<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.ศปม.&#039;ลงพื้นที่เยี่ยมจุดตรวจประเดิมเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - พลตรีธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) มอบหมายให้ พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานฉุกเฉินด้านความมั่นคง (เสธ.ทหาร/เสธ.ศปม.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดสกัดการเคลื่อนย้ายแรงงาน และจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม โดยเมื่อเวลา 24.00 น. เสนาธิการทหาร/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจอมรพันธ์ ซึ่งรับผิดชอบโดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ซึ่งได้จัดกำลังจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล กองบัญชาการกองทัพไทย (ศตก.) จำนวน 8 นาย ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจตลิ่งชัน จำนวน 8 นาย แบ่งการปฏิบัติเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 4 นาย รับผิดชอบในพื้นที่กรุงธนเหนือ เขตตลิ่งชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลา 24.35 น. ได้เดินทางต่อไปยังจุดตรวจป้องกันอาชญากรรมในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ บริเวณแยกเคหะร่มเกล้า ถนนร่มเกล้า ซึ่งรับผิดชอบโดยสถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยได้จัดกำลังจากฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร และฝ่ายสืบสวนของ สน.ร่มเกล้า รวมจำนวน 8 นาย รับผิดชอบในพื้นที่เขตลาดกระบัง ได้แก่ แขวงคลองสามประเวศ และแขวงคลองสองต้นนุ่น รวมทั้งพื้นที่เขตมีนบุรี ได้แก่ แขวงแสนแสบ ทั้งนี้ ยังได้ปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำนวน 3 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 01.00 น. ได้เดินทางตรวจเยี่ยมจุดตรวจป้องกันอาชญากรรมในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ จุดตรวจใต้ด่วนลาดพร้าว ซึ่งรับผิดชอบโดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพบก (ศปม.ทบ.) โดย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ซึ่งจัดกำลังพล จำนวน 2 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจโชคชัย จำนวน 8 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นในการเสริมกำลังปฏิบัติหน้าที่ ทางสำนักงานเขตจะประสานชุดบูรณาการด้านความมั่นคงในการขอใช้กำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ ในเขตที่ได้รับมอบหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในห้วงเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้รับข้อมูลเบาะแสอันเป็นประโยชน์จากประชาชน นำไปสู่การจับกุมได้หลายครั้ง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากประชาชนหากผู้พบเห็นการละเมิดกฎหมายสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ทำเนียบรัฐบาล หรือ หมายเลข 191,1599 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หมายเลข 1138 กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ขอขอบคุณประชาชนและทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และร่วมมือร่วมใจกันเพื่อร่วมก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109425</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลตรีธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ล็อกดาวน์, ศปม., เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebb303a1f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิกำลังทหาร ตร. เทศกิจ ตั้งชุดปฏิบัติการคุมแคมป์คนงาน-ด่านตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้มีการจัดกำลังพลสนับสนุนการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจร่วม เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยงของกรุงเทพมหานครโดยแต่ละแคมป์ในพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขตกรุงเทพฯ สนธิกำลัง ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ของบริษัท และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ดูแล575แคมป์งานที่ได้รับมอบหมาย โดยแบ่งเขตความรับผิดชอบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.ศปม.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 72 แคมป์ ใน 6 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก (ศปม.ทบ.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 322 แคมป์ ใน 27 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ กลาง,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ ตะวันออก,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เหนือ,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ ใต้ และกรุงธนฯ เหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพเรือ (ศปม.ทร.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 106 แคมป์ ใน 11 เขต ของพื้นที่เขตกรุงธนฯเหนือ และกรุงธนฯ ใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพอากาศ (ศปม.ทอ.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 75 แคมป์ ใน 6 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก และกรุงเทพฯ เหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงตำรวจ (ศปม.ตร.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 309 แคมป์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในกรณีความห่วงใยของสังคมต่อการดูแลแรงงานภายในแคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ปัจจุบันศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.ศปม.) ได้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องการป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงาน พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่แคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน รับผิดชอบในเรื่องการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานในภาพรวม และกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบในด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และการดูแลรักษาผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนับจากวันที่ได้มีการประกาศมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 นั้น พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญในการดูแลด้านชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มแรงงานที่อาศัยในแคมป์ เพื่อให้แรงงานที่กักตัวในแคมป์สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่เดือดร้อนไปจนกว่าจะครบกำหนดประกาศผ่อนคลายมาตรการในระยะต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่ากองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถ และพร้อมเคียงข้างดูแลประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, ศปม., แคมป์คนงาน, แรงงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dafa8306fa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยบูรณาการสกัดโควิด ตรวจเข้มแคมป์คนงานห้ามเคลื่อนย้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีตามที่ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้มีการประชุมในวันนี้ (26 มิ.ย.64) และสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฎิบัติในการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรง แคมป์คนงาน ในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ นั้นว่า ด้วยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา รัฐบาล และ ศบค. ได้มีมติที่ประชุมและมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสCovid-19 โดยเน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัด ปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง เฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดหล่อแหลม สถานที่แออัด นั้น พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และได้กำชับการปฎิบัติของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันนี้ (26 มิ.ย.64) ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้สั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง สำหรับมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19&amp;nbsp; ในพื้นที่ กทม. ให้ควบคุมหรือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ไซด์งานก่อสร้าง โดยมีประสานการปฎิบัติระหว่าง กทม. หน่วยงานทหาร และ บช.น. ส่วนพื้นที่ปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม&amp;nbsp; และ ปทุมธานี ซึ่งจะกำหนดเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม โดย ศบค. ให้ควบคุมหรือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ไซด์งานก่อสร้าง ประสานการปฎิบัติระหว่าง จว. ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานทหาร และ ตำรวจภูธร จว. และในพื้นที่ จว.ชายแดนใต้&amp;nbsp; ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่ประสานการปฎิบัติระหว่าง จว.พื้นที่กับ หน่วยงานทหาร และตำรวจภูธร จว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับสั่งการ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp;กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ลงไปขับเคลื่อนอย่างจริงจังตามนโยบายรัฐบาล และ ศปม.&amp;nbsp; กำชับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ให้ประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานในพื้นที่ ทหาร&amp;nbsp; สาธารณะสุข และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกำลัง&amp;nbsp; เมื่อมีการร้องขอ เพิ่มมาตรการในการควบคุมโรค Covid-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัด ร่วมตรวจสอบหรือปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มพื้นที่ตามเส้นทางระหว่างแนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน ตรวจสอบและควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังคงกำชับให้ ตํารวจภูธรภาค 1- 9, กองบัญชาการตํารวจนครบาล, สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยสาธารณะสุขและหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp; มีมาตรการเข้มในการกวดขันจับกุมการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ การนำพา การให้ความช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลดำเนินคดีถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตามพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศโดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ พร้อมตั้งจุดตรวจ จุดสกัดกั้นเส้นทางเพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาสู่พื้นที่ชั้นใน&amp;nbsp; ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เมื่อได้รับการร้องขอ ออกตรวจสอบ ควบคุมการย้ายแรงงานข้ามจังหวัด แคมป์แรงงานก่อสร้าง สถานประกอบการ สถานบันเทิง แหล่งมั่วสุมที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัส&amp;nbsp; หากมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายังหมายเลขสายด่วน191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ศปม., แคมป์คนงาน, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d70f0e72f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปม.เช็คความพร้อม&#039;ชลบุรี&#039;เตรียมตั้งโรงพยาบาลสนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.64-พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) มอบหมายให้ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร (เสธ.ทหาร) และเสนาธิการ ศปม. ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยและผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจพื้นที่จังหวัดชลบุรีและร่วมการประชุมแก้ไขสถานการณ์ มีการบรรยายสรุปจากหน่วยราชการ ที่ได้ปฏิบัติงานเชิงรุกมาตั้งแต่ห้วงเทศปีใหม่ โดยที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโรคเกิดจากแหล่งสถานบันเทิง โรงเบียร์ และได้ลุกลามกระจายไปในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.สุพจน์ขอให้จังหวัดจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้กรณีสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งควรวางแผนเรื่องโรงพยาบาลสนามไว้ด้วย สำหรับนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีมากกว่า 5,000 โรงงาน ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการรายงานการตรวจคัดกรองโควิดของพนักงานและหากพบพนักงานที่มีความเสี่ยงก็จะดำเนินการแจ้งหน่วยงานของจังหวัดเพื่อประสานการปฏิบัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดชลบุรีมีการจัดตั้งจุดตรวจสกัด จำนวน 17 จุด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด มีเสรีในการควบคุมการปฏิบัติเพื่อให้มีกำลังเพียงพอ รวมทั้งทำความเข้าใจให้ประชาชนอย่าปิดบังไทม์ไลน์ของตน เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรค ด้านเจ้าของกิจการ เจ้าของสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ต่างก็ให้ความร่วมมือในการดำเนินการ 3 มาตรการของรัฐบาลเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะและไทยชนะ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนโยบายของหัวหน้าศปม.ในการส่งผู้แทนศูนย์ฯ ออกตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจในทุกจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงควบคุมสูงสุดและเข้มข้น และพื้นที่เสี่ยงควบคุมสูงสุดทั่วประเทศ รวมทั้งมอบหมายให้แม่ทัพภาคทุกภาค ระดมตรวจการปฏิบัติงานการบูรณาการสกัดกั้นขบวนการลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายในทุกพื้นที่ชายแดน เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงทุกหน่วยสามารถสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล หน่วยงานด้านสาธารณสุข และฝ่ายปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89349</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, ศปม., โควิด-19, โรงพยายาบสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffaa58a2a48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ผีพนันไม่กลัวโควิดอ้างมีเจลล้างมือ-ใส่หน้ากากจนยอดจับกุมเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงภาพรวมการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม.หลังมีการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางประเภทว่า จากการรวบรวมสถิติเปรียบเทียบ 7 วันก่อนหน้านี้ที่มีการผ่อนคลาย และหลัง 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นการนอกเคหะสถานในช่วงเคอร์ฟิว หรือการรวมกลุ่ม มั่วสุ่ม ลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ทั้งสองส่วนปรากฎว่าหลังจากมีการผ่อนคลาย ภาพรวมกระทำผิดสูงขึ้นนิดหน่อยไม่มาก จากเดิม 7 วันก่อนหน้านี้ประมาณ 4,407 คดี แต่หลังวันที่ 3 พ.ค. จนถึงวันที่10 พ.ค. จำนวน5,363 คดี เพิ่มขึ้นประมาณ 900 กว่าคดี หรือร้อยละ 21 นอกจากนี้ หากแยกในรายละเอียดความผิดออกนอกเคหะสถาน เพิ่มขึ้น 827 คดี ส่วนใหญ่ยังมีประชาชนบางส่วนไม่สามาถปรับการใช้ชีวิตประจำวัน ยังคงออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุอันควร เช่น การไปเที่ยวบ้านเพื่อน ร้อนออกมาทำธุระ ซึ่งมันไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการเล่นการพนันจากเดิม 664 คดี เป็น 704 คดี เพิ่ม 40 คดี แต่ที่น่าสนใจคือ หลังวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ความปิดเรื่องการมั่วสุม โดยการดื่มสุราสูงขึ้น เช่น 300 เป็น 600 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเราไม่อยากจับกุมดำเนินคดี เราอยากตักเตือนแต่เหลือทนจริงๆ ประเภทเตือนแล้วครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ไปยังเจออีก หรือมั่วสุ่ม ดื่มสุรา ส่งเสียงรบกวนประชาชนโทรศัพท์แจ้งเราพบบ่อยมาก นอกจากนี้ ที่ยังจับกุมได้อยู่ตลอด คือ การเล่นการพนัน จำนวนรายลดลงก็จริง จากเดิมเล่น 2-3 คน แต่ระยะหลังพบว่ามีผู้เล่นสูงขึ้น 10-20 คน และมีการมั่วสุ่มในเรื่องสุรา ประกอบกัน ซึ่ง ผบ.ทสส และผบ.ตร ย้ำเสมอว่าตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่เราตักเตือนมาพอสมควร ในความผิดประเภทซ้ำซ้อน จากนี้ต้องดำเนินการเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีภาพหลังจับกุมบ่อนการพนันพอผู้สื่อข่าวไปสอบถามการรวมกลุ่มไม่กลัวโควิดหรือ พบทั้งหมดบอกมีเจลล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปทำความเข้าใจหรือไม่ว่าการเข้าไปจับกุมไม่ใช่เฉพาะเรื่องการทำความผิดอย่างเดียวเท่านั้น พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ต้องแยกให้ออกเรามีกฎหมายพิเศษพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ละจังหวัดมีพ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งจะออกข้อกำหนดตามพ.ร.บ .โรคติดต่อ แต่ละจังหวัด หลักใหญ่ 3 หลัก ที่ยังมีอยู่คือเรื่องหน้ากาก การล้างมือ แต่ที่บกพร่องบ่อยครั้ง คือ การรักษาระยะห่าง การรวมกลุ่มแบบนั้นเสี่ยงแพร่เชื้อโรค โดยปกติเจ้าหน้าที่สายตรวจชุดเคลื่อนที่เร็วดูครอบคลุมหลายส่วน ทั้งนี้ สถานประกอบการหลายแห่งทำดี เราต้องชม บางส่วนยังต้องปรับปรุง เราดำเนินการ รวมถึงการกวดขัน จับกุม มั่วสุ่ม ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่โรคอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นการพนัน ตั้งวงดื่มสุรา นั่งใกล้กันใส่หน้ากากก็จริง แต่ไม่ตลอดเวลา เพราะมีการพูดคุย เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เราควบคุมตัวเลขได้อย่างดี แต่ยังมีบางส่วนบกพร่องอยู่
&amp;nbsp;
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง และสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ประกอบการหลายแห่งที่มีการผ่อนคลาย พบว่าน่าสนใจในช่วง 3-4 วันนี้มีผู้ฝ่าฝืน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ &amp;nbsp;จากการไปลงพื้นที่ตรวจ 6,000 กว่า ปฏิบัติตามมาตรการประมาณ 6,001 ไม่ปฏิบัติตามประมาณ1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขน่าชื่นใจตัวเลขเกือบจะศูนย์แล้ว พอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง เขต ท้องถิ่น และสาธารณสุขไปตรวจตรวจตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดตัวเลขลดลงไปเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ร้านอาหารหลายร้านเป็นตัวอย่างที่ดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถ้าต้องนั่ง 2 คนก็มีฉากกั้น อย่างไรก็ตาม ทั่วประเทศให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ประกอบการและผู้ที่ไปจับจ่ายใช้สอยในซูเปอร์มาร์เก็ต อยากให้คงแบบนี้ต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65533</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศปม., โควิด1-9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7ab0b803b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทสส.&#039;ลั่นร้านค้าได้ผ่อนคลายแล้วไม่ทำตามมาตรการคุมเข้มโควิดเตือนก่อนสั่งปิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงว่า มาถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นว่าควรมีมาตรการผ่อนคลายบางมาตรการ โดยวันที่ 3 พ.ค.นี้ เป็นวันแรกของการใช้มาตรการผ่อนคลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ชีวิตทุกคนเปลี่ยนแปลงไป ใน 2 ส่วนหลักการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยหมายถึงกิจการอันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต เช่น การออกกำลังกาย ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล ให้สัตว์ได้รับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า 2 วันที่ผ่านมาเกิดการเดินทางเป็นจำนวนมาก เพราะอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย ซึ่งการผ่อนคลายจากมาตรการที่เคยปิดให้มาเปิดได้ ไม่ใช่ให้เราผ่อนคลายความเข้มงวดที่เคยมีต่อตัวเอง รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้เราการ์ดตก เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจจะมีบางคนที่เข้าใจว่านั่นคือการพักผ่อน อาจจะเข้าใจว่าเราการ์ดตกได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรายังการ์ดตกไม่ได้ ดังนั้นการเดินทางไม่ใช่คำแนะนำที่รัฐบาลประสงค์ให้ทุกคนปฏิบัติได้ในขณะนี้ ในข้อกำหนดที่ประกาศออกมายังระบุว่างดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องแสดงหลักฐาน และเมื่อเดินทางไปแล้วจะต้องเจอกับจุดตรวจเข้มคนของจุดตรวจทั้งหลาย ก็ต้องยอมรับสภาพว่าทั้งเดินทางไปและกลับจะต้องพบกับความไม่สะดวกเหล่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากครั้งนี้คือ ผู้ประกอบการ ที่ต้องจัดให้มีการดำเนินมาตรการตามหลัก ที่กำหนดคือ 1.จะต้องจัดให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส 2.ต้องจัดให้ทุกคนในสถานบริการนั้นมีหน้ากาก 3.ต้องจัดให้มีเจลสบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ 4.จะต้องจัดให้มีจัดมาตรการเว้นระยะ และ5.ต้องทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในสถานบริการนั้น ภาระหนักจะตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าการกทม.ที่จะต้องจัดทีมลงไปตรวจ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นคู่มือออกมาแล้ว โดยศบค.ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ไปตรวจ ให้เป็นไปตามหลักการใหญ่ของการผ่อนคลาย เช่น&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของคนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปซื้อของ ไปร้านค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีเกรงว่าอาจจะมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดจึงมอบหมายตนไปดู และเมื่อได้ไปสุ่มตรวจในบางซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็พบว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือขาดความพิถีพิถันในการดำเนินการไปบ้างซึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุดตรวจของฝ่ายความมั่นคง หากตรวจแล้วพบว่าสถานประกอบการนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักก็ต้องตักเตือน ถ้าไม่ทำอีกก็ปิด เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อคนในภาพรวมไม่ได้ประสงค์ต่อการกันแกล้ง เพื่อให้ทุกคนที่ไปใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าสถานที่ที่เข้าไปนั้นปลอดภัยพอเพียง นี่คือความยืดหยุ่นผ่อนคลาย รัฐบาลคำนึงถึงว่าไม่สามารถไปตรวจจากทุกสถานประกอบการให้เป็นมาตรฐานได้ ดังนั้น จึงอาจมีช่องทางของการร้องเรียน เช่น ทำเนียบมีโทรศัพท์ 1111 ขอย้ำเป็นการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทกลับมาเปิดได้ แต่ไม่ใช่เราผ่อนคลายตัวเอง ขอให้การเดินทางไปที่ใดก็ตามของทุกคนคงเป็นไปตามคำแนะนำของรัฐบาลคือต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะ ทำความสะอาดมือ ต้องคงวินัยตัวเองอย่างนี้ตลอดไปยังไม่ถึงเวลาผ่อนคลาย ดังนั้น ถ้าใครเข้าใจผิดในช่วง 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางไปแล้วก็ต้องยอมรับมาตรการที่จะมีการตรวจสอบในการเดินทางขากลับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผบ.ทสส. กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดที่ 4 พ.ค., 6 พ.ค. และ 11 พ.ค.ถ้าไม่เดินทาง หยุดแล้วอยู่กับบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นที่มีการผ่อนคลายให้ และสนับสนุนให้ทำงานอยู่กับบ้าน ทำงานเหลื่อมเวลา ขอให้ยึดหลักเดิมไว้เพื่อประคองตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ให้น้อยอยู่เช่นนี้ ส่วนการตั้งจุดตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ทั้งจุดตรวจโควิด-19 ลดลงแล้ว เหลือ 312 จุด และจุดตรวจเคอร์ฟิว เหลือ 690 จุด และไปเพิ่มชุดออกสุ่มตรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ที่จะดำเนินการจริงจังเข้มข้นในห้วง 28 วันจากนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประกอบการ, ผ่อนคลาย, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, ร้านค้า, ศปม., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4bc3e5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
