<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบ 77 จังหวัดแล้ว &#039;ไม่สวมแมสก์&#039; ออกจากบ้านโดนปรับ 2 หมื่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้รวบรวมจังหวัดที่มีคำสั่งกำหนดมาตรการให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เมื่ออยู่นอกเคหสถาน หากฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ล่าสุด จำนวนรวม 77 จังหวัดทั่วประเทศ (ข้อมูล วันที่ 29 เม.ย.เวลา 16.30 น.) ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 จังหวัดและกทม. ได้แก่ 1.กาญจนบุรี(เฉพาะตลาด ตลาดนัด ตลาดน้ำ) 2.ปราจีนบุรี 3.เพชรบุรี 4.สุพรรณบุรี 5.พระนครศรีอยุธยา 6.สมุทรสาคร 7.ลพบุรี 8.สมุทรปราการ 9.ประจวบคีรีขันธ์ 10.ชลบุรี 11.สระบุรี 12.ตราด 13.นนทบุรี 14.นครปฐม 15.จันทบุรี 16.กทม. 17.ปทุมธานี 18.ฉะเชิงเทรา 19.อ่างทอง 20.สระแก้ว 21.นครนายก 22.สิงห์บุรี 23.ราชบุรี 24.ชัยนาท และ 25.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ 1.สุโขทัย 2.ตาก 3.เพชรบูรณ์ 4.อุตรดิตถ์ 5.ลำพูน 6.พิษณุโลก 7.เชียงใหม่ 8.นครสวรรค์ 9.แพร่ 10.ลำปาง 11.อุทัยธานี 12.พิจิตร 13.เชียงราย 14.น่าน 15.กำแพงเพชร 16.แม่ฮ่องสอน และ 17.จ.พะเยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ 1.ยโสธร 2.หนองคาย 3.อุบลราชธานี 4.ชัยภูมิ 5.มหาสารคาม 6.มุกดาหาร 7.ศรีสะเกษ 8.สุรินทร์ 9.อุดรธานี 10.เลย 11.อำนาจเจริญ 12.บุรีรัมย์ 13.นครพนม 14.ขอนแก่น 15.กาฬสินธุ์ 16.นครราชสีมา 17.บึงกาฬ 18.หนองบัวลำภู 19.ร้อยเอ็ด และ 20.สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ 1.สุราษฎร์ธานี 2.ตรัง 3.นครศรีธรรมราช 4.นราธิวาส 5.ปัตตานี 6.พังงา 7.ภูเก็ต 8.ระนอง 9.สตูล 10.สงขลา 11.ยะลา 12.กระบี่ 13.พัทลุง และ 14.ชุมพร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค.มท., หน้ากากอนามัย, แมสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608ac0482ff59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.มท.สั่งทุกจังหวัดหากพบผู้ติดเชื้อโควิดในสถานประกอบการให้ปิดอย่างน้อย2สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

9 เม.ย.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)ซึ่งมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน ได้มีประเด็นข้อสั่งการ/ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ในการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ คาราโอเกะ รวมทั้งกำกับและติดตามร้านอาหารในพื้นที่ให้ดำเนินการตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด
.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้จัดการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด (ยกเว้นจังหวัดสมุทรสาคร) ดำเนินการ 1) หากพบผู้ติดเชื้อในสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ แห่งใดแห่งหนึ่ง ให้ปิดสถานประกอบการนั้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กรณีพบในสถานประกอบการหลายแห่งในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ปิดสถานประกอบการในพื้นที่นั้น ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และกรณีมีการแพร่ระบาดในสถานประกอบการหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดใด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร พิจารณาปิดสถานประกอบการในพื้นที่ทั้งจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp; 2) ในการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถดำเนินการได้ตามที่ทางราชการกำหนดในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด ในกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อในสถานประกอบการ ให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อมีคำสั่งปิดสถานที่นั้น ๆ เพื่อจัดระเบียบและระบบป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และหากตรวจพบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในร้านอาหารหรือเครื่องดื่มหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดใด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานครพิจารณาเพิ่มการปิดร้านอาหารที่มีความเสี่ยง ได้แก่ สถานประกอบการที่เป็นห้องแอร์ และสถานประกอบการที่ไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจกำกับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามที่ทางราชการกำหนดอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98865</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปิดสถานบันเทิง, ป้องกันไวรัสโควิด, ศบค.มท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606facd21e97b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 06:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาดไทย&#039;สั่งทุกจังหวัดสแกนเข้มสถานประกอบการเสี่ยงสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศปก.ศบค.) เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 64 ซึ่งมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน มีประเด็นข้อสั่งการ/ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และในการประชุมเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ได้มีการพิจารณากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำจังหวัดให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 18) ข้อ 11 การดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคและการจัดระเบียบและปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดถือปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ดังกล่าว โดยให้มีการตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่และการดำเนินการของเจ้าของหรือผู้จัดการสถานที่ ให้เป็นไปตามแนวทางมาตรการควบคุมแบบบูรณาการ มาตรการป้องกันโรค รวมทั้งการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ ที่ทางราชการกำหนด และปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T โดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนด้านเมียนมา 10 จังหวัด &amp;nbsp;คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง กำชับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาแจกจ่ายวัคซีนไปยังกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสคนจำนวนมากในบริเวณชายแดนและด่านชายแดนเป็นลำดับแรก และได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เร่งตรวจสอบสถานประกอบการ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus ให้สถานประกอบการ กิจการ กิจกรรม มีมาตรการป้องกันให้ครบถ้วนตามเกณฑ์การประเมิน Thai Stop COVID Plus รวมทั้งรณรงค์ให้มีการล้างทำความสะอาดสถานที่ชุมชน ที่สาธารณะ เช่น ตลาด ส้วมสาธารณะ โดยการประเมินตนเองด้วยแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus (TSC+) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ศบค.มท., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606cf19dcd2ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.สั่งผู้ว่าฯเข้มงวดสูงสุด5มาตรการสกัดโควิด แจงปชช.โหลด&#039;หมอชนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ศบค.มท. ได้รับข้อสั่งการเชิงนโยบายในการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในด้านการป้องกันการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การป้องกันการลักลอบเล่นการพนัน การจัดกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคฯ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ และการประชาสัมพันธ์ แนะนำการดาวน์โหลดและการใช้งานระบบแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประกาศกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำข้อสั่งการเชิงนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) มาตรการป้องกันการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องวางมาตรการเข้มงวด ทั้งในพื้นที่ชายแดน เฝ้าระวังและสกัดกั้นมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ ในพื้นที่ตอนใน เพื่อคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองและการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง หากพบมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย รู้เห็นเป็นใจกับการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้รายงาน&amp;nbsp; ศบค.มท. ทราบ เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) มาตรการเข้มงวดต่อการลักลอบเล่นการพนัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประชุมร่วมกับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการเข้มงวดไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ และมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน หาข่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับกุม ดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) มาตรการต่อกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคฯ ให้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับถือปฏิบัติตามหนังสือสั่งการในการงดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ กัดปลา ชกมวย แข่งม้า ชนโค และไพ่ผ่องไทย ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ อย่างเคร่งครัด ตลอดจนกำชับนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน มิให้มีการรับรอบจัดให้มีการแข่งขันชนไก่ กัดปลา หรือการแข่งขันในลักษณะทำนองเดียวกัน รวมทั้งแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีการจัดซ้อมชนไก่หรือกิจกรรมในลักษณะทำนองเดียวกัน หากพื้นที่ใดปล่อยปละละเลยจะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แต่ละระดับที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ ให้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และเตรียมความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรองรับการบริหารจัดการ โดยพิจารณาความเหมาะสมของสถานที่ และชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การประชาสัมพันธ์แนะนำการดาวน์โหลดและใช้งานระบบแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ให้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับอากาศสมัครในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์การใช้งานระบบ แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; และขอความร่วมมือสถานศึกษาหรือศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในพื้นที่มอบหมายบุคลากรในสังกัดให้ความช่วยเหลือแนะนำการดาวน์โหลดและใช้งานระบบแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp; ให้ทุกจังหวัดรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำหนด ให้ ศบค.มท.ทราบทุกวัน และกรณีพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือมีการจับกุมดำเนินคดี ให้รายงาน ศบค.มท. ทราบโดยทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, บ่อน, ศบค.มท., หมอชนะ, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffbcd08a22a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.มท.สั่งผู้ว่าฯใช้กลไกท้องถิ่นสกัดลอบเข้าเมือง ห้ามขรก.รู้เห็นเป็นใจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 -&amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้จังหวัดแจ้งหน่วยปฏิบัติ กลไกผู้ปกครองท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เน้นความเข้มข้นในการสกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีข้างต้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด/ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประสานแจ้งหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เช่น ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บูรณาการสกัดกั้นและติดตามการลักลอบเข้าเมืองที่ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค โดยเฉพาะการลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ เฝ้าระวังสังเกต และใช้มาตรการทางการข่าว โดยวางข่ายข่าว จัดตั้งแหล่งข่าว และอาจกำหนดให้มีการตั้งด่านคัดกรองโรคสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยหากตรวจพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และรายงานผู้รับผิดชอบตามกฎหมายคนเข้าเมืองให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3) ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผู้ว่าฯ, ลอบเข้าเมือง, ศบค.มท., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcd7e23ab72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยเข้มสั่งทุกจังหวัดสแกนหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศเพื่อนบ้านทางด้านตะวันตกของประเทศไทย และอาจมีการแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย โดยผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมิได้ผ่านมาตรการคัดกรองโรคตามที่ประเทศไทยกำหนด
เพื่อป้องกันและสกัดกั้นมิให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายซึ่งจะนำไปสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเข้มข้น ได้แก่ 1.ให้จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเมียนมา เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระมัดระวังไม่ให้มีการลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค 2.ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนซึ่งมีเส้นทางคมนาคมทั้งสายหลัก สายรอง ต่อเนื่องกัน จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ตรวจตรา เฝ้าระวัง และสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หากพบ ให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข และ 3.ให้ทุกจังหวัดบูรณาการส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ทั้งในสถานประกอบการและสถานที่ทำงานที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว &amp;nbsp;หากพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง สอดส่อง หากพบหรือมีบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ทางสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ศบค.มท., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f584b65471ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;โฆษกก้าวไกล&#039;ขย้ำ&#039;โฆษกศบค.&#039;ไม่เห็นคุณค่าปชช.มองยอดคนตายเป็นเพียงสถิติมากน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.63-นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงข่าวประจำวันแล้วระบุว่า การฆ่าตัวตายของประชาชนในช่วงเวลานี้ ไม่เหนือความคาดหมายในการพยากรณ์เรื่องนี้ ก็เหมือนกับการพยากรณ์ด้านการติดโรค ต้องพบตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายมากขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ได้ผิดไปจากการคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ระบุว่า ผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าหมอทวีศิลป์ คุณหมอที่เข้ามาเป็นความหวังของประชาชน เพื่อส่งต่อข้อมูลทางการแพทย์ให้แก่ประชาชน และปรับภาพลักษณ์ของรัฐบาล แต่หมอทวีศิลป์ได้รับเชื้อความไม่เห็นคุณค่าประชาชนของรัฐบาลมาเสียแล้ว ความตายของประชาชนภายใต้การบริหารราชการในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดแล้วส่งผลกระทบต่าง ๆ จนมีคนที่ปลิดชีพตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายรายวัน แต่โฆษก ศบค. กลับมองยอดคนตายเป็นเพียงสถิติมากน้อย เมื่อเทียบกับสถานการณ์อื่น ๆ หมายความว่า ต้องมียอดคนตายเกินสถิติที่วางไว้ก่อนหรือแล้วก่อนหรือค่อยแก้ไข คุณหมออาจจะเคยชินอยู่กับความเป็นความตายของประชาชนจนเป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ไม่ควรมีใครต้องตาย เพราะการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลเช่นนี้ การทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้อย่าใช้เพียงสถิติหรือทฤษฎี คุณต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ หมอทวีศิลป์เป็นหมอจิตเวช ที่อาจมีปัญหาทางจิต หากมองแค่เพื่อนมนุษย์ที่ต้องปลิดชีวิตเป็นแค่ตัวเลขสถิติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวเพิ่มเติมไปถึงการทำงานของกระทรวงการคลังว่า ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่ากระทรวงการคลังเอง ก็ทำงานแบบขายผ้าเอาหน้ารอด แก้ปัญหารับมือกับพี่น้องประชาชนรายวัน ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาจจะไม่มีสมาธิในการเร่งดำเนินการปัญหาของพี่น้องประชาชน เพราะกำลังวุ่นวายกับปัญหาภายในพรรคของตนเอง&amp;nbsp; เห็นใจท่านนะครับและขออนุญาตเสนอแนะแนวทางให้ท่านเผื่อเป็นทางออก 1. เร่งแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน แม้สุดท้ายภายในพรรคจะไม่มีใครเอาท่าน แต่ประชาชนจะเคียงข้างท่านเอง 2. หากการเมืองภายในพรรคไม่สามารถต้านทานไหว ทิ้งทวนผลงานให้พี่น้องประชาชนได้ประจักษ์ซะทีเถอะครับอย่างน้อยนอกจากได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ท่านจะได้มีผลงานและความภูมิใจก่อนจะไม่เหลือตำแหน่งใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.มท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54c3381bdbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
