสร้างศธ.ส่วนภูมิภาคแน่ ! &quot;ศธจ.-ศธภ.-สพท.&quot;ทำงานคนละทิศทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2ก.ย.62-&amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; เล็งรื้อโครงสร้าง ศธ.กลไกระดับพื้นที่ไม่เวิร์ก ศธจ.-ศธภ.-สพท.มีปัญหาทำงานคนละทิศทาง &amp;nbsp; ยันต้องมีการรื้อใหม่ &amp;nbsp;แต่จะเป็ฯรูปแบบไหน ขอเวลาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ส่วนหนี้ครูสัปดาห์นี้ ได้แนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมแน่นอน &amp;nbsp;พร้อมมอบ สพฐ. สำรวจปัญหาบ้านพักครู หวังสร้างขวัญกำลังใจ เริ่มในพื้นที่เสี่ยงภัยลำดับแรก

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การแก้ปัญหาเรื่องครู นักเรียน และโรงเรียนด้านต่างๆ ในขณะนี้มีปัญหาลึกๆ ด้านโครงสร้าง ศธ. ซึ่งตนเองกำลังเข้าไปแก้ไขและพิจารณาอยู่ เพราะเรื่องการแก้ปัญหาการศึกษาในพื้นที่นั้นมันคือการทำงานระหว่างศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ถามว่าความเข้มข้นในการดูแลตรวจสอบและรายงานขึ้นมาให้ส่วนกลางรับทราบจะอยู่ที่ใคร กศจ.หรือ ศธภ.รู้ข้อมูลตัวเลขหรือจำนวนโรงเรียนที่มีปัญหาในพื้นที่หรือไม่ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือปัญหาด้านโครงสร้างที่ทำงานกันคนละทิศทาง&amp;nbsp;
&amp;quot;และแน่นอนว่าอนาคต &amp;nbsp; ผมต้องมีการรื้อระบบนี้แน่นอน ส่วนจะโครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาคจะเป็นรูปแบบไหนขอเวลาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว

ส่วนในด้านหนี้สินครู รมว. ศธ.กล่าวว่าขณะนี้ตนได้ตั้งทีมงานเข้ามาวางแผนบริหารจัดการหนี้สิ้นครูเรียบร้อยแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ตนได้รับตำแหน่งรมว.ศธ. ตนมีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้นตนขอหารือร่วมกับผู้บริหาร ศธ. ก่อน ว่า จะนำผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการบริหารจัดการทางด้านการเงินเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้าง ซึ่งตนคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ จะได้รูปแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่เป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นแน่นอนว่าตนจะต้องเจรจากับธนาคารออมสินในการหาวิธีแก้หนี้สินให้กับครูอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนของการสร้างขวัญกำลังให้แก่ข้าราชการครู ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่เราต้องดูเป็นรายกรณี รวมถึงการแก้ไขปัญหาบ้านพักครู ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปทำการบ้านเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาบ้านพักครู โดยจะเริ่มแก้ปัญหาบ้านพักครูในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นลำดับแรกก่อน ซึ่ง สพฐ.จะไปสำรวจพื้นที่ที่มีบ้านพักครูแต่มีห้องน้ำไม่ได้อยู่ในตัวบ้านพักมีอยู่ในพื้นที่ไหนบ้างและมีจำนวนกี่แห่งจากนั้นจะมาวางแนวทางว่าจะช่วยกันแก้ไขได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ครูได้มีความสบายใจในการเข้าห้องน้ำช่วงเวลากลางคืน ส่วนแนวคิดจะสร้างเป็นแฟลตพักครูไปเลยนั้นประเด็นนี้เป็นแนวคิดที่ดีแต่เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นตนขอแก้ไขในบางพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44790</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., #สพท., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รื้อโครงสร้างศธ., ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d573a31913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งทบทวนยุบ&quot;ศธภ.-ศธจ.&quot;เหตุงานทับซ้อน สพท. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

19ส.ค.62-&amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo; เล็งทบทวนบทบาท &amp;nbsp;ศธภ.-ศธจ.อาจยุบ หลังเกิดปัญหาทำงานทับซ้อนกับ สพท. &amp;nbsp;เตรียมหารือผู้เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ยันถ้าเปลี่ยนแปลง จะไม่ให้กระทบโครงสร้างข้าราชการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นโยบายรัฐบาลต้องการให้กระทรวงต่างๆ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ไม่ได้มีการปรับปรุงมานานกว่า 5 ปีนั้น ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขณะนี้ตนกำลังหารือกับฝ่ายกฎหมายของศธ.ว่ามีกฎหมายใดบ้างที่จะต้องมีการปรับปรุง โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ ซึ่งกฎหมายนี้ ตนรับทราบปัญหาการทำงานและเสียงสะท้อนระหว่างการมีศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่า เป็นการทำงานที่เกิดปัญหาระหว่าง 2 หน่วยงานในพื้นที่ โดยการทำงานจะเป็นในประเด็นของงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่นั้น ตนคิดว่าถ้ามีการรับฟังความคิดเห็นอยากรอบด้านและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ผลสรุปว่าการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. เป็นปัญหาอุปสรรคและเป็นการทำงานทับซ้อนกัน ตนจะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนี้แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม การจะปรับโครงสร้างในระดับพื้นที่ ตนยึดหลักหากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่เกิดผลกระทบการเจริญเติบโตของข้าราชการ บุคลากรที่อยู่หน่วยงานเดิมจะไปอยู่ตรงไหนก็ต้องจัดสรรตำแหน่งลงให้เหมาะสม ซึ่งหากพิจารณาอย่างรอบด้านแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงความเห็นว่าจะต้องยุติการทำงานที่ซ้ำซ้อนระหว่าง ศธจ. ศธภ.และ สพท.จริงก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพราะสำหรับตนสิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพการศึกษาต้องดีขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมมีนโยบายชัดเจนว่าการทำงานอะไรก็ตามจะต้องไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนไม่เช่นนั้นจะสิ้นเปลืองงบประมาณ และส่งให้ประสิทธิภาพไม่เกิดขึ้น ซึ่งกฎหมายใดที่ซ้ำซ้อนผมต้องปรับปรุงแน่นอน ดังนั้นเรื่องกฎหมายการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. ผมได้เรียกข้อมูลมาดูแล้วและมีแนวทางในใจแล้วว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง แต่ทั้งนี้ขอหารือกับฝ่ายกฎหมายของ ศธ.ให้รอบคอบก่อน เนื่องจากเป็นกฎหมายบุคคลฉบับใหญ่ อีกทั้งหากมีการแก้ไขกฎหมายการบริหารงานบุคคลระดับพื้นที่ของ ศธ. ผมคิดว่าไม่น่าจะปรับแก้ไขเสร็จได้ทันในปีนี้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาน ศธจ.และศธภ. ที่เกิดตามคำสั่งคสช.เนื่องมาก ต้องการแก้ปัญหาการเส่นพรรค เล่นพวก การเรียกรีบเงินการโยกย้ายข้าราชการครู &amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้เป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)ในพื้นที่ &amp;nbsp;ซึ่งมีการกล่าวกันว่า อัตราค่าโยกย้ายของครู ที่ต้องการย้ายไปยังพื้นที่ ที่ต้องการคิดอัตราเป็นกิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43718</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธจ., #สพท., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d16088caa17c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
