<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์จำคุก50ปี ป๋าติ๊ก-วิคตอเรียฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก &amp;quot;ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ&amp;quot; กับ ผจก.สถานบริการคนละ 68 ปี ในคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท ส่วนพรรคพวกก็เจอคุกกราวรูด พร้อมปรับอีกร่วม 8 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ อาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหายรวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท, นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป, หจก.อมรินทร์ ออนเซน, น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี ความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 11 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 14, 27 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 283 ทวิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างต้นเดือน ธ.ค.2560-12 ม.ค.2561 พวกจำเลยสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ เป็นธุระจัดหาหญิงสาวชาวไทย 2 คน และชาวเมียนมา 7 คน อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อการค้าประเวณีเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2561 พิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย สำหรับ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจก.เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ ก็พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยที่ 1-4 และ 6 มาจากเรือนจำและทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 68 ปี จำคุกจำเลยที่ 3-4 คนละ 62 ปี 8 เดือน จำคุกจำเลยที่ 6 รวม 68 ปี ปรับ 8,000 บาท และให้ปรับจำเลยที่ 5 จำนวน 3,978,666 บาท กับจำเลยที่ 7 จำนวน 3,970,666 บาท โดยตามกฎหมายแล้วให้ลงโทษจำคุกได้สูงสุดคนละ 50 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่เป็นเด็กสาวผู้เสียหายที่ 2-3 คนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยณรงค์ อันสุข, บริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด, บุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ, ศรัทธาธรรม แจ้งฉาย, ศศิธร วิระเทพสุภรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf721310e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าติ๊ก-กบ&#039;อ่วม คุก18ปี16เดือน ค้ากามวิคตอเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุก &amp;quot;ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ&amp;quot; ผจก.อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ค้าประเวณีเด็กต่างด้าว 18 ปี 16 เดือน &amp;quot;หุ้นส่วนผู้จัดการ&amp;quot; คนขอใบอนุญาตสถานบริการโดนคุก 7 ปี 14 เดือน ยกฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ เหตุพยานหลักฐานไม่พอฟังให้ลงโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท 2 สำนวน ประกอบด้วย สำนวนแรก คดีหมายเลขดำ คม.25/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือเอส (ไม่ทราบอายุ), นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการ, น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ, หจก.อมรินทร์ออนเซน, นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือหนู (ไม่ทราบอายุ) เป็นจำเลยที่ 1-6 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือน ก.ค.57 ถึงวันที่ 13 ม.ค.60 จำเลยทั้ง 5 กับพวกซึ่งมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นเครือข่ายดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป กระทำผิดร้ายแรง โดยเป็นธุระจัดหาซื้อขาย จำหน่าย พาไปส่ง หน่วงเหนี่ยวกักขังหรือหลอกลวงเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุไม่เกิน 15 ปี จากประเทศเมียนมา มาส่งยังประเทศไทย และไปประเทศมาเลเซีย เพื่อแสวงหาประโยชน์จากหญิงเมียนมาด้วยการบังคับให้ค้าประเวณี อันเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และนางศศิธร จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อมรินทร์ออนเซน ของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่เมื่อเดือน ก.ค.57 - 4 ก.ค.59 จำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี ผู้ดูแล และผู้จัดการกิจการค้าประเวณี ภายใต้ชื่อสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้มีผู้เสียหายหญิงเมียนมา ขณะเกิดเหตุอายุ 12 ปีเศษ ได้เข้ามาในประเทศโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่ได้มาอาศัยอยู่ที่ห้องพักแมนชั่นย่าน ถ.ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันนำพาผู้เสียหายมาจากประเทศเมียนมา และให้ผู้เสียหายค้าประเวณีทั้งที่สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท และสถานที่ต่างๆ ในชั้นพิจารณาจำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันร่วมกับเจ้าหน้าที่สอดคล้องกันว่าถูกหลอกมา โดยมีนายสมชายพามาที่กรุงเทพฯ และได้พามาแนะนำตัวกับผู้หญิงที่สถานบริการที่เรียกว่าแม่สุ ที่ได้สอนวิธีการใช้ถุงยางและการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า และได้ถูกนายสมชายพาไปเปิดบริสุทธิ์โดยผู้เสียหายต้องทนค้าประเวณีเป็นเวลา 2 ปี และระหว่างนั้นถูกส่งตัวไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย โดยให้นั่งรถประจำทางไปลงที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งบังคับให้ผู้เสียหายต้องแต่งตัวลักษณะคล้ายกับหญิงมุสลิมเพื่อผ่านด่านไปประเทศมาเลเซีย โดยมีนายเดชา จำเลยที่ 6 ขับรถกระบะพาผู้เสียหายไปค้าประเวณียังสถานบริการประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการนัดแนะเวลาไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางนำสืบในส่วนของนายบุญเฉลียว จำเลยที่ 1 ฟังได้เพียงว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด ซึ่งได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 100 &amp;nbsp;บาทต่อครั้ง และขณะนั้นจำเลยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด โดยพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จะเกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณีกับจำเลยอื่นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา แม้จะไม่ใช่ผู้ที่รับผู้เสียหายไว้โดยตรง แต่จำเลยก็เป็นผู้มีอำนาจดูแลควบคุมและจัดการ ย่อมทราบความเป็นไปถึงการดำเนินกิจการต่างๆ ของสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ที่อยู่ในความดูแลของตน &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น แม้จะอ้างว่ามีบริษัทอื่นที่มาดำเนินการแทน แต่ก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ จึงฟังได้ว่านายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3, น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเดชา หรือสิงห์ จำเลยที่ 6 ทางนำสืบพยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากไม่มีการนัดหมายเวลาที่แน่นอนย่อมไม่สามารถดำเนินการได้ภายในสถานที่และเวลาที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;โดยที่จำเลยอ้างว่าเพียงขับรถรับจ้างก็กล่าวอ้างลอยๆ ไม่อาจรับฟังได้ การกระทำของจำเลยที่ 6 นอกจากจะผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป เพื่อค้าประเวณีกับเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แล้วก็ยังกระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 และ 6 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ &amp;nbsp;2 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ ฐานเป็นผู้ดูแลและผู้จัดการสถานการค้าประเวณีให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 คนละ 5 ปี ส่วน น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 ไม่ได้เข้ามาดำเนินกิจการในสถานบริการอาบอบนวดโดยตรง จึงให้ลงโทษสถานเบา จำคุกเป็นเวลา 1 ปี สำหรับนายเดชา จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 5 ปี ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และจำคุกอีก 4 ปี ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมจำคุกจำเลยที่ 6 &amp;nbsp;เป็นเวลา 9 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทางนำสืบของจำเลยที่ 2-4 และ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 &amp;nbsp;คงจำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 จำคุก 8 เดือน และนายเดชา จำเลยที่ 6 จำคุกทั้งสิ้น 6 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 &amp;nbsp;และ หจก.อมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 ก็พิพากษาให้ยกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คดีค้ามนุษย์สำนวนที่ 2 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหายรวม 3 &amp;nbsp;คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, หจก.อมรินทร์ออนเซน, น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1 -7 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีเด็กสาวผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมเบิกความสอดคล้องกัน &amp;nbsp;จึงพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ &amp;nbsp;จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มีความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ ให้จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย สำหรับ หจก.อมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจก.เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่เป็นนิติบุคคลให้เช่าสถานที่ ก็พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อรวมโทษจำคุกนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ และนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ทั้ง 2 สำนวนแล้ว จำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้นคนละ 18 ปี 16 เดือน ขณะที่ น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตสถานบริการนั้น เมื่อรวมโทษทั้ง 2 สำนวนแล้วจำคุกทั้งสิ้น 7 ปี &amp;nbsp;14 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16299</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ, ศรัทธาธรรม แจ้งฉาย, ศศิธร วิระเทพสุภรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลียว จันทร์พิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8406b1e2817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องกราวรูด &#039;วิคตอเรียซีเคร็ท&#039; ค้ามนุษย์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 - เวลา 16.15 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี, นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายมนัส อ่วมทับ หรือป๋านัส อายุ 48 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, นายสมชาย แสงอุดม หรือป๋าต้น อายุ 52 ปี, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออเซน โดย น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 8 ในฐานะผู้มีอำนาจ, น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ อายุ 46 ปี และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด โดยนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์มิชอบจากบุคคลและเด็กจากการค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นด้วยวิธีการฉ้อฉลหลอกลวง โดยใช้อำนาจมิชอบ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานอัยการโจทก์ระบุพฤติการณ์ความผิดของจำเลยสรุปว่า เมื่อประมาณต้นเดือน ต.ค. 2559 &amp;ndash; 12 ม.ค. 2561 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 9 กับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ได้บังอาจกระทำผิดกฎหมายหลายบท หลายกรรมต่างกัน โดยการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไป หญิงสาวชาวเมียนมาร์จำนวน 113 คน โดยมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาทำการค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อสนองความใคร่ทางกามารมณ์แก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำโดยมิชอบ ต่อมาวันที่ 12 ม.ค. 2561 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานเข้าทำการตรวจค้นสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท พร้อมกับจับกุมพวกจำเลย โดยชั้นสอบสวนจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำฟ้องพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากจำเลยขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากจำเลยได้รับการปล่อยตัวอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ คม.24/2561 ไว้พิจารณา และเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมาสอบคำให้การในวันที่ 9 เม.ย.นี้ เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, บุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ, มนัส อ่วมทับ, วิคตอเรียซีเคร็ท, ศรัทธาธรรม แจ้งฉาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61df04515b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
