<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ่อโพธิ์&#039; บ่อโบราณแห่งเมืองศรีสัชนาลัย 800 ปีน้ำไม่เคยแห้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - นายทองพิน &amp;nbsp;ตรัสมา อายุ 75 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายจักรพงศ์ &amp;nbsp;มิ่งมิตร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตร ได้พาผู้สื่อข่าวไปพิสูจน์ &amp;ldquo;บ่อโพธิ์&amp;rdquo; บ่อน้ำโบราณยุคเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ที่ตั้งอยู่บริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หมู่ 5 บ้านแสนตอ ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แม้กาลเวลาผ่านมา 800 ปี แต่น้ำในบ่อนี้ก็ไม่เคยแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายทองพิน &amp;nbsp;บอกว่า คนเฒ่าคนแก่เรียกบ่อน้ำนี้ว่า &amp;ldquo;บ่อโพธิ์&amp;rdquo; เพราะอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เมื่อต้นเก่าหมดอายุขัย โพธิ์ต้นใหม่ก็เกิดแทน ปากบ่อมีความกว้าง 2 เมตร ลึก 3 เมตร ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นจุดพักของกองทัพทหาร เป็นเส้นทางเชื่อมโยงกับเมืองโบราณบางขลัง เชื่อกันว่าเป็นบ่อศักดิ์สิทธิ์ ใครเจ็บป่วยก็จะมาบวงสรวง ตักน้ำไปดื่มกินรักษาโรคด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงฤดูแล้ง บ่อน้ำทุกบ่อในหมู่บ้านจะแห้งขอด แต่ทว่าที่บ่อโพธิ์โบราณ จะมีน้ำใต้ดินไหลซึมมาจากห้วยน้ำดิบที่อยู่ห่างกัน 800 เมตร ผุดขึ้นมาในบ่อตลอด ไม่เคยแห้งขอดแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ทั้งคนและสัตว์ได้ใช้ดื่มกินมาถึงทุกวันนี้ และเมื่อ 20 กว่าปีก่อน พระสงฆ์กับชาวบ้านก็ได้ช่วยกัน ก่อหินศิลาแลงล้อมหลุมบ่อไว้ เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงวัวควาย ไม่ให้ตกลงไปในบ่อน้ำ&amp;rdquo; นายทองพิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์นี้เอง จึงทำให้มีชาวบ้านมากราบไหว้ ขอโชคลาภจากต้นโพธิ์ตรงบ่อน้ำโบราณ หลายคนสมหวังก็นำเครื่องมาเซ่นไหว้ บางคนถูกหวยได้เงินนับแสน ก็มาแก้บนด้วยการตั้งศาลใหม่ให้กับเจ้าแม่ พร้อมถวายชุดไทย ขนมไทย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101331</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อโพธิ์, ศรีสัชนาลัย, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bfdebdc183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยพระตีนแลบถูกขัง40ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เผยภาพองค์จริง &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย ในรอบ 40 ปี หลังถูกขังกรงบนหอสูงหนีโจรใจบาป ณ วัดเชิงคีรี อ.ศรีสัชนาลัย กำลังหารือจะนำลงมาประดิษฐานไว้ด้านล่าง แต่ยังกังวลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับอนุญาตจากพระมหามานพ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดเชิงคีรี หมู่ 3 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ให้ขึ้นไปบันทึกภาพ &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย เพื่อนำเผยแพร่เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี หลังถูกขังไว้พร้อมกับพระพุทธรูปเก่าแก่อีก 4 องค์ ในกรงเหล็ก 2 ชั้น บนยอดมณฑปจัตุรมุขที่สูงถึง 50 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้โจรใจบาปมาลักขโมยไปได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหามานพกล่าวว่า ในกรงเหล็กบนยอดมณฑปจัตุรมุขมีพระพุทธรูปโบราณล้ำค่ายุคสุโขทัย อายุกว่า 700 ปี จำนวน 4 องค์ และพระเก่าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์อีก 1 องค์ โดยองค์สำคัญโด่งดังที่สุดคือ หลวงพ่อนิรนาม และหลวงพ่อพระบาทแลบ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว มีพุทธลักษณะสวยงามมากองค์หนึ่ง แล้วก็มีเท้าแลบยื่นออกมามากกว่าพระพุทธรูปที่พบเห็นโดยทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่ต้องย้ายขึ้นไปประดิษฐานไว้บนหอสูง ก็เพราะว่าเมื่อปี พ.ศ.2522 เคยมีโจร 4 คน ควงปืน ถือระเบิด บุกเข้ามาในกุฏิแล้วจับพระ 3 รูปขังไว้ในห้อง ก่อนพยายามจะพังลูกกรงในกุฏิของพระสมุห์เจิง ณิปัญโญ (อาจารย์แมว) เจ้าอาวาสขณะนั้น เพื่อจะขโมยพระตีนแลบกับพระพุทธรูปเก่าอีกหลายองค์ แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะเจ้าอาวาสเห็นเหตุการณ์แล้ววิ่งไปบอกชาวบ้านมาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้โจรได้ไปแค่เงินบริจาค 6,000 กว่าบาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดเชิงคีรีเล่าต่อว่า จากเหตุการณ์โจรบุกปล้นวัดครั้งนั้นจึงต้องสร้างมณฑปจัตุรมุขแบบปิดตายทางขึ้น-ลงเมื่อปี พ.ศ.2523 แต่โจรก็ยังไม่ละความพยายาม แอบปีนขึ้นไปงัดลูกกรงเหล็ก และสามารถขโมยพระพุทธรูปอายุกว่า 400 ปีไปได้ 2 องค์ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่พระพุทธรูปเก่าแก่กว่า 700 ปี 4 องค์ และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 1 องค์ ยังคงอยู่จนทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันพระเก่าล้ำค่าบนยอดมณฑปจัตุรมุขกำลังเสื่อมสภาพลง เพราะเจอทั้งแดด ลม ฝน และขี้นก มาตลอด 40 ปี ทางพระ คณะกรรมการวัด และชาวบ้าน จึงปรึกษาหารือกันเพื่อจะนำลงมาประดิษฐานไว้ด้านล่าง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะยังกังวลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย&amp;rdquo; พระมหามานพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัดเชิงคีรี หรือวัดตีนเขา หมู่ 3 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างมรดกโลก &amp;ldquo;อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย&amp;rdquo; ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เนื่องจากมีโบราณสถานยืนยันความเก่าแก่คือ ตัวโบสถ์ ใบเสมา และหลวงพ่อโต พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ อายุกว่า 700 ปี ขนาดหน้าตักกว้าง 100 นิ้ว สูง 138 นิ้ว ปัจจุบันถือว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีหน้าตักกว้างที่สุดใน จ.สุโขทัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในโบสถ์ยังมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัยอีก 2 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 64 นิ้ว สูง 82 นิ้ว นามว่าพระปลัดซ้าย และพระปลัดขวา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อสองพี่น้อง รวมทั้งมีรอยพระพุทธบาทจำลอง อายุกว่า 400 ปี และในอดีตยังเคยเป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้าเมืองสวรรคโลก เป็นสำนักเรียนปริยัติธรรมของพระสงฆ์ และเป็นที่สอบธรรมสนามหลวงในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97186</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขังกรงบนหอสูงหนีโจรใจบาป, พระตีนแลบ, พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย, วัดเชิงคีรี, ศรีสัชนาลัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3c7b4ddd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก้งป่าหลงทาง!วิ่งเข้าบ้านคนที่ศรีสัชนาลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62 - เมื่อช่วงเช้าผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเก้งป่าน้ำหนักตัวประมาณ 30 กิโลกรัม วิ่งพลัดหลงจากป่าเข้ามาในบ้านของนางจรูญ &amp;nbsp;ธุรี อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ 4 บ้านวังค่า ต.ป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ชาวบ้านจึงช่วยกันจับขังไว้ในกรงชั่วคราว ก่อนไปแจ้งนายวิทิต &amp;nbsp;ประเสริฐสูง ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย มารับเก้งตัวดังกล่าวนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสัชนาลัย, สุโขทัย, หลงทาง, เก้งป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dd9f5e4bc4ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2026 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ข้าวเปิ๊บ-ก๋วยเตี๋ยวแบ&#039; ร้านยายเครื่อง อร่อยหนึ่งเดียวในสุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ถ้าเอ่ยชื่อจังหวัดสุโขทัยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็คงหลับตานึกเห็นภาพความเป็นประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ในยุคที่มีพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ผู้ซึ่งประดิษฐ์อักษรไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.1826มาจนถึงวันนี้ ประเทศไทยมีกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี แต่ความมีเสน่ห์ของกรุงสุโขทัยก็ยังคงมีร่องรอยปรากฏให้พบเห็นและสัมผัสได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนจากแดนไกลให้ต้องไปลิ้มลองสักครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;ข้าวเปิ๊บยายเครื่อง&amp;rdquo; ตำนานความอร่อยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของอาหารพื้นเมืองที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เราอยากแนะนำนี้ ร้านข้าวเปิ๊บยายเครื่องตั้งอยู่ที่บ้านต้นนาจั่น ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ติดกับเมืองลับแล ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ดังนั้นการจะเดินทางไปลิ้มรสความอร่อยที่ร้าน ข้าวเปิ๊บยายเครื่อง เส้นทางอาจจะดูสลับซับซ้อน แต่ก็ไปไม่ยากเพราะสามารถค้นหาเส้นทางได้ในแผนที่อินเตอร์เน็ต เพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโฮมสเตย์ชื่อดัง อีกทั้งมีชื่อเสียงเรื่องผ้าหมักโคลนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือวันหยุดยาวรวมทั้งเสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก เพราะมีของกินอร่อยเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าวเปิ๊บและก๋วยเตี๋ยวแบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อเดินทางไปถึงร้าน ข้าวเปิ๊บยายเครื่อง จะตั้งอยู่ในสวนที่มีต้นไม้ปรกคลุมดูครึ้มร่มรื่นมองเห็นบ้านทรงไทยหลังใหญ่แถมปากทางเข้าร้านยังมีรูปปั้นยักษ์ยืนตระหง่านอยู่สองตนด้วย เมื่อเดินก้าวเข้าไปในร้านที่เป็นบ้านสวนชนบทแต่ดูดีก็จะมองเห็นห้องครัวแบบเปิดโล่งโชว์การทำเมนูเด็ดให้ได้เห็นกันเด่นชัด รวมถึงได้สัมผัสสถานที่นั่งกินใต้ถุนบ้านทรงไทย รวมถึงมีลานกว้างเป็นโต๊ะไม้สวยงามมีต้นกล้วยปลูกเป็นไม้ประดับให้เป็นร่มเงาบริเวณร้านสามารถรองรับลูกค้าได้เกือบ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อมาถึงในร้านจะมีใบสั่งอาหารวางอยู่บนโต๊ะให้เราเลือกเมนูอาหารเพียงแค่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รายการประกอบด้วย ข้าวเปิ๊บ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ก๋วยเตี๋ยวแบ (&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการนี้เด็ดสุด )&amp;nbsp;,หมี่พัน&amp;nbsp;,ข้าวพันไข่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวพันโอบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวพันน้ำซุป&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวพันพริกและชุดรวมไข่-โอบ-ซุป-พริก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เราเลือกสั่งข้าวเปิ๊บและก๋วยเตี๋ยวแบ เป็นเมนูจานแรก และเข้าไปดูวิธีปรุงก็พบว่า ในห้องครัวอยู่ใต้ซุ้มไม้ที่มีหลังคาคุมลมพัดระบายอากาศถ่ายเทดูแล้วเย็นสบาย มีเตาถ่านซึ่งมีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำจากดินเหนียว เห็นเปลวไฟลุกโชนมองเห็นจากช่องข้างใต้สำหรับสอดฟืนเข้าไปด้านบนเตาทำเป็นหลุมสำหรับวางหม้อดิน มีผ้าขาวบางขึงตึงอยู่บนปากหม้อ ครอบด้วยฝาชีที่มีไม้เป็นด้ามจับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แม่ครัวซึ่งเป็นลูกสาวและคนในครอบครัวของยายเครื่องลงมือทำข้าวเปิ๊บด้วยการใช้แป้ง&amp;nbsp;


fifa356 ซึ่งทำจากแป้งสดเป็นสูตรลับ เทราดลงไปบนผ้าขาวบาง จากนั้นใช้ฝาชีไม้ไผ่วางครอบใช้เวลาประมาณไม่ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นา 


bnk789&amp;nbsp;ที ไอน้ำความร้อนจากหม้อดินผ่านผ้าขาวบางก็ทำให้แผ่นแป้งนั้นสุกมีลักษณะเหมือนแผ่นก๋วยเตี๋ยว จากนั้นก็ใส่ผักต่างๆ อาทิเช่น กระหล่ำปลี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ถั่วงอก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตำลึง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผักบุ้ง รวมทั้งวุ้นเส้นใส่วางลงบนแผ่นแป้ง ปิดฝาชี รอให้สุกก็ใช้ทัพพีแซะและห่อพับแป้งให้เป็นเหลี่ยม ซึ่งก็เป็นความหมายคำว่า&amp;nbsp;


save168 &amp;ldquo;เปิ๊บ&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นภาษาพื้นบ้านที่แปลว่าพับนั่นเอง&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากนั้นก็ตักข้าวเปิ๊บใส่ในชามโปะด้วยไข่ที่นึ่งสุกบนปากหม้อ เลือกได้ว่าจะเอาสุกมากสุกน้อย จากนั้นยกชามข้าวเปิ๊บมาใส่หมูแดงชิ้นใหญ่เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชิ้นเท่านั้น ใส่หมูสับและกากหมูรวมถึงเครื่องปรุงแต่เวลากินรสชาติจะออกไปทางนุ่มนวลชวนกิน แต่ถ้าจะปรุงให้อร่อยถึงใจขนาดไหนก็ตามใจชอบ สำหรับราคาก็ขายอยู่แค่เพียงชามละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาทเท่านั้น แต่ดูแล้วไม่เคยมีใครกินชามเดียวเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่จะสั่งเพิ่มอีกชามกันแทบทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก๋วยเตี๋ยวแบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;นั้น ก็คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้ง เพียงแต่ทุกอย่างทำให้สุก โดยผ่านหม้อนึ่งไอความร้อนไม่ได้ผ่านตระกร้อลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวเหมือนร้านอื่นๆทั่วไป ที่มาของคำว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก๋วยเตี๋ยวแบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก็คือ วางเสิร์ฟอยู่ในจานที่มีใบตองรองก๋วยเตี๋ยว ซึ่งในอดีต&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยายเครื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ขายก๋วยเตี๋ยวไม่มีคนช่วยล้างจาน จึงใช้ใบตองรองก๋วยเตี๋ยว กินเสร็จแล้วก็หยิบใบตองไปทิ้งได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับการทำ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก๋วยเตี๋ยวแบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก็ทำจากไอความร้อนบนแผ่นผืนผ้าขาวบางและปรุงรสตามสูตรลับเฉพาะตัวคือ เครื่องปรุงและราดด้วยน้ำหมูแดง จึงทำให้เมนูทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการนี้เป็นพระเอกและนางเอกเรียกลูกค้าเข้าร้านจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับเจ้าของร้านคือ นางคำเครื่อง วงศ์สารสิน หรือยายเครื่อง อายุ&amp;nbsp;74&amp;nbsp;ปี ที่คอยแสดงฝีมือและพูดคุยกับลูกค้า คุณยายใช้ภาษาพื้นเมืองแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน รวมถึงเล่าเรื่องราวในอดีตและที่มาของเมนูเด็ดที่คุณยายทำอาชีพขายข้าวเปิ๊บและข้าวแบเลี้ยงครอบครัวมายาวนานกว่า&amp;nbsp;40ป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ข้าวเปิ๊บยายเครื่อง เปิดทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โมงเช้าไปจนถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โมงเย็น ต้องเน้นย้ำว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวไม่ขาดสายที่แวะมาที่นี่ ดังนั้นหากไปเป็นหมู่คณะสามารถโทรศัพท์สั่งจองได้ที่โทร.&amp;nbsp;087-036-0060&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;056-677-264&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๋วยเตี๋ยวแบ, ข้าวเปิ๊บยายเครื่อง, คำเครื่อง วงศ์สารสิน, ร้านอาหารสุโขทัย, ศรีสัชนาลัย, อาหารพื้นเมืองสุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5e99631b45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ค้าสาวใจงามเก็บทอง 3 บาทคืนลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.พ.-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 1 ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีหญิงสาวเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้าน เก็บสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท ได้ภายในร้านของตัวเอง จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ก่อนมานั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน จนเจอเจ้าของที่ทำสร้อยตกไว้ แล้วโทรศัพท์แจ้งให้มารับของคืน เป็นที่น่ายกย่องชื่นชมอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัมพร &amp;nbsp;นักสิทธิ์ หรือแบม อายุ 39 ปี เจ้าของร้านค้าเลขที่ 38/1 หมู่ 1 ต.บ้านแก่ง กล่าวว่า ขณะขายของอยู่ในร้านตามปกติ ปรากฏว่าเจอกระเป๋าสตางค์ใบเล็กตกอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ จึงเก็บขึ้นมาและเปิดดูก็พบมีแบงค์ห้าร้อยบาท 1 ใบ เลยวางไว้บนโต๊ะรอเจ้าของมารับคืน แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงไม่เห็นมีใครมาตามหา จึงเปิดกระเป๋าดูอีกครั้ง เพราะสังเกตเห็นมีห่อกระดาษทิชชู่อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ตอนแรกก็คิดว่า ใครแกล้งเอาของผิดกฎหมายมาทิ้งไว้ในร้านหรือเปล่า แต่พอแกะเปิดดูก็พบเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เลยรีบโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาร่วมเป็นพยาน จากนั้นก็ไปนั่งตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบเจ้าของกระเป๋า คือ นางบุญช่วย &amp;nbsp;หวลระลึก อายุ 48 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.บ้านแก่ง จึงโทรศัพท์แจ้งให้มารับของคืน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนางบุญช่วย บอกว่า ได้มาใช้บริการโอนเงินออนไลน์ที่ร้านค้าแห่งนี้ พอเสร็จแล้วก็รีบออกไป ทำกระเป๋าตกไว้โดยไม่รู้ตัว โชคดีมากๆที่เจ้าของร้านใจดีเก็บได้แล้วให้คืน เพราะเป็นสร้อยคอทองคำที่ซื้อมาจากไต้หวัน ด้วยน้ำพักน้ำแรงเมื่อหลายสิบปีก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าสูญหายไปฉันคงเป็นบ้าแน่ๆ ขอบคุณเจ้าของร้านค้ามากๆ ชาตินี้จะไม่ลืมบุญคุณเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3362</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนของ, ศรีสัชนาลัย, สุโขทัย, เก็บทอง, แม่ค้าใจงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8943f280d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
