<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี ผู้ป่วยเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง! ติดเชื้อเพิ่มอีก 10,828 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ต.ค. 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2564 รวม 10,828 ราย จำแนกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 9,940 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 770 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 104 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยสะสม 1,608,569 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
---------------------
หายป่วยกลับบ้าน 11,894 ราย
หายป่วยสะสม 1,480,741 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
ผู้ป่วยกำลังรักษา 112,251 ราย
---------------------
เสียชีวิต 77 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118575</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด, ศบค, ศูนย์ข้อมูล COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6158ff17d9e35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติรายวัน ผู้ป่วยโควิด-19 วันนี้ทะลุ 15,335 ราย เสียชีวิตอีก 129 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 &amp;nbsp;ก.ค. 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 &amp;nbsp;รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564 รวม 15,335 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 14,694 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 641 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยสะสม 468,439 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) &amp;nbsp;หายป่วยกลับบ้าน 6,904 ราย&amp;nbsp; หายป่วยสะสม 307,267 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
เสียชีวิต 129 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนับย้อนหลัง ตั้งแต่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ป่วยโควิด, ศบค, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fcb5c2d666c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดสาหัส! ติดเชื้อโควิด 14,260 ราย เสียชีวิตทะลุร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 64 - ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์โควิด-19ประจำวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564 พบ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; รวม 14,260 ราย จำแนกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อใหม่ 13,605 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 655 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยสะสม 453,104 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หายป่วยกลับบ้าน 7,637 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หายป่วยสะสม 300,363 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียชีวิต 119 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110912</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, ผู้ป่วยโควิด, วัคซีนโควิด, ศบค, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fb6235416a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ยัน ‘วัคซีนโมเดอร์นา’เข้าไทยไตรมาส4 แน่นอน 4 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มอบหมายให้ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมแถลงชี้แจงถึงแนวทางรับมือการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนทางเลือก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่าวัคซีนจะแบ่งเป็นวัคซีนที่รัฐจัดหา จะมีอยู่ 5 ยี่ห้อคือ แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และเพิ่มเติมอีก 3 ยี่ห้อคือ ไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และสปุตนิก ไฟว์ ส่วนวัคซีนทางเลือกที่เอกชนนำเข้าเองคือ โมเดอร์นา และซิโนฟาร์ม ก่อนการระบาดใหญ่เราทำงานเชิงรุกไปตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ติดต่อและแสดงความจำนงโดยตรงไปที่บริษัทโมเดอร์นา สหรัฐอเมริกา และได้รับแจ้งว่า ทางบริษัทจะส่งมาได้เร็วที่สุดในไตรมาสแรกของปี 2565 นอกจากนี้องค์การเภสัชได้ติดต่อวัคซีนอื่นอย่างน้อย 2 ยี่ห้อ ได้รับคำตอบว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะซัพพลายให้ทันในปีนี้ แต่เราก็พยายามจะติดต่อให้ได้หลายชนิด โดยยังผลิตเองในประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งระบุว่า ติดต่อซื้อวัคซีนจากบริษัทโมเดอร์นาได้โดยตรงนั้น ขอชี้แจงว่า จะต้องติดต่อผ่านบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนนำเข้าเท่านั้น ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม ทางบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด แถลงว่า การซื้อวัคซีนจะต้องติดต่อผ่านทางภาครัฐ ทำให้องค์การเภสัชถูกมอบหมายเป็นตัวแทน ดังนั้น วัคซีนโมเดอร์นาจะมีบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ผู้นำเข้า และเป็นผู้ทรงสิทธิในการเป็นเจ้าของทะเบียน ไม่ใช่วัคซีนขององค์การเภสัช เราเป็นเพียงตัวแทนภาครัฐ จากการเจรจาได้รับทราบว่าวัคซีนโมเดอร์นาจะมาเร็วก่อน 1 ไตรมาสคือ ไตรมาส 4 ของปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากวัคซีนตัวนี้ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ ทำให้ได้รับมอบช้า เพราะต้องทำงานคู่ขนานกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนที่มีโรงพยาบาลทั่วประเทศประมาณ 300 กว่าโรงพยาบาล เพื่อรวบรวมความต้องการวัคซีนและเงินมา เพื่อแจ้งว่าเป็นความต้องการวัคซีนจริงๆ ล่าสุด มีความต้องการเสนอมา 9 ล้านโดส คาดว่าจะได้รับมอบวัคซีนภายในปีนี้ 4 ล้านโดส ที่เหลือจะมาต้นปีหน้า แต่บริษัทโมเดอร์นาไม่ได้แจ้งมาว่าจะมาในวันไหน เดือนไหน นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมองค์การเภสัชยังไม่เซ็นสัญญาสักที เพราะต้องรอให้โรงพยาบาลเอกชนรวบรวมเงินมาก่อนที่จะเซ็นสัญญา หากไปเซ็นสัญญาโดยที่ความต้องการไม่มีอยู่จริง องค์การเภสัชจะรับผิดชอบไม่ไหว เพราะเป็นวัคซีนราคาแพง เราจึงได้วางแผนไว้ว่าจะเซ็นสัญญาบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ภายในต้นสัปดาห์ของเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเอกสารสัญญาได้ร่างไว้หมดแล้ว รวมถึงเอกสารข้อจำกัดของต่างประเทศที่ได้ส่งไป และเพิ่งได้รับเอกสารตอบกลับจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เมื่อช่วงเช้าของเมื่อวานนี้ 2 กรกฎาคม จากนั้นได้รวบรวมส่งไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดช่วงตอนเที่ยงของวันเดียวกันตามขั้นตอน ทั้งนี้ ประเด็นนี้อาจจะต้องนำเข้าไปหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย เพราะจะมีบางเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจองค์การเภสัช แต่เราก็ต้องทำให้รอบคอบ จากนี้ต้องกระจายให้ทั่วประเทศให้ถึงกลุ่มโรงพยาบาลทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่อย่างเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด นอกจากนี้ เรายังรวบรวมถึงสิทธิประโยชน์ประกันภัยด้วย หากสัญญาเรียบร้อยจะได้วัคซีนโมเดอร์นาภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัคซีนตัวอื่นกำลังเฝ้าจับตาดูอยู่ รวมถึงที่วิจัยในไทย เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ มีอยู่ประมาณ 2-3 ยี่ห้อ ขณะเดียวกันยังมีวัคซีนที่องค์การเภสัชผลิตเองด้วย ผ่านการวิจัยในเฟสหนึ่งแล้ว ผลออกมาน่าพอใจ กำลังดำเนินวิจัยในเฟสสองในปลายเดือนนี้หรืออย่างช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108595</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโมเดอร์นา, ศบค, เข้าไทยไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e027f868878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่ง &#039;บิ๊กตู่-ผอ.ศูนย์ฯ&#039; ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเข้มงวดใน 10 จังหวัดควบคุมสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) ที่ ๖/๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ ๑๒ จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้นเพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา๙แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ๔ (๒) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับ การปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 โดยคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขและศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 กระทรวงมหาดไทย จึงมีคำสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรการตามข้อกำหนดฯสำหรับเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่ง ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีรายชื่อจังหวัดที่กำหนดระดับของพื้นที่สถานการณ์เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ แนบท้ายคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ ๖/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
-----------------------
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งสิ้น ๑๐ จังหวัด ประกอบ ๑. กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;๒. จังหวัดนครปฐม ๓. จังหวัดนนทบุรี ๔. จังหวัดนราธิวาส ๕. จังหวัดปทุมธานี ๖. จังหวัดปัตตานี ๗. จังหวัดยะลา ๘. จังหวัดสงขลา ๙. จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐. จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;


	ราชกิจจาฯประกาศแล้ว ล็อกดาวน์กรุงเทพ-ปริมณฑล 4 จังหวัดภาคใต้ มีผล 28 มิ.ย.


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107760</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9dc30183a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ!ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดใน 77 จังหวัด+เรือนจำ สะสมตั้งแต่ 1 เม.ย.- 22 มิ.ย. 2564</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผย จํานวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่และสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 01.00 น. โดยแยกเป็น 77 จังหวัด และเรือนจำ มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อโควิด, ศบค, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1c722e8ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนกระจายวัคซีนเดือนก.ค.-ขยายกรอบ 150 ล้านโดสภายในปี 65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา &amp;nbsp;12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า &amp;nbsp; สำหรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเดือน ก.ค. โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 10 ล้านโดส ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้าในระบบหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง และพิจารณาให้ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสภายในเดือน ก.ค. และจะพิจารณาให้ จ.ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่สองอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายใน ก.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับวัคซีน 10 ล้านโดสในเดือน ก.ค. จะมีการจัดสรรให้จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ร้อยละ 30 ได้แก่ กทม. (รวม ทปอ.และประกันสังคม) 2.5 ล้านโดส &amp;nbsp;สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี 6 แสนโดส และจังหวัดที่มีแผนเปิดท่องเที่ยวได้แก่ จ.ภูเก็ต 2 แสนโดส, จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด ร้อยละ 25 หรือ 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส โดยมี 23 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) พังงา และกระบี ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรร้อยละ 35 หรือ 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส โดยจะมีการเก็บไว้เป็นส่วนกลาง องค์กรภาครัฐ และสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 10 หรือ 1 ล้านโดส ซึ่งการจัดสรรขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผู้ผลิตส่งมอบและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การระบาดของโรค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มกรอบการจัดสรรวัคซีนจาก 100 ล้านโดสภายในปี 64 เป็น 150 ล้านโดสภายในปี 65 เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค หรือกรณีอื่นใดที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติม ขณะนี้ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการจองวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส ดังนั้น จึงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส โดยให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนวัคซีน ดังต่อไปนี้ ซิโนแวค 28 ล้านโดส วัคซีนโควิดอื่นๆ ประมาณ 22 ล้านโดส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์ของเชื้อกลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106805</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, วัคซีนโควิด, ศบค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37c795f1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
