<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบวัยรุ่น 61%ตื่นเต้นได้ไปเลือกตั้งครั้งแรก แต่ก็กังวลเรื่องทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาภาพ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 2562 &amp;nbsp;นายศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) เปิดเผยผลการสำรวจ &amp;quot;พฤติกรรมและความคิดเห็นต่อการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของเยาวชนที่เพิ่งมีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นี้&amp;quot; พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 61.02 ยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.98 ระบุว่าไม่รู้สึกตื่นเต้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60.74 ยอมรับว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนร้อยละ 39.26 ระบุว่าตัดสินใจแล้ว ที่น่าสนใจกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 70.29 ยอมรับว่าตนเองไม่เข้าใจระบบการคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 29.71 ระบุว่าเองเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุผลสำคัญที่สุดที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือเลือกตามสมาชิกในครอบครัว รองลงมาระบุว่าเลือกตามเพื่อนฝูง/คนรู้จัก,เลือกจากคุณสมบัติ/พฤติกรรมของตัวผู้สมัคร ส่วนร้อยละ 7.38 ระบุว่าเลือกจากนโยบายของพรรค ผู้ที่พรรคเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีและคุณสมบัติ/พฤติกรรมของผู้บริหาร/สมาชิกพรรคตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในด้านความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.52 ยอมรับว่าตนเองรู้สึกกังวลว่าจะมีการทุจริต/คดโกงด้วยวิธีการต่างๆในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ มากกว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งที่ผ่านๆมา ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 48.82 ยอมรับว่าตนเองรู้สึกกังวลว่าหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ ประเทศจะกลับไปสู่ความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองอีกครั้ง ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28713</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัยรุ่นตื่นเต้น, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC), ศรีศักดิ์ จามรมาน, สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์, เลือกตั้ง 2562, เลือกตั้งครั้งแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c5f77c0ad172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลแฉสินบนตำรวจ&#039;จราจร&#039;แชมป์&#039;ยาเสพ&#039;ตามมาติดๆคดีละเมิดทางเพศยังเรียกเอาเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61- ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโสสำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(STC) เปิดเผยผลการสำรวจ &amp;ldquo;ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปต่อปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;rdquo; สำรวจระหว่างวันที่ 8 ถึง 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,208 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.33 และเพศชายร้อยละ 49.67 สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ประเภทคดีที่มีปัญหาการเรียกรับสินบนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมากที่สุด 5 อันดับตามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ คดีจราจร/การขนส่งคิดเป็นร้อยละ 86.92 คดียาเสพติดคิดเป็นร้อยละ 84.69 คดีค้าของเถื่อน/ของผิดกฎหมายคิดเป็นร้อยละ 82.37 คดีทะเลาะวิวาท/ทำร้ายร่างกายคิดเป็นร้อยละ 79.64 และคดีล่วงละเมิดทางเพศคิดเป็นร้อยละ 76.66&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบระหว่างนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชากับนายตำรวจชั้นผู้น้อยกับการมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 30.05 มีความคิดเห็นว่านายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชามีส่วนทำให้เกิดปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนได้มากกว่า ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 19.04 มีความคิดเห็นว่านายตำรวจชั้นผู้น้อยมีส่วนทำให้เกิดปัญหาได้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 50.91 ระบุว่านายตำรวจทั้งสองกลุ่มมีส่วนทำให้เกิดปัญหาเท่าๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความคิดเห็นต่อปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 76.24 มีความคิดเห็นว่าพฤติกรรมของประชาชนที่ชอบเสนอสินน้ำใจ/ค่าน้ำร้อนน้ำชามีส่วนทำให้เกิดปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.94 ไม่เชื่อว่าตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ไม่รู้เห็นกับพฤติกรรมทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างประมาณสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 75.08 มีความคิดเห็นว่าการลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมทุจริตเรียกรับสินบนด้วยการย้ายออกนอกพื้นที่จะมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยสำคัญที่สุด 3 ปัจจัยที่มีส่วนช่วยลดปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างคือ ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันคิดเป็นร้อยละ 89.07 การปลูกจิตสำนึกประชาชนไม่ให้เสนอสินน้ำใจคิดเป็นร้อยละ 87.17 ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดคิดเป็นร้อยละ 84.6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความคิดเห็นต่อการแก้ปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.6 เห็นด้วยที่จะมีการกำหนดบทลงโทษนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชามีพฤติกรรมทุจริตเรียกรับสินบน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 19.78 ไม่เห็นด้วย ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 7.62 ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.61 มีความคิดเห็นว่าหากมีการกำหนดให้ผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตเรียกรับสินบนต้องรับโทษประหารชีวิตจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ลดลงไปได้ และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.52 มีความคิดเห็นว่าหากมีการสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทุจริตเรียกรับสินบนทันทีโดยไม่ได้รับเงินเดือนแทนการย้ายออกนอกพื้นที่ในระหว่างการสอบสวนจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ลดลงไปได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่แต่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 47.35 มีความคิดเห็นว่าปัญหาการทุจริตเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปจากสังคมไทยภายในช่วงเวลายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.49 มีความคิดเห็นว่าจะสามารถแก้ไขให้หมดไปได้ภายในช่วงยุทธศาสตร์ 20 ปี ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14.16 ไม่แน่ใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจรับสินบน, ศรีศักดิ์ จามรมาน, สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5b1a442a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
