<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ยิ้มตลาดหุ้นไทยทะยาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 2564 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สิ้นเดือนมกราคม 2564 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,466.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค โดย MSCI ASEAN Index ปรับลดลง 1.9% เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมเทียบกับสิ้นปี 2563 พบว่าหลายอุตสาหกรรมปรับตัวดีกว่าดัชนีหุ้นไทย อาทิ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 6.26% โดยดัชนีหุ้นในตลาด mai ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาปิดที่ระดับ 356.33 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 18 เดือน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมใน SET และ mai อยู่ที่ 100,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เดือนที่สามติดต่อกัน และเป็นเดือนที่สองที่สภาพคล่องเกิน 100,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเป็นเดือนแรกในรอบ 3 เดือน ด้วยมูลค่า 10,700 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ มูลค่า 16,000 ล้านบาท และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 942 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิด้วยมูลค่า 27,600 ล้านบาท โดยในเดือนนี้นักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 คิดเป็น 46.61% ของมูลค่าการซื้อขายรวม เพิ่มขึ้นจากจากปีก่อนหน้าที่ 43.66%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า มองว่ากรณีการไล่ซื้อหุ้นที่ถูกทำ Short Sales หรือ Short Squeeze เหมือนเหตุการณ์ GameStop ในสหรัฐนั้น ไม่น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย เนื่องจากจำนวนสถานะขาย (Short) หุ้นในไทยส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ที่ปริมาณการ Short ได้มีไม่มาก เพราะมีการจำกัดไซส์ในแต่ละบริษัท และตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) ในไทย มีผลิตภัณฑ์ด้าน Short เฉลี่ยแล้วไม่มาก รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างจำกัด อีกทั้งถูกควบคุมเพดานการถือครองของแต่ละผลิตภัณฑ์ ทั้งในสินค้า single stock futures และสินค้า SET50 Futures ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า TFEX&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), ศรพล ตุลยะเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f4e29d4d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยขยับอันดับ ดัชนีแข่งขันโต เข้าสู่4.0เต็มตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;WEF ชี้ชัดไทยเข้าสู่ยุค 4.0 มากขึ้น ขีดความสามารถทางการแข่งขันดีขึ้น ขยับอยู่อันดับ 38 จากปี 60 อยู่ที่ 40 ขุนคลังบินรวมถกเวทีไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ชมเปาะเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายพสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ WEF (World Economic Forum) แถลงรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก 4.0 (Global Competitiveness Index : GCI 4.0) ซึ่งเปรียบเทียบความสามารถทางการแข่งขันของ 140 ประเทศทั่วโลกว่า ในปีนี้ผลสำรวจชี้ชัดว่าประเทศไทยก้าวสู่ความเป็น &amp;nbsp;4.0 มากขึ้น โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 38 โดยมีคะแนน 67.5 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน นับว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากปีที่ผ่านมา ซึ่งปี 60 ไทยอยู่ในอันดับที่ 40 และมีคะแนน 66.3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้ประเทศที่ได้อันดับ 1-10 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยสิงคโปร์ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง สหราชอาณาจักร สวีเดน และ เดนมาร์ก ตามลำดับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคะแนนและอันดับของประเทศนั้น หากเปรียบเทียบกับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จะพบว่าด้านที่มีอันดับที่ดีและส่งผลบวกต่อดัชนีความสามารถทางการแข่งขันโดยรวม ได้แก่ ด้านระบบการเงิน ที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 14 ของโลก และได้รับคะแนน 84.19 (จาก 100) โดยในด้านระบบการเงินนั้น มีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมของเงินทุน การให้สินเชื่อ ผลิตภัณฑ์การเงินประเภทต่างๆ รวมทั้งระบบในการลดและกระจายความเสี่ยงต่างๆ ทางด้านการเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านที่ประเทศไทยยังจะต้องพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ความเป็น 4.0 ให้มากขึ้นนั้น ประกอบไปด้วย ด้านการแข่งขันภายในประเทศ ซึ่งอยู่อันดับที่ 92 ของโลก ด้วยคะแนน 53.4 โดยในด้านนี้จะเกี่ยวข้องกับระบบการแข่งขันภายในประเทศที่เปิดให้บริษัทต่างๆ ได้มีโอกาสในการแข่งขันอย่างเท่าเทียม รวมทั้งการปิดกั้นและความซับซ้อนของกฎระเบียบต่างๆ นอกจากนี้ ด้านการศึกษาและทักษะ อยู่ที่ 66 ของโลก ด้วยคะแนน 62.99&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง WEF พยายามชี้ให้เห็นว่า ถ้าประเทศต่างๆ มุ่งเน้น 4.0 เพิ่มคะแนน 4.0 ให้ดีขึ้น รายได้ของประชากรก็จะเพิ่มขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะเพิ่มขึ้น และประชาชนของประเทศก็จะมีความสุขมากขึ้น โดยผลสำรวจของปี 61 บ่งบอกชัดเจนระหว่างความสัมพันธ์ของการแข่งขันกับรายได้ ซึ่ง 20 อันดับแรกของโลก เป็นประเทศที่มีรายได้สูงทั้งสิ้น และ 40 ประเทศก็เป็นประเทศที่มีรายได้สูงทั้งสิ้น ยกเว้นอยู่ 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย จีน และไทย ซึ่งเราสามารถเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้นในปีถัดไปได้โดยเน้นด้านนวัตกรรม&amp;quot; นายพสุระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามแนวทางของ WEF การที่ประเทศจะก้าวไปสู่ความเป็น 4.0 ต้องให้ความสำคัญทั้งหมด 4 ด้าน คือ ระบบเศรษฐกิจและการธุรกิจที่มีความคล่องตัว, นวัตกรรมทั้งระบบ ทั้งด้านที่จับต้องไม่ได้ หรือความหลากหลายของคน ความคิดของคน และที่จับต้องได้ และบุคลากรที่มีทักษะและสุขภาพดี รวมถึงรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมที่จะปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ถือว่ามาถูกทางแล้ว สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จไปอีกขั้น แต่ก็ยังมีข้อกังวลในเรื่องของการปฏิบัติ จากไอเดียที่คิดจะทำยังไงให้นำไปปฏิบัติได้จริง ขณะเดียวกันมองภายหลังมีการเลือกตั้งแล้วการเมืองยังไม่มีความมั่นคงไปอีก 2-3 ปี น่าจะทำให้ระดับการแข่งขันของประเทศปรับตัวลดลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ในฐานะผู้ว่าการของไทยในกลุ่มธนาคารโลก เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปี 2561 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้แข็งแกร่งในปีหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภาพรวมทั้ง 2 องค์กรไม่ได้เป็นห่วงต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย และเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี เห็นได้จากทั้ง 2 องค์กรปรับจีดีพีไทยเพิ่มขึ้นจากระดับ 3% กว่ามาอยู่ในระดับ 4.5-4.6% แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากปัญหาสงครามการค้าก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, พสุ เดชะรินทร์, ศรพล ตุลยะเสถียร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc74c17c0ce9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุ้นจีดีพีไตรมาส 2 โตสูงกว่า 4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลุ้นเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2561 โตสูงกว่า 4% อานิสงส์เครื่องชี้เศรษฐกิจยังคึกคัก ยอดจองห้องพักล่วงหน้า 3 เดือนทะยานแตะ 40.1% ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โตสูงสุดรอบ 63 เดือน การขอใบอนุญาต รง.4 สูงสุดรอบ 5 เดือน ปลื้ม &amp;ldquo;มูดี้ส์&amp;rdquo; ชมเปาะภาคการคลังไทยแข็งแกร่ง เมินปัญหาการเมืองในประเทศ แม้เป็นรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เหตุมองภาพรวมนโยบายยังช่วยสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2561 จะขยายตัวได้ค่อนข้างดี โดยสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 4% หลังจากที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/ 2561 ขยายตัวได้ 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากฐานตัวเลขเศรษฐกิจของไตรมาส 2 /2560 เริ่มขยายตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังขยายตัวได้ดี เพราะเครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวมีสัญญาณเป็นบวกจำนวนมาก ทั้งการยอดการจองห้องพักของนักท่องเที่ยว 3 เดือนล่วงหน้าจนถึงเดือน มิ.ย. 2561 สูง 40.1% มากที่สุดตั้งแต่กระทรวงการคลังเก็บตัวเลขมาตั้งปี 2558 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. 2561 สูงสุดในรอบ 37 เดือน ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขยายตัวมากสุดในรอบ 63 เดือน การขอใบอนุญาตเปิดโรงงานใหม่ (รง.4) สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และการส่งออกของไทยไปกลุ่มประเทศ CLMV ขยายตัวมากสุดในรอบ 13 เดือน และการส่งออกไปประเทศจีนขยายตัวมากสุดในรอบ 7 เดือน&amp;rdquo; นายศรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2561 เพิ่มเป็น 4.5% จากเดิม 4.2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกขยายตัวดี การลงทุนภาคเอกชนเริ่มขยายตัว และรัฐบาลเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สศค. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังยังมีเวลาอีก 2 เดือน ในการทบทวนการปรับประมาณการเศรษฐกิจ ปี 2561 ใหม่ คาดว่าจะมีการปรับตัวเลขการส่งออกให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะขณะนี้มีสำนักวิจัยเศรษฐกิจบางแห่งคาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ถึง 10% และกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้กว่า 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของโลก มูดี้ส์ อินเวสเตอส์ เซอร์วิส ได้เข้าพบ สศค. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเงินการคลัง โดย มูดี้ส์ มองว่าภาคการคลังของประเทศไทยเข้มแข็งเป็นกำลังสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มูดี้ส์ก็ไม่กังวลเรื่องการเมืองภายในประเทศ จากการที่รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะดูจากการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่ทำให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และมีการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านต่างๆ มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มูดี้ส์ยังให้ความสำคัญการลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเป็นครั้งแรกที่มูดี้ส์ได้มีการเดินทางไปพบผู้บริหารที่สำนักงานอีอีซี&amp;rdquo; นายวโรทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย.2561เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2561 โดยเครื่องยนต์สำคัญมาจากการส่งออกสินค้า การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี ในขณะที่ด้านการผลิตส่งสัญญาณการเติบโตในทุกหมวดทั้งการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เกษตรกรรม อีกทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10370</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, มูดี้ส์ อินเวสเตอส์ เซอร์วิส, ศรพล ตุลยะเสถียร, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, เศรษฐกิจไทย, ไตรมาส2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f4e29d4d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
