<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำศรีลังกาวิงวอนประชาคมโลกปกป้องมรดกพุทธจากเงื้อมมือตอลิบัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา แห่งศรีลังกาเรียกร้องกลางที่ประชุมสมัชชายูเอ็นให้ทั่วโลกช่วยกันปกป้องมรดกทางพุทธศาสตร์ในอัฟกานิสถาน ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้การปกครองของระบอบตอลิบันที่เป็นอิสลามิสต์เคร่งครัดและเคยระเบิดทำลายองค์พระพุทธรูปแห่งบามิยันเมื่อ 20 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน กล่าวว่า ระบอบตอลิบันกลับเข้ามายึดครองอัฟกานิสถานเมื่อกลางเดือนที่แล้ว เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีนับแต่โดนกองทัพสหรัฐและพันธมิตรโค่นอำนาจการปกครองเมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลา 5 ปีที่ระบอบอิสลามเคร่งครัดนี้ปกครองอัฟกานิสถานครั้งแรก&amp;nbsp; พวกเขาเคยระเบิดทำลายพระพุทธรูปขนาดยักษ์ที่สลักบนหน้าผาในหุบเขาบามิยันเมื่อเดือนมีนาคม 2544 โดยไม่ฟังคำวิงวอนจากนานาชาติให้ละเว้นมรดกอายุเก่าแก่ 1,500 ปี ที่ตอลิบันระบุว่าขัดต่อหลักศาสนาอิสลามที่ห้ามรูปเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาประจำปีขององค์การสหประชาชาติเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีราชปักษากล่าวเรียกร้องว่า เขาขอร้องต่อองค์การสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศให้รับประกันการคุ้มครองมรดกทางพุทธศาสนาของอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การกลับมาครองอำนาจใหม่คราวนี้ ตอลิบันพยายามแสดงภาพพจน์ของแนวทางสายกลางมากขึ้น แต่ชาวบ้านในหุบเขาบามิยันหลายคนบอกว่า นักรบตอลิบันที่ฮึกเหิมกับชัยชนะได้ระเบิดทำลายรูปสลักอีกครั้ง โดยเป็นรูปสลักของผู้นำชนเผ่าฮาซารา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ตกเป็นเป้าหมายการประหัตประหารโดยพวกอิสลามิสต์สุหนี่หัวแข็งกร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน หุบเขาบามิยันยังคงหลงเหลือเครือข่ายถ้ำ อันเป็นที่ตั้งของวัด อาราม และภาพวาดของศาสนาพุทธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หน้าผาในหุบเขาบามิยันที่ครั้งหนึ่งเคยประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดยักษ์ แต่โดนตอลิบันระเบิดทำลายทิ้ง (Photo by: Eye Ubiquitous/Universal Images Group via Getty Images)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ปกป้องมรดกพุทธศาสนา, ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา, พระพุทธรูปบามิยัน, ระเบิดพระพุทธรูป, ศรีลังกา, หุบเขาบามิยัน, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c3461f3c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีมาก วัคซีนซิโนฟาร์มมีประสิทธิภาพสูงกับสายพันธุ์เดลตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาแล้วข้อมูลการใช้งานจริงจากศรีลังกา นักวิจัยของมหาวิทยาลัยชั้นนำในศรีลังการ่วมกับนักวิจัยจากออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษพบว่า วัคซีนโควิด-19 ซิโนฟาร์มของจีนมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดหนักทั่วโลกอยู่เวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่ผลิตโดยไชน่าเนชันแนลฟาร์มาซูติคอลกรุ๊ป ซึ่งเรียกกันว่าซิโนฟาร์ม หรือ BBIBP-CorV เป็นวัคซีนที่ศรีลังกาใช้มากที่สุด โดยข้อมูลที่สำนักข่าวซินหัวอ้างจากนักวิจัยของศรีลังการะบุว่า ถึงขณะนี้มีประชาชนในศรีลังกาฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มโดสแรกแล้ว 4.63 ล้านราย และ 1.29 ล้านรายได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว โดยไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีดวัคซีนนี้แม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีข่าวดีเพิ่มเติมจากผลการศึกษาโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีชยวรรธนปุระที่ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจากอังกฤษ ชี้ว่า วัคซีนของจีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตา โดยการตอบสนองของแอนติบอดี (สารภูมิต้านทาน) ต่อไวรัสนี้และแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่พบในการติดเชื้อไวรัสนี้ตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 95 ของผู้ที่ได้ฉีดซิโนฟาร์มครบ 2 โดสแล้ว ร่างกายได้สร้างแอนติบอดีในระดับคล้ายคลึงกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ ร้อยละ 81.25 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส ร่างกายยังผลิตแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ และระดับของแอนติบดีก็คล้ายกับระดับที่พบในผู้ที่หายจากอาการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์นีลิกา มาลาวิเก หัวหน้าแผนกภูมิคุ้มกันวิทยาและเวชศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยศรีชยวรรธนปุระ ที่ร่วมในการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า การศึกษาชนิดนี้เป็นผลงานชิ้นแรกในโลกที่เผยแพร่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของซิโนฟาร์มในการใช้งานจริง และข้อมูลจากโลกแห่งความเป็นจริงนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อวัคซีนทั้งในประเทศและระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัย ซึ่งศาสตราจารย์ผู้นี้กล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญพิจารณาในทุกแง่มุมที่เป็นไปได้ของระบบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนชนิดนี้ ยังเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อสายพันธุ์แอลฟา (ที่พบครั้งแรกในอังกฤษ) และบีตา (พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้) รวมถึงไวรัสโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บทสรุปของรายงานฉบับนี้ก็คือ เมื่อว่ากันถึงเดลตาและสายพันธุ์อื่นๆ วัคซีนซิโนฟาร์มกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของแอนติบอดีในระดับคล้ายคลึงกับของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก&amp;quot; มาลาวิเกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอยังขยายความด้วยว่า ในกลุ่มผู้ที่อายุระหว่าง 20-40 ปี วัคซีนนี้กระตุ้นแอนติบอดีได้ร้อยละ 98 แต่สำหรับกลุ่มอายุเกิน 60 ปี มีร้อยละ 93 ที่พัฒนาแอนติบดี ซึ่งไม่น่าประหลาดใจเพราะผู้สูงอายุจะตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัคซีนซิโนฟาร์มเป็นหนึ่งในชนิดวัคซีนที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในจีน และบริษัทตกลงจะส่งมอบวัคซีน 170 ล้านโดสเข้าโครงการโคแวกซ์ภายในกลางปี 2565.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนฟาร์ม, ประสิทธิภาพสูง, มหาวิทยาลัยศรีชยวรรธนปุระ, วัคซีนโควิด, ศรีลังกา, เดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f83cc8ce4f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 23:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระบาดหนัก เพื่อนบ้านอินเดียทยอยปิดพรมแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศรีลังกาเป็นประเทศเพื่อนบ้านของอินเดียชาติล่าสุดที่ประกาศปิดพรมแดนเมื่อวันพฤหัสบดี ต่อจากบังกลาเทศและเนปาล หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจศรีลังกาตรวจยานพาหนะที่จุดตรวจในพื้นที่ล็อกดาวน์ชานกรุงโคลัมโบ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (Photo by Saman Abesiriwardana/Pacific Press/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนบ้านของอินเดียทั้งสามประเทศนี้กำลังดิ้นรนรับมือกับการระบาดที่รุนแรงขึ้นและกำลังเสี่ยงต่อความหายนะของมนุษย์ตามที่ผู้นำกลุ่มกาชาดกล่าวกันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ทางการศรีลังการายงานว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมงเป็นสถิติใหม่ของประเทศที่ 14 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,939 คน รัฐบาลศรีลังกาออกคำสั่งห้ามเที่ยวบินโดยสารจากอินเดียเข้าประเทศแล้ว และกองทัพเรือประกาศด้วยว่าได้เพิ่มการลาดตระเวนทางน้ำเพื่อขับไล่เรือลากอวนของอินเดียอยู่ห่างจากน่านน้ำ ทั้งนี้ ศรีลังกามีผู้ติดเชื้อสะสม 117,529 คน เสียชีวิต 734 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้บังกลาเทศและเนปาลก็ห้ามเที่ยวบินจากอินเดียเช่นกัน และปิดพรมแดนของตนฝั่งอินเดีย ทั้งสองประเทศนี้ รวมถึงปากีสถานต่างมีอัตราผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของบังกลาเทศนั้นระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดเมื่อวันที่ 14 เมษายน เพราะพบจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น และสั่งปิดพรมแดนอินเดียในวันที่ 26 เมษายน บังกลาเทศมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 767,338 คน เสียชีวิต 11,755 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าตัวเลขจริงในประเทศเอเชียใต้เหล่านี้สูงกว่าที่รายงานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเนปาล ระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน มีผลจนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม มีเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ไป-กลับจากอินเดียได้เพียง 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพื่อรับพลเมืองที่ตกค้าง ส่วนจุดผ่านแดนถูกปิดเกือบทั้งหมด ที่เปิดก็อนุญาตให้เฉพาะชาวเนปาลข้ามแดนกลับมาเท่านั้น เนปาลมีผู้ติดเชื้อแล้ว 368,580&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คน เสียชีวิต 3,529 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (ไอเอฟอาร์ซี) กล่าวว่า โรงพยาบาลจำนวนมากในเนปาลมีผู้ป่วยโควิดล้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะในเมืองทางใต้ใกล้ชายแดนอินเดีย ไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาก ตอนนี้มีคนไข้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของเดือนที่แล้ว 57 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่มัลดีฟส์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด 32,665 คน เสียชีวิต 74 คน ก็เพิ่มข้อจำกัดในการรับผู้เดินทางจากอินเดียโดยยืนกรานว่าต้องมีผลตรวจเป็นลบจึงจะเข้าประเทศหมู่เกาะท่องเที่ยวแห่งนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102048</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, ปิดพรมแดน, ศรีลังกา, เนปาล, เพื่อนบ้านอินเดีย, โควิด-19, โควิดระบาดหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60941377e93df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 22:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ศรีลังกาจับกุม&#039;มิสซิสเวิลด์&#039;ฉาว แย่งมงกุฎผู้ชนะบนเวที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนแล้ว ตำรวจศรีลังกาจับกุมแคโรไลน์ จูรี เจ้าของตำแหน่ง &amp;quot;มิสซิสเวิลด์&amp;quot; คนปัจจุบัน ข้อหาทำร้ายร่างกายจากการกระชากมงกุฎออกจากศีรษะของ &amp;quot;มิสซิสศรีลังกา&amp;quot; แล้วยังไม่สำนึกผิดขอโทษ แม้คู่กรณีจะเปิดช่องยอมความแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคโรไลน์ จูรี ก่อเรื่องอื้อฉาวบนเวทีประกวดมิสซิสศรีลังกาเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อเธอดึงมงกุฎออกจากศีรษะของพุชพิกา เด ซิลวา หลังจากเป็นผู้มอบมงกุฎมิสซิสศรีลังกา 2020 ให้กับเด ซิลวา เองไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น ในฐานะที่เธอเป็นเจ้าของตำแหน่งนี้เมื่อปีที่แล้วซึ่งก้าวไกลไปคว้ามงกุฎมิสซิสเวิลด์ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกวดนางงามครั้งนี้จัดที่โรงละครเนลุม โพกุนา ในกรุงโคลัมโบ และถูกถ่ายทอดสดทางโซเชียลมีเดีย โดยมีภริยาของนายกรัฐมนตรีเป็นแขกพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูรีอ้างว่า เด ซิลวา ไม่มีคุณสมบัติเข้าประกวดเวทีนี้ เพราะเธอหย่ากับสามีแล้ว แต่ผู้ที่จะครองมงกุฎนี้ต้องเป็นสตรีที่มีสามี การชิงมงกุฎของเธอทำให้เด ซิลวา บาดเจ็บที่ศีรษะ ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ดี กองประกวดยืนยันว่า เด ซิลวา มีคุณสมบัติครบเพราะแม้เธอจะแยกกันอยู่กับสามี แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า และกองประกวดได้นำมงกุฎมามอบคืนให้เธอเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างคำกล่าวของอชิธ โรฮานา ตำรวจอาวุโสของโคลัมโบว่า ตำรวจจับกุมจูรี และจุลา มานาเมนทรา เพื่อนของเธอ ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายและสร้างความเสียหายแก่โรงละครเนลุม โพกุนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด ซิลวา บอกกับนักข่าวด้านนอกสถานีตำรวจเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เธอพร้อมจะถอนข้อกล่าวหาหากจูรีขอโทษเธอต่อสาธารณะ แต่จูรีปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า ศาลนัดไต่สวนวันที่ 19 เมษายน และจูรีกับเพื่อนร่วมก่อเหตุครั้งนี้ได้รับการประกันตัวออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทิมาล ชายาซิงห์ ผู้จัดการประกวดมิสซิสศรีลังกา กล่าวว่า พวกเขาไม่สบายใจอย่างยิ่งและเสียใจกับพฤติกรรมของจูรี กองประกวดได้เรียกค่าเสียหายจากจูรีด้วยเช่นกัน ทั้งความเสียหายบนเวทีและในห้องแต่งตัวหลังเวที ที่กระจกแตกไปหลายบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ความวุ่นวายหลังการประกาศผลยังทำให้งานต้องยืดยาวเกินกว่า 2 ชั่วโมง และผู้จัดการโรงละครได้เรียกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 500,000 รูปีด้วย (ประมาณ 78,000 บาท).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98845</URL_LINK>
                <HASHTAG>พุชพิกา เด ซิลวา, มิสซิสศรีลังกา, มิสซิสเวิลด์, ศรีลังกา, แคโรไลน์ จูรี, แย่งมงกุฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606da05b30fc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 23:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 23:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รง.ผลิตแมสก์ส่งสหรัฐเจอแรงงานติดโควิดกว่า1,000ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรงงานแบรนดิกซ์ในศรีลังกาตรวจพบแรงงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า 1,000 ราย ส่งผลให้ยอดติดเชื้อในประเทศเพิ่มพรวดพราดเป็นเกือบ 4,500 คน เผยโรงงานแห่งนี้เพิ่งจัดส่งหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้นให้ลูกค้าในสหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายในโรงงานของแบรนดิกซ์ หนึ่งในผู้ส่งออกสิ่งทอรายใหญ่ที่สุดของศรีลังกา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นกว่า 1,000 ราย หลังจากตรวจพบการติดเชื้อรายแรกเมื่อ 3 วันก่อน บริษัทสิ่งทอรายนี้อ้างว่า ความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงานใกล้กรุงโคลัมโบแห่งนี้มีอุปสรรคจากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการที่มีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาธ ซามาราวีรา หัวหน้านักระบาดวิทยาของศรีลังกา เรียกร้องให้ชุมชนท้องถิ่นทั้งหลายให้ความร่วมมือกับทางการ ท่ามกลางความวิตกว่าไวรัสอาจแพร่กระจายไปไกลยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่นานก่อนหน้านี้ รัฐบาลศรีลังกากล่าวว่าไม่มีการแพร่เชื้อภายในชุมชนของประเทศเลย ศรีลังกามีประชากร 21 ล้านคน การติดเชื้อกลุ่มใหญ่ในโรงงานแห่งนี้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของศรีลังกาเพิ่มเป็น 4,442 ราย เสียชีวิต 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานดังกล่าวมีลูกจ้าง 1,700 คน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบว่ามีคนงาน 1,026 คนติดไวรัสและถูกส่งเข้าโรงพยาบาลแล้ว พนักงานที่เหลือ รวมถึงครอบครัวของแรงงานทุกคน อยู่ในกระบวนการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์กักกันของรัฐ คาดว่าทั้งหมดจะถูกตรวจเชื้อไวรัสภายใน 1-2 วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคที่ตั้งของโรงงานแห่งนี้ รวมถึงชุมชนใกล้เคียง ถูกล็อกดาวน์อย่างไม่มีกำหนดแล้ว ทางการสั่งห้ามการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม, โรงเรียนถูกปิดแม้เหลือเพียง 5 วันก็จะปิดภาคเรียน, การแข่งขันคริกเก็ตถูกยกเลิก และกองทัพเลื่อนงานฉลองครบรอบ 71 ปีการสถาปนากองทัพในวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า โรงงานของแบรนดิกซ์แห่งนี้เพิ่งส่งหน้ากากอนามัยแบบ 3 ชั้น จำนวน 200 ล้านชิ้น ให้แก่ลูกค้ารายหนึ่งในสหรัฐที่ไม่เปิดเผยเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานนี้เป็นหนึ่งในโรงงานที่รับผลิตหน้ากากอนามัยตามออเดอร์ของลูกค้า โดยนับแต่เดือนสิงหาคม โรงงานเปลี่ยนไปผลิตชุดกีฬาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีลังกา, แรงงานติดเชื้อไวรัส, โควิด-19, โรงงานแบรนดิกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 23:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 23:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.ราชปักษาแห่งศรีลังกาตั้งพี่ชาย, ลูก, หลาน กินตำแหน่งรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตระกูลราชปักษากระชับอำนาจมั่น ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ตั้งเครือญาติอีก 2 คนร่วมรัฐบาลชุดใหม่ที่เปิดเผยรายชื่อเมื่อวันพุธ เพิ่มเติมจากการยกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้พี่ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา (ขวา) มอบเอกสารแต่งตั้งมหินทา ราชปักษา พี่ชายที่เข้าพิธีสาบานตนที่วัดเกลาณียะราชมหาวิหารในกรุงโคลัมโบเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โกตาบายา ราชปักษา อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยุคปราบกบฏพยัคฆ์ทมิฬวัย 71 ปี ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้แต่งตั้งมหินทา ราชปักษา พี่ชายวัย 74 ปีของเขาซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดี มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมหินทาเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งไปตั้งแต่วันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองพี่น้องเพิ่งนำพรรคชาตินิยมเอสแอลพีพีกวาดที่นั่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งเมื่อวันพุธที่แล้วถึง 145 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร 225 ที่นั่ง และต้องการเสียงจากพันธมิตรอีกแค่ 5 ที่นั่งเป็นอย่างน้อยสำหรับการครองเสียง 2 ใน 3 ของสภาชุดใหม่ เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกระชับอำนาจของตระกูลราชปักษาที่ยกโขยงกันเข้าสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม กล่าวว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรีศรีลังกาชุดใหม่ 26 คนที่เปิดเผยในวันเดียวกันนี้ โกตาบายารับหน้าที่คุมงานด้านกลาโหม ส่วนมหินทาผู้พี่จะคุมด้านการคลัง, วัฒนธรรมและการเคหะ นอกจากนั้น ชามัล พี่ชายของทั้งคู่ซึ่งมีอายุ 77 ปี ยังคงได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเช่นเดิม ส่วนนามัล ลูกชายคนโตของมหินทา ได้เป็นรัฐมนตรีการกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านั้น อำนาจของตระกูลนี้ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อไปถึงรุ่นหลาน เมื่อชาชีนทรา ราชปักษา หลานชายของสองพี่น้อง จะได้เป็นรัฐมนตรีด้านการเกษตร แม้จะไม่ได้ร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองพี่น้องมีความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 ซึ่งถ่ายโอนอำนาจบริหารบางส่วนจากประธานาธิบดีไปอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี เช่นกันกับสถาบันอิสระที่จะทำหน้าที่ดูแลงานบริการสาธารณะและระบบศาลยุติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตระกูลราชปักษา, มหินทา ราชปักษา, ศรีลังกา, โกตาบายา ราชปักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f3414f3d91d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีลังกาวอนข้าราชการบริจาคเงินเดือน 1 เดือนให้รัฐบาลต่อสู้ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลศรีลังกาวิงวอนให้ลูกจ้างภาครัฐรวมถึงทหาร-ตำรวจ 1.5 ล้านคน บริจาคเงินเดือนเดือนพฤษภาคมให้รัฐบาลใช้เป็นทุนในการกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการล็อกดาวน์ยาวนานหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจและทหารศรีลังกาตรวจสอบใบอนุญาตผู้ขับขี่รถยนต์เข้ากรุงโคลัมโบ ระหว่างเคอร์ฟิว เมื่อวันที่พุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีดินแดนเป็นเกาะในภูมิภาคเอเชียใต้แห่งนี้ยังไม่ทันฟื้นตัวจากเหตุก่อการร้ายระเบิดนองเลือดสังหาร 279 ชีวิตเมื่อวันอาทิตย์อีสเตอร์ปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้ประเทศ แล้วยังต้องมาเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ทำให้อุตสาหกรรมทั้งหมดถูกปิด ระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจส่วนใหญ่ยกเว้นธุรกิจจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับอาหารและยา ถูกสั่งหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม กล่าวว่า พี. บี. ชยาสุนทร เลขาธิการประธานาธิบดีศรีลังกา ทำจดหมายถึงกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาล เรียกร้องให้ข้าราชการและลูกจ้างภาครัฐทั้งหมดราว 1.5 ล้านคน ซึ่งรวมถึงทหารและตำรวจ สละเงินเดือนเดือนพฤษภาคม เพื่อแสดง &amp;quot;ความรับผิดชอบทางสังคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดือนที่ผ่านมา พวกคุณไม่สามารถเดินทาง จับจ่ายซื้อของ จึงลดทอนการใช้จ่ายไปจำนวนมาก&amp;quot; ชยาสุนทรกล่าวในจดหมาย &amp;quot;ระหว่างที่กำลังขอกู้เงินและขอความช่วยเหลือจากประเทศอื่นๆ เราก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งภายในของเรา พิจารณาว่านี่ (การบริจาค) คือความรับผิดชอบทางสังคมของพวกคุณในช่วงเวลาวิกฤติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือนระดับสูงของศรีลังการายหนี้อ้างเหตุผลว่า เงินบริจาคเหล่านี้จะช่วยรัฐบาลลดการขาดดุลงบประมาณได้อย่างมาก และแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศด้วยการประหยัดงบประมาณได้ 100,000 ล้านรูปี (ราว 17,315 ล้านบาท) โดยตัวเขาก็บริจาคเงินเดือนเดือนนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นายกฯ มหินทา ราชปักษา กล่าวไว้ว่า ศรีลังกาไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติเพื่อใช้ต่อสู้กับไวรัสเลย และคำกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลของเขาเคยนำเงินช่วยเหลือจากต่างชาติไปใช้ในทางที่ผิดนั้นเป็นเรื่อง &amp;quot;ไม่มีมูลความจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการถึงวันพฤหัสบดี ศรีลังกามีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ 797 ราย เสียชีวิต 9 ราย โดยรัฐบาลเตรียมจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ที่ขยายมาแล้ว 2 รอบ ในวันจันทร์หน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65316</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคเงินเดือน, ศรีลังกา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb3f722bf6d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
