<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.คาดการณ์ถ้าไม่มีล็อกดาวน์ต้นเดือนก.ย.ตัวเลขพุ่งถึง 7 หมื่น-ตาย 800 รายต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23,418 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 23,021 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 17,642 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 5,379 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 388&amp;nbsp; ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 863,189 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 20,083 ราย หายป่วยสะสม&amp;nbsp; 643,884 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 212,179 ราย อาการหนัก 5,565 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,111 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 184 ราย เป็นชาย 100 ราย หญิง 84 ราย มากสุดอยู่ใน กทม. 71 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ที่ จ.ชัยนาท และอุดรธานี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 7,126 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 12ส.ค. มีการฉีดไป 219,840 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 22,508,659โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 206,236,181ราย เสียชีวิตสะสม4,347,999 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 5,140 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงสุดหรือนิวไฮตั้งแต่มีการติดเชื้อมา โดยข้อมูลของกทม.ชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อวันที่ 13 ส.ค.มาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 1,072 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,992 ราย ข้อมูลของ กทม.พบว่าการลงตรวจพื้นที่เชิงรุกของ กทม.วันที่ 13 ส.ค. พบผู้ติดเชื้อ 3,992 ราย และจากการสอบสวนโรคพบว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงสุดถึง 15.78% ดังนั้น หากใครสงสัยขอให้แยกตัวออกมาและตรวจหาเชื้อ ขณะที่ จ.สมุทรปราการ 1,936 ราย สมุทรสาคร 1,847 ราย ชลบุรี 1,408 ราย นนทบุรี 731 ราย อุบลราชธานี 537 ราย นครปฐม 532 ราย บุรีรัมย์ 530 ราย สระบุรี 485 ราย พระนครศรีอยุธยา 484 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มีคลัสเตอร์ ในต่างจังหวัด 11 แห่งง โดยพบที่จังหวัดสมุทรสาคร 3 แห่ง ใน อ.เมือง 2 แห่ง คือบริษัทผลิตกระป๋อง พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ พบผู้ติดเชื้อ 14 ราย และโรงงานทอผ้า อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย บริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อ 21 บริษัทเสื้อผ้า อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 58 ราย บริษัทเครื่องกีฬา อ.สามพราน จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย โรงงานอาหารทะเล อ.แกลง จ.ระยอง พบผู้ติดเชื้อ 16 ราย โรงงานน้ำแข็ง อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พบผู้ติดเชื้อ 17 ราย โรงานผลไม้กระป๋อง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ติดเชื้อ 14 ราย หอพักนักเรียน อ.พบพระ จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย และค่ายตากสิน อ.เมือง จ.จันทบุรี พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา มีการนำผู้ป่วยกลับไปรักษายังพื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 129,771 ราย ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.กรมควบคุมโรค ได้แสดงแผนภูมิการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิต ในช่วงปลายเดือนส.ค.ถึงต้นเดือนก.ย. หากเราไม่มีการล็อกดาวน์ใดๆ เกิดขึ้น จะมีผู้ติดเชื้อวันละ 6-7 หมื่นคน ผู้เสียชีวิต 800 กว่าคน แต่ถ้ามีการล็อกดาวน์แบบมีประสิทธิ ภาพ 20 เปอร์เซ็นต์ เหมือนที่เป็นอยู่จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 45,000 คน เสียชีวิตประมาณวันละ 500 คน และถ้าล็อกดาวน์อย่างมีประสิทธิภาพ 25 เปอร์เซ็นต์ นาน 2 เดือน รวมถึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเป้าหมาย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2 หมื่นคน และเสียชีวิตต่ำกว่า 200 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคยังแสดงสถานการณ์การติดเชื้อของหญิงตั้งครรภ์ ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.ถึง 11 ส.ค. โดยมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 185 เสียชีวิต 29 ราย โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และยังมีการรายงานข้อมูลของผู้มีอาชีพขนส่งสาธารณะ ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-12 ส.ค.พบผู้ติดเชื้อ 353 ราย เสียชีวิต 104 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเช่นเดียววัน จึงอยากขอให้บุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้น ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ นำคนเหล่านี้มาฉีดวัคซีน เนื่องจากสิ่งที่ป้องกันการเสียชีวิตได้คือการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113173</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มาตรการล็อกดาวน์, ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116278a6a187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด!ศบค.พบผู้ป่วยใหม่81ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 81 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 37 ราย จากการคัดกรองเชิงรุกในแรงงานต่างด้าว 35 ราย&amp;nbsp; และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 9 ราย&amp;nbsp; ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 5,910&amp;nbsp; ราย ยอดหายป่วยสะสม 4,130 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1,713ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อแรงงานต่างด้าว, ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe56eb36487f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ป่วยโควิดใหม่รวม16 ราย ติดในประเทศ1ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ประจำวันที่ 28ธ.ค.2563 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 16 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 15 ราย ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย จากจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,297 ราย ยอดหายป่วยสะสม 4,005 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 232 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มาจากอินเดีย 1 ราย เมียนมา 4 ราย เนอเธอร์แลนด์ 1 ราย ตุรกี 1 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย ซาอุดิอาระเบีย 5 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย เจ้าของแพปลา จ.สมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 75,273,822 ราย อาการรุนแรง 107,213 ราย รักษาหายแล้ว 52,846,886 ราย เสียชีวิต 1,668,166 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 17,626,770 ราย 2. อินเดีย จำนวน 9,977,834 ราย 3. บราซิล จำนวน 7,111,527 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 2,762,668 ราย 5. ฝรั่งเศส จำนวน 2,427,316 ราย ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 152 จำนวน 4,297 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87230</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อโควิดในประเทศ, ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc59c2b6dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ป่วยโควิดใหม่11ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 11 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,180 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,903 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 217 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มาจากสวีเดน 1 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย โปรตุเกส 1 ราย ซาอุดิอาระเบีย 2 ราย เกาหลีใต้ 1 ราย เมียนมา 3 ราย ละบาเรนห์ 2 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานที่กักกันของรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd2f4d3767f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม4รายมาจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.63 -ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. รายงานสถานการณ์ รายงานสถานการณ์วันที่ 20 พ.ย.2563 ดังนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 4 คน สะสม 3,892 คน ทั้ง 4 คน เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็นชาวไทยเดินทางมาจากเยอรมัน 1 คน สาธารณรัฐเช็ก 2 คน และญี่ปุ่น 1 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อยู่ในสถานที่กักกัน/ โรงพยาบาลในชลบุรี 2 คน และสมุทรปราการ 2 คน มีอาการป่วย 2 คน รักษาหายกลับบ้านแล้วเพิ่ม 3 คน สะสม 3,745 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอนรักษาในโรงพยาบาล 87 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสียชีวิตสะสม 60 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อรวม 57,228,106 ราย
อาการรุนแรง 101,817 ราย
รักษาหายแล้ว 39,719,542 ราย
เสียชีวิต 1,365,461 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด
1. สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; จำนวน 12,070,712 ราย
2. อินเดีย&amp;nbsp; จำนวน 9,004,325 ราย
3. บราซิล จำนวน 5,983,089 ราย
4. ฝรั่งเศส&amp;nbsp; จำนวน 2,086,288 ราย
5. รัสเซีย จำนวน 2,015,608 ราย
ประเทศไทย&amp;nbsp; อยู่ในอันดับที่ 151 จำนวน 3,892 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค.-ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb758ee74cef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ติดเชื้อใหม่9รายในสถานที่กักกันของรัฐยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม3,861ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

13 พ.ย.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,861 ราย หายป่วยเพิ่ม 4 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,697 ราย รักษาในโรงพยาบาล 104 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 เดินทางมาจากเลบานอน เป็นหญิงไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานนวด ตรวจพบเชื้อวันที่ 8 พ.ย. รักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง รายที่ 2 มาจากฟิลิปปินส์ เป็นเพศชาย สัญชาติอินเดีย อายุ 37 ปี อาชีพวิศวกร ตรวจพบเชื้อวันที่ 11 พ.ย. รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. รายที่ 3,4,5 มาจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเพศชาย สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 76 ปี เพศหญิงสัญชาติไทย อายุ 52 ปี เป็นแม่บ้าน ทั้ง 2 รายเป็นสามีภรรยา และเพศชาย สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 74 ปี &amp;nbsp;ทั้งหมดตรวจพบเชื้อวันที่ 11 พ.ย. รักษาที่โรงงพยาบาลเอกชนในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รายที่ 6 มาจากอินเดีย เพศหญิง สัญชาติอินเดีย อายุ 45 ปี ตรวจพบเชื้อวันที่ 11 พ.ย. รักษาในโรงพยาบาลเอกชน กทม. รายที่ 7 มาจากคูเวต เพศชายสัญชาติไทย อายุ 42 ปี ตรวจพบเชื้อวันที่ 11 พ.ย. รักษาในโรงพยาบาลเอกชน กทม. ส่วนรายที่ 8 และ 9 เป็นผู้มีประวัติเคยติดเชื้อวิด-19 โดยรายที่ 8 มาจากฝรั่งเศส เป็นเพศชายสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 43 ปี ตรวจพบเชื้อในการตรวจครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เคยมีประวัติติดเชื้อเมื่อเดือน ก.ย.63 เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน กทม. และรายที่ 9 มาจากสหราชอาณาจักร เป็นเพศชาย สัญชาติอังกฤษ อายุ 66 ปี เกษียณอายุราชการ ตรวจพบเชื้อวันที่ 11 พ.ย. มีประวัติเคยติดเชื้อเมื่อ 16 ต.ค.63 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 53,082,241 ราย รักษาหายแล้ว 37,208,275 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 1,299,220 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 13 พ.ย. รวม 402 คน จาก 12 เที่ยวบิน และวันที่ 14 พ.ย.อีก 623 คน จาก 7 เที่ยวบิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานที่กักกันของรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae3a869de23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม1รายเป็นชายไทยมีโรคประจำตัวยอดตายขยับเป็น60ราย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากชายแดน และในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,818 ราย หายป่วยเพิ่ม 16 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,639 ราย รักษาในโรงพยาบาล 119 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมเสียชีวิต 60 ราย ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่รายที่ 1 มาจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเพศชายสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 68 ปี อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ตรวจพบเชื้อวันที่ 4 พ.ย. เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 2 มาจากอินเดีย เป็นเพศชายสัญชาติอินเดีย อายุ 36 ปี ทำงานร้านตัดสูท ตรวจพบเชื้อวันที่ 4 พ.ย.รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกทม. รายที่ 3 มาจากซาอุดิอาระเบีย เพศหญิงสัญชาติไทย อายุ 56 ปี ว่างงาน ตรวจพบเชื้อวันที่ 3 พ.ย. รักษาที่สถาบันทรวงอก รายที่ 4 มาจากยูเครน เพศหญิงสัญชาติไทย อายุ 41 ปี อาชีพพนักงานนวด ตรวจพบเชื้อ 4 พ.ย. รักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง จ.ชลบุรี รายที่ 5 มาจากเนเธอร์แลนด์ เพศหญิงสัญชาติไทย อายุ 36 ปี ว่างงาน ตรวจพบเชื้อ 4 พ.ย.มีอาการไอ เข้ารักษาที่สถาบันทรวงอก และรายที่ 6-8 เป็นชาวเมียนมา เดินทางเข้ามาทางด่านชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อวันที่ 26 ต.ค. อายุ 28,29 และ 41 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ต.ค. ก่อนถูกส่งกลับไปรักษาที่เมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 60 ของไทย เป็นเพศชาย อายุ 66 ปี สัญชาติไทย เกษียณอายุราชการ มีโรคประจำตัวคือ เบาหวานประเภท 2 และความดันโลหิตสูง เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 19 ต.ค. และเข้ารับการกักตัวที่สถานกักกันที่รัฐจัดให้ใน จ.ชลบุรี จากนั้นวันที่ 20 ต.ค.พบว่ามีอาการหอบเหนื่อย จึงนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง จ.ชลบุรี ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และตรวจพบเชื้อ โดยเป็นผู้ติดเชื้อในลำดับที่ 3719 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 49,016,480 ราย รักษาหายป่วย 34,979,953 ราย เสียชีวิตรวม 1,239,375 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 6 พ.ย. รวม 712 คน จาก 13 เที่ยวบิน และวันที่ 7 พ.ย. รวม 400 คน จาก 10 เที่ยวบิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค.-ผู้ติดเชื้อรายใหม่, สถานการณ์แพร่เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4d6d866192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
