<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงหยุดยาว 4 วัน เสี่ยงติดเชื้อพุ่ง แนะปชช.เน้นมาตรการป้องกันสูงสุดแบบครอบจักรวาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ช่วงวันหยุด 4 วันนี้ เชื่อว่าจะมี ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดเนื่องจากวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม ในการทำกิจการกิจกรรมใดขอให้ยังคงเข้มมาตรการส่วนบุคคลเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ใช้แอลกอฮอล์เจลในการล้างมือ เว้นระยะห่าง เน้นมาตรการป้องกันสูงสุดแบบครอบจักรวาล ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากการได้รับวัคซีนครบแล้ว มาตรการส่วนบุคคลจะทำให้เราลดการติดโรคโควิด-19 และลดการแพร่โรคไปให้คนอื่นได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120321</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันหยุดยาว, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fbe30b08a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยคลัสเตอร์เชียงใหม่ผุดเป็นดอกเห็ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,918 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,859 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,195 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 64 ราย มาจากเรือนจำ 41 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,811,852 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 10,878 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,689,859 ราย อยู่ระหว่างรักษา 103,507 ราย อาการหนัก 2,728 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 619 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 79 ราย เป็นชาย 40 ราย หญิง 39 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 49 ราย มีโรคเรื้อรัง 23 ราย และเด็กอายุ 1 เดือนเสียชีวิตที่ จ.ตาก 1 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม. 18 ราย ขณะที่พื้นที่ภาคใต้มีผู้เสียชีวิตรวมกันสูงถึง 20 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 18,486 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ต.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 994,781 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 67,587,102 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 242,331,811 ราย เสียชีวิตสะสม 4,928,899 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.สุมณี กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 20 ต.ค. ได้แก่ กทม. 1,020 ราย ยะลา 704 ราย ปัตตานี &amp;nbsp;520 ราย สงขลา 484 ราย สมุทรปราการ 359 ราย ชลบุรี 328 ราย เชียงใหม่ 294 ราย นราธิวาส &amp;nbsp;284 ราย นครศรีธรรมราช 266 ราย จันทบุรี 265 ราย ภาพรวมของทั้งประเทศถือว่าลดลง มีเพียง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น และจากข้อมูลการตรวจหาเชื้อแบบ ATK พบการติดเชื้อมากในเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจ ATK มากในพื้นที่นครศรีธรรมราช กระบี่ เชียงใหม่ และเชียงราย จึงขอให้ทุกจังหวัดที่มีแนวโน้มการรับนักท่องเที่ยวเพิ่มมาตรการระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น คลัสเตอร์งานศพที่ จ.เลย อุดรธานี นครศรีธรรมราช ขอนแก่น จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ขอเน้นย้ำว่าถ้าเป็นไปได้อยากจะให้แจกจ่ายอาหารไปรับประทานที่บ้าน เนื่องจากการรับประทานอาหารร่วมกันมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อ ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ พบอีกหลายคลัสเตอร์ ได้แก่ คลัสเตอร์กาดเมืองใหม่ ซึ่งมีการแพร่เชื้อไปยัง จ.แม่ฮ่องสอน คลัสเตอร์แรงงานไม้ตัดยาง คลัสเตอร์ร้านอาหาร คลัสเตอร์บ้านพักนักเรียนประจำ คลัสเตอร์ร้านค้า ขอให้ จ.เชียงใหม่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ, พญ.สุมนี วัชรสินธุ์, ศบค., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fbe1d7973a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ยันตั้ง &#039;ณัฐพล&#039; ไม่ใช่การรวบอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ถึงการตั้ง ศบค.ส่วนหน้า ว่าได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถึงการบริหารจัดการภาคใต้ เพื่อลดการสูญเสีย รวมถึงการเยียวยา ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะประเทศไทยมีปัญหาหลายด้าน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. และรอง ผอ.รมน.สนับสนุนเรื่องเหล่านี้มาตลอด เพราะเป็นกลไกของทุกรัฐบาล หน่วยงานเหล่านี้จะต้องไปเสริมการปฏิบัติงานของกระทรวงอื่นๆ ด้วย เช่น ทหารที่ทำหน้าที่ป้องกันการลักลอบตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 ด้วยการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงฝากความเห็นใจ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วน ศบค.ส่วนหน้า ทางประชาชนก็ให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าไม่ใช่การรวบอำนาจ ทุกอย่างยังดำเนินการเหมือนเดิม โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกฯ และ ผอ.ศบค.ส่วนหน้า ลงไปทำหน้าที่เพียงแค่บูรณการการทำงาน เพราะเรามีกฎหมายในการทำงานอยู่แล้ว ความจริงไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของใคร เพียงแต่เข้าไปดูแลให้เกิดความทั่วถึงในเรื่องการสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นั้น ต้องย้ำว่ายังมีอีกหลายประเทศที่เราจะประกาศออกไป เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ดำเนินการการที่จะเข้ามาไทย ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศจะเข้ามาได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการหารือร่วมกันระหว่างประเทศต้นทาง และปลายทางว่ามาตรการที่เรากำหนดไปเขาตกลงด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ตกลงด้วยเขาก็ไม่เข้ามาอยู่แล้ว ครั้งแรกอาจจะให้เข้ามาได้ไม่กี่ประเทศ หรืออาจจะหลายประเทศ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมาตรการของเรา ที่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆที่มีการประกาศเช่นเดียวกับเรา อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการของเราอย่างเคร่งครัด ถ้าเปิดแล้วเกิดมีปัญหาก็ต้องปิด ซึ่งเราก็ไม่อยากปิดทั้งหมด เพราะประชาชนเดือดร้อน แม้จะมีการเยียวยาก็ไม่เพียงพอ แต่เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมสภากลาโหม เพราะมีความขัดแย้งหลายพื้นที่ใกล้กับประเทศเรา ทั้งนี้เราต้องดำรงความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนให้ได้ เพื่อความเป็นกลางและสร้างสมดุล เพราะมีทั้งประเทศมหาอำนาจ ประเทศขนาดกลางจะขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนแล้ว เราต้องเป็นแกนกลางของอาเซียนให้ได้ ทั้งเรื่องการค้า เศรษฐกิจ การค้าเสรีที่เป็นหลักการสากล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120293</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ศบค., สภากลาโหม, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa39a6d601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดกลับมาต่ำกว่าหมื่นอีกครั้ง เสียชีวิต 71 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราฟฟิก:ศูนย์ข้อมูล COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงาน &amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 รวม 9,122 ราย
ผู้ป่วยสะสม 1,774,071 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;---------------------
หายป่วยกลับบ้าน 10,731 ราย
หายป่วยสะสม 1,651,555 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
ผู้ป่วยกำลังรักษา 105,546 ราย
---------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียชีวิต 71 ราย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e16e472bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คมนาคม’ จ่อถก ‘ศบค.’โชว์ผลฉีดวัคซีนครบ 2 โดสก่อนซื้อตั๋วเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 - นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรี ว่าการ กระทรวง คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมแผนการเปิดประเทศ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายก รัฐมนตรี เป็นประธานว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และมาจากประเทศต้นทางที่ประเมินว่า มีความเสี่ยงต่ำ ให้สามารถเดินทางทางอากาศเข้ามายังประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 พ.ย. 2564 นั้น ประเมินว่า จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางทางอากาศเข้ามา 10 ประเทศ เช่น อังกฤษ จีน สหรัฐอเมริกา เยอรมัน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เป็นต้น โดยกำหนดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทาง จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส หรือมีการตรวจ&amp;nbsp;SWAP&amp;nbsp;แล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่า มีความพร้อม 100% ได้มีการซ้อมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และท่าอากาศยานต่างๆ พร้อมทั้งบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และด่านศุลกากร โดยในวันที่ 20 ต.ค.นี้ จะเดินทางไปตรวจความพร้อมที่ท่าอากาศยานดอนเมืองในเวลา 13.00 น และเดินทางไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลาประมาณ 15.00 น. ก่อนที่จะมีการสรุปและเตรียมความพร้อมในวันที่ 27 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของการคัดกรองนั้น จะมีการตั้งเทอร์โมสแกน ชุดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 37.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส อีกทั้ง เมื่อเดินทาง ออกจากท่าอากาศยานแล้ว สั่งการ ให้เตรียมรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ ลีมูซีน รถตู้ ฯลฯ โดยจะใช้โมเดลและบทเรียนจากภูเก็ตแซนบอกซ์ มาประยุกต์ใช้ รวมถึงพิจารณาการจำหน่ายตั๋วโดยสารให้พิจารณาดูเอกสารการรับวัคซีน 2 โดส เป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ไปพิจารณาตามความเห็นส่วนตัว ว่า การเปิดประเทศนั้น หากใช้มาตรการเดียวกัน ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ คนไทยที่จะต้องเดินทาง ซึ่งจะใช้ระบบโดยสารสาธารณะ อาทิ เครื่องบิน,&amp;nbsp;รถทัวร์ และรถไฟ ที่เป็นการเดินทางทางไกล จะต้องมีการแสดงเอกสารการรับวัคซีนครบ 2 เข็ม เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว และความปลอดภัยต่อประชาชนชาวไทยด้วย โดยในเบื้องต้น อาจจะมีการแยกการโดยสารระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติกับชาวไทย อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือกับที่ประชุม ศบค. ในวันที่ 18 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ จากการประเมินของบริษัท วิทยุการบิน แห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ที่ระบุว่า ในช่วงเวลาการเปิดประเทศและแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ คือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564, 1&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้น คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินประมาณ&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;และผู้โดยสารใกล้เคียง 50%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี 2562&amp;nbsp;หรือช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ผู้โดยสารอยู่ที่&amp;nbsp;82.5&amp;nbsp;ล้านคน แบ่งเป็น ในประเทศ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ล้านคน และระหว่างประเทศ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ล้านคน ส่วนจำนวนเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;1,050,000&amp;nbsp;เที่ยวบิน นอกจากนี้ คาดการณ์ว่า ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผู้โดยสารจะกลับมา&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เท่ากับปี&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อตั๋วเดินทาง, วัคซีน 2 โดส, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d8f2099845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ถกความพร้อม &#039;เปิดประเทศ&#039; พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด ต้องฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค แถลงตอนหนึ่งว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้หารือกันถึงการเปิดประเทศที่นับจากวันนี้เรามีเวลาการเตรียมตัวเพียง 2 สัปดาห์ก่อนถึงระยะที่หนึ่ง ในวันที่ 1 พ.ย.โดยมีการหารือกับหลายหน่วยงาน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกแผนการท่องเที่ยวมานานแล้ว มีการหารือ และปรับแผนร่วมกับภาคธุรกิจ สถานประกอบการ ซึ่งอาจจะไม่มีรูปแบบที่ดีที่สุด หรือสมบูรณ์ที่สุด แต่ต้องมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะสามารถดำเนินมาตรการไปได้เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย รวมถึงระบบสาธารณสุขมีความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.สุมณี กล่าวว่า สำหรับการระบุรายชื่อประเทศ หรือเปิดเที่ยวบินนั้น ในข้อเท็จจริงบางประเทศยังไม่ได้อนุญาตให้คนออกนอกประเทศของตัวเอง แต่การเปิดเที่ยวบินเป็นไปเพื่อการอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในประเทศนั้นๆ ในการได้เดินทางกลับบ้านได้สะดวกขึ้น แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ เราได้มีการวางแผนการเปิดประเทศเป็นระยะๆ โดยต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ 3 ด้าน คือ 1. สถานการณ์การแพร่ระบาดต้องทรงตัว 2. ต้องมีการพิจารณาถึงขีดความสามารถของสาธารณสุขว่ามีความพร้อมทั้งในเรื่องการป้องกัน การควบคุม และการรักษา 3. พื้นที่นำร่องสีฟ้า 17 จังหวัด จะต้องมีการครอบคลุมการฉีดวัคซีนได้ไม่น้อยกว่า 70% ดังนั้น การเปิดประเทศจะต้องค่อยเป็นค่อยไปและต้องทยอยเปิด พร้อมก่อนเปิดก่อน โดยมาตรการหลักต้องอยู่ภายใต้มาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ขณะนี้เราอยู่ในระยะนำร่องของการเปิดประเทศ โดยมีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาแล้ว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่จะดำเนินการเปิดประเทศในแต่ละจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่องสีฟ้าอื่นๆในระยะถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.สุมณี กล่าวว่า ในหลักการของการเปิดประเทศระยะที่หนึ่งในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะต้องมาจากประเทศที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำโดยเดินทางมาทางอากาศหรือ เครื่องบินเท่านั้น,&amp;nbsp;ผู้ที่มาจากต่างประเทศจะต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม ตามกำหนด และมีการตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;จากต้นทาง เป็นลบ พร้อมทั้งต้องทำประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 เหรียญสหรัฐ และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วจะต้องตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ซ้ำอีกครั้งในสถานที่กักตัวที่กำหนด คือ&amp;nbsp;ASQ, OQ,&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;SHA+&amp;nbsp;และเมื่อผลเป็นลบแล้วจึงสามารถเข้าสู่ระบบในพื้นที่สีฟ้าหรือพื้นที่นำร่องที่มีการทำโควิดฟรีเซ็ตติ้งไว้อย่างเป็นระบบ โดยประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องมีการจัดสถานที่ให้มีการไหลเวียนอากาศที่ดี ให้บริการในสถานที่ไม่แออัด สำหรับผู้ให้บริการจะต้องได้วัคซีนครบสองเข็ม ได้รับการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกสัปดาห์ สำหรับผู้รับบริการไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ ก็จะต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม มีการสุ่มตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;1 สัปดาห์ ก่อนไปใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.สุมณี กล่าวว่า หากเปิดประเทศแล้วจะต้องมีการกำกับติดตามอย่างเข้มงวด แผนในการดำเนินการสามารถปรับและชะลอได้ และเน้นย้ำว่าในการเปิดประเทศประชาชนต้องมีความปลอดภัยและระบบสาธารณสุขมีความมั่นคง ต้องมีการวางแผนที่ดีอย่างรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (18&amp;nbsp;ต.ค.) ศปก.ศบค.จะมีการประชุมหารือถึงการเตรียมการรองรับการเปิดประเทศและความพร้อมเปิดพื้นที่นำร่อง ใน 17 จังหวัด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมหารือ อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย ต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาธารณสุข ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การบินพลเรือน บริษัทท่าอากาศยานไทย คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเปิดประเทศแล้วหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะต้องมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุ กรณีที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ในวาระของการประชุมหารือในวันเดียวกันนี้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., เปิดประเทศ, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167e292a21b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อ‘โมลนูพิราเวียร์’5หมื่นคอร์ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.ไฟเขียวซื้อยา &amp;quot;โมลนูพิราเวียร์&amp;quot; 5 หมื่นคอร์ส ชง ครม.อนุมัติงบ เคาะฉีดวัคซีนเพิ่ม 15 จังหวัดท่องเที่ยว &amp;quot;WHO&amp;quot; ขึ้นทะเบียนแอสตร้าฯ ที่ผลิตในไทยแล้ว ตั้งโต๊ะแจง &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; ล็อตแรกมา พ.ย. ทยอยส่งสัปดาห์ละ 1-3 แสนโดส รพ.เอกชนย้ำเงื่อนไขคืนเงินไม่ได้ เลื่อน-โอนสิทธิ์แทน อภ.ขู่ซิลลิคฯ ห้ามช้าอีกงัด กม.ฟันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงผลประชุม ศบค. ว่าที่ประชุมเห็นชอบแผนการจัดหายาโมลนูพิราเวียร์ จำนวน 50,000 คอร์ส ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากรอบวงเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศบค.ยังรับทราบแผนการจัดหาวัคซีน โดยตามแผนที่แจ้งมาการนำเข้าวัคซีนตลอดทั้งปี 64 คือ 127 ล้านโดส ซึ่งยังคงเดิมตามแผน ขณะที่เป้าหมายการฉีดวัคซีนในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดให้ได้อย่างน้อยครอบคลุมประชากรทั้งหมด ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ร้อยละ 50 และอย่างน้อยร้อยละ 70 ในหนึ่งพื้นที่ COVID Free Area หรือพื้นที่เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว หรือเชื่อมโยงจังหวัดเปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตั้งเป้าฉีดครอบคลุมกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพิ่มเป็นร้อยละ 80&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยังเพิ่มการฉีดจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวจากเดิม ประกอบด้วย ภูเก็ต, &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า), พังงา (เขาหลัก เกาะยาว), กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์) ที่ตั้งเป้าฉีดระยะที่ 1 ให้ได้ภายในวันที่ 31 ต.ค.64 &amp;nbsp;โดยเพิ่มอีก 15 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ระนอง เชียงใหม่ เลย บุรีรัมย์ หนองคาย อุดรธานี ระยอง และตราด ตั้งเป้าฉีดระยะที่ 1 ให้ได้ภายในวันที่ 30 พ.ย.64 ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 13 ต.ค. ฉีดเพิ่มเติมได้ 583,994 โดส ทำให้ยอดฉีดสะสมรวม 62,579,803 โดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ด้วยว่า สธ.ได้เพิ่มสูตรการฉีดวัคซีนซิโนแวค+ไฟเซอร์, ซิโนแวค+ซิโนแวค กระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า และแอสตร้าเซนเนก้า+แอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นด้วยไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ไทยอีก 1 ล้านโดสว่า การดำเนินการเรื่องนี้ ฝ่ายสหรัฐมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ กระทรวงการต่างประเทศ, สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ และผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีน แต่ทั้ง 3 ฝ่ายของเขายังไม่ได้ประชุมร่วมกัน ดังนั้นเรื่องเอกสารที่มีบางคนเข้าใจว่าฝ่ายไทยยังไม่ได้เริ่ม ถือเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว เพราะกรณีวัคซีน 1 ล้านโดสนี้ไม่มีเรื่องเอกสาร ทั้งนี้ จากการพูดคุยของคณะทำงานไทยและสหรัฐ วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าอาจจะเป็นวัคซีนชนิดอื่นที่ไม่ใช่ของบริษัทไฟเซอร์ โดยฝ่ายไทยและสหรัฐมีการพูดคุยกัน 3 ครั้ง และยังคงมีการประสานงานกันต่อไป โดยฝ่ายสหรัฐตั้งใจไว้ว่าจะดำเนินการเรื่องวัคซีน 1 ล้านโดส ให้เสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งตอนนี้เราต้องรอให้ฝ่ายเขาได้ข้อยุติเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน (EUL) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว ซึ่งการขึ้นทะเบียนดังกล่าวมีผลทันทีและครอบคลุมถึงวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยก่อนหน้านี้ด้วยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. แถลงข่าวออนไลน์เรื่อง &amp;ldquo;ความคืบหน้าการส่งมอบวัคซีนโมเดอร์นา&amp;rdquo; ว่า อภ.ร่วมกับสมาคมรพ.เอกชน ในการทำสัญญาซื้อวัคซีนโมเดอร์นา จากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เป็นตัวแทนถูกต้องจากโมเดอร์นา โดยได้ลงนามมาตั้งแต่ ก.ค. ซึ่ง อภ.ได้เร่งรัดทางบริษัทเรื่อยมา และหวังว่าจะนำเข้าต.ค. แต่กลับต้องล่าช้าเพราะเห็นว่ามีข้อติดขัด หากบริษัท ซิลลิคฯ ไม่สามารถส่งได้ตามกรอบเวลาที่แจ้งล่าสุดในเดือนพ.ย. ทาง อภ.จะต้องพิจารณาว่ามีอะไรผิดสัญญาหรือไม่ หากมีจะให้ทางฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ล็อตที่ 1 สั่ง 3.9 ล้านโดส แต่ปัญหาคือความชัดเจนตารางกำหนดระยะเวลาที่นำเข้ามา ทำให้สมาคม รพ.เอกชนค่อนข้างเหนื่อย หมายความว่าต้องติดต่อลูกค้า 3.9 ล้านคน คำตอบที่ให้กลุ่มลูกค้าจึงต้องมีทั้งเลื่อนการฉีด โอนสิทธิ์ เพราะรัฐบาลให้ฉีดเข็ม 3 ทั้งแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์ ซึ่งเราเห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คำถามที่มาทางกลุ่ม รพ.ถามว่าเลื่อนได้หรือไม่ หรือโอนสิทธิ์ได้หรือไม่ ซึ่งทำได้ ส่วนที่ว่าวัคซีนจะมาเมื่อไหร่ เราตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเราก็ยังไม่ได้วันที่ชัดเจน ซึ่งหลายคนคาดหวังและไม่ยอมฉีดเข็มที่ 3 เพราะรอโมเดอร์นา แต่ส่วนตัวขอให้ไปฉีดเข็ม 3 ก่อน แล้วโมเดอร์นาให้เลื่อนออกไป ทั้งนี้ ในใบจองวัคซีนของลูกค้าเขียนชัดเจนว่าเลื่อนได้ &amp;nbsp;โอนสิทธิ์ได้ แต่ไม่ได้ระบุเรื่องการคืนเงิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภญ.สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย กล่าวว่า ทั้งบริษัท ซิลลิค ประเทศไทย และบริษัทแม่ ตระหนักถึงความกังวลในการนำเข้าวัคซีน แต่ที่ช้า คือติดปัญหาการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน ล่าสุดที่หารือกับโมเดอร์นาคือวัคซีนจะส่งมาให้ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้อย่างแน่นอน และจะทยอยส่งสัปดาห์ละ 1-3 แสนโดส ทุกสัปดาห์จนกระทั่งครบ 1.9 ล้านโดสในไตรมาส 4 และที่เหลือไตรมาส 1 ในปี 2565 ทั้งนี้ ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยการเพิ่มแหล่งผลิตที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย โดยจะเพิ่มแหล่งผลิตในสหรัฐอีกหนึ่งทางเลือก หากทำได้จะนำเข้าวัคซีนได้เร็วมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนองค์กรประชาสังคมที่ทำงานส่งเสริมการเข้าถึงยา ได้ทำหนังสือถึง สธ. เรียกร้องให้ต่อรองราคายาโมลนูพิราเวียร์ที่กำลังจะจัดซื้อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และนำเข้ายาชนิดนี้เดียวกันที่ราคาถูกกว่าเกือบ 50 เท่าจากอินเดียมาใช้แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119767</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., ศบค.ไฟเขียวซื้อยา &quot;โมลนูพิราเวียร์&quot; 5 หมื่นคอร์ส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3fefd81c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
