<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้าราชการยิ้มออก &#039;กบข.&#039;โชว์ครึ่งปีสร้างผลตอบแทนกระฉูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย. 2564 นางศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการลงทุนของ กบข. ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 (ม.ค. - มิ.ย. 64) ว่า กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนแผนหลัก (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) สูงถึง 3.68% โดยสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงสุด 3 อันดับ ประกอบด้วย สินค้าโภคภัณฑ์ 26.2% ตราสารทุนโลกตลาดพัฒนาแล้ว 13.1% และตราสารทุนไทย 9.0% สะท้อนการวางกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นลงทุนสินทรัพย์เติบโต ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงไตรมาส 2/2564 การลงทุนทั่วโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป จากเม็ดเงินจำนวนมากที่อัดฉีดเข้าสู่ระบบ เสริมด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทุกกลุ่มได้รับอานิสงส์ไปด้วย สอดรับกับกลยุทธ์การลงทุนของ กบข. ที่มีการกระจายการลงทุนไปในตราสารทุนตลาดพัฒนาแล้ว&amp;rdquo; นางศรีกัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 กบข. มองว่า เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องจับตามองคือ แผนการบริหารจัดการสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (Tapering) แนวโน้มการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และทิศทางของ yield พันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุนและตลาดเงินทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ความสำคัญของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงมีความจำเป็นอย่างมาก กบข. จึงวางกลยุทธ์การลงทุนโดยปรับลดระยะเวลาการถือครองพันธบัตรเพื่อป้องกันความเสี่ยง และปรับลดอัตราการป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับมุมมองเงินบาทที่อ่อนค่าลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศรีกัญญา กล่าวอีกว่า คาดการณ์ว่าในไตรมาส 4/2564ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นมาได้ ผนวกกับเป็นช่วงที่ไทยจะมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนได้มากขึ้น และในปี 2565 นักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับเข้ามาในประเทศได้ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และเศรษฐกิจจะกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115900</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบข, บริหารกองทุน, ศรีกัญญา ยาทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6001337117fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กบข.&#039;ชี้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงสูงวิ่งฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 นางศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวถึง แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงนี้ ว่า เศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดจากดัชนีภาคเศรษฐกิจในหลายตัวชี้วัดเริ่มฟื้นตัวและปรับตัวได้ดีขึ้น หลังจากที่มีการเร่งฉีดวัคซีนในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มสูงขึ้นแซงหน้าการแพร่เชื้ออย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในสหรัฐฯ จีน สหราชอาณาจักร และในอีกหลายภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเศรษฐกิจของไทย ยังคงมีแนวโน้มการฟื้นตัวช้า ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกและภาคบริการอย่างการท่องเที่ยว จึงยังคงต้องการมาตรการเยียวยาทั้งด้านการคลัง และการเงินที่ตรงจุดเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผลพวงจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลกลางทั่วโลกอัดฉีดเพื่อช่วยเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะได้รับอนุมัติงบประมาณสูงถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เร็วกว่ากำหนด ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง กบข. จึงมองว่าตลาดตราสารทุนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market) และกลุ่มประเทศเอเชีย รวมถึงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ได้แก่ ทองแดง น้ำมัน และสินค้าเกษตรกรรม ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กบข. มองว่า ยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน จากการที่ราคาของสินทรัพย์เสี่ยงมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น เริ่มส่งผลไปถึงอัตราเงินเฟ้อที่ขยับตัวขึ้น และทำให้อัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดย กบข. คาดว่าอาจจะปรับตัวสูงขึ้นไปถึงระดับ 1.5-1.6% ภายในปี 2564 รวมถึงค่าเงินบาทน่าจะแข็งค่าอยู่ในระดับ 29.50 - 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงยืนยันในการคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป&amp;rdquo; นางศรีกัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สรุปผลสำรวจเรื่องผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจไทยในเดือนก.พ. 2564 โดยพบว่า ระดับการฟื้นตัวของธุรกิจในภาพรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังมีการผ่อนคลายมาตรการ และปรับโซนพื้นที่ควบคุมใหม่ โดยภาคการค้าได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากมาตรการของรัฐ และภาคท่องเที่ยวเริ่มเห็นสัญญาณปรับดีขึ้นจากผลของวันหยุดยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ธุรกิจส่วนใหญ่คาดว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในไทยจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าระลอกก่อนเล็กน้อย อีกทั้งยังปรับตัวได้ค่อนข้างมากและดีขึ้นจากเดือนก่อน ยกเว้นภาคท่องเที่ยวและภาคการค้า ส่วนระดับกิจกรรมทางธุรกิจที่ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน ส่งผลให้ระดับการจ้างงานและรายได้ของแรงงานในธุรกิจส่วนใหญ่ทยอยปรับดีขึ้น และใช้นโยบายปรับเปลี่ยนการจ้างงานลดลงจากเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนอกภาคการผลิตมีแนวโน้มใช้นโยบายปลดคนงานเพิ่มขึ้นเพื่อประคับประคองธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้วัคซีนโควิด-19 จะช่วยจุดประกายสร้างความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ถูกผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดหนักที่ผ่านมา ประกอบกับการที่รัฐบาลกลางแต่ละประเทศใส่เม็ดเงินเข้ามาในระบบเพื่อฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจแท้จริงยังคงฟื้นตัวอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับในประเทศไทย ทำให้เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงไหลไปลงทุนในทรัพย์สินเสี่ยงมากขึ้น เพื่อหาผลตอบแทนทางการเงินที่สูงกว่า&amp;rdquo; ธปท. ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบข., ศรีกัญญา ยาทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ccb3eaa0e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
